บทที่ 121
การทำอาหารอย่างแสนสุขได้จบลงในเวลาต่อมา มันมีหลายเมนูให้เลือกสรร ทั้งแนวจีน ไทย อิตาเลียน จากความร่วมมือร่วมแรงของทุกๆคน ครีมเองก็ไม่ลืมแสดงฝีมือเมนูโปรดของเธอ หมูเกาหลีใส่หอมหัวใหญ่ แม้ว่าใครจะไม่ชอบกิน แต่เมื่อได้ลองก็ต้องติดใจกันเป็นแถวๆ“คุณแม่กัญญาครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษากับคุณแม่สักหน่อยน่ะครับ..” ไอซ์เริ่มกล่าวเข้าประเด็น เพราะเขาต้องการให้คุณแม่ตกลงที่จะย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านตามแผนของเขา“ปรึกษาเรื่องอะไรจ๊ะ ถ้าจะขอหนูปอนแต่งงานแม่ก็โอเคนะ แต่ต้องรอจบมหาวิทยาลัยกันก่อน โอเคไหม” กัญญากล่าวออกมาอย่างไม่แคร์ใครทั้งนั้น การที่ได้ลูกเขยอย่างไอซ์มันไม่ใช่ว่าจะหากันได้ข้างถนนเสียเมื่อไร มีโอกาสก็รีบคว้าเอาไว้ก่อน“คุณแม่!.. เราเป็นแค่เพื่อนกันนะคะตอนนี้ อีกอย่างมันค่อนข้างเร็วเกินไป” ปังปอนกล่าวพร้อมกับทำท่าเขินอายอย่างน่ารัก ไอซ์ที่เห็นก็อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่เขาก็ต้องกดความรู้สึกนั้นเอาไว้ก่อน ถ้าผิดหวังมามันจะเป็นเขาเองนั่นแหละที่เสียใจ“อะไรกัน! ก็แม่อยากได้หนูไอซ์มาเป็นลูกเขยนี่นา น้องครีมคิดว่าไงจ๊ะ ทั้งสองเหมาะสมกันไหม” กัญญาทำหน้าตึงๆก่อนจะเริ่มหาพรรคหาพวกร่วมขบวนการของเธอทันที“นั่นสินะ ทั้งสองก็ดูเหมาะสมกันดีนะคะพี่กัญญา.. ยัยครีมแกจะได้มีน้องสะใภ้ก็วันนี้แหละ” บิวตี้ที่เห็นโอกาสก็อดที่จะเอ่ยแซวเพื่อนรักของเธอไม่ได้ แน่นอนว่ามันทำให้ครีมหันมาแขวะเลยทีเดียว“อะแฮ่ม! คุณพี่กัญญาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไปนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กๆมัน เราต้องปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจเองถึงจะถูก” ครีมกล่าวออกไปตามมารยาท มันทำให้กัญญาผิดหวังเล็กน้อย“อะไรกัน! โธ่.. น่าสงสารหนูปอนจังเลย ต้องรออีกนานเท่าไรกันนะ..” กัญญากล่าว“คุณแม่เจ้าคะ แป้งว่าปล่อยๆน้องไปเถอะค่ะ ถ้าเป็นคู่กันจริงๆมันคงไม่คลาดกันหรอกเจ้าค่ะ” แป้งกล่าวพร้อมกับตักบิงซูที่หลินฟางฟางทำขึ้นมาเข้าปาก แน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะถ่ายรูปอัปลงโซเชียลของเธอ“แฮ่ๆ ต้องขอโทษนะครับ แต่เรื่องนี้เวลาคงเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของผมน่ะครับ แต่ตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการก่อน.. จะว่ายังไงดีล่ะครับ คือว่าอย่างที่คุณแม่กับพี่แป้งรู้ วันนี้มีเหตุก่อการร้าย และพวกมันพุ่งเป้ามาที่ผม พวกมันเห็นหน้าตาของปอนไปแล้วด้วย ผมเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก เลยอยากจะขอให้คุณแม่อนุญาตให้ทั้งครอบครัวของคุณแม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านเดียวกันน่ะครับ” ไอซ์กล่าว“ปอนบอกแม่แล้วล่ะ.. เอาสิ! อย่างน้อยก็จะได้อยู่ใกล้กับดาราใหญ่อย่างคุณหลิน..” กัญญากล่าวตกลงอย่างไม่ต้องคิดอะไรเลย ทั้งๆที่ไอซ์เตรียมหาเหตุผลตั้งนานเพื่อที่จะโน้มน้าวเธออยู่นานหลายนาที แต่มันก็ไม่ได้ใช้เลย“นั่นสิๆ น่าสนุกดีนะว่าไหม.. ปิ่นเองก็ไปอยู่ด้วย ดีล่ะ เราจะได้กลับมาตั้งวงไพ่กันอีกรอบ.. แต่ว่านะ ครีมรอบนี้แกเสียแกต้องจ่ายนะ ห้ามอุบอิบเหมือนตอนมหาวิทยาลัยล่ะ” แป้งกล่าวก่อนจะหันไปจ้องกับครีม และมันทำให้ครีมโกรธขึ้นมาเล็กน้อยที่เพื่อนเอาความจริงมาพูดเล่นต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้“เห่อ! รอบนี้ฉันจะกินแกให้หมดตัวเลยคอยดูเถอะยัยแป้ง..” ครีมกล่าวพร้อมกับเสียงหัวเราะจากทุกคนที่ดังมาเป็นระยะ นอกจากนี้คุณแม่กัญญาเองก็เสนอตัวเล่นด้วยอีกคน ปังปอนกับหลินฟางฟางได้แต่มองหน้ากันและกันอย่างมึนๆ เหมือนว่าเธอสองคนเป็นแค่ส่วนเกินของวงพี่สาวเท่านั้น แต่มันก็นับว่าสุขใจดี เวลาผ่านไปจนถึงช่วงสามทุ่ม พวกเขาก็เริ่มแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน หลินฟางฟาง ปิ่น เกียรติไกร เดินทางไปพักที่โรงแรมในเครือตระกูลหลิน ครอบครัวกัญญาเดินทางกลับบ้านของตัวเอง และมีบอดี้การ์ดตามกลับไปด้วยมากกว่า 10 คน เพราะเธอให้เหตุผลว่าต้องเก็บเสื้อผ้าข้าวของเตรียมย้ายบ้านด้วยเช่นกัน จนทำให้ตอนนี้เหลือเพียงครีม บิวตี้ และไอซ์สามพี่น้องเท่านั้น“ไอซ์วันนี้แกต้องไปไหนหรือเปล่า..” ครีมกล่าวถาม“ผมว่าจะไปติดตามข่าวที่ดันเจี้ยนน่ะครับ ช่วงนี้บริษัทผมก็ยังมีอะไรต้องทำอีกหลายอย่างด้วยเหมือนกัน” ไอซ์กล่าวไปตามความเป็นจริง ตอนนี้เขารู้แล้วว่ายังมีเสือซ่อนอยู่อีกจำนวนมาก ถ้าเขาไม่พัฒนาตัวเองแล้วล่ะก็ เขาจะค่อยๆเสียอำนาจในการต่อรองไปมากกว่านี้“อย่างนั้นเหรอ งั้นวันนี้ฉันเฝ้ายัยบิวตี้เองก็แล้วกัน..” ครีมกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ“ถ้าอย่างนั้น ผมไปก่อนนะครับ.. เดี๋ยวมันจะดึกมากกว่านี้” ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ขอตัวออกไปอีกคน ครีมไม่ลืมที่จะบอกกับน้องชายเรื่องเตรียมของย้ายบ้านให้เรียบร้อย ไอซ์ก็พยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป จนตอนนี้เหลือเพียงแค่สองสาวตามประสาเพื่อนรัก“เห้ออ แกนี่น้า หลงรักคนมีเจ้าของตลอดเลยนะ..” บิวตี้ที่เห็นว่ามันมีโอกาสได้กล่าว เธอก็พูดออกมา“ก็ใครมันจะไปรู้ว่าใครโสดไม่โสดล่ะจริงไหม แต่ก็ยังดีที่ยังไม่ได้คิดอะไรมากเท่าไร” ครีมกล่าว“ไม่ได้คิดมากเท่าไรจริงเหรอ ฉันเป็นเพื่อนแกมากี่ปีแล้ว ทำไมจะไม่รู้ล่ะ แกเป็นประเภทที่เริ่มรักจากร้อยนะ..” บิวตี้กล่าวถามย้ำอีกครั้ง เธอเข้าใจดีว่าเพื่อนของเธอเป็นพวกที่รักใครแล้วก็รักแบบเต็มร้อย เกลียดก็เกลียดอย่างเต็มร้อยเช่นกัน ในพจนานุกรมของครีมมีแต่ 100 กับ -100 เท่านั้น“อย่าทำเป็นรู้ดีได้ไหม ถึงจะเป็นคนรักไม่ได้ ก็ยังเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันได้อยู่นี่นา.. ก็แค่ต้องทำใจเล็กน้อยเท่านั้น” ครีมกล่าว บิวตี้ที่ได้ยินก็ส่ายหัวให้เล็กน้อย“ก็นะ เขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่น พึ่งพาได้ หน้าตาก็ดี สุภาพ ใครไม่หลงบ้างก็แปลก แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นฉันเข้าใจถูกไหม..” บิวตี้กล่าว ครีมเองก็ยอมรับไปตรงๆ จะปิดบังเพื่อนซี้คนนี้มันเป็นอะไรที่เธอไม่สามารถจริงๆ“ก็ใช่.. มันอาจเป็นเพราะว่าเขาช่วยชีวิตฉันในวันนี้ก็ได้แหละมั้งนะ.. แต่ช่างเถอะนะ ให้มันผ่านๆไป แกเถอะ ดีขึ้นบ้างหรือยัง..” ครีมกล่าว“สบายหายห่วงจ้า แกก็รีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ ป้ายร้านก็ยังไม่ได้สั่งกันเลยนะ เดี๋ยวก็เกินกำหนดกันพอดี..” บิวตี้กล่าวพร้อมกับไล่ให้ครีมไปอาบน้ำ และพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้มันเป็นศึกหนักจริงๆสำหรับเธอ เธออาจจะต้องวุ่นวายทั้งวันจริงๆตามที่บิวตี้บอก ในเวลาต่อมาไม่นานหลังจากที่ไอซ์มุ่งตรงไปยังดันเจี้ยน... ทางออกสนามบินเชียงใหม่..“ในที่สุดเราก็เดินทางมาจนได้..” ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวออกมา และข้างๆเธอมีบอดี้การ์ดคุมเชิงอีกหลายสิบชีวิต แน่นอนว่าเธอคือท่านหญิงที่ใครๆต่างก็เรียกขาน“ท่านหญิงขอรับ เชิญทางนี้ขอรับ.. เรากำลังจะเดินทางไปยังโรมแรม 5 ดาวที่จองเอาไว้ขอรับ” บอดี้การ์ดคนสนิทกล่าวพร้อมกับผายมือเชิญให้เจ้านายของตนขึ้นรถที่ถูกจัดเตรียมมา แม้ว่ามันจะไม่ได้หรูเพียงพอกับฐานะของท่านหญิง แต่มันก็นับว่าดูดีระดับหนึ่งเลย“อืมมๆๆ” ท่านหญิงกล่าวพยักหน้าให้เล็กน้อย เธอเข้าใจว่าการเดินทางครั้งนี้มันค่อนข้างกะทันหันไป การจัดเตรียมได้เท่านี้ก็นับว่าดีมากแล้ว อีกอย่างเธอเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องมากอะไรอีกด้วย เธอจึงขึ้นรถไปตามที่บอดี้การ์ดคนสนิทบอก“จริงสิ!.. ฉันอยากไปดูดันเจี้ยนของที่นี่ก่อนไปโรงแรม..” เธอที่นึกอยากจะตรวจสอบอะไรสักอย่างกับดันเจี้ยนนี้ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า เพราะถ้าฮันเตอร์เทียนหลงคนนั้นเป็นคนจีน ทำไมต้องเจาะจงมาเข้าดันเจี้ยนที่นี่ด้วย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือดันเจี้ยนที่นี่อาจจะมีความพิเศษอะไรสักอย่าง และเพื่อการนั้นเธอจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจ“ทราบแล้วขอรับท่านหญิง..”