การหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง

    บทที่ 59 แขกไม่ได้รับเชิญ

    บทที่ 59

    แขกไม่ได้รับเชิญ

    หลังจากที่มาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านนอกกำแพงเรือนของตน 

    เจียงเฟิงที่แสดงท่าทางสงบนิ่งใช้หมัดของตนเองปล่อยออกไปด้านหน้า 

    แน่นอนว่าพลังหมัดนั้นสั่นสะเทือนทำให้อากาศนั้นสั่นไหว 

    บริเวณด้านหน้าที่มีเพียงแค่ความมืดมิดตอนนี้อยู่ๆก็มีร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏออกมา 

    คนผู้นั้นสวมใส่ชุดสีขาวร่างกายโดนต่อยจนกระเด็นไปด้านหลัง 

    อีกฝ่ายใช้สองเท้าถีบลงที่พื้นแล้วก็พยายามทรงตัวของตนเองจากแรงต่อยที่โดนเข้ามา 

    เจียงเฟิงมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน 

    คนผู้นี้เป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งใบหน้าดูธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น อีกฝ่ายใส่อาภรณ์สีขาวทั่วทั้งร่างกายแถมความแข็งแกร่งพื้นฐานของร่างกายยังไม่ธรรมดา 

    เจียงเฟิงมองดูเพียงครั้งเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตสาม

    เจียงเฟิงขมวดคิ้ว เขารู้สึกสงสัยเหตุใดผู้ฝึกปราณขอบเขตสามถึง มาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้ 

    เขาเพิ่งเดินทางเข้าเมืองมาได้ไม่นาน ด้วยเวลาที่เพิ่งเดินทางเข้ามาภายในเมืองไม่น่าจะมีคนสังเกตเห็นถึงตัวของเขา 

    เจียงเฟิงมั่นใจว่าไม่มีใครให้ความสนใจกับเขา

    เมื่อเจียงเฟิงมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครภายในเมืองหลวงที่น่าจะสนใจตัวของเขา 

    ถ้าแบบนั้นการที่คนผู้นี้มาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ก็ต้องแปลว่าเรื่องนั้นมาจากด้านนอกเมือง 

    เจียงเฟิงครุ่นคิดย้อนกลับไปในความทรงจำของตนเอง 

    เหตุการณ์ที่จะทำให้เขานั้นมีโอกาสที่จะโดนตามล่าโดยผู้ฝึกปราณขอบเขตสาม มันเองก็อาจจะมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวนั่นคือตอนที่เขายืนสนทนากับเกาเฉิน

    นี่แสดงว่าเจ้าคนด้านหน้านี้น่าจะตามเข้ามาเพราะว่าเขาเคยสนทนากับเกาเฉิน 

    มันคือหนึ่งในนักฆ่าที่น่าจะเดินทางมาเพื่อรอบฆ่า หรืออาจจะเป็นพวกเดียวกับคนที่รอบสังหารเกาเฉิน

    เจียงเฟิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาได้อย่างรวดเร็ว 

    เขาจ้องมองไปที่อีกฝ่ายอีกฝ่ายก็จ้องมองมาที่เขา 

    เจียงเฟิงมุมปากกระตุก 

    ตัวของเขาไม่คิดว่าเกาเฉินจะพาเรื่องซวยเข้ามาหาตนเองแบบนี้ 

    มารดามันเถอะอีกฝ่ายโดนตามล่าก็โดนไปสิ ตัวของเขายังไม่รู้จักกับหมอนั่นเลยสักนิดรู้จักเพียงแค่ชื่อ เจ้านักฆ่าพวกนี้ไม่แยกแยะความถูกต้องเล่นมาตามไล่ล่าเขาไปด้วย

    เจียงเฟิงแม้พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่เขาเองก็ยังคงถามออกมา “เจ้าเป็นใคร?”

    “มาซ่อนตัวอยู่ด้านนอกบ้านของผู้อื่นเช่นนี้ไม่ใช่การกระทำที่ดีเลย”

    หลังจากที่ได้ยินคำพูดของบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้า ชายวัยกลางคนผู้นั้นขมวดคิ้วในใจของมันกำลังคำนวณหลายอย่าง 

    แน่นอนว่ามันนั้นเป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตสาม 

    เพียงแต่ว่าการโจมตีเมื่อคู่ที่ปะทะเข้าใส่ร่างกายของมันทำให้มันตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง 

    แม้แต่ร่างกายของผู้ฝึกปราณขอบเขสาม ของมันก็ไม่สามารถต้านทานได้ 

    ในตอนนี้มันพอจะมองออกว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตสองเท่านั้น 

    เพียงแต่ว่าผู้ฝึกยุทธขอบเขตสองที่เป็นขอบเขตขัดเกลาเส้นเอ็น เหตุใดถึงแข็งแกร่งขนาดนี้กัน 

    มันไม่เข้าใจเลยสักนิดเพียงแค่หมัดเดียวก็ทำให้มันถอยหลังได้ 

    แถมการจู่โจมก่อนหน้านี้ที่อีกฝ่ายพุ่งออกมาจากด้านในบ้าน ความเร็วนั้นกลับเป็นความเร็วที่ไม่ธรรมดา ตัวของมันไม่สามารถหลบการโจมตีและการปรากฏกายของอีกฝ่ายได้ด้วยซ้ำ

    ด้วยเพราะเหตุผลพวกนี้แน่นอนว่าต้องทำให้มือสังหารผู้นี้รู้สึกหนักใจ 

    มันไม่รู้ว่าในตอนนี้มันควรจะตัดสินสถานการณ์แบบไหน 

    มันควรจะหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ หรือว่าควรจะจับตัวบุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าให้ได้ตามแผนการ 

    ก่อนหน้านี้มันได้รับคำสั่งมาจริงๆ อันที่จริงแล้วตัวของมันเป็นเพียงแค่นักฆ่าปลายแถว การที่ส่งมาทำภารกิจในการไล่ล่าสังหารเกาเฉินในครั้งนี้ มันเองก็รับหน้าที่เป็นเพียงแค่พวกคนที่สืบข่าวเท่านั้น 

    แต่ว่าอยู่ๆภายในกลุ่มนักฆ่าก็ให้งานมันมาจับตัวบุรุษที่อยู่ด้านหน้าของมันไป 

    นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาสังเกตว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเกาเฉิน

    ทั้งสองน่าจะเป็นสหายกันเพราะแบบนั้นพวกมันจึงต้องการจับตัวบุรุษหนุ่มผู้นี้ 

    ต้องรู้มาก่อนว่าพวกมันนั้นตามล่าเกาเฉินมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว 

    แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาพวกมันไม่สามารถทำอันใดเกาเฉินได้เลย

    ไม่เพียงแค่นั้นสมาชิกของพวกมันทั้งหมดนับวันยิ่งน้อยลงเรื่อยๆเพราะว่าโดนเกาเฉินสังหาร

    ในตอนนี้พวกมันจึงตัดสินใจดำเนินแผนการเช่นนี้ ถ้าเกิดว่าได้ตัวสหายของเกาเฉินมาอย่างน้อยพวกมันเองก็อาจจะใช้วิธีนี้ข่มขู่เกาเฉินได้

    ยังไงซะเกาเฉินเองก็ยังคงเป็นมนุษย์ เมื่อสหายของตนเองโดนจับตัวอีกฝ่ายต้องลังเลแน่นอน 

    เพราะแบบนั้นมันจึงได้รับภารกิจในครั้งนี้มาตามล่าบุรุษที่อยู่ด้านหน้าที่น่าจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสอง 

    แต่ว่าทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่มันคิดหลังจากที่รับหมัดนั้นไป กระดูกแขนของมันยังเกิดอาการบาดเจ็บด้วยซ้ำ 

    นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้า ไม่ได้ธรรมดาอย่างรูปลักษณ์ภายนอกที่แสดงให้เห็น และไม่ได้เป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตสองธรรมดาอย่างแน่นอน

    เจียงเฟิงหรี่ตาของตนเองลง เขาคิดภายในใจอย่างรวดเร็ว ‘อย่าบอกนะว่าเป็นพวกขี้ขลาด’

    ‘ให้ตายเถอะไอ้พวกนี้มันคงเป็นพวกสืบข่าวในกลุ่มของนักฆ่าสินะ’

    ‘ดูเหมือนว่าไอ้พวกขอบเขตห้าที่พอมีฝีมือน่าจะตามล่าเกาเฉินอยู่’

    เจียงเฟิงมองเห็นถึงความลังเลในสายตาของอีกฝ่ายได้ 

    เพราะแบบนั้นตัวของเขาจึงรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังคำนวณผลได้ผลเสียในครั้งนี้ 

    เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้เด็ดขาดเหมือนพวกนักฆ่า  แสดงว่ามันน่าจะเป็นคนที่มีตำแหน่งต่ำๆภายในกลุ่มนักฆ่า 

    แถมกลุ่มนักฆ่าที่ตามล่าเกาเฉินส่วนใหญ่คนที่ลงมือก็เป็นคนที่อยู่ในขอบเขตห้า 

    แสดงว่าคนผู้นี้น่าจะทำหน้าที่อื่นอย่างเช่นการสืบข่าวและหาร่องรอย 

    คนในกลุ่มนักฆ่าประเภทนี้ส่วนใหญ่ จิตใจไม่ได้เด็ดขาดเทียบเท่ากับพวกนักฆ่าที่ลงมือ 

    หลังจากที่มันโดนพลังที่ระเบิดโจมตีของเขาเข้าไป แน่นอนว่ามันต้องรู้สึกสับสนในพลังของเขา 

    อีกฝ่ายอาจจะกำลังคิดว่าเจียงเฟิงปิดบังพลังที่แท้จริงของตนเองอยู่ 

    แต่ที่แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย เจียงเฟิงเป็นทั้งผู้ฝึกยุทธแล้วก็ผู้ฝึกปราณ เขาสามารถใช้พลังปราณวิญญาณและปราณต่อสู้รวมกันได้ 

    หลังจากที่ทั้งสองอย่างระเบิดพร้อมกันขอบเขตที่การโจมตีระเบิดออกมา มันย่อมรุนแรงกว่าขอบเขตธรรมดาทั่วไป 

    เพราะแบบนี้ผู้คนถึงบอกว่าคนที่ฝึกฝนทั้งเป็นผู้ฝึกปรานและผู้ฝึกยุทธจึงมีความแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนธรรมดาทั่วไป 

    ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังลังเลแล้วก็ยืนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

    เจียงเฟิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้ตอบสนองแล้ว 

    ในครั้งนี้ร่างกายของเขาพุ่งตรงออกไปอีกครั้ง 

    ร่างของเขาพุ่งราวกับว่าเป็นลูกธนูที่พุ่งใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว 

    นักฆ่าคนนั้นตื่นตัวในทันทีมันหันกลับมาแล้วก็ตั้งท่าเตรียมป้องกัน 

    อีกฝ่ายยกแขนของตนเองขึ้นเพราะเห็นว่าเจียงเฟิงกำลังจะใช้หมัดของตนเองต่อยเข้ามา 

    มันยังคงจำความเจ็บปวดที่มันได้รับก่อนหน้านี้ได้ ในครั้งนี้มันเลยรวบรวมปราณวิญญาณป้องกันแขนของตนเองเอาไว้ 

    เจียงเฟิงไม่ได้ปล่อยมันออกไปอย่างที่มันคิด 

    ในช่วงวินาทีที่เขาเข้าประชิดร่างกายของอีกฝ่าย เจียงเฟิงใช้ขาของตนเองฟาดเข้าไปที่ข้างลำตัวของมัน 

    เสียงแตกหักดังขึ้นพร้อมกับร่างกายของผู้ฝึกปราณที่อยู่ด้านหน้าที่กระเด็นไปไกลหลายเมตร 

    มันกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นเมื่อหยุดลงนักฆ่าคนนั้นก็กระอักโลหิตออกมา 

    อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกปราณขอบเขตสาม 

    ร่างกายของมันไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับผู้ฝึกยุทธ เพราะแบบนั้นการที่เขาระเบิดพลังเช่นนี้  ใช้ทั้งปราณต่อสู้แล้วก็ปราณวิญญาณรวมกันอีกฝ่ายย่อมไม่สามารถต้านทานได้  

    ในครั้งนี้นักฆ่าที่อยู่ด้านหน้าดูเหมือนว่ามันจะไม่ลังเลแล้ว 

    มันตั้งใจที่จะลุกขึ้นแล้วก็หนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ 

    มันควรจะไปขอกำลังเสริมแล้วก็ควรจะรายงานเกี่ยวกับเรื่องชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าออกไป 

    เจียงเฟิงยิ้มและหลังจากที่รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงเฟิง ในตอนนั้นเองมีแสงสีเขียวปรากฏขึ้นมาจากหน้าอกของเจียงเฟิง



    ตอนเย็นมีอีกหนึ่งตอนนะครับ

    คล้ายกับเรื่องการหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง ที่คุณอ่าน