“แต่ข้าชอบเจ้า” น้ำเสียงเฟิ่งเจาเกอแฝงเจตนาแทะโลม นิ้วเรียวเชยปอยผมของนางเบาๆเสียงหัวเราะทุ้มต่ำช่างเสนาะหู ร้อนแรงปานดอกบัวแดงเบ่งบาน งดงามจนหลงทางในภวังค์
คนชุดเทาที่เฝ้าระวังอยู่บนชายคาเกือบร่วงลงมาเพราะความตกใจ
นี่คือเจ้านายของเขาหรือ ไฉนจู่ๆ ก็กลายเป็นคนละคนเล่า
เจ้านายของเขาไม่ควรเป็นแบบนี้สิทำไมถึงกลายเป็นพวกบ้ากามเสียแล้ว
โธ่ฝ่าบาท ท่านต้องสงวนกิริยาสิ จะทำลายเกียรติยศชั่วชีวิตของท่านไม่ได้นะ!
ชายชุดเทาสวดมนต์ภาวนาอยู่ในใจ
ไป๋เซียงจู๋เองก็ผวาไปเหมือนกันนัยน์ตาฉายแววประหลาดใจ คิ้วคู่งามขมวดน้อยๆ อย่างไม่สบอารมณ์ “ปล่อยข้า!”
เฟิ่งเจาเกอกลับส่ายหน้าสายตาพราวแพรวจับจ้องที่นาง แม้มีผ้าขาวแสนขัดลูกตาปกปิดร่างกายทว่ากระดูกไหปลาร้าสวยได้รูปก็เผยออกมาให้เห็น เรือนร่างโค้งเว้าเย้ายวนใจผิวเรียบเนียนส่งกลิ่นหอมจางๆ และใบหน้าทรงเสน่ห์ชวนหลงใหลนี้ทุกสิ่งทุกอย่างของนางทำให้หัวใจเขาสั่นสะท้านฉับพลัน
เมื่อได้สัมผัสแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของนางเหมือนกับว่าความเย็นนั้นสามารถแทรกซึมสู่ก้นบึ้งของหัวใจได้เลยทีเดียว
เฟิ่งเจาเกอจิตใจลอยละล่องไปครู่หนึ่งถึงกับลืมตัวตอบสนอง
ความรู้สึกแบบนี้คืออะไรไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังเขาได้แตะต้องสตรีเป็นครั้งแรกนอกจากไม่รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด เขายัง... ยังอาลัยอาวรณ์ไม่อยากถอนใจด้วย
เพราะว่าผู้หญิงคนนี้พิเศษใช่ไหมเพราะว่านางคือไป๋เซียงจู๋ใช่ไหม
เมื่อไป๋เซียงจู๋เห็นเปลวไฟแห่งเสน่หาในดวงตาของคนคนนี้นางโต้ตอบด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งกว่าเดิม ได้คืบจะเอาศอกแบบนี้มันเกินไปแล้ว
เข็มเงินโผล่ออกมาจากหว่างนิ้วไป๋เซียงจู๋จรดมันที่ท้ายทอยของเขาในขณะกำลังตะลึงงันปลายเข็มแหลมคมสะท้อนแสงเย็นเยือก เช่นเดียวกับแววตาของไป๋เซียงจู๋ “ข้าบอกให้ปล่อย! มิเช่นนั้นเจ้าอย่าหวังจะดึงเข็มเล่มนี้ออกเลย!”
องค์รัชทายาทแล้วอย่างไรตราบใดที่ไป๋เซียงจู๋ไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย ต่อให้เป็นฮ่องเต้ก็ไม่ได้
“ถ้าเจ้าแทงเข้าไปเจ้าจะเสียใจเอานะ” เฟิ่งเจาเกอเพ่งดูความเดือดดาลที่โหมกระหน่ำอยู่ในดวงตาของนางเขาแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน งดงามประหนึ่งสายลมในเดือนสาม [1]
หญิงสาวคนนี้เหมือนกระต่ายที่หุ้มด้วยเปลือกแข็งคราวนี้เขาได้เห็นความเย็นชาและดุดันจากนัยน์ตากับใบหน้าของนางแล้วของขวัญเหนือความคาดหมายชิ้นนี้จะไม่ทำให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
“ดีจริงๆในที่สุดก็ได้เห็นอารมณ์อื่นจากหน้าเจ้าบ้างแล้ว พอเจ้าโกรธดูดีกว่าตอนยิ้มอีกนะ” เฟิ่งเจาเกอกะพริบตาดอกท้อเปี่ยมเสน่ห์คู่นั้นรอยยิ้มของเขาทั้งใสซื่อและน่าหงุดหงิดยิ่งนัก
คนคนนี้ทำลายภาพจำที่นางเคยมีต่อเฟิ่งเจาเกอในอดีตโดยสิ้นเชิงเมื่อกาลก่อน เพื่อชายโฉดอย่างเหยียนอี้เลี่ยนางต้องงัดฝีไม้ลายมือทั้งหมดออกมากว่าจะสืบทราบการเคลื่อนไหวในครั้งนั้นของเขาอีกเพียงก้าวเดียว อีกนิดเดียวนางก็จะตกอยู่ในเงื้อมมือของเฟิ่งเจาเกอ
แต่ ณ ตอนนี้ใครก็ได้ช่วยบอกนางทีเฟิ่งเจาเกอที่หน้าไม่อายคนนี้เป็นคนเดียวกับเฟิ่งเจาเกอที่เฉลียวฉลาดและโหดเหี้ยมเกินคาดเดาในชาติก่อนนั่นไหม
“เฟิ่งเจาเกอเจ้านี่ทะนงตนมากไปแล้วนะ กรุณารีบกลับไปเสียเดี๋ยวนี้เถิด มิเช่นนั้นแม้ข้าฆ่าเจ้าทิ้งข้าก็มีวิธีเอาตัวรอด เจ้าเชื่อหรือไม่ล่ะ” เมื่อสิ้นความเข็มเงินที่หว่างนิ้วไป๋เซียงจู๋ขยับประชิดอีกหนึ่งชุ่นแทงเข้าท้ายทอยของเฟิ่งเจาเกอ เสียงเข็มทะลุผิวหนังดังฉึกหยาดเลือดสีแดงสดทะลักออกจากผิวเนื้อขาวๆ ละม้ายโลหิตกระเซ็นนองบนหิมะช่างน่าหวาดเสียวจริงๆ
เมื่อชายชุดเทาที่เฝ้ายามอยู่บนชายคามาโดยตลอดเห็นสถานการณ์ดังนี้ก็ตกใจเตรียมพร้อมจะบุกเข้าคุ้มกันทันที แต่ดันถูกสายตาของเฟิ่งเจาเกอข่มขวัญจนหวาดกลัวก้าวพลาดและหงายหลังไป
เฟิ่งเจาเกอที่อยู่ในเรือนฟังเสียงชายชุดเทาบนหลังคาร่วงลงไปด้วยใบหน้านิ่งเฉยฝันเสียเถอะ! อิริยาบถอันแสนงดงามของนางในตอนนี้เขาไม่พร้อมจะแบ่งปันให้ผู้ใดทั้งนั้น
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาความคิดแปลกประหลาดนี้เป็นดั่งเถาวัลย์ที่กระชากหัวใจของเฟิ่งเจาเกอให้สั่นไหวอย่างรุนแรงเขากระแอมเบาๆ ด้วยความเก้อเขิน “ปล่อยเจ้าน่ะได้ ทว่าคุณหนูใหญ่ไป๋ต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”
ไป๋เซียงจู๋คิดจะกล่าวปฏิเสธตามสัญชาตญาณแต่ท่วงท่าของทั้งสองในตอนนี้มันน่ากระอักกระอ่วนเสียจริงๆ อีกอย่างนางรู้สึกได้ว่าชั้นในที่กำบังหน้าอกอยู่เริ่มคลายแล้ว...
นางช้อนตาใสมองเขาอย่างระแวงองค์รัชทายาทพิลึกพิลั่นผู้นี้กำลังคิดอะไรกันแน่ บุกรุกห้องส่วนตัวนางยามค่ำคืนหรือว่ามีแผนการอะไรอยู่
พอนึกถึงคำที่เขาเคยพูดว่าจะร่วมมือกันไป๋เซียงจู๋ก็จะฟังเขาแก้ต่างสักหน่อยก่อนตัดสินใจ
หากเฟิ่งเจาเกอล่วงรู้ความคิดที่ไป๋เซียงจู๋มีต่อตนในตอนนี้คงจะกู่ร้องว่าเขาถูกปรักปรำอย่างแน่นอน
เขาแค่ทำเพื่อปิดบังความรู้สึกปั่นป่วนใจของตนเองไยนางจึงคิดร้ายขนาดนั้นเล่า
เฟิ่งเจาเกอคลี่ยิ้มบางใต้แสงเทียนวูบไหว ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างกับถูกเลี่ยมด้วยทองคำงามประดุจดอกบัวหิมะแสนบริสุทธิ์ แววตาร้องขออย่างออดอ้อน “ต่อไปนี้อย่าเรียกข้าว่าฝ่าบาทหรือองค์รัชทายาทอีกนะเรียกเหมือนเมื่อครู่นั่นแหละ แค่ข้ากับเจ้าก็พอ เจ้าตกลงไหม”
เมื่อพูดจบเขากะพริบตาอีกครั้งโดยไม่รอให้นางตอบก่อน “และแน่นอน ถ้าเจ้าเรียกข้าเจาเกอ ข้าก็ยิ่งดีใจ”
อันที่จริงเขายังมีอีกคำหนึ่งที่อยากให้นางเรียกมากกว่า...
ไป๋เซียงจู๋ถลึงตามองชายผู้หลงตัวเองบุรุษแบบนี้ไร้ยางอายเป็นที่สุด นางไม่เคยพบเคยเจอบุรุษเช่นเขามาก่อนเลยจริงๆ !
ดื้อด้าน ไร้เหตุผลไม่ต่างอะไรกับกอเอี๊ยะหนังสุนัข [2] เหนียวหนึบติดตัวต่อให้พยายามดึงออกสักเท่าไรก็จะทิ้งกลิ่นชวนหงุดหงิดไว้อยู่ดี
เฟิ่งเจาเกอคนนี้คือคนเดียวกับที่นางรู้จักจริงหรือ สติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยมของเขาเป็นเลิศกระทั่งคราวที่พวกเขาลอบกัดซึ่งกันและกันครั้งนั้นวิธีการของเขาโหดเหี้ยมไม่ด้อยไปกว่านางเลย ซ้ำยังอาจโหดเหี้ยมกว่าเสียด้วย
บัดนี้กลับกลายเป็นคนพาลไร้ยางอายอย่างสมบูรณ์เมื่ออยู่เบื้องหน้านาง!
ได้คืบจะเอาศอกคนอย่างไป๋เซียงจู๋ไม่เคยถูกคุกคามเช่นนี้มาก่อนทั้งที่เข็มเงินฝังเข้าท้ายทอยของเขา ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเฉย ไม่ถือสาแม้แต่น้อยดวงตาดอกท้อแสนเจ้าชู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่ปั้นแต่ง มุมปากเปื้อนรอยยิ้มละไม
เขารู้หรือไม่ล่ะนี่หากเข็มเงินนั่นแทงลึกลงไปอีกเพียงนิดเดียว เขาก็จะเสียเลือดมากและตายทันที!
คนคนนี้ไม่กลัวเลยจริงๆ หรือไรอย่างที่นางบอกเขาไว้ ต่อให้ฆ่าเขาทิ้ง นางก็จะอยู่รอดปลอดภัยได้นะ?
เมื่อเจอเฟิ่งเจาเกอไม่ลงไพ่ตามกติกาเช่นนี้แม้แต่ไป๋เซียงจู๋ที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดินก็จนปัญญาไม่เหลือหนทางจัดการกับคนดื้อด้านตรงหน้านางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะจ้องเขม็งด้วยความโกรธ “ปล่อย!” นางเกลียดการใกล้ชิดกับคนอื่นขนาดนี้ยิ่งเป็นคนของราชวงศ์ยิ่งแล้วใหญ่
พอเห็นแววตาที่แทบจะพ่นเพลิงโทสะออกมาของไป๋เซียงจู๋เฟิ่งเจาเกอรู้ว่านางโกรธจริงแล้ว ยั่วโมโหโฉมสะคราญเข้าแล้วนี่มิใช่วิถีของเฟิ่งเจาเกอ นอกจากนี้หากเขายั่วเย้าต่อไปจนล้ำเส้นนางถึงเวลานั้นนางอาจไม่คิดญาติดีกับเขาอีก แม้ว่าจะไม่เคยญาติดีเลยก็เถอะ...
มือที่โอบเอวนางคลายจนได้ไป๋เซียงจู๋ไม่รอช้ารีบคว้าเสื้อผ้าที่พาดอยู่บนฉากกั้นมาคลุมกาย และในขณะเดียวกันเข็มเงินเก้าเล่มพุ่งออกตามรัศมีโบกสะบัดกระโปรง มุ่งไปที่ประตูปราณ [3] ของเขาพร้อมกันทุกเล่ม!
การโจมตีเฉียบพลันแบบนี้วิทยายุทธของเฟิ่งเจาเกอแก่กล้าเพียงใดก็ลนลานได้เหมือนกัน ปลายเท้าหยุดชะงักกระโดดขึ้นลอยตัวถอยหลัง เขาหลบพ้นสามเล่ม จากนั้นอีกหกเล่มก็ตามมาตัดทางหนีทีไล่ของเขาจนหมด จึงทำได้เพียงกระโจนลงถังน้ำข้างหลังไป
เชิงอรรถ
[1]三月风 สายลมในเดือนสาม หมายถึง ลมเย็นสบายในฤดูใบไม้ผลิเปี่ยมด้วยพลังชีวิต
[2]狗皮膏药 กอเอี๊ยะหนังสุนัข หมายถึง คนที่ทำให้รำคาญใจแต่สลัดไม่พ้นตัวเสียที ความหมายนี้มาจากลักษณะเหนียวติดผิวของแผ่นกอเอี๊ยะนอกจากนี้ ในสมัยก่อนมีผู้คนปลอมกอเอี๊ยะเพื่อหลอกขายลวงเงินอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ดังนั้นอีกหนึ่งความหมายของกอเอี๊ยะหนังสุนัขก็คือของปลอม
[3]命门 ประตูปราณ คือบริเวณระหว่างไตทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของพลังชีวิต