ทางด้านเลี่ยงหรง
“ ท่านแม่ทัพขอรับ จะทำอย่างไรกับแร่สีขาวนี้ดีขอรับ “
“ นำทหารมาเฝ้าที่นี่ไว้ พบเห็นสิ่งใดที่ผิดปกติมารายงานกับข้า “
เมื่อเห็นในเหมืองแร่มิมีอันใดแล้ว จึงกลับไปหาอู๋ซวน ส่วนเื่ที่พบศพยังมิได้บอกชาวบ้าน กลัวว่าจะสร้างความหวาดกลัว แค่เื่โจรชาวบ้านก็กลัวกันจะแย่แล้ว เลี่ยงหรงรู้สึกว่าเื่คดีโจรในครั้งนี้ดูซับซ้อนมากกว่าในอดีตเสียอีก
“ โอ้เลี่ยงหรง เ้ากลับมาแล้วรึ “ อู๋ซวนกำลังรอเลี่ยงหรงอยู่พอดีเลย เพราะเื่ที่ตนรู้มามิใช่เื่ธรรมดาแน่ “ กลับมาเหนื่อยๆจิบชาสักหน่อย ข้าจะไปตามหมอจางมา “ เมื่อทั้งคู่เข้ามาอู๋ซวนก็เริ่มถามสิ่งที่ตนสงสัยออกมา
“ หมอจางตรวจศพเพิ่มเติมแล้ว เ้าพบอันใดเพิ่มหรือไม่ “
“ ตอนที่ข้าน้อยตรวจเครื่องแต่งกายกลับพบสิ่งนี้ขอรับ “ ตราั เมื่อเห็นสิ่งนี้ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความสงบทันที
เลี่ยงหรงจึงหยิบขึ้นมาดู เป็ของจริงอย่างแน่นอน ปัญหาตอนนี้คือมีขุนนางคนไหนที่มีตราั อีกอย่างตราัมิใช่จะมีกันได้ง่ายๆคงเป็ขุนนางที่มีผลงานมากมายหรือไม่ก็อยู่มานานหลายชั่วรุ่น
“ ข้าจะเก็บเข้าไว้ “ คงตรงให้พี่เหลียงจัดการแล้ว
“ แล้วมีสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่ “
“ ในร่างกายมียานอนหลับหลงเหลืออยู่ขอรับ “ เช่นนั้นคงเป็การจงใจฆ่า แต่ถ้าเป็จงใจใยถึงมีตราัละ เมื่อเห็นว่ามิมีอันใดแล้วจึงให้หมอจางออกไปก่อน แล้วให้ไปตรวจศพคนที่ทำงานเหมืองแร่ที่เป็ศพอยู่ก่อนหน้านี้ต่อ เพราะยังไม่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับศพของบุรุษผู้นี้มากนัก
“ ดูท่าเื่โจรจะไม่ธรรมดา “ เลี่ยงหรงเล่าเื่ที่เจอประตู รวมถึงรายละเอียดที่น่าสงสัยต่างๆให้อู๋ซวนฟัง
อู๋ซวนเองก็เล่าเื่ที่สอบถามมาจากนายอำเภอให้เลี่ยงหรงฟังบ้าง เลี่ยงหรงเรียกเยว่จวนออกมา
“ เ้าช่วยไปค้นในจวนของอี้เฟิงให้หน่อย “ ตอนนี้เลี่ยงหรงยังมิคิดจะปล่อยตัวนายอำเภอง่ายๆ เพราะยังมีเื่ที่น่าสงสัยอยู่ อย่าลืมนะว่าเื่ที่เล่าอาจเป็จริงหรือโกหกก็ได้ เื่ต้องระวัง คงมีเพียงหลักฐานอย่างเดียวที่สามารถยืนยันได้
“ คนของชินอ๋องหรือ “
“ อืม “
ตอนนี้ค่ำพอสมควรเลี่ยงหรงจึงมีการจัดเวณยาม ตรงทางเข้าเหมืองแร่ ตรงหน้าประตูในเหมือง หน้าที่พักทั้งสองแห่ง และสุดท้ายคอยตรวจตราบริเวณรอบๆหมู่บ้านเผื่อมีโจรมาดักซุ่มโจมตี ส่วนนายอำเภอก็ให้พักของอู๋ซวนก่อน
ยามเหม่า เลี่ยงหรงออกมาตรวจบริเวณรอบๆหมู่บ้านอีกครั้ง นับว่ายังโชคดีที่ค่ำคืนที่ผ่านมามิได้เกิดเหตุร้ายใดๆขึ้นมา
“ ท่านแม่ทัพขอรับ “ เป็เยว่จวนที่เลี่ยงหรงส่งไปค้นจวนของนายอำเภอ
“ เจอสิ่งใดบ้าง “
“ มีเอกสารที่คาดว่าน่าจะเป็ของปลอมขอรับ “ เลี่ยงหรงรับเอกสารนั้นมาอ่านดูกลับพบว่าเป็สัญญาการซื้อขายแร่ทองคำกับแคว้นจ้าว มิใช่แค่นั้นยังมีสัญญากับร้านแร่เหล็ก งั้นเอกสารนี้คงทำมาส่งให้กับทางการอย่างแน่นอน เพราะต้องมีการแบ่งส่วนให้กับทางการตามสัญญา อีกอย่างร้านแร่เหล็กเป็ร้านของผู้ใดกัน ก็ยังต้องหาข้อมูลเพิ่มอีก
อืมแล้วเอกสารปลอมนี้ มีความเป็ไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับแคว้นจ้าวที่มีการค้นพบแร่ทองคำ
“ เป็ไปได้น่าจะเป็ของนายอำเภอคนเก่าขอรับ “ จะว่าไปลายมือดูคล้ายกับป้ายบอกทางที่เจอในเหมืองแร่เลย
“ เ้าไปพักก่อนเถิด “
เลี่ยงหรงไปเรียกทหารนายหนึ่งที่สั่งให้ไปสอบถามชาวบ้านมาว่าผู้ใดเขียนอักษรเป็บ้าง สรุปแล้วนอกจากนายอำเภอก็มิมีผู้ใดที่เขียนได้ แต่นายอำเภอที่ว่าเป็คนเก่าหรือคนใหม่ละ เพราะดูจากป้ายแล้วก็มิได้เก่าขนาดนั้น จึงได้นำกระดาษกับหมึกไปให้นายอำเภออี้เฟิง
“ คารวะท่านแม่ทัพขอรับ “
“ เ้าเขียนตัวอักษรเป็ใช่หรือไม่ “
“ เป็ขอรับ “ เลี่ยงหรงวางกระดาษ พู่กัน และหมึก ไว้บนโต๊ะ
“ เขียนมาสักคำ คำอันใดก็ได้ “ นายอำเภอแม้จะสงสัย แต่ก็ยอมเขียน โดยเขียนเป็ชื่อตนเองลงไป
เลี่ยงหรงที่มองมาั้แ่การตวัด การลงน้ำหนัก ดูก็รู้เลยว่านายอำเภอคนนี้มิได้เป็คนเขียนป้ายในเหมืองแร่ แสดงว่าเป็คนเก่า งั้นตลอดหกเดือนที่ผ่านมาไปอยู่ที่ไหนมา ดูท่าก็มิใช่เื่ดีเป็แน่
แล้วการที่เอกสารปลอมที่มีลายมือของนายอำเภอคนเก่าอยู่ด้วยเนี่ย หรือว่าทั้งสองจะ…
เป็ไปได้
ก็เป็ฝาแฝดนี่นา
“ เออ “ นายอำเภอที่เห็นอีกฝ่ายจ้องมาที่ตัวอักษรของตนก็รู้สึกเกรงๆขึ้นมา
“ เช่นนั้นท่านก็กลับไปที่จวนได้ “ เมื่อได้ยินเช่นนี้ เ้าตัวก็ไม่รอช้ารีบกลับโดยทันที
เห็นทีคงต้องไปสำรวจในป่ากันสักหน่อย แต่ดูแล้วน่าจะเป็งานยากเอาเื่ เพราะที่นี่มีขนาดกว้างขวางมิน้อยเลยทีเดียว เกรงว่าจะใช้เวลามากไป ถ้ามีหลักฐานเพิ่มที่อาจจะเป็ฐานที่ตั้งของพวกโจรก็คงจะดี
เลี่ยงหรงให้เยว่ส่างและเยว่จวนส่งจดหมายที่มีตราั รวมถึงหลักฐานที่ได้ทำการคัดลอกเอาไว้แล้วส่งให้กับพี่เหลียง เพราะเื่นี้มีขุนนางใหญ่โตเข้ามาเกี่ยวข้องค่อยเยอะทีเดียว
เช้าวันถัดมาเลี่ยงหรงได้แบ่งทหารออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มแรกนำโดยเลี่ยงหรง มุ่งไปทางที่นายอำเภอคนก่อนหายไป เป็ทางทิศตะวันตก กลุ่มที่สองนำโดยอู่ซวน ไปตามทางริมแม่น้ำที่ไหลไปทางทิศตะวันออก
เดินทางมาก็ผ่านไปกว่าสองชั่วยามแล้วแต่ก็ยังมิเจออันใดเลย จนเดินมาถึงที่แห่งหนึ่งมีขนาดเล็กคงสำหรับพักแค่หนึ่งหรือสอง เป็กระท่อมร้างที่ดูเก่ามาก จึงนำทหารเข้าไปตรวจดูข้างในสี่คน อีกที่เหลือให้ไปสำรวจบริเวรรอบๆ
เมื่อเข้ามาด้านในกลับพบเครื่องมือล่าสัตว์อยู่มากมาย แต่ละอันล้วนดูยังใหม่อยู่ทั้งสิ้น
“ ท่านแม่ทัพขอรับ ห้องนี้ดูท่าจะเป็ห้องทำงานนะขอรับ “ เลี่ยงหรงเดินเข้าไปตามที่นายทหารบอก มีกระดาษ หมึก กระดาษถูกฉีดออก มีบางอันที่มีรอยไหม้หลงเหลืออยู่
ตอนนี้กำลังค้นหากระดาษที่อาจจะเหลือการขีดเขียนเอาไว้บ้าง แต่ก็มิพบอันใด จนไปเจอพื้นดินที่ผิดปกติ จึงให้ทหารขุดมา พบเข้ากับสมุดเล่มหนึ่ง ด้านในของสมุดเป็สมุดบัญชีซื้อขายแร่ทองคำ สิ่งนี้ถือว่าสำคัญมากทีเดียว
พรึ่บ
เคว้ง
ในที่สุดก็โผล่หัวมาให้เห็นสักที เ้าพวกโจร ลักษณะการแต่งการล้วนแต่ปิดหน้า สวมใส่เสื้อผ้าสีดำสนิท พอดูการแต่งกายแล้ว ไม่เหมือนโจรเท่าใดนัก มิใช่ว่าเป็พวกนักฆ่าที่ทำตัวเหมือนโจรหรอกนะ
“ จับเป็ “ ถึงบอกว่าจับเป็แต่ในความหมายของเลี่ยงหรงที่ทหารทุกคนล้วนรู้จักกันดีคือแค่อย่าให้ตายจนไม่สามารถสอบสวนได้เฉยๆ
ปัก
โจรพวกนี้มีฝีมือมิน้อย แต่ก็ยังเทียบมิได้กับทหารที่ถูกฝึกมาหรอก
“ มัดพวกมันไว้ “ มีทหาราเ็เพียงเล็กน้อยจึงพักทำแผลก่อน เลี่ยงหรงป้ายยาสลบที่ติดตัวมาด้วยใส่พวกโจร แล้วให้ทหารที่ไม่ได้าเ็อันใดมากค้นตัวว่ามีสิ่งใดหรือไม่
“ ท่านแม่ทัพขอรับ ข้าน้อยพบสิ่งนี้ขอรับ “ เป็ป้ายอะไรสักอย่าง ในป้ายเขียนเอาไว้ว่า กวน
ตระกูลกวนหรือ
แต่มิเคยได้ยินชื่อตระกูลนี้มาก่อน ?
เมื่อค้นเพิ่มกลับมิมีสิ่งใดแล้ว จึงรีบพาพวกโจรกลับ เกรงว่าถ้าอยู่นานกว่านี้อาจมีพวกโจรมาเพิ่มอีกก็เป็ได้ กลับมาถึงก็นำไปขังไว้ในคุก ให้ทหารเฝ้าไว้อย่างแ่า ตอนนี้กลุ่มของอู๋ซวนยังมิกลับมา หวังว่าจะมิเป็อันใด
เลี่ยงหรงรอให้ใกล้เวลาที่ยาสลบจะหมดฤทธิ์ แล้วจะไปสอบสวน
ครึ่งเค่อผ่านไป
เลี่ยงหรงนำน้ำมาสาดใส่พวกโจร ทำให้พวกมันตอนนี้ตื่นขึ้นมา
“ เอาละ “ เลี่ยงหรงชูป้ายที่เขียนว่ากวนขึ้นมาให้ดู “ บอกมาว่ากวนนี่คืออันใด “
“ หึ ข้ามิตอบหรอก “ โจรผู้หนึ่งคาดว่าเป็หัวหน้าตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
มิแปลกนักเพราะมีรอยที่ถูกฟันบ้าง แต่เลี่ยงก็มิได้สั่งให้หมอจางมาทำแผลใดๆ แถมเมื่อสักครู่ก็สาดน้ำใส่ คงแสบแผลมิน้อย จะทรมานแบบนี้ไปเรื่อยๆนั่นแหละ นี่แค่เบาๆเท่านั้น
“ ไปตามหมอจางมา “
หมอจางก็รู้ตัวอยู่แล้ว การที่ถูกเรียกเข้ามามิได้มาให้รักษาอย่างแน่นอน จึงเตรียมพวกยาพิษที่ทางกองทัพทักษิณมักใช่ประจำมาด้วย ในยามที่ต้องสอบสวนเช่นนี้
“ ไหนดูสิ “ เลี่ยงหรงกวาดสายตามองไปยังพวกโจร อืมมม คนไหนดีนะ จนไปสะดุดเข้ากับคนหนึ่งที่มีสายตาดูอาฆาตแค้นมากที่สุด
เมื่อเจอคนที่ดูจะโดนทรมานแล้ว ก็สั่งให้หมอจางฉีดพิษเข้าไปในร่างกาย พิษนี้มิได้ร้ายแรงมากหรอก แค่เอาไว้ทรมานเล่นเฉยๆ
“ เ้า ข้าจะฆ่าให้ตายให้หมด “ จู่ๆก็มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามร่างกาย ราวกับว่าร่างกายจะถูกเปลวไฟเผาไหม้
“ บอกมา “ เลี่ยงหรงกดน้ำเสียงยิ่งกว่าเดิมเป็การย้ำอีกครั้ง
“ ข้าไม่รู้ ๆ อ๊ากกกก “ เห็นว่าคงมิได้ผลก็ไล่ใส่ยาพิษไปเรื่อยๆ จนเหลือคนสุดท้าย
“ ขะ ข้ายอมๆ “ เมื่อเห็นว่าตนจะมิรอดแล้วจึงรีบโวยออกมา
“ ตอบมา “ น้ำเสียงกดดันอีกครั้งส่งไปยังโจรคนสุดท้าย
“ กวนเป็แซ่ของนายอำเภอขอรับ “ หืม แซ่หรือ แต่นายอำเภอใช้แซ่จิ้งมิใช่หรือ
ไม่ใช่ว่าเป็แซ่มารดา อืมเดี่ยวค่อยไปสืบหาอีกที เพราะอาจมีเื้ัอยู่
“ พวกเ้าเกี่ยวข้องอันใดกับนายอำเภอคนก่อน “ มีความเป็ไปได้ว่ากระท่อมที่เจอในป่าอาจเป็ของนายอำเภอที่อยู่ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา
“ พวกข้ามิรู้ แค่ได้รับคำสั่งให้ค้นแร่ทองคำไปขายเฉยๆ “
“ แร่ทองคำ พวกเ้าขโมยไปมิใช่รึ “
“ พวกข้ามิเคยขโมยแต่อาจจะเป็นายอำเภอคนเก่า ระ เื่นั้นข้าก็มิรู้ “ หืม ไม่มีการค้นออกแล้วจะเอาไปขายได้อย่างไร
“ แม่ทัพเลี่ยง ทำอย่างไรต่อขอรับ “ หมอจางถามเพราะเห็นว่าท่านแม่ทัพนิ่งไปกับคำตอบเมื่อสักครู่
“ ให้ยาแก้ แล้วเอายาลดกำลังให้ทานทุกคน “ เมื่อเห็นว่ายิ่งคิดยิ่งมีเื่ไม่เข้าใจมากมาย จึงเรียกเยว่ซินที่ติดตามนายอำเภออี้เฟิงรายงานว่าไปไหนบ้าง วันนี้ทำอันใดบ้าง มีการพบผู้ใด
เยว่ซินเองก็ตอบกลับไปว่า นายอำเภออี้เฟิงอยู่แต่ในจวนมิได้ออกไปไหนเลย มีแต่หลานสาวทั้งสองที่มักจะมาหาอยู่เป็ประจำ เอาอาหารมาให้บ้าง เอาขนมมาให้บ้าง
ตามประสาชายหนุ่มที่ยังมิมีภรรยาค่อยดูแล ส่วนงานเห็นว่านั่งเขียนบางอย่างอยู่ แถมสีหน้ายังดูเคร่งเครียดมากอีกด้วย
เลี่ยงหรงเห็นว่ายังมิมีอันใด จึงให้ทหารไปตามนายอำเภออี้เฟิงมา ต้องรอดูท่าทีก่อนว่า เป็อย่างไร เพราะยังไงคนเราก็โกหกแววตากันมิได้หรอก เว้นแต่จะเก่งมากพอ
ใกล้จะยามโหย่วแล้วแท้ๆอู๋ซวนยังมิกลับมาอีกหรือ กลับมาช้าไปหรือไม่ หรือจะปะทะกับพวกโจรอยู่
“ ท่านแม่ทัพขอรับ ข้าน้อยพานายอำเภอมาแล้วขอรับ “
“ เข้ามาได้ “
“ คารวะท่านแม่ทัพขอรับ “ เลี่ยงหรงให้อีกฝ่ายนั่งลง
“ แซ่กวน “ นายอำเภอสะดุ้งเพียงน้อยหลังเลี่ยงหรงพูดถึง
“ เออคือ แซ่กวน เป็แซ่เก่าของท่านยายขอรับ “
“ แล้วทำไมน้องของเ้าถึงใช้แซ่กวน “
“ ข้าน้อยกับน้องชายมิได้อยู่ด้วยกันั้แ่เด็กขอรับ ท่านพ่อกับท่านแม่หย่ากันั้แ่ยังน้อย ข้าน้อยอยู่กับท่านพ่อ ส่วนน้องชายอยู่กับท่านแม่ เห็นว่าไปอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงก็คงไปอยู่กับท่านยาย จึงใช้แซ่กวนตามมารดาขอรับ “
“ เช่นนั้นเ้ากับน้องชายมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “
“ ข้าน้อยกับท่านพ่ออาศัยอยู่เมืองถิงโจ่วมาั้แ่เด็กๆแล้วขอรับ เจอกันครั้งแรกก็ตอนอายุสิบแปดที่เ้าน้องชายสอบจอหยวนได้เป็นายอำเภอขอรับ “
“ เ้ากับน้องสนิทสนมกันมากหรือไม่ “
“ ไม่ค่อยขอรับ ส่วนใหญ่ต่างคนต่างอยู่ “
ถ้าว่ากันตามจริงนายอำเภอคนปัจจุบันที่ได้ตำแหน่งนี้มาก็เพราะน้องชายฝาแฝดหายตัวไป แต่ปัญหาคือนายอำเภอคนก่อนเป็คนของใคร ใครเป็คนฆ่า
เคยอยู่ที่เมืองหลวงมาย่อมต้องรู้ดี ปัญหาคือตระกูลกวน เป็ไปได้อาจมิมีตระกูลนี้หลงเหลืออยู่แล้ว ถึงถามมากไปเกรงว่าจะมิดีนัก