ตอนที่66 คนที่มีความฝันร่วมกันย่อมช่วยเหลือกัน
[ติ้ง! โฮสต์ทำภารกิจระบบกำจัดงูเหลือมลายพรางที่หยาบคายสำเร็จ ได้รับรางวัล 200 แต้มพลังงานแมว 1500แต้มค่าประสบการณ์ทักษะอิสระ]
“โป ขยายร่าง”
“ครับลูกพี่”
โปขานรับขยายตัวช้อนร่างของงูเหลือมลายพรางและเด็กหนุ่มผู้ติดอยู่ที่หางของมันขึ้นมา
“เก็บงูนี่ก่อนแล้วกัน”
แม้งูจะตัวใหญ่ แต่เพราะทักษะกระเป๋ามิติหน้าท้องแมวของแมวน้อยพัฒนาจนถึงระดับสูงแล้วขนาดพื้นที่ด้านในก็ขยายใหญ่กว่าเดิมมากเป็นร้อยเท่า
ของที่เก็บไว้ด้านในยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของพื้นที่ทั้งหมดด้วยซ้ำ
แต่ยังไม่ทันที่แมวน้อยจะเก็บงูเหลือลายพรางเข้าไปหมดคนที่ติดมากับงูเหลือมลายพรางด้วยก็สำลักน้ำและได้สติขึ้นมา
“แค่ก ๆ ช่วยผมด้วย” อีกฝ่ายพยายามเรียกขอความช่วยเหลือ
“เฮ้ นายไม่เป็นอะไรนะ”
เสียงที่ดังขึ้นมาทำให้เด็กหนุ่มที่รอดชีวิตรู้สึกมีความหวังขึ้นอย่างน้อยก็ยังไม่ใช่สัตว์อสูร เพราะถ้าเป็นสัตว์อสูรคงมีแต่จะโดนกินเท่านั้น
แต่ว่าพอเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาก็เห็นแมวที่เดินสองขาท่าทางเหมือนคนเข้ามาช่วยลากเขาออกจากหางงูที่พันตัวอยู่
“อ๊า!” เด็กหนุ่มตกใจกรีดจนแทบจะสลบ
“เฮ้ย เป็นอะไรไป” แมวน้อยจับมือเด็กหนุ่มที่พยายามจะหนีแน่น
“ช่วยด้วย! ฉันกำลังจะโดนสัตว์อสูรพูดได้จับกิน”
...
ใช้เวลาหลายนาทีกว่าที่เด็กหนุ่มจะตั้งสติได้สุดท้ายแมวน้อยก็อธิบายและคุยกันรู้เรื่องว่าตนเองนั้นเจตนาดี ไม่ได้คิดจะกินอีกฝ่ายซะหน่อย
แถมเขายังแถไปว่าการพูดคุยคือความสามารถสัตว์อสูรของตนเอง
พอได้ยินแบบนั้นเด็กหนุ่มกลับรับได้เฉยเลย
“ความสามารถของสัตว์อสูร ผมเคยได้ยิน มีแต่สัตว์อสูรสายเลือดชั้นยอดเท่านั้นที่มีความสามารถพิเศษ”
“โอเครับได้ก็รับได้เหมี้ยว” แมวน้อยพึมพำ
“นายติดอยู่กับหางงูได้ยังไง”
“ท่านแมวอ้วน” เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นมา
“เสียมารยาทเรียกฉันว่า ท่านอาจารย์แมว”แมวน้อยตั้งชื่อให้กับตัวเองง่าย ๆ เพราะดูแล้วจะให้เรียกริคก็สนิทกันเกินไปในเมื่อระบบบอกเขาคืออาจารย์แมวก็ใช้อาจารย์แมวแล้วกัน
แต่ว่าเขาไม่มีทางเติมคำบูลลี่ของระบบที่ต่อท้ายไปเด็ดขาด
“เออ ท่านอาจารย์แมว ข้าชื่อ กอร์น เด็กหนุ่มจากชนเผ่าไวเปอร์กำลังทำพิธีผ่านวัยหนุ่มออกล่าสัตว์อสูรงู...”
หลังจากนั้นกอร์นก็เล่าถึงที่มาที่ไปของตัวเอง
เด็กหนุ่มอายุ 14 ที่กำลังออกล่าสัตว์อสูรงูในหนองน้ำมรณะเพื่อผ่านพิธีการก้าวข้ามเป็นผู้ใหญ่ สุดท้ายก็พลาดท่าโดนงูเหลือมลายพรางสุ่มโจมตี
แม้ว่าในบริเวณนั้นจะมีนักล่าที่แข็งแกร่งในเผ่าคอยดูแลแต่งูเหลือมลายพรางก็รวดเร็วมาก เมื่อจับคนได้ก็ว่ายน้ำหนีทันที
“มิน่าล่ะ เจ้างูนั่นถึงดูรีบร้อนมาก มันไปลักพาตัวเด็กมานี่เองเลยโดนตำรวจไล่ตามจับ” แมวน้อยพูดเปรียบเทียบ
“ตำรวจ ผมรู้เคยมีคนแก่พูดถึง ตำรวจผู้พิทักษ์ในยุคก่อนต้องเท่มากแน่ ๆ” เด็กหนุ่มจินตนาการว่าตนเองได้เป็นตำรวจ ถือปืนปราบผู้ร้าย
แมวน้อยจึงเคาะหัวอีกฝ่ายไปที
“เฮ้กลับมาสู่ความเป็นจริงก่อน เรื่องนั้นผ่านมาแล้วโลกก็เป็นแบบนี้แล้วจะไปมีตำรวจที่ไหนอีกเล่า”
“ท่านอาจารย์แมวเคยเห็นยุคก่อนด้วยเหรอ” เด็กหนุ่มทำท่าทางสงสัยเพราะสัตว์อสูรพึ่งจะมีในยุคนี้
“ไอ้หนู นายน่ะคือกบในกะลาไม่สิในหนองน้ำมรณะมากกว่าจะไปรู้อะไร”
ถึงจะพูดแบบนี้ แต่แมวน้อยก็ไม่ได้พูดไปมากกว่านั้นปล่อยให้มันคลุมเครืออยู่ต่อไป เห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้พูดคุยง่ายและยังชอบพูดอีกด้วยก็เลยถือโอกาศรีดเค้นข้อมูลพอดี
“จริงสิเผ่าไวเปอร์ของนายเป็นยังไงอยู่ในหนองน้ำนี้เหรอ แล้วทำไมชื่อว่าเผ่าไวเปอร์ แต่ว่านายกลับโดนงูซุ่มโจมตีแบบนี้”
“เผ่าไวเปอร์ของเราเป็นเผ่าที่สร้างบ้านในหนองน้ำนี้ออกล่าสัตว์อสูร โดยเฉพาะสัตว์อสูรงู พวกเรามักล่าและกินพวกมัน เนื่องจากเนื้อพวกมันมีมากพอจะเลี้ยงคนในเผ่าได้พวกเราจึงเรียกตัวเองว่าเผ่าไวเปอร์”
ตอนแรกแมวน้อยคิดว่าพวกนี้เลี้ยงงู แต่ทำไมถึงโดนงูล่าแบบนี้ที่แท้เผ่าของเด็กคนนี้ล่างูกินเป็นอาหาร เลยตั้งชื่อว่าไวเปอร์
“ผมเป็นเด็กกำพร้าความสามารถและทักษะการต่อสู้ก็ไม่มีใครถ่ายทอดมาให้ ร่างกายก็ผอมยังกับกิ่งไม้แห้งถ้าไม่ใช่เพราะว่าทางเผ่าให้อาหารเด็กกำพร้าผมคงตายแล้ว”
แมวน้อยฟังอย่างตั้งใจ ดูแล้วเด็กคนนี้ก็ผ่านอะไรมาไม่น้อยเลยทีเดียวในยุควันสิ้นโลกเด็กที่รอดส่วนใหญ่แทบจะเป็นเด็กกำพร้าทั้งนั้น
อีกฝ่ายอายุแค่ 4 ขวบตอนเกิดการแพร่ระบาดรอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
“จริงสิแล้วนายเคยได้ยินเรื่องเมืองใกล้ ๆที่นี่บ้างไหม”
“เมืองเหรอ...ที่จริงเคยมีนักล่าในเผ่าพูดถึงเมืองแต่ว่าผมไม่รู้ เพราะว่าในเผ่าไม่อนุญาตให้ติดต่อกับคนนอกง่าย ๆ”เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความกังวล
“นายจะกังวลไปทำไม ฉันเป็นแมวงั้นนายพาฉันไปที่เผ่านายได้ไหม”
“ก็ได้ แต่ว่าผมต้องพาไปหาพวกนักล่าที่ดูแลก่อนแล้วถามพวกเขาดูอีกที” แม้กอร์นจะลังเลแต่อีกฝ่ายเป็นผู้มีพระคุณและก็ไม่ใช่คนด้วย ดังนั้นก็ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ
“ดีมาก บอกมาทิศทางไหน เดี๋ยวให้โปพาไป”
“เออ...” กอร์นหันซ้ายมองขวาก่อนจะชี้บอกทิศทาง“ทางนั้นครับ”
“จริงสิ ศพงูเหลือมลายพรางนั่นนายก็เอาไปแล้วกันถือว่าใช้ในพิธีก้าวข้ามวัยเด็กเป็นผู้ใหญ่” แมวน้อยกล่าวอย่างไม่สนใจ
แต่ว่ากอร์นกลับใส่ใจเรื่องนี้มากถึงมากที่สุด
“จริง ๆ เหรอ แต่ว่างูตัวนี้เป็นของท่านอาจารย์แมวนะจะให้แบบนี้มันก็” แม้กอร์นจะลังเล แต่แมวน้อยกลับเห็นสีหน้าแสดงความยินดีจนแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว
“เอาไปเถอะน่า เป็นผู้ใหญ่แล้วเขาไม่มีใครมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องนี้หรอกนะ”
“ก็จริง งั้น...งั้นขอบคุณครับ” กอร์นดีใจมากลูบไล้งูเหลือมลายพรางไม่หยุด
ใครล่าได้ก็เป็นของคนนั้นซึ่งแมวน้อยยกให้กอร์นแล้ว กอร์นก็เท่ากับมีสิทธิ์ในงูตัวนี้เต็มที่กอร์นถึงกับน้ำลายไหลไม่หยุดท้องร้องจอก ๆ ทันที
“นี่มานั่งกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนไหม”
“ข้าวเย็นเหรอ แต่ว่า...”
“มาเถอะน่า ฉันอยากจะรีดข้อมูลจากนายอีก”แน่นอนว่าแมวน้อยไม่ได้พูดประโยคหลังออกไป
กอร์นนั่งตรงข้ามกับแมวน้อย ส่วนแมวน้อยก็เอาอาหารออกมาแต่มันกลับเต็มไปด้วยปลาดิบ แมวน้อยในตอนนี้ที่กลายเป็นแมวอ้วนแล้วกลับควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายของแมวได้ไม่ต่างจากการเคลื่อนไหวร่างกายของมนุษย์
นิ้วที่ขยัยและหยิบจับได้อย่างน่าทึ่งทำให้กอร์นถึงกับอ้าปากค้างไปด้วย
อาหารครั้งนี้ง่าย ๆ มันคือซาชิมิปลา ซึ่งทำจากสัตว์อสูรปลาระดับ1 มันไร้พยาธิและเต็มไปด้วยพลังงานเลือด ถูกปรุงโดยแมวส้มอ้วนพุงพลุ้ยที่อัพระดับทักษะทำอาหารจนถึงระดับสูงแล้ว
ช่วยไม่ได้ตอนอยู่ในใจกลางเมืองน้ำท่วมแมวน้อยต้องทำอาหารกินเองแม้ก่อนหน้าจะยังไม่พัฒนาร่างทักษะนี้ก็ยกระดับมาถึงระดับกลางแล้ว
และเมื่อกี้แมวน้อยกลัวจะขายหน้าก็เลยอัพเกรดทักษะเป็นระดับสูงไปเลยพอมีทั้งทักษะและเคลื่อนไหวที่ไม่ต่างจากมนุษย์ก็ทำให้แมวน้อยสามารถจัดการปลาได้ราวกับเชฟ5 ดาวชื่อดังเลย
“ลองกินสิ” แมวน้อยให้แขกได้ลองชิมก่อน
กอร์นลองชิมดูแค่คำแรกก็ตาเป็นประกายเครื่องปรุงมีแค่สองสามอย่าง แม้จะไม่รู้ว่าคืออะไร แต่กอร์นกลับรู้สึกว่านี่คืออาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิต
แมวน้อยก็กินส่วนของตัวเองด้วยเช่นกันเครื่องปรุงส่วนใหญ่ก็มาจากตอนที่แมวน้อยอยู่ที่ร้านของล็อกฮีด และหยิบติดไม้ติดมือมาบ้าง
ขณะที่ทำอาหารกินกันอยู่โปก็ว่ายน้ำมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่กอร์นชี้แม้จะมองเหมือนช้า แต่มันกลับเร็วกว่าการพายเรือปกติมากนัก
ขณะที่เดินทางแมวน้อยก็ถามว่า “พิธีการเป็นผู้ใหญ่สำคัญเหรอ”
“สำคัญมาก”กอร์นทำสีหน้าสลดเล็กน้อยและอธิบาย “ทางเผ่าให้อาหารเด็กกำพร้าก็จริงแต่จะไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ไว้ หลังจากอายุ 14 ก็จะไม่มีการให้อาหารอีก ผมจึงต้องก้าวข้ามพิธีเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่ให้ได้เพื่อจะได้เข้าทีมล่าได้สำเร็จ ไม่งั้นผมอาจจะอดตาย”
“แล้วเผ่านายไม่มีอาหารอย่างอื่นเลยหรือไงทำไมต้องอยากเข้าทีมล่าขนาดนั้น หรือว่ายังมีเหตุผลอื่น” แมวน้อยเหมือนกับมองทะลุเด็กหนุ่มคนนี้ได้
“ก็มีอยู่ ถ้าเป็นที่ยอมรับก็จะมีตำแหน่งหน้าที่ในเผ่า”
“ว่าแล้ว” แมวน้อยพยักหน้าเบา ๆ แต่คำพูดต่อมาทำให้เขาต้องคิดใหม่เกี่ยวกับเด็กคนนี้
กอร์นยังกล่าวต่อ “แถม...แถมยังได้แต่งเมียสวยๆ ด้วย ถ้าได้เป็นนักล่าแล้วล่างูได้เยอะ ๆ จะมีเมียกี่คนก็ได้ ผมน่ะฝันว่าอยากมีเมียสัก12 คน”
เด็กหนุ่มเล่าความฝันของตัวเองออกมาอย่างกล้าหาญแววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
จนแมวน้อยที่กำลังหยิบปลาใส่ปากถึงกับอ้าปากกว้าง
กอร์นเห็นอย่างนั้นก็นึกว่าแมวน้อยจะดูถูกความฝันของเขาแต่ว่า...
“บัดซบ ฉันก็อยากมีเหมือนกัน แต่เป็นแมวแบบนี้คงหมดหวังแล้วแต่ว่าไอ้เด็กบ้านี่ก็มีความฝันแบบเดียวกันและยังยิ่งใหญ่มากด้วย เมีย 12 คนนี่มันฮาเร็มชัด ๆ”
แมวน้อยยืนขึ้นและตบไหลของกอร์นราวกับให้กำลังใจผู้ที่มีฝันเดียวกัน
“ดีมากไอ้หนู ข้าจะสอนเจ้าต่อสู้และเป็นนักล่าที่ยิ่งใหญ่แทนมีเมียให้เยอะ ๆ แทนข้าคนนี้ด้วย ไม่สิแปลก ๆ แฮะ”
“จริงเหรอ ท่านอาจารย์แมว”
“แน่นอนสิ อาจารย์คนนี้ไม่ได้พูดเล่นคนที่มีความฝันร่วมกันย่อมช่วยเหลือกัน เอาล่ะมาเริ่มกันฉันจะสอนวิชามวยอ่อนแมวแปดตัวให้กับเจ้าเอง”
“ตอนนี้น่ะเหรอ” กอร์นมองไปที่อาหารที่เหลืออยู่และกลืนน้ำลาย
“เออ กินกันก่อนก็ได้” แมวน้อยดีใจไปหน่อยที่เจอผู้มีความฝันคล้ายๆ กัน เลยลืมไปว่าพวกเขากำลังกินอาหารกันอยู่
จากนั้นแมวน้อยก็แสดงวิชามวยอ่อนแมวแปดตัวออกมาจนครบทั้ง8 ท่า ก่อนจะหันไปถามกอร์น “เจ้าอยากรับข้าเป็นอาจารย์ไหม”
“แน่นอน” กอร์นตื่นเต้นจนเสียงสั่น
“งั้นเจ้าจะเรียนวิชามวยอ่อนแมวแปดตัวไหม”
“เรียนครับ”
“ดีงั้นข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า เจ้าเป็นศิษย์ของข้าและจงจำไว้ อย่าละทิ้งความฝันของตัวเอง จงทำมันให้สำเร็จ”
“ขอรับ”
หลังจากนั้นแมวน้อยก็เริ่มขยับพุงสอนเด็กหนุ่มกอร์นที่ร่างกายผอมแห้ง
ส่วนโปกลับอ้าปากหาวไม่สนใจว่าบนหลังจะทำอะไรใช้ขาตีน้ำว่ายต่อไปเรื่อย ๆ