The Forest ป่ามรณะ

    ๒ บทนำ(ต่อ)

    ตะวันเริ่มคล้อย ความรกครึ้มของแมกไม้สร้างบรรยากาศร่มรื่นไปทั่วบริเวณน้ำตก เสียงเจี๊ยวจ๊าวเงียบลงไปนานแล้ว ความเงียบสงบกลับสู่ป่าอีกครั้ง จะเหลือก็แต่เพียงเสียงน้ำไหลกระทบโขดหินและริมตลิ่งเป็นจังหวะ นานๆ ครั้งถึงจะมีเสียงนกร้องทำลายจังหวะของสายน้ำ

    นกแต้วแล้วเขียวเขมรตัวหนึ่งบินมาเกาะเสื้อยืดสีเขียวที่พาดอยู่บนกิ่งไม้ จ้องมองอย่างสงสัยไปยังร่างของสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่นอนทาบทับกันอยู่บนโขดหินใหญ่เกลี้ยงราวกับเตียงธรรมชาติ ร่างกำยำที่มีร่องรอยการต่อสู้มาอย่างโชกโชนของไชยาคร่อมทับร่างอันบอบบางของพัชรีที่นอนหงายอยู่เบื้องล่าง สีผิวของทั้งสองตัดกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มผิวคล้ำ แต่เป็นหญิงสาวต่างหากที่มีผิวขาวผ่องจนเกินไป

    ชายหนุ่มขยับสะโพกขึ้นลงสร้างความรื่นรมย์ในเพศรสอย่างเป็นจังหวะ สอดรับกับจังหวะของสายน้ำที่กระแทกกระทั้นโขดหิน เสียงหายใจหอบกระเส่าของทั้งคู่ดังแข่งกับเสียงน้ำไหลของลำธาร

    ร่างของไชยากระตุกเกร็งเมื่อถึงฝั่งฝัน พัชรีเองก็ดูจะคลายกล้ามเนื้อลงเมื่อพานพบกับความหฤหรรษ์อันสุดแสนจะบรรยาย

    ไชยายันกายขึ้นมองหนั่นเนื้อหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของพัชรีอย่างหลงใหล เขาก้มลงจุมพิตมันเหมือนไม่เคยอิ่มกับความสุขที่เพิ่งได้รับ พัชรีหลับตาพริ้มรับรู้ถึงการเล้าโลมของเขาอีกครั้ง

    พัชรีครางออกมาอย่างสุขสม เขามีพลังเหลือเฟือสำหรับหล่อน แสงแดดที่ส่องผ่านคาคบไม้มาต้องเปลือกตาดูจะไม่ทำให้หล่อนร้อนรุ่มได้เท่าพลังรักของเขา แต่แล้วจู่ๆ พัชรีกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรวูบไหว แสงแดดที่ส่องผ่านเปลือกตาของหล่อนถูกบดบังจากอะไรสักอย่าง

    พัชรีลืมตาขึ้นมองด้วยความสงสัย หญิงสาวต้องหยีตาเล็กน้อยเพื่อปรับสายตาเมื่อพบความสว่างอีกครั้ง แต่เมื่อสายตาของหล่อนเข้าสู่สภาวะปรกติ ภาพที่น่ากลัวที่สุดก็ปรากฏเด่นชัดในสายตา ร่างใหญ่โตของใครสักคนยืนอยู่เบื้องหลังไชยา เขาสวมเสื้อโคตเก่าๆ ขาดๆ และดึงหมวกที่ติดกับเสื้อขึ้นมาคลุมศีรษะจนมองไม่เห็นใบหน้ายามที่หล่อนมองย้อนแสงกลับไป

    หญิงสาวมองด้วยความตกใจ แต่เมื่อร่างลึกลับนั้นเงื้อมือขึ้นมา พัชรีก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว เพราะในมือของเขามีขวานขนาดใหญ่ มันน่ากลัวราวกับศัสตราของยมทูตก็ไม่ปาน

    “กรี๊ด!” พัชรีกรีดร้องก้องป่า

    ไชยาละจากอกอิ่มของพัชรีด้วยความตกใจ เพราะเห็นแววหวาด หวั่นในดวงตาหล่อนที่มองผ่านเขาไป ชายหนุ่มจึงหันไปมองหาสิ่งที่ทำให้คนรักของเขาต้องหวาดกลัวขนาดนั้น แต่ยังไม่ทันได้เห็นอะไร ศีรษะของเขาก็กระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปตามริมตลิ่ง เลือดสาดกระเซ็นเต็มใบหน้าของพัชรี หล่อนกรีดร้องออกมาอีกครั้งด้วยความตกใจสุดขีด

    ร่างลึกลับคำรามก้องป่าอย่างสะใจ เสียงของมันน่ากลัวราวกับเสียงร้องของสัตว์ป่ากระหายเลือด ไม่ใช่เสียงของมนุษย์เหมือนที่มันควรจะเป็น นกแต้วแล้วเขียวเขมรที่เกาะกิ่งไม้อยู่กระพือปีกบินหนีไปด้วยความตกใจ

    พัชรีพยายามจะตะกายหนี แต่ร่างไร้ศีรษะอันหนักอึ้งของคนรักที่ทาบทับอยู่กลับเป็นเครื่องพันธนาการหล่อนเอาไว้ราวกับหญิงสาวที่ถูกบูชายัญ

    “อย่าทำอะไรฉันเลย” หล่อนร้องขอชีวิตอย่างหมดหวัง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวปะปนกับเลือดของคนรักที่เปรอะอยู่เต็มใบหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

    ขวานในมือมืดเงื้อขึ้น ก่อนจะทิ้งตัวลงแยกศีรษะของพัชรีออก เป็นสองส่วน คมขวานอันคมกริบผ่าศีรษะหญิงสาวราวกับผ่าผลแตงโม

    และแล้วความเงียบสงบก็หวนกลับคืนสู่บริเวณธารน้ำตกอีกครั้ง นกแต้วแล้วเขียวเขมรตัวเดิมบินวนกลับมา มันจ้องมองร่างใหญ่โตของปีศาจร้ายที่แบกร่างไร้วิญญาณของคู่รักสองคนเดินดุ่มๆ ข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งตรงข้ามก่อนจะมุดหายเข้าไปในป่าตะแบกจนลับสายตา