กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่เจ็ดสิบเก้า อยากหยุดเวลาไว้

    ตอนที่เจ็ดสิบเก้า อยากหยุดเวลาไว้

    ท่ามกลางสายตาของคนบางคนในทีมเชียร์ผมรู้สึกว่ามีพลังเวทย์ระดับเล็กน้อยที่น่าจะพอสาปแช่งคนได้ในตอนนี้

    แต่อย่างว่าล่ะ วิลโล่ที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทย์ในตอนแรก

    ตอนจะจบซีรี่ย์ก็เกือบจะสามารถทำลายโลกได้เลยว่าขอเพียงเราขายวิญญาณให้กับปีศาจไปมากพออะไรก็เกิดขึ้นได้

    ผมงงๆกับเรื่องนี้เหมือนกัน

    เพราะเหมือนด่าปิตาธิปไตย

    ด่าว่าคนเชื่อถือศาสนาคือคนโง่เขลา

    แต่แม่มดในโลกนี้ขายวิญญาณให้กับซาตานจริงๆ

    บูชายัญเด็กแรกเกิดบนแท่นพิธีกรรม

    มีออร์กี้เซ็กส์หมู่ต่อหน้ารูปปั้นแพะแบบBerserk หรือบอสบาโฟเมธแห่ง Ragnarokนั่นเอง

    ผมก็งงๆเหมือนกันว่าคนเขียนจะสื่ออะไรกันแน่?

    ตกลงจะให้คนคลั่งศาสนาดีหรือไม่ดีกันแน่?

    หรือคนคลั่งซาตานดีหรือไม่ดีกันแน่เอาสักอย่าง?

    ผมเดาว่ามันจะออกมามุกของสตาวอส์

    ที่นักเขียนชอบด่าว่าโยดาหัวโบราณคร่ำครึเคร่งกฎมากเกินไป

    แต่พอมาเขียนตอนหลังให้ลุคผ่อนคลายกฎ

    เท่านั้นล่ะ เจอแต่เจได้ที่ตกเข้าสู่ด้านมืดเต็มไปหมด

    เรียกว่าโยดาปกครองมาเกือบพันปีแทบไม่มีปัญหา

    พอผ่อนคลายกฎของเจได้ในยุคของลุคขึ้นมาทีแต่ละคนเข้าดาร์กไซด์ด้านมืดของพลังกันไปแทบทุกคน

    สรุปคือจะสื่อว่า แนวทางหัวอนุรักษ์ล้าหลังนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วหากคิดว่าจะป้องกันเจไดไม่ให้ตกสู่ด้านมืดว่าอย่างนั้น?

    อาจจะไม่ใช่สิ่งที่นักเขียนต้องการสื่อในนิยายแต่ผลลัพธ์มันออกมาทำให้คิดเป็นอีกอย่าง

    ตกลงเวทย์มันดีหรือไม่ดีกันแน่ฟะ?

    ผมสันนิษฐานว่าตอนแรกที่นักเขียนเขียนให้วิลโล่เสพติดเวทย์คือช่วงที่กำลังพยายามเขียนให้มีดราม่าจะได้ตื่นเต้นว่าการมีพลังเวทย์ต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง

    “สูญเสียวิญญาณหรือตัวตนของตนเองแลกกับพลัง”

    แต่ท่าทางจะเจอแฟนคลับที่เป็นผู้หญิงสายนิวเอจNew Age เวทมนตร์มองว่าเป็นการทำให้เสนอเวทย์ในด้านไม่ดี

    ตอนหลังเลยกลายเป็นว่าใช้เวทย์ได้เลยไม่เป็นไร ที่ตอนแรกเกิดอาการป่วยเพราะใช้เวทย์น้อยไป

    ใช้เวทย์ให้มากขึ้นเดี๋ยวก็หายและไม่มีปัญหาในการใช้เวทย์จากนั้นอีกเลยว่าอย่างนั้น

    คงจะรู้ตัวว่าถ้าเผลอเขียนให้เวทย์มีผลร้ายจริงๆจะกลายเป็นว่าดันทำให้ฝ่ายคลั่งศาสนาคิดถูกที่กระทืบพวกนี้ในการล่าแม่มดต่างๆ

    สารภาพตามตรง ผมอยากให้ท่านมอซกุซแห่งBerserk อิเซไคมาในโลกนี้เหลือเกิน

    เราต้องการคนเผาแม่มดตามตำราแบบท่านอย่างที่ไม่เคยต้องการมาก่อนในโลกนี้

    จากการที่ผมเจอเรื่องพวกนี้มาสักพักทำให้ผมสรุปได้ว่า เราเกลียดคนล่าแม่มด เพราะเราเห็นว่าพวกเขาเผาหญิงสาวผู้บริสุทธิ์เผาผิดคน

    ถ้าหากพวกเขาเผาถูกคนเราจะเชียร์ว่าพวกเขาคือพระเอกของเรื่องนั่นเอง

    ว่าพ่อมด แม่มดบางคนที่จะจับเด็กสาวบริสุทธิ์ไปบูชาเทพเจ้าหรือปีศาจก็ไม่ต่างกับแวมไพร์หรอกตามสายตาของผม

    พวกเขาคือผู้ใช้แสตนด์

    ผมสูดลมหายใจลึกๆอยากหยุดเวลาเอาไว้แต่ผมนึกได้ว่า ผมทำหรือไม่ทำอะไรมันก็มันมีผลเช่นกัน

    อย่างที่พระแม่อควอว่าไว้ หากต้องทำหรือไม่ทำแล้วจะเสียใจทีหลังเหมือนกัน

    ให้เลือกทำเรื่องที่เรามีความสุขตอนนี้จะดีกว่า

    ฮ่า

    ผมทำท่าไม่สนบอนนี่ที่กำลังทำท่าสะบัดมืออยู่แต่ไปจ้องกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์

    “บอกไว้ก่อนนะนั่นรวมถึงพวกเธอเหมือนกัน หากพวกเธอเล่นอะไรตุกติก ผมจะหักขาพวกเธอซะ”

    คำกล่าวของผมทำให้ทั้งกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ถึงกับตกใจแต่อย่างว่าล่ะ

    แค่ขาหักน่ะมันเทียบไม่ได้กับการโดนปีษจจับไปทรมานในยนรกหรอกนะ

    ผมอยากหยุดเวลาไว้ แต่คงหยุดเวลาไม่ให้พวกเธอทำเรื่องที่พวกเธออยากทำไม่ได้

    ที่ผมทำได้ ก็คงแค่ต้องเตือนกันแรงๆเท่านั้นหากเตือนธรรมดาและคาดหวังต่อ”ความดีงามที่อยู่เบื้องลึกในจิตใจของผู้คน”นั้นมันไม่ได้ผล

    “เลโอนาร์ดเธอ—“

    บอนนี่กำลังจะพูดจาหัวเราะกลบเกลื่อน

    “ผมไม่ได้ล้อเล่น ใครเล่นตุกติกนอกเหนือจากการแข่งแบบตรงไปตรงมา ผมจะหักขาคนคนนั้นซะ ไม่ว่าพวกเขาหรือเธอจะเป็นใครก็ตาม”

    ผมจ้องสายตาบอนนี่อย่างแข็งกร้าว

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน