หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

เล่มที่ 6 บทที่ 163 ภารกิจลุล่วง

        บทที่ 163 ภารกิจลุล่วง

        เมื่อเห็นว่าผู้สูงวัยมีท่าทางรีบร้อน ฉินชูจึงพยักหน้าให้เชียนสวิน ก่อนเดินตามผู้สูงวัยไป

        ผู้สูงวัยพาฉินชูเข้าไปในห้องโอสถห้องหนึ่ง ภายในห้องมีเตาหลอมโอสถวางอยู่เจ็ดเตา เตาหลอมถูกวางเรียงเป็นแถว ยามนี้มีคนสองคนกำลังทำความสะอาดเตาพวกนั้นอยู่ พวกเขาเป็นผู้ช่วยหลอมโอสถที่อายุสิบสามถึงสิบสี่ปี

        "จากนี้ข้าจะหลอมโอสถสัตวิจิตร ประเดี๋ยวหลังจากเปิดเตาหลอม เจ้าช่วยข้าคุมไฟของเตาหลอมหนึ่งเตา" ผู้สูงวัยมองฉินชูพร้อมกล่าว

        ฉินชูพยักหน้า เขาเคยอ่านข้อมูลโอสถสัตวิจิตรจากตำราโอสถ เป็นโอสถขั้นหก ขั้นตอนการหลอมซับซ้อนมาก มีสรรพคุณทะลวงเส้นลมปราณ เสริมเอ็นและกระดูกให้แข็งแกร่ง วัตถุดิบที่ต้องใช้ก็ซับซ้อนมากเช่นกัน โอสถทั่วไปจะใช้วัตถุดิบหลักหนึ่งชนิดและวัตถุดิบเสริมจำนวนหนึ่ง แต่โอสถสัตวิจิตรต้องใช้วัตถุดิบหลักเจ็ดชนิดร่วมกับวัตถุดิบเสริม นอกจากนั้น ต้องหลอมแยกกัน หลังจากนั้นก็นำวัตถุดิบทั้งเจ็ดชนิดที่หลอมเสร็จมาหลอมรวมกันเป็นเม็ดโอสถ

        ฉินชูรู้สึกสงสัยเล็กน้อย เรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ เหตุใดผู้สูงวัยท่านนี้จึงให้ตนเองช่วย หากตัวเองไม่ไหว เช่นนั้นจะมิทำให้เขาต้องเหนื่อยเปล่าหรือ

        ระหว่างจัดเตรียมวัตถุดิบ ผู้สูงวัยหันมองฉินชู “เจ้าลองหลอมโอสถหนึ่งเตาให้ข้าดูก่อน”

        ขณะที่ฉินชูกำลังครุ่นคิด ผู้สูงวัยเองก็รู้สึกไม่ค่อยวางใจเช่นกัน ฉินชูอ่อนเยาว์เกินไป เกรงว่าจะทำให้เกิดข้อผิดพลาด

        ภายในห้องหลอมโอสถมีวัตถุดิบอยู่ ฉินชูจึงหาวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถอาหารทิพย์มา ก่อนจะหลอมโอสถอาหารทิพย์หนึ่งเตา

        “พื้นฐานใช้ได้ ประเดี๋ยวเจ้าระวังหน่อย ช่วยข้าคุมไฟเตาหลอมโอสถหนึ่งเตาก็พอ สำเร็จแล้วข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงาม” ผู้สูงวัยกล่าวกับฉินชู

        หลังจากผู้สูงวัยตระเตรียมวัตถุดิบเสร็จจึงเปิดเตาหลอมโอสถ จุดไฟเตาหลอมโอสถทั้งเจ็ดพร้อมกัน จากนั้นจึงใส่วัตถุดิบลงไปในเตาหลอมโอสถ

        ฉินชูรับช่วงดูแลหนึ่งเตา คุมไฟใต้เตาหลอมโอสถให้อยู่ในระดับเดียวกับเตาหลอมโอสถที่เหลืออีกหกเตา

        “ผู้อาวุโสเอ๋ย ภายในสมาคมอาจารย์หลอมโอสถ มีอาจารย์หลอมโอสถตั้งมากมาย เหตุใดท่านถึงไม่ให้ผู้อื่นมาช่วย?” ฉินชูเอ่ยถามข้อกังขาในใจ

        “ศิษย์ของข้ามีธุระออกไปข้างนอกชั่วคราว อาจารย์หลอมโอสถแต่ละคนในสมาคมอาจารย์หลอมโอสถล้วนมีงานของตัวเอง” ผู้สูงวัยบอกกล่าวสาเหตุให้ฉินชูฟัง

        ฉินชูคุมไฟไปพลาง เฝ้ามองวิธีหลอมโอสถของผู้สูงวัยไปพลาง กล้าหลอมโอสถสัตวิจิตรขั้นหก เช่นนั้นผู้สูงวัยย่อมต้องเป็นอาจารย์หลอมโอสถขั้นหกหวางเจ่อ กรรมวิธีและแนวทางการหลอมโอสถของอาจารย์หลอมโอสถระดับสูง ล้วนเป็นสิ่งที่อาจารย์หลอมโอสถผู้อื่นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ

        ผู้สูงวัยใส่วัตถุดิบลงไปในเตาหลอมทีละอย่าง วัตถุดิบกลายเป็นน้ำโอสถ น้ำโอสถเดือดจนข้นขึ้นเรื่อยๆ

        เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปสองชั่วยาม บนหน้าผากของผู้สูงวัยปรากฏหยาดเหงื่อ เขาต้องควบคุมเตาหลอมโอสถหกเตา ทั้งยังต้องคำนึงถึงปัญหาความข้นของน้ำโอสถ นั่นทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างแท้จริง

        หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉินชูจึงโบกมือทีหนึ่ง รับช่วงดูแลเตาหลอมโอสถอีกหนึ่งเตา ภายในตันเถียนของเขามีเปลวเพลิงที่ได้มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง มันทำให้เขาควบคุมเปลวไฟได้ดียิ่งขึ้น พลังที่เสียไปในช่วงสองชั่วยามนี้สำหรับเขาแล้วถือว่าไม่หนักหนา เขายังแบกรับต่อไปได้

        ผู้สูงวัยมองฉินชูด้วยสายตาผิดคาดแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหลอมโอสถต่อ

        ถึงต้องควบคุมและคอยดูแลเปลวไฟของเตาหลอมโอสถสองเตา ฉินชูก็ไม่มีปัญหา เขายังมีพลังเหลือที่จะเฝ้ามองการหลอมโอสถของผู้สูงวัย

        จู่ๆ สีหน้าของผู้สูงวัยพลันเปลี่ยนไป “ต้องล้มเหลวอีกแล้วหรือ?”

        “ผู้อาวุโส น้ำโอสถในเตานั้นเป็นอะไรไป?” ฉินชูเห็นว่าสีของน้ำโอสถในเตาหลอมโอสถที่อยู่ทางขวาสุดดูผิดปกติ

        “วัตถุดิบเสริมตัวหนึ่งมีปัญหา ใส่หญ้าเคราครามกับหญ้าจิตครามสลับกัน ลักษณะภายนอกของพวกมันเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นอายก็เหมือนกัน หากไม่สกัดเป็นน้ำโอสถ ก็ไม่มีทางดูออก ไม่รู้ว่าใครเป็นคนดูแลจัดการวัตถุดิบ ไม่ได้คัดแยกให้ดี สมควรตายนัก!” ผู้สูงวัยก่นด่าประโยคหนึ่ง

        “เช่นนั้นผู้อาวุโสรีบตั้งใหม่อีกหนึ่งเตา” ฉินชูกล่าว

        “ไม่ได้ ข้าไม่มีพลังเหลือมากถึงเพียงนั้น!” ผู้สูงวัยทอดถอนใจ

        “ข้าน้อยจะช่วยท่านดูแลเตาหลอมโอสถอีกหนึ่งเตา” พลังปราณบนกายฉินชูกระเพื่อม เขารับช่วงดูแลเตาหลอมโอสถอีกหนึ่งเตา

        หลังจากผู้สูงวัยมองฉินชูด้วยแววตาผิดคาด จึงสะบัดแขนเสื้อ ปัดเตาหลอมโอสถที่มีความผิดปกติไปอีกด้านหนึ่ง จากนั้นจึงนำเตาหลอมโอสถหนึ่งเตาออกมาจากแหวนมิติ ระหว่างที่คอยควบคุมสภาวะของเตาหลอมโอสถสามเตา ก็เริ่มหลอมโอสถเตาที่เจ็ด

        ขณะที่เร่งความเร็วสกัดน้ำโอสถภายในเตาที่เจ็ด ผู้สูงวัยก็เตือนฉินชู ให้เตาหลอมโอสถสามเตาที่ฉินชูควบคุมอยู่ ใช้ความเร็วเท่ากับเตาหลอมโอสถอีกสามเตาที่เขาควบคุมอยู่

        ฉินชูพยักหน้า ตอนนี้เขาได้แต่พยายามเต็มกำลัง ทำได้เท่าไหนก็เท่านั้น ต่อให้การหลอมโอสถครั้งนี้ล้มเหลว ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขา

        ผู้สูงวัยเร่งสกัดน้ำโอสถภายในเตาหลอมโอสถที่เจ็ด คอยเร่งให้ทันเตาหลอมโอสถที่เหลืออีกหกเตา

        เวลาผ่านไปสองชั่วยาม น้ำโอสถภายในเตาหลอมโอสถทั้งเจ็ดอยู่ในสภาวะเดียวกัน

        “เจ้าหนู เจ้ายังไหวหรือไม่? เจ้าคอยดูเตาหลอมโอสถสองเตาก็พอแล้ว” ผู้สูงวัยกล่าวกับฉินชู

        หลังจากมองดูหยาดเหงื่อบนหน้าผากผู้สูงวัย ฉินชูจึงส่ายหน้า “ข้าน้อยยังไหวขอรับ”

        หลังเคี่ยวน้ำโอสถนานครึ่งชั่วยาม ผู้สูงวัยจึงรับช่วงดูแลเตาหลอมโอสถทั้งเจ็ดเตา เขาผสานรวมวัตถุดิบในเตาหลอมโอสถทั้งเจ็ดที่ถูกสกัดถึงขีดจำกัดสูงสุด เริ่มทำการหลอมโอสถในขั้นตอนสุดท้าย

        ภารกิจของฉินชูเสร็จสิ้นแล้ว เขาคอยคุมไฟเตาหลอมโอสถสามเตามาตลอด พลังที่เสียไปอยู่เหนือระดับที่เขาแบกรับไหว ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย ดังนั้นหลังเสร็จสิ้นภารกิจ เขาก็นั่งลงอีกด้านหนึ่ง พักผ่อนไปพลาง เฝ้ามองการหลอมโอสถขั้นสุดท้ายของผู้สูงวัยไปพลาง

        การหลอมโอสถในขั้นสุดท้ายไม่ยากเย็นสำหรับผู้สูงวัย ใช้เวลาเพียงไม่นานโอสถเม็ดหนึ่งที่เต็มไปด้วยประกายแสงจึงออกจากเตา ผู้สูงวัยเก็บเข้าไปในขวดโอสถ แล้วเดินมานั่งลงข้างกายฉินชู

        “เจ้าหนู เจ้าชื่ออะไร?” ผู้สูงวัยมองฉินชูพร้อมเอ่ยถาม

        “ข้าน้อยชื่อฉินชูขอรับ” ฉินชูกล่าวตอบ

        “เจ้าไม่ใช่อาจารย์หลอมโอสถขั้นสามกระมัง?” ผู้สูงวัยเอ่ยถาม

        “ข้าน้อยเป็นอาจารย์หลอมโอสถขั้นสี่ขอรับ” ฉินชูไม่ได้ปิดบัง เพราะเขาสามารถควบคุมเปลวไฟของเตาหลอมโอสถสามเตาได้ นั่นหาใช่ความสามารถของอาจารย์หลอมโอสถขั้นสาม

        “ข้ามีนามว่าฉู่ซาน เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของสมาคมอาจารย์หลอมโอสถ ครั้งนี้ได้รับการไหว้วานมา ให้ช่วยหลอมโอสถสัตวิจิตรหนึ่งเม็ด ยังดีที่ไม่ล้มเหลว ไปกัน ข้าจะพาเจ้าไปด้วย ช่วยข้าหลอมโอสถสัตวิจิตรออกมาได้ เจ้าเองก็มีความดีความชอบ” ฉู่ซานกล่าวกับฉินชู

        “ข้าน้อยขอไปล้างหน้าก่อน” ฉินชูยิ้มพร้อมกล่าว อยู่หน้าเตาหลอมโอสถมานานครึ่งค่อนวัน บนใบหน้าของเขามีหยาดเหงื่อไม่น้อย

        หลังจากล้างหน้า ฉินชูจึงตามฉู่ซานออกจากสมาคมอาจารย์หลอมโอสถ

        ถึงหน้าประตูสมาคมอาจารย์หลอมโอสถ ฉินชูจึงได้พบเชียนสวิน

        เชียนสวินไม่เห็นฉินชูออกมา จึงรอคอยอยู่ตลอด

        “ข้าจะออกไปกับผู้อาวุโสครู่หนึ่ง สายหน่อยถึงจะกลับโรงเตี๊ยม เจ้าไม่ต้องรอข้า” ฉินชูกล่าวกับเชียนสวิน ยามนี้เขาเข้าใจในตัวเชียนสวินมากยิ่งขึ้น

        ฉู่ซานพาฉินชูออกเดินทาง หลังจากถึงจุดหมาย ฉินชูถึงกับผงะไป ตรงหน้าเขาเป็นจวนที่ดูโอ่อาไม่น้อย

        “นี่คือจวนของท่านเจ้าเมือง” ฉู่ซานกล่าวจบจึงพาฉินชูเข้าไป ไม่มีผู้ใดขัดขวาง

        “ผู้อาวุโสฉู่มาแล้วหรือ” บุรุษวัยกลางคนในชุดหรูหราปรากฏตัว

        ฉู่ซานพยักหน้าให้บุรุษวัยกลางคนในชุดหรู จากนั้นจึงยื่นส่งขวดโอสถให้บุรุษในชุดหรู "ภารกิจลุล่วง"

        "เด็กๆ เตรียมสุรา" บุรุษในชุดหรูตะโกนบอกคนรับใช้ ก่อนจะพาฉู่ซานเข้าไปในโถงใหญ่ของจวน

        หากคาดเดาไม่ผิด บุรุษในชุดหรูผู้นี้น่าจะเป็นท่านเจ้าเมืองเทียนเจี้ยนแห่งนี้ ภายหลังเข้าไปในโถงใหญ่ บุรุษในชุดหรูจึงทอดสายตามองไปทางฉินชู

คล้ายกับเรื่องหมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์ ที่คุณอ่าน