“ตงฟาง เราจะทิ้งทุกอย่างเลยเหรอ!”
ซิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก การเดินทางมาเมืองซ่งเธอตั้งใจว่าจะมาเปิดตึกยันต์สวรรค์เพื่อกระจายสินค้า กลับกลายเป็นว่าตงฟางกำลังชวนเธอหนีไปจากเมืองแห่งนี้ ของทุกอย่างเก็บได้เท่าที่เก็บเพราะสิ่งที่กำลังเดินทางมาอันตราย ส่วนตึกที่สร้างมาจากแร่ระดับ 5 จำเป็นต้องทิ้งไว้ที่แห่งนี้ ยังดีที่แร่ระดับ 5 พวกเธอเจอภูเขาแร่ระหว่างทางจึงไม่ต้องเสียเงินซื้อพวกมันมาสร้างตึก
ตุบ!
“เสร็จหรือยังพี่ซิงเยียน”
ตงฟางกระโดดลงมายืนหน้าตึกยันต์มองจ้องไปยังพี่ซิงเยียนที่กำลังก้มเก็บของช่วยคนอื่นๆ ตอนนี้เหลือเพียงแค่ยันต์ระดับ 1 และ 2 เขาจึงบอกให้ทิ้งไป มันไม่มีเวลาแล้วหากพวกเขาไม่รีบหนีจะทำให้พวกเขาตายได้
“ไปเร็ว ขึ้นรถม้าแล้วเดินทางออกไปซะ~!”
ตงฟางบอกให้คนขับรถม้าพาซิงเยียนหนี คนคุ้มกันอีกราว 100 คนพวกเขาได้เรียกสัตว์อสูรออกมาขี่บินตามไป แม้เขาจะรู้ว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะเพิ่มพลังโดยใช้ปีศาจมากมาย เขากลับคิดว่าเสี่ยงต่อตัวของเขาเป็นอย่างมาก การมีปีศาจระดับราชันวิญญาณปรากฎตัวออกมาสำหรับเขาจำเป็นต้องหนี ส่วนเรื่องค้าขายในเมืองซ่งต้องยกเลิกเพราะมันเป็นการเสี่ยงเช่นเดียวกัน
การปรากฎตัวของปีศาจที่อาจจะมีถึงหนึ่งแสนตัวจะต้องสร้างความเสียหายให้เมืองซ่งเป็นจำนวนมาก ผู้คนจะต้องตกตายนับแสน แม้จะต้านทานเอาไว้ได้ ผู้คนในเมืองก็ไม่มีกำลังในการซื้อยันต์หลังจากเมืองฟื้นตัว
เขาจึงยกเลิกการสร้างตึงยันต์สวรรค์ไปในทันที ส่วนตึกยาที่ผู้คนต้องการเขากลับคิดว่ามันเป็นอีกอย่างที่ไม่เหมาะที่จะสร้างในสถานที่แห่งนี้ จากเดิมมันจะต้องถูกขาย แต่การที่เมืองซ่งเป็นเมืองป่าเถื่อนมันจะถูกปล้นไปใช้งาน ดังนั้นเขาจึงตัดความเสี่ยงทุกอย่างออกไปแล้วเลือกเดินทางหนีจากสถานที่แห่งนี้
“ตงฟาง มันรุนแรงถึงขั้นที่เราต้องหนีเลยเหรอ!”
ซิงเยียนมองตามหลัง เธอเห็นตงฟางเกาะอยู่หลังรถม้าไม่ห่างไปไหน แต่การหนีทำให้เธอรู้สึกไม่แน่ใจว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด
“มันเสี่ยงมากครับ”
ความเสี่ยงที่ตงฟางพูดถึง คือความเสี่ยงของการที่เขาถูกเปิดเผยตัว หลังจากพี่ซิงเยียนเคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับการจัดการปัญหาในเมืองใหญ่ หากเมืองไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้ สถาบันของเมืองนั้นๆจะลงมารับมือแทน หากสถาบันไม่สามารถรับมือไหว เมืองหลวงจะส่งคนออกมาจัดการปีศาจ
การมีคนมาจากเมืองหลวงนี้เองจึงทำให้ตงฟางต้องออกจากเมืองซ่งโดยเร็ว ต่อให้ปีศาจจะตาย ยังไงเขาก็ขายอะไรไม่ได้จนกว่าเมืองซ่งจะถูกฟื้นฟู หนำซ้ำยังมีโอกาสถูกตามล่าตัวอีก เขายังเปิดเผยตัวไม่ได้เพราะยังตั้งกองกำลังไม่เสร็จสิ้น
“ตงฟางนั่นมันอะไร” ซิงเยียนมองกลับหลังเธอเห็นผงสีดำลอยตามมา จนผงเหล่านี้ลอยเข้ามาใกล้ๆเธอจึงรู้ว่ามันเป็นผงแร่ระดับ 5
“ตึกยันต์สวรรค์ ผมไม่ทิ้งมันให้ใครนำไปใช้ประโยชน์หรอกครับ พี่ซิงเยียน บอกให้ทุกคนบินเต็มกำลังหน่อย ผมรู้สึกไม่ดี”
“จ้ะ” ซิงเยียนพยักหน้าพลางบอกทุกคนให้เพิ่มความเร็วมากขึ้นกว่านี้ การที่ตงฟางบอกให้เพิ่มความเร็วเนื่องจากว่าเขายังคงสัมผัสสิ่งที่อยู่ในเมืองซ่งได้
โดยสิ่งที่เขาสัมผัสถึงคือปีศาจนับแสนตัวกำลังพุ่งออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้าย เขาไม่รู้ว่าค่ายกลจะปิดตัวลงตอนไหน แต่กว่าจะปิดตัวลงจะต้องมีปีศาจมากพอกวาดเมืองซ่งให้ราบเป็นหน้ากลองได้แน่
แม้ปีศาจที่ออกมาจะเป็นระดับจารึกวิญญาณส่วนใหญ่และมีระดับผันแปรวิญญาณประปราย การมีระดับราชาวิญญาณ 20 ตัวยืนล้อมค่ายกลเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ตงฟางรู้แล้วว่าเมืองซ่งจะต้องพินาศแน่ แล้วการมีระดับราชันวิญญาณอีก 2 ตัวยืนอยู่ใกล้ๆเฝ้าค่ายกลไม่ห่าง เพียงเท่านี้เขาก็เชื่อว่าปีศาจที่เดินทางมานั้นจะไม่ได้หยุดเพียงแค่หลักแสนต้นๆอย่างแน่นอน
“ตงฟาง เราออกมาไกลหรือยัง”
“ไกลเกินกว่าที่ผมจะตรวจสอบได้แล้วครับ”
ด้วยระยะตาทิพย์ของตงฟางที่มองได้ไกลถึง 15 กิโลเมตร ตอนนี้มันได้ขาดหายไปแล้วเพราะพวกเขาบินออกจากเมืองซ่งไปไกล อย่างไรก็ตามการเดินทางออกจากเมืองซ่งของตงฟางกลับถูกระดับราชันวิญญาณสัมผัสถึง ซึ่งมันได้มองมายังเขาไม่วางตาจนเขากลัวว่ามันจะพุ่งตัวมาขัดขวางไม่ให้พวกเขาหนี
“แล้วตระกูลอื่นๆล่ะ เจ้าเมือง พวกเขาทำอะไรบ้าง”
“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไร แต่ก่อนที่การรับรู้ของผมจะหายไป พวกเขาหลบอยู่ในตระกูล”
ตงฟางบอกเล่าสิ่งที่เขาเห็นล่าสุดภายในเมืองซ่งให้พี่ซิงเยียนฟัง จนเธอรู้สึกโล่งใจ โดยสิ่งที่ตงฟางสรุปให้ฟังง่ายๆคือตระกูลใหญ่ทั้ง 2 ต่างหลบอยู่ในตระกูลเปิดใช้งานค่ายกลเพื่อต้านทานปีศาจมันเป็นวิธีที่ขี้ขลาดมาก แต่เธอกลับโล่งใจเพราะเจ้าเมืองได้ขอความช่วยเหลือจากสถาบันทั้ง 4 ของเมืองซ่งแล้ว อีกไม่นานจะมีคนมาจัดการกับปีศาจ
ระหว่างรอกำลังจากสถาบันคนของเจ้าเมืองก็เริ่มอพยพผู้คนออกจากเมืองซ่งเพราะตอนนี้ไม่มีสถานที่ไหนปลอดภัยเท่าการหนีออกจากเมือง การกระจายกำลังมีโอกาสสูงกว่าในการรอดชีวิต ตอนนี้ปีศาจล้วนแล้วออกฆ่าด้วยความสนุก หากทำให้พวกมันฆ่าได้ยากขึ้นด้วยการแยกกันหนีจะทำให้มีคนรอดเยอะกว่าหลบซ่อนตัว
ควับ~!
ซิงเยียนตกใจจู่ๆเธอก็เห็นตงฟางหันไปยังทางเมืองซ่งที่พวกเธอจากมา เหมือนกับว่าสัมผัสได้ถึงอะไรสักอย่าง
“แย่แล้วพี่ซิงเยียน พวกเรากำลังถูกไล่ล่า”
ตงฟางบอกถึงสิ่งที่เขาสัมผัสได้ โดยสิ่งนั้นเป็นปีศาจระดับผันแปรวิญญาณ ด้วยความเร็วของพวกมันที่บินตามมานั้นมากกว่าสัตว์อสูรระดับ 5 ของพวกเขา หากจะให้หนีไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน
“ทุกคนเปิดใช้งานยันต์เพิ่มความเร็ว~!”
ซิงเยียนบอกให้ทุกคนใช้งานยันต์ลงไปบนตัวของสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มความเร็วให้มากยิ่งขึ้น แต่ตงฟางกลับย่นคิ้วกว่าเดิมเพราะระยะห่างของพวกเขาไม่สามารถฉีกกระชากปีศาจที่กำลังตามมาได้ เขามีความสามารถฆ่าพวกมันได้ในตอนนี้ก็จริง เพียงแต่ว่าระดับราชาวิญญาณและระดับราชันวิญญาณที่มองจ้องปีศาจกลุ่มที่ตามมาจะต้องลงมือเอง เขาจึงไม่คิดจะลงมือเร็วๆนี้ กลัวว่าจะทำให้ปีศาจระดับราชันวิญญาณเดินทางมาตามล่าพวกเขาด้วยตัวของมันเอง
วิ๊ง!
ตงฟางเปิดใช้งานการสะกดจิตกับปีศาจระดับผันแปรวิญญาณที่ตามเขามา การสะกดจิตครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อฆ่า เขาต้องการสะกดจิตให้พวกมันผ่อนความเร็วลงอีกนิด เพื่อให้พวกเขาบินหนีได้ หากเขาทำแบบนี้จะลดการนองเลือด แต่ทันใดนั้นเขากลับตกใจหลังจากปีศาจระดับราชันวิญญาณปรากฎตัวใจกลางกลุ่มปีศาจที่กำลังบินตามมา
“แย่แล้ว มันฉลาดมากและรู้ด้วยว่าผมกำลังทำอะไร”
ตงฟางพูดด้วยความตื่นตระหนก ตอนนี้สิ่งที่ไล่ล่าเขาไม่ใช่ระดับราชาแต่เป็นราชัน เขาจึงดึงทุกอย่างออกมาจากแหวนเก็บของพลางส่งให้พี่ซิงเยียนพกติดตัวไว้ใช้งาน การปะทะกันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ตงฟางก็อยากจะออกไปจากระยะนี้ เพื่อให้ระดับราชันอีกตัวไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว
บู้ม!
พลังจิตของตงฟางพุ่งเข้าไปโอบอุ้มทุกอย่างแล้วพาทุกคนบินหนีด้วยความเร็วของระดับราชาวิญญาณขั้น 9 แม้มันจะช้ากว่าปีศาจระดับราชันที่กำลังตามมาก็ตาม เขากลับไม่ได้คิดว่าจะหนีให้พ้น แต่สิ่งที่เขาอยากได้จากการใช้งานพลังจิตพาทุกคนหนีคือระยะห่างอันแสนไกล ที่ปีศาจในเมืองซ่งไม่สามารถรับรู้ได้
“ตงฟาง กลุ่มเราใหญ่เกินไป”
ซิงเยียนบอกถึงความเป็นจริง พวกเธอกลุ่มใหญ่เกินไป หากหนีไปแบบนี้จะต้องอันตรายอย่างแน่นอน
“ใช่แล้วพี่ซิงเยียน แต่มันยังไม่ถึงเวลาแยก”
ตงฟางถอดชุดคลุมสีขาวออกเปลี่ยนไปใส่ชุดสีดำรัดรูปแล้วเข้าไปกอดพี่ซิงเยียนเอาไว้ อีกไม่นานเขาจะให้ทุกคนแยกย้ายกันไป จุดหมายของพวกเขาจะเจอกันที่ลั่วหยาง เมืองต่อไปที่พวกเขาจะเดินทางไปทำธุรกิจ
“ตงฟาง ภูเขาลูกนั้นเป็นที่ตั้งของหนึ่งในสถาบันเมืองซ่ง” ซิงเยียนชี้นิ้วไปยังสถาบันที่เธอพอรู้มาบ้าง แต่ตงฟางกลับส่ายหัว การเข้าไปหลบในสถาบันเป็นเรื่องดีที่พวกเขาจะรอดชีวิต แต่การพาหายนะไปให้สถาบันอื่นโดยที่พวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้อง พวกเขาจะมีความผิดที่ต้องชดใช้มหาศาลถึงขั้นต้องจบชีวิตตัวเองลง
“พี่ซิงเยียน” ตงฟางกอดพี่สาวซิงเยียนเอาไว้แน่น ได้เวลาแล้วที่เขาจะแยกย้ายกันหนี เหลือเพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้นที่ปีศาจระดับราชันจะถึงตัวพวกเขา แม้มันจะฟังดูเป็นระยะที่ไกลมาก กลับเป็นระยะที่ใกล้หากระดับราชันเป็นฝ่ายเดินทางเอง
“สาม สอง หนึ่ง หนีให้ได้แล้วไปเจอกันที่ลั่วหยาง”
ตงฟางส่งกระแสจิตไปให้ทุกๆคนในกลุ่มของเขาที่กำลังมุ่งหน้าหลบหนี ก่อนที่เขาจะใช้พลังจิตส่งทุกๆคนกระจายตัวออกไป โดยตงฟางจะยังไม่ปล่อยให้ใครหนีไปด้วยกำลังของพวกเขา เนื่องจากว่าหากเขาปลดพลังจิตออกไป ปีศาจมันจะต้องรู้ว่าเขาแข็งแกร่งจนเลือกไล่ตามเขา ดังนั้นเขาจึงใช้พลังจิตส่งทุกๆคนไปยังขอบเขตไกลสุดที่เขาทำได้
ด้วยความเร็วระดับราชาวิญญาณขั้น 9 พุ่งออกไปเป็นร้อยทิศทาง จะต้องทำให้ปีศาจที่กำลังตามมาสับสนอย่างแน่นอนและมันก็เป็นอย่างที่ตงฟางคิด หลังจากเขาส่งทุกๆคนไปจนไกลสุดขอบเขตพลังจิต ปีศาจระดับราชันมันได้ทำการหยุดบินเพื่อสำรวจหาคนแข็งแกร่งในพวกเขา
“ตงฟาง ทำไมถึงแยกออกไปเยอะขนาดนั้น”
เดิมทีการหนีด้วยการจับคู่เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่ตงฟางทำลงไปซิงเยียนตกใจมาก มันเหมือนการฆ่าคนของเธอ
“พี่ซิงเยียนผมขอโทษ ผมต้องการกระจายความเสี่ยง หากไม่ทำเราจะตายกันหมด” ซิงเยียนทำหน้ากลุ้มใจ เมื่อรู้ว่าคนของเธอมีโอกาสตายสูง ถึงอย่างนั้นเธอก็ตำหนิตงฟางไม่ได้เพราะหากปีศาจเลือกตามพวกเธอก็จะเป็นฝ่ายที่ต้องตายเช่นกัน การทำแบบนี้ยังมีโอกาสให้ใครสักคนรอดไปได้
พรึ่บ พรึ่บ~!
จากเดิมบินบนท้องฟ้า ตอนนี้ตงฟางลงมาวิ่งด้วยการใช้พลังจิตผลักดันตัวไปข้างหน้า เขาต้องการใช้ป่าไม้หลบซ่อนจากสายตาของปีศาจ อย่างไรก็ตามเขากลับย่นคิ้วหนักกว่าเดิมเป็นอย่างมากเมื่อปีศาจมันหันมองเขาแล้วเลือกจะตามมา
“พี่ซิงเยียน ดูเหมือนว่ามันต้องการจะฆ่าผม เราจำเป็นต้อง…”
“ไม่แยก เราจะไปด้วยกัน ลองนึกดูนะถ้ามันจับพี่เป็นตัวประกันตงฟางจะทำยังไง เพราะงั้นวิ่งเร็วเข้า” ซิงเยียนกอดตงฟางเอาไว้แน่นพลางบอกให้ตงฟางวิ่งต่อไป เขาจึงฉีกยิ้มเพราะอย่างน้อยๆหากจะตาย ในอ้อมแขนของเขาก็มีหญิงสาวสุดสวยติดไปด้วย
“จะตายแล้วยังมายิ้มอีก วิ่งเร็วตงฟาง” ตงฟางฉีกยิ้มไม่หุบเมื่อถูกหอมแก้มครั้งแล้วครั้งเล่าจนแก้มทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยลิปสีแดง
“พี่ซิงเยียน~! หยุดเลยเรายังมีโอกาสรอด”
“เผื่อไม่รอดเพราะงั้นขอหอมก่อน” ตงฟางเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกขั้นปล่อยให้พี่ซิงเยียนหอมเขาจนพอใจ อย่างไรก็ตามความเร็วของปีศาจที่ตามมากลับเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถสลัดได้ ตงฟางจึงเปลี่ยนแขนซ้ายตัวเองให้กลายเป็นสายฟ้า แล้วนำเข็มเล็กๆออกมาถือเอาไว้ในมือ เตรียมจะใช้ท่ารุนแรงที่สุดที่เขาเคยฆ่าสัตว์อสูรระดับ 8
“กอดผมไว้แน่นๆ ผมจะเริ่มสู้แล้ว”
“จ้ะ”