“นั่นใคร”
นักเวทย์ที่มารอดูวิธีสืบทอดคำสาปของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มองไปยังคนกลุ่มใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในเขตต้องสาป การที่พวกเขาสวมใส่ผ้าคลุมสีขาวทำให้ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน ทันใดนั้นผ้าคลุมของผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดก็ถูกเปิดเผยให้รู้ว่ากลุ่มคนที่เดินทางมาเป็นใคร
“คนของตระกูลเสาหลักหนิ นั่นมันแม่ของนายน้อย 1 เธอมาจากตระกูลเฟอร์เรอร์”
“เฮ่ แล้วนั่นใครกันล่ะ”
กลุ่มคนสวมผ้าคลุมสีดำยืนอยู่ใกล้กับคนของตระกูลเฟอร์เรอร์ ทันทีที่ลมพัดผ้าคลุมจนเผยให้เห็นหนึ่งในเครื่องแบบตระกูลทุกคนก็รู้จักในทันทีเพราะเป็นหนึ่งในตระกูลหลักของสหพันธ์เช่นเดียวกัน
“ตระกูลซิกฟรีท คงมาดูนายน้อย 10 สืบทอดคำสาป ตรงนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนของตระกูลเสาหลักแลนเซอร์พวกเขาน่าจะมาดูนายน้อย 6”
สามตระกูลหลักมารวมตัวกันและยังมีตระกูลใหญ่นับสิบส่งคนมาจับตามอง ด้วยการรวมตัวกันของกลุ่มอำนาจมากมายนี้เอง ทำให้ตระกูลระดับกลางลงไปหรือกลุ่มอำนาจที่มีขนาดกลางลงไปรู้สึกสั่นกลัว เพียงแค่กระบวนการแรกของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์กลับทำให้กลุ่มอาจขนาดใหญ่เคลื่อนไหวพร้อมกัน
—---------------------
“ขอให้นายน้อยโชคดี”
พ่อบ้านโค้งคำนับให้กับนายน้อยทุกคนที่กำลังจะเดินเข้าไปในพื้นที่คำสาปที่แท้จริง นายน้อย 1 ที่อยู่หน้าสุดและเป็นพี่ชายคนโตจึงก้าวเท้านำ ตามด้วยนายน้อยคนอื่นๆ แอนเดอร์สันที่อยู่หลังสุดเขาเพียงแค่มองหลังคนอื่นเท่านั้น จากข้อมูลที่พอรู้มา ข้างในพื้นที่ที่เขาต้องการเข้าไปเต็มไปด้วยคำสาปมากมายที่ต้องการเล่นงานเขา หน้าที่ของเขาคือการทำความเข้าใจพวกมันเพื่อให้คำสาปยอมรับและหายไป ทันทีที่พี่ชายของเขาเข้าไปจนเกือบหมดเหลือเพียงแค่พี่ 10 แอนเดอร์สันก็พบเข้ากับรอยยิ้มจากพี่ชายที่หันหน้ามามอง
“ใครกันแน่ที่จะถูกเล่นงาน”
แอนเดอร์สันพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วเดินตามพี่ชายเข้าไปด้านในพื้นที่คำสาป แต่ยังไม่ทันที่ขาจะก้าวเข้าไปสัมผัสม่านพลังของพื้นที่ เขากลับต้องร่ายเวทย์ถอนคำสาปเมื่อพี่ 10 ของเขาทิ้งหนึ่งในคำสาปที่เรียนรู้มาเอาไว้หน้าประตู กระทั่งคำสาปหายไปแอนเดอร์สันก็ก้าวเข้าไปด้วยการเปิดเวทย์ตรวจสอบค้างเอาไว้
ตุบ!
ความรู้สึกเหมือนกับร่วงตกลงจากหน้าผาถาโถมเข้าใส่ร่างของแอนเดอร์สัน ถึงอย่างนั้นเสื้อผ้าที่สวมใส่กลับไม่ได้โบกสะบัดพัดปลิวไปตามแรงลม ส่งผลให้เขารู้ตัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบเพียงแค่ความรู้สึกของเขาเท่านั้น ทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสบางอย่างในพื้นที่ที่ก้าวเข้ามาได้ แอนเดอร์สันก็พบเข้ากับวงเวทย์สีแดงเลือดขนาดใหญ่อยู่ใต้เท้า มันเป็นวงเวทย์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“คนอื่นๆอยู่ไหนกัน”
สองตากวาดมองหาพี่ชายคนอื่นๆที่เข้ามาก่อนหน้า แอนเดอร์สันไม่เห็นใครเลยสักคนเดียวนอกจากตัวเอง เมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาถูกแยกออกจากกันเขาก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ยังไม่ถึงคราวต้องต่อสู้ ทันใดนั้นจู่ๆแอนเดอร์สันก็ได้ยินเสียงภายในหัวกำลังพูดคุยกับเขาด้วยเสียงที่ไม่รู้ว่าเป็นชายหรือหญิง เป็นเด็กหรือคนแก่ เสียงพูดล้วนเต็มไปด้วยเสียงของผู้คนมากมายหลากหลายช่วงอายุคน
“แอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ ลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัส ในที่สุดพวกเจ้าก็เข้ามากันเสียที”
มาคัส คือสิ่งที่แอนเดอร์สันสนใจแต่เขาก็ไม่สามารถหาข้อมูลอะไรได้ เขาอยากรู้ว่าทำไมลูกหลานมาคัสถึงถูกสาป บรรพบุรุษของเขาไปทำอะไรเอาไว้ แต่ที่เขารู้ได้คือสิ่งแลกเปลี่ยนกับการที่ทำให้พวกเขาใช้คำสาปได้รุนแรงกว่าใคร สิ่งแลกเปลี่ยนจะต้องมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน
“ที่นี่คือที่ไหนและฉันต้องทำอะไร”
แอนเดอร์สันเป็นฝ่ายถาม เขาอยากรู้จักสถานที่แห่งนี้และรู้วิธีที่จะทดสอบ ทันใดนั้นเสียงปริศนาก็เริ่มหัวเราะเยาะจนเสียงดังก้องไปทั่วพื้นที่ที่เข้ามา แอนเดอร์สันรู้สึกกลัวเป็นอย่างมากเพราะเสียงหัวเราะที่กำลังดังก้องเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ทั้งที่เขายังไม่ได้สร้างความรำคาญหรือสร้างปัญหาให้กับพื้นที่แห่งนี้ ทว่าเสียงกลับหยุดหัวเราะก่อนจะบอกบางสิ่งให้แอนเดอร์สันได้รับรู้
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน สิ่งที่เจ้าควรจะรู้คือ เจ้าจะต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ที่นี่ให้ได้มากที่สุดเท่านั้น หากคิดว่าการเป็นลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัสเจ้าคิดว่า 1 เวทย์คำสาปก็พอ เจ้าก็ออกไป แต่มันจะคุ้มกับที่เจ้าได้รับพรลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัสไหมมันก็อีกเรื่อง ”
“อะไรคือผู้ต้องสาปมาคัส”
“ มาคัส มาคัสคือผู้ต้องสาป การที่เจ้าเป็นลูกหลานก็เท่ากับต้องแบกรับบาปของมัน ฮ่าๆๆๆๆ”
ไม่มีคำตอบใดที่ทำให้แอนเดอร์สันพอใจ เสียงปริศนาที่ทิ้งเสียงหัวเราะเอาไว้จู่ๆก็หายไปเหลือไว้เพียงแค่ความเงียบ แอนเดอร์สันที่ยังไม่รู้ว่ามาคัสเป็นใคร แต่เมื่อเขาต้องมาตกอยู่ใต้ชื่อลูกหลานของมาคัส เขาจึงคิดว่าตัวเองจะกอบโกยทุกๆอย่างให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เขาไม่รู้เลยว่าบรรพบุรุษตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ไปทำอะไรเอาไว้ แต่ที่เขารู้ได้คือ เขาจะเก็บประโยชน์ให้เท่ากับบรรพบุรุษของเขาที่กลายเป็นลูกหลานมาคัส การที่เขาจะเก็บไปทั้งหมดเลยนั้นก็เพราะว่าต่อให้เขาจะเก็บไปเพียงแค่ 1 เขายังคงเป็นลูกหลายผู้ต้องสาปมาคัสเช่นเดิม ดังนั้นเพื่อให้คุ้มค่ากับการแบกรับชื่อลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัส เวทย์คำสาปในที่แห่งนี้ทั้งหมดเขาจะเก็บไปเอง
บุ๋ง!
เสียงเหมือนกับมีมวลน้ำเคลื่อนไหวใต้เท้าแอนเดอร์สันจึงก้มลงไปจ้องด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็พบว่าบริเวณขามีเลือดกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างกับมีชีวิต ทันทีที่พวกมันส่งเสียงก็ได้พุ่งเข้ามาโอบล้อมขาแอนเดอร์สันเอาไว้ มันไม่ใช่คำสาปเขาจึงพยายามดิ้นหลุดออกมาให้ได้ แต่มวลเลือดที่กลายเป็นเส้นสายกลับแตกตัวออกมาจากวงเวทย์เข้ามาดึงตัวของเขาจนเท้าค่อยๆจมลงไปในวงเวทย์ทีละน้อย
บุ๋ง!
เสียงเหมือนกับถูกกดหัวจมลงไปในน้ำดังขึ้นเบาๆพอให้ได้ยินเสียง แอนเดอร์สันที่ถูกดึงลงมาด้วยเลือดจนจมเข้ามาในวงเวทย์เขาก็รีบกวาดตามองออกไปรอบๆเพื่อสำรวจทุกๆอย่าง เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกดึงลงมาในน้ำสีแดงนั้น เขาก็รีบมองหาทางหนีในทันที เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้านี้เขาก็พบเข้ากับวงเวทย์ที่ทำหน้าที่สร้างม่านพลังปิดกั้นไม่ให้เขาขึ้นไปสูดอากาศ รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยมวลน้ำมากมายไม่มีสิ่งใดสะดุดตา ในตอนนี้แอนเดอร์สันรู้สึกตระหนกมากเพราะเขาเหมือนกับถูกโยนทิ้งกลางทะเล
“เกิดอะไรขึ้นที่แขน”
แอนเดอร์สันรู้สึกเจ็บปวดบริเวณแขนทั้งสองข้าง เขาจึงก้มมองดูก่อนจะพบว่าตัวของเขาติดคำสาปบางอย่างที่แม้แต่เวทย์ตรวจสอบก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ ในหน้าต่างสถานะที่เขามองจ้องมีเพียงเครื่องหมายคำถามทันใดนั้นคำสาปก็ได้ชอนไชไปตามแขนของเขาจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา
“ถ้าเป็นแบบนี้ไม่เกิน 1 นาทีแน่ หรือว่าที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้อากาศหายใจ”
แอนเดอร์สันระงับความตื่นตระหนกจากนั้นก็ลองสูดอากาศเข้าไปในปอด ปรากฎว่าเขาทำได้ไม่ต่างจากอยู่ด้านนอก แม้ตัวของเขาจะจมอยู่ในน้ำสีแดงยังคงหายใจได้เช่นเดิม เมื่อรู้ว่าอากาศไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เขาหลุดออกจากการสืบทอดคำสาป แอนเดอร์สันจึงพยายามมองหาวิธีการทำให้คำสาปที่ติดอยู่บนแขนหายไป
“ให้ทำความเข้าใจในคำสาป แล้วไหนล่ะวงเวทย์ของมัน”
แอนเดอร์สันมองออกไปรอบตัวทันใดนั้นเขาถึงขั้นตกใจ วงเวทย์คำสาปที่ต้องทำความเข้าใจมันกลับกระจัดกระจายกันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต้องนำมาประกอบรวมกันใหม่ แอนเดอร์สันจึงพยายามใช้ความรู้เรื่องเวทย์ถอนคำสาปมาใช้งานร่วมด้วยจากนั้นก็ใช้ความคิดดึงชิ้นส่วนวงเวทย์แต่ละชิ้นเข้ามาประกอบกัน กระทั่งผ่านไป 1 นาทีเท่านั้นเวทย์คำสาปก็สำเร็จ ทันใดนั้นคำสาปที่กำลังกัดกินแขนก็ได้หายไปเหลือไว้เพียงแค่ข้อมูลในหัวเกี่ยวกับวิธีใช้คำสาป
“หืม เป็นแบบนี้เองสินะ”
แอนเดอร์สันเข้าใจการทำงานของพื้นที่แห่งนี้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้งานมานาเลยสักนิดในการเรียนรู้คำสาป สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงแค่นำวงเวทย์คำสาปมาประกอบรวมกันก่อนที่คำสาปจะกลืนกินร่างของเขาจนไม่สามารถต่อต้านมันได้
อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้มีอะไรอันตรายแอนเดอร์สันจึงใช้เวทย์เกสรรักษาตามด้วยการ์ดโจมตี 1 ใบเพื่อทำให้มันเป็นเวทย์รักษาระดับ 6 เขาไม่ต้องการให้ตัวเองหลุดออกจากพื้นที่แห่งนี้เพราะบาดแผล ทันใดนั้นเขาก็นำการ์ดเร่งการเรียนรู้ออกมาใช้งาน ก่อนจะพบว่ามันใช้กับพื้นที่แห่งนี้ได้ โดยการ์ดเร่งการเรียนรู้ไม่ได้คลุมร่างของเขาหรือคลุมรอบตัว แต่มันกำลังคลุมพื้นที่แห่งนี้เพื่อให้คำสาปสามารถทำงานร่วมกันกับเขาได้
“แบบนี้ก็เยี่ยมเลยสิ”
เวทย์ห้องสมุดโซโลม่อนเปิดใช้งานเพื่อให้เขาเก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีกว่าเดิม แต่แล้วเขากลับรับรู้ได้ถึงแรงดันอย่างกับกำลังจมลงไปใต้น้ำลึก เมื่อรู้ว่าคำสาปที่สองกำลังเล่นงานแอนเดอร์สันก็พยายามกวาดตามองหาวงเวทย์ของมันในทันที ยังไม่ทันจะได้ประกอบวงเวทย์คำสาปที่กำลังเล่นงาน แอนเดอร์สันก็พบว่าแขนซ้ายของเขาอ่อนแรงลงไปมาก เหมือนกับว่ามีเหน็บชาไปทั้งแขน
“มันไม่ได้มาแค่คำสาปเดียวเหรอ งั้นก็หมายความว่าต้องทำความเข้าใจไปเรื่อยๆสิ”
แอนเดอร์สันมองดูวงเวทย์กลางอากาศ แม้มันจะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยรอให้เขานำมาประกอบรวมกัน เวทย์คำสาปทั้ง 2 ที่กำลังเล่นงานเขากลับมีสีวงเวทย์ที่แตกต่างทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้สมาธิมากเกินไปในการแยกวงเวทย์ทั้งสอง
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ ไม่สามารถสูดหายใจได้อีกต่อไป เขาจึงกวาดตามองดูบนอากาศปรากฎว่ามีวงเวทย์ที่ 3 โผล่ออกมา พริบตาเขาก็รับรู้ได้ว่าตาข้างซ้ายมืดบอด เมื่อรู้ว่ายิ่งเขายืนนิ่งก็ยิ่งถูกคำสาปเล่นงานแอนเดอร์สันจึงใช้ความสามารถของการ์ดที่ทำให้เขามีสมาธิขั้นสูงสุดดึงชิ้นส่วนวงเวทย์มากมายที่แตกกระจายออกจากกันมาประกอบกันใหม่ เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าเวทย์คำสาปนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง
—-----------------------------
“ชิ ไม่ควรมาคิดเรื่องแอนเดอร์สันตอนนี้ เราต้องพยายามให้ได้มากกว่านี้”
โรแลนที่กำลังคิดว่าแอนเดอร์สันจะตายแบบไหนเพราะตัวของเขายังเจ็บปวดกับคำสาปมากมายขนาดนี้ เขาจำเป็นต้องหยุดคิดเรื่องนี่แล้วนำสมาธิทั้งหมดมาทำความเข้าใจคำสาป หากว่าเขาเผลอเพียงแค่ครู่ ผู้ที่ออกไปจากพื้นที่ต้องสาปมาคัสคนแรกอาจจะเป็นเขาก็ได้ เพื่อไม่ทำให้ตัวเองตกต่ำเขาจึงพยายามมองดูเศษซากของวงเวทย์รอบตัวเพื่อนำมาประกอบรวมกับ
“ชิ คำสาปใหม่มันจะมาเร็วเกินไปแล้ว”
ขาข้างซ้ายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังถูกกัดกิน เริ่มมีความรู้สึกเหมือนกับมีบางอย่างชอนไชจนเจ็บปวด โรแลนจึงพยายามเข้าใจคำสาปแรกให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องแย่