ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนกำแพงทิฐิพังทลาย หลี่หยางไม่อาจทนเห็นนางนอนขดตัวร้องไห้อย่างเดียวดายได้อีกต่อไป เขาถลันเข้าไปรวบร่างเล็กที่สั่นเทานั้นเข้ามากอดแนบอกอย่างสำนึกผิด ไม่สนใจว่านางจะดิ้นรนขัดขืนเพียงใด
"ลั่วเอ๋อร์... ข้าขอโทษ..."
เสียงทุ้มสั่นพร่า พร่ำบอกคำเดิมซ้ำๆ ชิดเรือนผมที่ยุ่งเหยิง
"ข้าขอโทษ... ข้ามันโง่เขลาเอง ข้ามันตาบอดที่จำเ้าไม่ได้ ได้โปรด... ยกโทษให้ข้าเถิด"
"ปล่อยข้า! อย่ามาแตะต้องตัวข้า!"
ไป๋ลั่วกรีดร้องทุบตีอกแกร่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่มันกลับเบาหวิวราวกับนุ่น
"ข้าเกลียดท่าน! ได้ยินไหม หลี่หยาง! ข้าเกลียดท่าน!"
คำว่าเกลียดกรีดลึกลงในใจ แต่หลี่หยางก็ยังกอดนางไว้แน่น
"เกลียดข้าเถิด... เกลียดข้าให้พอ แต่อย่าผลักไสข้าไปตอนนี้เลย"
"งั้นเป็ข้าที่จะไป..."
ไป๋ลั่วกล่าวทั้งน้ำตา แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัดขึ้นมาท่ามกลางความเปราะบาง
"ในเมื่อท่าน้าให้ข้าถอนพิษให้ครบเจ็ดคืน ข้าก็จะทำให้ ...แต่เมื่อพ้นคืนที่เจ็ดไปแล้ว ถือว่าบุญคุณชีวิตที่ท่านเคยช่วยข้าไว้ในป่าเป็อันชดใช้กันจนหมดสิ้น! ท่านและข้าจะไม่มีอะไรติดค้างกันอีก ข้าจะไปจากจวนนรกแห่งนี้ และจะไม่ขอพบหน้าท่านอีกชั่วชีวิต!"
คำขาดของนางทำให้หลี่หยางชาวาบไปทั้งร่าง เขารู้ดีว่าตนเองสมควรได้รับโทษทัณฑ์นี้ แต่เมื่อคิดว่าจะต้องเสียนางไป หัวใจแกร่งก็บีบรัดจนเจ็บหนึบ
"ข้าเข้าใจแล้ว..." เขาเอ่ยเสียงแ่ ยอมรับผลกรรมแต่โดยดี "ขอแค่เ้าปลอดภัย... จะแลกด้วยอะไรข้าก็ยอม ลั่วเอ๋อร์... ข้าขอโทษ..."
เสียงร้องไห้ของไป๋ลั่วเริ่มแ่ลง เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ หลี่หยางค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยเพื่อให้มองหน้านางได้ถนัด เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มเนียนอย่างทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับนางเป็ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลาย
"หยุดร้องเถอะคนดี... น้ำตาของเ้ามันกรีดแทงใจข้าเหลือเกิน..."
ทว่าในขณะที่ปลายนิ้วหยาบกร้านกำลังไล้ซับหยาดน้ำตาที่หางตานั้นเอง... สิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้น
ไป๋ลั่วที่เคยร้องไห้ฟูมฟาย จู่ๆ ก็เงียบเสียงลง ใบหน้าหวานที่ซีดเผือดเมื่อครู่ กลับเริ่มแดงซ่านลามไปถึงใบหูและลำคอ ลมหายใจที่เคยหอบสะอื้นเปลี่ยนเป็หอบกระเส่าร้อนผ่าว
"อือ..."
นางส่งเสียงครางในลำคอแ่เบา ดวงตาที่เคยฉายแววตัดพ้อและเกลียดชัง บัดนี้กลับดูฉ่ำเยิ้มและเหม่อลอยด้วยฤทธิ์ตัณหา นางขยับใบหน้าเข้าหาฝ่ามือของเขาอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนจะเผยอปากงับปลายนิ้วของหลี่หยางที่กำลังเช็ดน้ำตาให้
จ๊วบ...
เสียงดูดดุนเปียกชื้นดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ หลี่หยางเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึงเมื่อลิ้นเล็กอุ่นร้อนตวัดเลียปลายนิ้วของเขา สลับดูดดึงอย่างหิวกระหายราวกับเด็กที่ขาดของหวาน
ผงรากโลหิตออกฤทธิ์แล้ว!
พิษร้ายที่เขาบังคับป้อนให้นางด้วยความเข้าใจผิดเมื่อครู่ บัดนี้กำลังแผลงฤทธิ์เล่นงานสติสัมปชัญญะของนางจนสิ้นซาก เปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็ความร่านร้อนที่ไม่อาจต้านทาน
"ลั่วเอ๋อร์... เ้า..."
หลี่หยางพยายามจะชักมือออก แต่ไป๋ลั่วกลับใช้สองมือยึดข้อมือเขาไว้แน่น นางปรือตามองเขาด้วยแววตายั่วยวนที่ไร้เดียงสา ริมฝีปากบวมเจ่อขบเม้มป้อนิ้วของเขาแล้วดูดแรงขึ้นจนเกิดเสียงน่าอาย
ภาพตรงหน้าช่างเย้ายวนและอันตรายยิ่งนัก ความรู้สึกผิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นถูกโจมตีด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนทันที
และทันใดนั้น... พิษเหมันต์รัญจวนในกายของหลี่หยางที่สงบลงไปชั่วครู่ ก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงเมื่อได้ัักับตัวกระตุ้นอย่างผงรากโลหิตในตัวนาง
ความร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วเส้นเื แก่นกายใหญ่โตที่เพิ่งสงบลง กลับมาผงาดขยายตัวแข็งขึงจนปวดหนึบภายใต้ร่มผ้า มันเต้นตุบๆ เรียกร้องหาที่ปลดปล่อยอย่างบ้าคลั่ง รุนแรงเสียยิ่งกว่าทุกคืนที่ผ่านมา
"อ่า..." หลี่หยางคำรามต่ำ กัดฟันข่มกลั้นความ้าจนเส้นเืปูดโปนที่ขมับ
เขามองสตรีตรงหน้า นางบอกว่าเกลียดเขา แต่ร่างกายของนางกลับกำลังศิโรราบและเรียกร้องััจากเขา ส่วนตัวเขาที่ปากบอกว่าสำนึกผิด แต่ร่างกายกลับทรยศ แข็งขืนพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่นางอีกครั้ง
ในค่ำคืนที่ห้านี้ ดูเหมือนว่าความสำนึกผิดจะไม่อาจต้านทานอำนาจของพิษร้ายทั้งสองชนิดที่กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันได้เสียแล้ว
"บอกข้ามา..."
น้ำเสียงที่เคยดุดันเกรี้ยวกราด บัดนี้กลับทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามข่มกลั้น หลี่หยางประคองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อขึ้นมาสบตา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของนางอย่างแ่เบาและอ้อยอิ่ง
"เ้าทรมานใช่หรือไม่? ร่างกายของเ้า้าให้ข้าช่วยปลดปล่อยใช่หรือไม่... ลั่วเอ๋อร์"
ไป๋ลั่วไม่ยอมตอบคำถาม สติสัมปชัญญะของนางถูกเพลิงราคะหลอมละลายจนเกือบหมดสิ้น ร่างกายบิดเร้าไปมาบนฟูกนอนด้วยความทรมานจากความซาบซ่านที่ท้องน้อย นางหอบหายใจกระเส่า ั์ตาฉ่ำเยิ้มปรือมองบุรุษตรงหน้าด้วยความขัดแย้ง ใจหนึ่งก็นึกเกลียดชัง แต่อีกใจหนึ่งกลับโหยหาััจากเขาเหลือเกิน
"อื้อ... ฮึก..." นางเม้มปากแน่นจนห่อเื พยายามสะกดกลั้นเสียงครางน่าอาย ไม่ยอมเอ่ยปากร้องขอศัตรู
หลี่หยางมองท่าทางดื้อรั้นที่แสนยั่วยวนนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูและความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนขนอ่อนของนางลุกชัน
"เด็กโง่... ทรมานถึงเพียงนี้ยังจะปากแข็ง" เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล แต่แฝงความร้อนแรงดุจลาวา "ในเมื่อเ้าไม่อาจข้ามผ่านทิฐิมาขอร้องข้าได้... เช่นนั้นก็จงปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเถิด"
เขาสบตานางอีกครั้ง แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่จะ คราวนี้ไม่ใช่เพื่อระบายแค้น แต่เพื่อเติมเต็ม
"หากเ้าไม่กล้าเอ่ยปาก... ก็จงถือว่าข้าเป็ชายชั่วที่ฉวยโอกาสข่มเหงเ้าอีกคราเถิด"
สิ้นคำประกาศิต หลี่หยางก็โน้มใบหน้าลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากนางอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น ค่อยเป็ค่อยไปราวกับกำลังละเลียดชิมขนมหวานล้ำค่า
"อื้มมม..."
ไป๋ลั่วเบิกตากว้างเมื่อััที่ได้รับมันแตกต่างจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมา มันไม่ใช่การบดขยี้เพื่อทำลาย แต่มันคือการดูดกลืนิญญาอย่างอ่อนหวาน
หลี่หยางเผยอปากนางออกด้วยปลายลิ้น แล้วสอดแทรกเรียวลิ้นหนานุ่มเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กของนางภายใน เขาตวัดเกี่ยวหยอกล้อ ดูดดึงความหวานฉ่ำจากโพรงปากนางอย่างเชื่องช้าแต่เร่าร้อน เน้นย้ำทุกััจนเกิดเสียง จ๊วบ จ๊าบ ดังน่าอายก้องไปทั่วห้องหอ มือหนาประคองท้ายทอยนางไว้ ปรับองศาให้แนบชิดจนแทบไม่มีอากาศเล็ดลอดผ่าน
ฤทธิ์ยาที่รุนแรงผสมกับรสจูบที่วาบหวามทำให้ไป๋ลั่วไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป นางเผลอเผยอปากตอบรับเขาอย่างเต็มใจ เรียวลิ้นเล็กที่เคยหลบหนีกลับกลายเป็ฝ่ายรุกไล่เกี่ยวพันลิ้นของเขาตอบ สองแขนเรียวที่เคยผลักไสเลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว
"เด็กดี..." หลี่หยางคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อนางจูบตอบ เขาผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้สบตากัน ทั้งสองต่างหอบหายใจรดรินกันด้วยใบหน้าแดงซ่าน
"...ข้าจะเข้าไปแล้วนะ"
เขาบอกกล่าวเสียงพร่า มือหนาจับแยกเรียวขาขาวผ่องออกกว้าง แล้วแทรกกายเข้าไปตรงกลางอย่างถนัดถนี่ ปลายยอดัั์ที่ขยายใหญ่เต็มที่จนปวดหนึบถูไถไปตามร่องหลืบฉ่ำเยิ้มทักทายปากทางรักที่กำลังเต้นตุบๆ รอรับการเติมเต็ม
คราวนี้เขาไม่กระแทกกระทั้นพรวดเดียวเหมือนสัตว์ป่า แต่เขาค่อยๆ กดสะโพกสอบเสือกไสตัวตนเข้าไปอย่างเชื่องช้า เนิบนาบ เพื่อให้นางซึมซับความยิ่งใหญ่ของเขาทุกกระเบียดนิ้ว
"อ๊าาาา... ท่านพี่..."
ไป๋ลั่วเชิดหน้าครางเสียงหวานเมื่อความคับแน่นรุกล้ำเข้ามาจนสุดทางรัก ผนังเนื้อนุ่มที่ตื่นตัวจากฤทธิ์ยาตอดรัดเขาทันทีราวกับยินดีต้อนรับ หลี่หยางก้มลงจูบซับเหงื่อที่ขมับนาง
"แน่นเหลือเกิน ลั่วเอ๋อร์... เ้าตอดรัดข้าจนแทบคลั่ง"
เขาเริ่มขยับกายเป็จังหวะเนิบช้าแต่หนักแน่น บดคลึงจุดกระสันภายในอย่างจงใจ ทุกครั้งที่กดลึกเขาจะสบตานางเพื่อสื่อความรู้สึกที่อัดอั้น
ตับ... ตับ... ตับ...
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ฟังดูหยาบโลนแต่ก็ชวนให้ใจสั่น หลี่หยางโน้มตัวลงแนบชิด บดเบียดอกแกร่งกับทรวงอกนุ่มหยุ่นของนาง ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่พรมจูบไปทั่วซอกคอและเนินอก ดูดเม้มสลับขบกัดเบาๆ สร้างรอยรักสีกุหลาบเพื่อตีตราจอง
"อื้อ... เสียว... ข้าเสียวเหลือเกิน..." ไป๋ลั่วครางกระเส่า เล็บจิกท่อนแขนกำยำของเขาแน่น
"ดี... รู้สึกให้มากเข้าไว้" หลี่หยางกระซิบชิดริมฝีปากนาง ก่อนจะประกบจูบดูดดื่มอีกครั้งพร้อมกับเร่งจังหวะ่ล่างให้เร่าร้อนขึ้น
ลิ้นร้อนของทั้งคู่นัวเนียพัลวัน แลกเปลี่ยนน้ำหวานกันจนมุมปากเปรอะเปื้อน เบื้องล่างก็สอดประสานกันอย่างเข้าขา ความลื่นไหลจากน้ำรักและฤทธิ์ยาทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างลึกซึ้งถึงใจ หลี่หยางงัดกายขึ้นบดขยี้จุดอ่อนไหวของนางซ้ำๆ จนนางต้องแอ่นสะโพกรับการปรนเปรอ
"อ๊ะ! อ๊า! ตรงนั้น... ท่านพี่ลึก... ลึกไปแล้ว..."
"เ้าชอบไหม หืม?"
เขาถามเสียงพร่า ถอนกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปเน้นๆ
"ร่างกายของเ้ากำลังกลืนกินข้า... ปากเ้าบอกเกลียด แต่ตรงนี้ของเ้ามันซื่อสัตย์นัก"
คำพูดลามกบวกกับััที่ถึงใจทำให้ไป๋ลั่วสติกระเจิง นางลืมความโกรธเคืองไปชั่วขณะ เหลือเพียงความ้าที่จะปลดปล่อยความทรมานนี้ไปพร้อมกับเขา
"ท่านพี่... เร็วอีก... ช่วยข้า... อ๊า!"
เมื่อได้ยินคำร้องขอ หลี่หยางก็ไม่รีรออีกต่อไป เขาคำรามลั่น เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งแต่เต็มไปด้วยความหวามไหว เอวสอบซอยถี่ยิบส่งความแข็งขึงเข้าไปกระตุ้นจุดกระสันของนางรัวเร็ว
"พร้อมกัน... ลั่วเอ๋อร์... ไปพร้อมกับข้า"
ทั้งสองร่างกอดรัดกันแน่นจนแทบจะหลอมรวม หลี่หยางบดจูบปากนางอย่างดูดดื่มเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกร็งสะโพกกระแทกเน้นหนักเข้าไปจนลึกสุดใจ ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนสีขาวขุ่นเข้าไปชะล้างความเ็ปในกายสาวทุกหยาดหยด
"อ่าาาาห์!"
"อื้อออ!"
เสียงหวีดร้องแห่งความสุขสมดังประสานกัน ร่างกายของทั้งคู่กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความสุขซ่านแผ่ไปทั่วสรรพางค์กาย ไป๋ลั่วหอบหายใจหนักหน่วง ซบหน้าลงกับอกกว้างของสามีอย่างหมดแรง โดยมีท่อนแขนแข็งแรงของเขาโอบกอดนางไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป
ในค่ำคืนนี้... ไม่มีบทลงโทษ ไม่มีคำด่าทอ มีเพียงรสััแห่งการไถ่บาปและความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางรอยร้าวที่รอการสมาน