จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 51 การประลองแบบตะลุมบอน

            ตอนที่ 51 การประลองแบบตะลุมบอน


            ฟึ่บ~


            เรือนร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางลานประลอง ปรากฏเป็นชายชรารูปร่างสูงเกือบสองเมตรหนวดเคราสีขาวล้วนบ่งบอกถึงอายุ เขาผู้นั้นคืือผู้อาวุโสเก๋อหลัวในฐานะที่เขาไร้ซึ่งความรับผิดชอบที่จะต้องทำการต้อนรับเหล่าปรมาจารย์จากสี่แดนเทพมนุษย์ จึงถูกลงโทษให้มาเป็นผู้ดำเนินงานและจัดการเรื่องทั้งหมดก่อนเขาจะเอ่ยกล่าวด้วยเสียงดังกึกก้อง


            "ผู้ที่ต้องการแข่งขันทั้งหมดจงขึ้นมาบนแท่นประลอง!!"


            น้ำเสียงดุดันพลางสายตากวาดมองเหล่ารุ่นเยาว์เบื้องล่างด้วยความเหยียดหยามและทรนงก่อนจะสะดุดตากับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขายืนอยู่บนแท่นประลองอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวที่งดงามราวกับเทพยานางฟ้าจุติมาเกิดที่ยืนอยู่ข้างกาย "เจ้านี่... ช่างคุ้นหน้าคุ้นตาข้ายิ่งนัก" สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นนึกคิดก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยตอบ


            "ท่านคงคิดไปเองกระมัง" กาติรัสกล่าวปัดคำ


            ก่อนรุ่นเยาว์ผู้หาญกล้าทั้งหลายจะเริ่มทะยานร่างขึ้นมาบนแท่นประลองตามคำสั่งของผู้อาวุโสเก๋อหลัว ขณะนี้บนแท่นประลองอาจมีรุ่นเยาว์มากถึงหนึ่งพันกว่าคน แต่ด้วยอาณาเขตสุดกว้างขวางของแท่นประลอง พวกเขาสามารถยืนกันได้อย่างสบายๆ ก่อนผู้อาวุโสเก๋อหลัวจะค่อยค่อยเหาะขึ้นเพื่อให้เหล่ารุ่นเยาว์เห็นตัวของตนเองได้ชัดพลันเอ่ยขึ้น


            "การประลองของมหาแผ่นดินมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนัก พวกเรามีหน้าที่ปั้นเหล่าอัจฉริยะให้กลายเป็นมังกรในหมู่คน ดังกฏที่ท่านปรมาจารย์ยูไคได้กล่าวไป ก่อนจะเริ่มการประลองอย่างจริงจังเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่สี่ราชอาณาจักรที่ตอบรับคำเชิญของพวกเรา" ผู้อาวุโสเก๋อหลัวกล่าวพลางกวาดมองเหล่ารุ่นเยาว์ก่อนเอ่ยต่อ


            ราชอาณาจัักรเซอร์วอสตอบรับโดยส่งตัวแทนเข้าร่วมมาหนึ่งคน 


            ราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียตอบรับโดยส่งตัวแทนเข้าร่วมมาหนึ่งคน


            "ตัวแทนที่ได้เข้าร่วมมาจงแนะนำตัวซะ!!" ผู้อาวุโสเก๋อหลัวกล่าวเสียงดังยิ่งพลางกวาดมองหาสองตัวแทนจากสี่ราชอาณาจักรโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราชอาณาจักรเซอร์วอส เขามีความสนใจเป็นพิเศษเพราะตั้งแต่จัดการประลองขึ้นมา พวกเขาเพิ่งจะตอบรับคำเชิญเป็นครั้งแรก


            สามลมหายใจผ่านไปแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครเสนอตัวออกมา ลาซิเฟียรู้ตัวเองดีอย่างที่สุด หญิงสาวเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกหากเธอเอ่ยกล่าวออกไปจะถูกกาติรัสตำหนิเหยียดหยามหรือไม่ ยิ่งเขาเป็นพวกประเภทที่บ้าบิ่นสุดกู่อยู่ด้วย เป็นคนที่อยากจะทำอะไรก็ทำ ภายใต้ความเอาแต่ใจของเขาคงไม่มีสิ่งใดสามารถยับยั้งความต้องการของเขาได้เลย


            ท้ายสุดแล้วเพื่อความถูกต้อง ลาซิเฟียก็ได้แต่เอื้อนเอ่ยออกไป "ข้ามีนามว่าลาซิเฟียเป็นตัวแทนจากราชอาณาจักรเซอร์วอส" น้ำเสียงแผ่วเบากว่าปกติ


            แต่ท่ามกลางความเงียบสงัดท่อนเสียงนั้นกลับกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุด ผู้คนต่างมองหาต้นเสียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกสิ่งอย่างมันเกินคาดไปหมดเจ้าของเสียงคือโฉมงามประจำเมือง ศิษย์ของพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนแทบจะรู้จักเธอทั้งหมด ตั้งแต่เจ้าเมืองรับเธอเข้าพรรคมาก็ไม่มีบุรุษคนใดตั้งใจฝึกฝนได้เลยถ้าหากไม่อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าเมืองเห็นทีอาจจะมีเรื่องร้ายแรงเกินขึ้นก็เป็นได้ ด้วยความงดงามของเธอทำให้หญิงสาวถูกกล่าวขานในฐานะ "โฉมงามประหนึ่งเทพนิยาย"


            "ศิษย์น้องลาซิเฟียหรอกหรือ!!"


            "เท่านี้ข้อสงสัยที่มาก็กระจ่างแล้ว"


            "ที่แท้ก็เป็นลาซิเฟียหรอกหรือ!!!"


            กาติรัสที่รู้อยู่แก่ใจก็ยังอดที่จะกลั่นแกล้งเธอมิได้ "อะไรกันมาจากสี่ราชอาณาจักรหรอกหรือ... โชคร้ายจังนะ" น้ำเสียงขึงขังพลางแสดงสีหน้าเฉยชา บรรยากาศที่แผ่ซ่านออกมาทำให้รู้สึกเย็นเยียบจนสุดขั้ววิญญาณ


            หวังว่าเขาจะไม่ดูถูกข้าเหมือนที่คนอื่นเขาทำกันนะ...


            ลาซิเฟียปิดตาสนิท เธอไม่อยากมองใบหน้าของชายหนุ่มที่แสดงความเหยียดหยามออกมา เขาเป็นคนที่หยิ่งผยองและพร้อมจะเหยียบให้ผู้อื่นจมดินอยู่เสมอ ทว่า เสียงของตัวแทนคนต่อไปกลับทำให้หญิงสาวรู้สึกว่า เสียงที่ได้ยินนั้นอยู่ใกล้กับเธอเอามากๆ จนกระทั่งชื่อนั้นได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกมา


            "ข้ามีนามว่ากาติรัสเป็นตัวแทนจากราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย" น้ำเสียงเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปีและใบหน้าที่ปรากฏความเย็นยะเยือก


            ผู้ที่เข้าร่วมงานรื่นเริงก่อนการประลองย่อมรู้จักเขาเป็นอย่างดี เป็นบุรุษที่หาญกล้าต่อกรกับนายน้อยแห่งสามตระกูลใหญ่ ทว่า คนที่โชคชะตาไม่เข้าข้างกลับเป็นตัวนายน้อยเสียเอง มิหนำซ้ำยังเกือบถูกเขาพลั้งมือฆ่าตายเสียด้วย คนที่ได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นต่างประเมินชายหนุ่มอยู่ในระดับอัจฉริยะ ช่างน่าแปลกใจที่คืนนั้นเขาไม่ได้ทดสอบกับศิลาวัดระดับพลัง ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ


            มีผู้รู้ย่อมมีผู้ไม่รู้และพร้อมจะด่ากราดด้วยความโอหังยิ่ง "เจ้านั่นน่ะหรอ!? ตัวติดกับโฉมงามขนาดนั้น... ข้าอยากลงมือฆ่ามันเองเสียจริงๆ"


            "ฮะฮ่าฮ่า เขาดูบอบบางยิ่งนักไม่มีกลิ่นอายของความแข็งแกร่งเลยสักนิด"


            "การกระทำของมันช่างเรียกร้องให้ข้าเข้าไปกระทืบ"


            เสียงก่นด่าดังขึ้นพักใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม มันถาโถมไปทางการิตัสเสียยิ่งกว่าลาซิเฟียซะอีกก่อนถ้อยคำหนึ่งจะปลุกปั่นให้ผู้คนลุกฮือทั้งแท่นประลอง


            "เฮ้ย!? มันใส่อุปกรณ์เวทมนตร์ว่ะ"


            คนอื่นที่ได้ยินเช่นนั้นพลันเริ่มพิสูจน์ด้วยตนซึ่งเป็นดังคำกล่าว ไม่ว่าจะมองดูสักกี่รอบสเตตัสเบื้องหน้าก็ปรากฏแค่ความว่างเปล่า บ้างเชื่อครึ่งบ้างไม่เชื่อเพราะเขาอาจจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาสวมใส่อุปกรณ์เวทมนตร์ 


             "เฮ้ย!? ไอ่ลูกหมานี่ใส่อุปกรณ์เวทมนตร์จริงว่ะ"


            ถ้อยคำเริ่มก่นด่ารุนแรงยิ่งขึ้นบ้างก็ถึงขั้นสถบคำ อุปกรณ์เวทมนตร์มันกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไปแล้ว ใบหน้าของผู้เข้าแข่งขันหลายคนแปรเปลี่ยนเป็นเหยียมหยามอย่างที่สุด การที่ใส่อุปกรณ์เวทมนตร์เข้าแข่งขันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้!!


            "โยนมันออกไป!!" ครานี้ไม่ใช่เสียงของผู้เข้าแข่งขัน ทว่า กลับกลายเป็นการกระทำของเหล่าผู้ชมเสียเองก่อนพวกเขาจะประสานเสียงพร้อมใจกันกล่าว


            "โยนมันออกไป!! โยนมันออกไป!! โยนมันออกไป!!"


            เสียงนับหมื่นต่างกล่าวอย่างพร้อมเพรียง ยิ่งคนกล่าวตะโกนเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งทำให้ความมั่นใจของพวกเขามากขึ้นตามไปด้วย คนที่เคยเป็นประจักษ์ถึงพลังของชายหนุ่มก็เริ่มแปรพักตร์ฝักฝ่ายพลางกล่าวตามฝูงชนด้วยความฮึกเหิม


            "โยนมันออกไป!! โยนมันออกไป!! โยนมันออกไป!!"


            ลาซิเฟียที่ไม่คาดคิดเลยว่าผลตอบรับจะรุนแรงขนาดนี้ แรงกดดันที่ส่งผ่านออกมาจากผู้คนนับหมื่นล้วนทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนแทนเขาขึ้นมา ไม่อาจคาดเดาความรู้สึกของชายหนุ่มได้ ใบหน้าของเขาช่างเฉยชาและนิ่งงันตลอดเวลาก่อนลาซิเฟียจะเผยยิ้มน้อยๆพลางกล่าว "กาติรัส... อย่าได้สนใจเสียงนกเสียงกาเลยนะ แต่แท้จริงแล้ว เจ้าก็คงไม่ได้สนใจพวกมันจริงๆ หรอกมั้ง"


            ก่อนเสียงสายหนึ่งจะดังกึกก้องทั่วทั้งพื้นบริเวณ


            "หุบปาก!!"


            ...


            พลันตกเป็นเป้าสายตาในพริบตา สายตานับหมื่นคู่ต่างจับจ้องไปทางต้นตอของเสียงและมันผู้นั้นคือเจ้าเมือง!! สีหน้าแสดงความโกรธาออกมาราวกับถูกหยามเกียรติ เพียงเสียงของเขาที่เริ่มเอ่ยขึ้นทุกสรรพสิ่งต่างคืนสู่ความเงียบงัน


            "มีกฏข้อไหนห้ามใส่อุปกรณ์เวทมนตร์!! พวกเจ้ากล้าหยามเกียรติของข้าอย่างงั้นรึ!! ใหญ่มาจากไหนถึงได้กล้าไล่ผู้เข้าแข่งขันของข้ากัน!!"


            ยิ่งเจ้าเมืองได้ร่ายคำ ใบหน้าของผู้ที่ได้ก่นด่าก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเซียวและหวาดกลัว บางคนก็อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าเมืองออกตัวปกป้องมันอย่างจงใจหรือเขาแค่บ้าการรักษากฏโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนในงานรื่นเริงที่ได้เป็นประจักษ์ในเหตุการณ์เพราะตอนจบเจ้าเมืองก็เป็นคนที่ปกป้องมันจากผู้อาวุโสของตระกูลใหญ่


            "พวกเจ้ากำลังทำให้การประลองเสียเวลา!! จะไม่มีใครถูกตัดสิทธิ์ทั้งนั้น!!"


            คำกล่าวเจ้าเมืองถือเป็นคำขาดและไม่มีใครกล้าเถียงเขาเลยสักคนกระทั่งเหล่าปรมาจารย์จากสี่แดนเทพมนุษย์ แท้จริงแล้วพวกเขายังอยากเห็นความสามารถของชายหนุ่มมากกว่าจะให้มันถูกเตะออกจากแท่นประลองและบาโมท์ที่เริ่มจับสัมผัสได้ถึงความพิเศษที่เล็ดลอดออกมา


            "ข้าไม่ชอบบรรยากาศที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเจ้านั่นเลย" บาโมท์เอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด


            "เจ้าไม่ชอบงั้นหรือ? บรรยากาศที่เจ้าพูดมันเป็นเช่นไร" การ์กันต์เอ่ยถามด้วยความสงสัย น้อยครั้งนักที่บาโมท์จะกล่าวเรื่องที่ไม่ชอบขี้หน้าคนอื่น


            "ไม่รู้สิ... ยิ่งมองดูเจ้านั่นมากเท่าไหร่ ข้ายิ่งรู้สึกต่ำต้อยอย่างบอกไม่ถูก เป็นคนที่พิเศษจริงๆราวกับเกิดมาเพื่อเป็นราชันอย่างแท้จริง"


            ใบหน้าของการ์กันต์แปรเปลี่ยนเป็นขึงขังปนความใคร่รู้ ทุกคนต่างสรรเสริญชายหนุ่มคนนั้นกันทั้งสิ้นก่อนเขาจะจับจ้องไปยังกาติรัสโดยไม่กระพริบตาก่อนเอ่ยขึ้นอย่างขึงขัง "ข้าอยากรู้จริงๆว่ามันมีอะไรดีนักหนา ทั้งเจ้าทั้งเหมยหลินทั้งอาจารย์ยูไคถึงได้เอ่ยชมมันนัก"


            สถานการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นความโกลาหลไปก็เข้าสู่ความสงบอีกคราก่อนผู้อาวุโสเก๋อหลัวจะเอ่ยขึ้น "การประลองครั้งนี้จะเป็นแบบตะลุมบอน ผู้ที่เหลือรอดอยู่บนแท่นประลองเป็นห้าคนสุดท้ายคือผู้ชนะ เริ่ม!!!" สิ้นเสียงผู้อาวุโสเก๋อหลัวเรือนร่างของชายชราก็เลือนหายไปในทันควัน


            ท่ามกลางความสับสนและตกตะลึงของเหล่าผู้เข้าแข่งขัน ประลองแบบตะลุมบอน!! ปีนี้เป็นปีที่แปลกประหลาดที่สุดการประลองแบบไหนให้สู้กันแบบตะลุมบอนกันเล่า!! มันไม่สามารถวัดความสามารถที่แท้จริงได้เลย ต่อให้แข็งแกร่งขนาดไหนถ้าโดนรุมก็ไม่พ้นที่จะพ่ายแพ้ไป เป็นการทดสอบที่วัดในหลายๆอย่าง การหาพันธมิตร วัดความจริงใจหรือกระทั่งวัดการเป็นผู้นำ


            หลายคนยังคงไม่ได้สติว่าการแข่งขันนั้นเริ่มไปแล้วตั้งแต่สิ้นเสียงของผู้อาวุโสเก๋อหลัวก่อนบุรุษร่างสูงใหญ่จะใช้ตะบองกวาดผู้คนโดยรอบ


            ตู้มมมม


            เสียงดังสนั่นราวกับระเบิดพลางส่งร่างของหลายผู้เข้าแข่งขันลอยคว้างกลางอากาศ เป็นพละกำลังที่น่ายำเกรง รูปร่างสูงใหญ่ราวสองเมตรครึ่งสีผิวค่อนข้างคล้ำและร่างกายที่กำยำ ตะบองที่เพิ่งจะหวดออกไปง้างออกอีกคราพลันตวัดกวาดอีกครั้ง


            ตู้มมมม


            ตึก---


            ความรู้สึกที่ปลายตะบองราวกับกระทบเข้ากับเหล็กกล้า ทว่า พอได้สังเกตรูปลักษณ์นั้นดีๆ กลับกลายเป็นบุรุษที่มีรูปร่างสูงใหญ่ยิ่งกว่าสูงราวสองเมตรแปดสิบและศีรษะที่สวมหมวกเหล็กราวกับหมวกของนักรบ ทันทีที่กระทบเข้ากับตะบองบุรุษร่างสูงใหญ่ก็หันขวับมา "ฮะฮ่าฮ่าฮ่า มดกัดยังเจ็บกว่าเสียอีก" เสียงหัวร่อพลางใบหน้าแสดงความเย้ยหยัน


            ผัวะ


            หมัดหนักกระทบเข้ากับร่างบุรุษผู้ถือตะบองพลางส่งร่างของเขาลอยกระเด็นไปไกลนับหลายสิบเมตร


            "ฮึ่ม! อ่อนแอยิ่งนัก" น้ำเสียงผิดหวังและใบหน้าที่แสดงความดูถูกและได้ใจ


            ตั้งแต่บุรุษถือตะบองลอยกระเด็นไปไกล เหล่าฝูงชนก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางคนที่กระทำเช่นนั้นทันทีที่เห็นพวกเขาพลันโพล่งคำ "นั่นมัน เสียวต้าน!!"


            เสียวต้านหนึ่งในอัจฉริยะแห่งสามตระกูลใหญ่ นายน้อยแห่งตระกูลเสียว เสียวต้านที่ตกเป็นเป้าสนใจพลันกวาดตามองหาคนที่เขาเคียดแค้นที่สุด ชายหนุ่มที่เพิ่งเอ่ยว่ามาจากสี่ราชอาณาจักร คนที่กระทำการเกือบสังหารท่านพี่ของตน!!


            ด้วยความที่กาติรัสเป็นบุรุษที่มีเอกลักษณ์และเด่นสง่าเพียงสามลมหายใจ เสียวต้านก็สามารถหาเขาเจอพลางกล่าว "ไอ่ลูกสุนัขนั่น!!" น้ำเสียงโกรธเกลียดพลันพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเร็วยิ่งและจิตสังหารที่ท่วมท้น เป็นเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน!!


            ลาซิเฟียกล่าวตะโกนก้อง "กาติรัส!!" อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของเธอที่กำลังร่ำร้องว่าต้องปกป้องเขาไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งสักแค่ไหนก็ตาม ต่อให้มันจะเป็นประโยชน์ต่อเขาสักเล็กน้อยก็ยังดี เพียงเสี้ยววินาทีที่หญิงสาวพยายามจะร่ายเวทย์ แต่ทว่า...


            อ๊อค-----


            ฝ่ามืออันบอบบางลูบผ่านริมฝีปากพลางร่างกายที่สั่นเทิ้ม หยาดโลหิตสีแดงชาดไหลอาบผ่านฝ่ามือจนทะลักออกมา รู้สึกราวกับร่างกายกำลังปั่นป่วนไปหมดการโคจรของพลังเวทย์ก็เกิดผิดเพี้ยน อาการของบ่อกักเก็บพลังเวทย์ที่พังเสียหายเกิดกำเริบขึ้นมา อาจเป็นเพราะอาการตกใจจนทำให้เธอฝืนใช้พลังจนเกินพิกัดเท่าที่สามารถใช้ได้


            "บ้าที่สุด! ทำไมต้องในเวลาแบบนี้!!" ลาซิเฟียกล่าวอย่างหงุดหงิดพลางกัดฟันดัง กรอดดด


            กาติรัสที่คิดจะเข้าไปช่วยโคจรพลังเวทย์ให้ลาซิเฟียก็จำใจตั้งท่ารับมือกับเสียวต้านที่กำลังพุ่งตัวเข้ามา ใบหน้าที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปีก่อนนัยน์ตาที่คมกริบจะจับจ้องเสียวต้านที่กำลังพุ่งมา


            "บังอาจทำให้ท่านพี่เสียวหลงบาดเจ็บปางตาย เจ้าจงตายซะเถอะ!!"


            เสียวต้านง้างหมัดออกพลางพลังกายที่อัดแน่นอยู่เต็มกำปั้น การพุ่งเข้ามาโจมตีนับว่าอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ มันยากจะหาจุดอ่อนได้ เขาดูคล่องแคล่วว่องไวผิดกับร่างกายที่ใหญ่โตและเนื่องด้วยร่างกายที่สูงใหญ่และระยะหมัดที่กว้างไกลยิ่งส่งผลให้เป็นการกดดันศัตรูได้เป็นอย่างดี หากเทียบกับรุ่นเดียวกันเขานับเป็นอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัยเลย


            ฟึ่บ~


            เพียงพริบตาเรือนร่างของกาติรัสกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของเสียวต้าน รวดเร็วราวกับทะลุมิติ เสียวต้านที่อยู่ในท่าทางพุ่งทะยานเข้ามาก็ถึงกับอึ้งทึ่ง ไม่อาจหยุดการพุ่งตัวได้อีกแล้ว กาติรัสเข้ามาใกล้จนระยะเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ...


            ปับ!


            ฝ่ามือชายหนุ่มบีบจับศีรษะของเสียวต้านที่แม้มันจะสวมหมวกเหล็กไว้ก็ตาม "พี่หรือ..." น้ำเสียงเย็นยะเยือกจนรู้สึกหนาวเย็นจนถึงกระดูกดำ


            ก่อนจะปรากฏแสงสีขาวนวลภายในกำปั้น


            ทะทว๊าปปปปป


            กรอบบบบบบบบบบบ


            เสียงโลหะแตกกระจายดังกึกก้องทั่วทั้งบริเวณ เสียวต้านพลางตาเหลือกและสิ้นสติในทันที บุรุษที่สูงราวสองเมตรต้นๆบีบจับศีรษะของบุรุษสูงสองเมตรแปดสิบพลางขว้างร่างที่สิ้นสติของมันลอยกระเด็นไปไกลด้วยความเร็วดั่งสายอัสนี


            เปรี้ยง!


            ร่างของเสียวต้านกระเด็นไปไกลจนกระทบกับม่านคุ้มกันที่สร้างไว้ห่างจากแท่นประลองถึงสามร้อยเมตร เจ้าเมืองสร้างมันไว้เพื่อคุ้มกันเหล่าผู้ชมที่อาจจะกลายเป็นลูกหลงจากการปะทะกันอย่างไม่รู้ตัว ก่อนร่างของเสียวต้านจะตกลงสู่ผืนธรณีเบื้องล่างพลางโลหิตที่เริ่มไหลอาบนองบริเวณโดยรอบ ไม่อาจบอกได้เลยว่าเสียวต้านตายแล้วหรือยัง แต่ด้วยร่างกายที่นิ่งสนิทและโลหิตที่อาบท่วมยิ่งทำให้ผู้คนในตระกูลเสียวอดคิดไม่ได้ว่าเสียวต้านได้ตายไปแล้ว


            "มดปลวกที่ฝันเฝื่องว่าตนเองเก่งกาจทัดเทียมพญามังกร"

            

            ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,749 พลังกาย:267,988 พลังเวทย์:859,411 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ