Ep 024 :: ง้องอน
หงเหลียนฮวาไม่ค่อยได้ย่างกรายออกจากจวนสักเท่าใดนัก เพราะั้แ่คลอดธิดาสุขภาพร่างกายของนางก็ย่ำแย่ลงไปเรื่อย ดังนั้นทุก ๆ วันนางจะอยู่แต่กับเรือนปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปท่ามกลางหมู่บุคคลที่นางรักใคร่ นางจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งบรรเลงบทเพลงที่ตนเองแต่งขึ้นยามว่าง อ่านตำรา หรือปักผ้า
วันนี้ก็ไม่ต่างจากทุกวัน...
ยามค่ำคืนที่ดวงจันทราฉายแสงนวลละเอียดลออ หงเหลียนฮวานั่งอยู่ริมหน้าต่างชมจันทร์พร้อมกับปักลายลงบนอาภรณ์ของธิดาไปเรื่อย ๆ บังเกิดภาพสวยงามที่หากมีผู้ใดพบเห็นคงไม่อาจละสายตาได้ เสียงหวานเอื้อนเอ่ยโคลงกลอนเบา ๆ คลอไปกับเสียงสายลม
“...น้องหญิง”
“...!!”
“อย่าได้ใไป”
หงเหลียนฮวาถอยเท้ากลับเข้าห้องหับ ดวงหน้างามซีดขาวยามมองผ่านความมืดแล้วไม่พบสิ่งใด ทว่ายังไม่ทันจะได้ร้องเรียกคน มือหนาที่คุ้นเคยก็ปิดริมฝีปากนางเข้าเสียก่อน
“น้องหญิง นี่พี่เองนะ”
“...ท่าน”
หยางเอ่อคังผู้บุกรุกเข้าจวนราชครูยามค่ำคืน มีเป้าหมายอยู่ที่ภรรยาคนงามของตนเอง แต่ต้องกระทำตนเยี่ยงโจรราคะเช่นนี้...
...รู้ถึงไหนคงอายถึงนั่น
“ข้าคิดถึงเ้าเหลือเกิน”
ร่างสูงรวบร่างแบบบางที่ดูจะผ่ายผอมลงไปพอสมควรเข้าสู่อ้อมกอดอันขันแกร่ง วงแขนกว้างรัดร่างของหงเหลียนฮวาแน่นเพราะอยากจะสื่อความคิดถึงนี้ให้คนที่รักที่สุดได้รับรู้ เสียงทุ้มต่ำพร่ำบอกคิดถึงไม่รู้จบ
“...!!”
หงเหลียนฮวาตัวแข็งทื่อ มิใช่ไม่คิดถึงสามี แต่นางไม่รู้จะกระทำเช่นไร แขนเรียวนิ่งค้างอยู่กลางอากาศเพราะไม่รู้จะเก็บไม้เก็บมือไว้ที่ใด
“ภรรยาข้า ...ข้าคิดถึงเ้า”
“ข้ามิใช่ภรรยาท่าน”
หงเหลียนฮวาดันตนเองออกจากอ้อมกอดอุ่นอย่างรวดเร็วด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน ั์ตาสวยสั่นระริกยามเอื้อนเอ่ย ยกแขนเล็กขึ้นกอดตนเองก่อนถอยห่างไปยืนเสียริมห้อง
ความเจ็บช้ำยามได้อ่านจดหมายที่เขาส่งมาให้นางเตรียมต้อนรับอนุและบุตรสาวเข้าเรือนเป็อย่างไร นางยังจำได้ขึ้นใจ ยามที่เขาทำตัวเ็า สั่งยกเรือนของนางให้อนุผู้นั้น นางก็ยังจำได้แม่นยำ แม้แต่ยามที่เขามาพูดจาตำหนิหลังนางตกน้ำ นางก็ยังไม่ลืม นางผ่านวันเวลาที่โหดร้ายต่อจิตใจในจวนแม่ทัพด้วยความรู้สึกราวกับตัวเองกำลังแหลกสลาย
ไม่ว่าจะคราวไหน มันก็ล้วนเ็ปใจทั้งสิ้น...
แต่ว่า ่เวลาที่เขาเกี้ยวพานางอย่างเงอะงะเมื่อครั้งก่อนจะสมรสกัน นางก็ยังจำได้ วันที่นางได้สวมชุดเ้าสาวแล้วมีเขามาเปิดผ้าคลุมหน้า คล้องแขนดื่มเหล้ามงคล เอื้อนเอ่ยคำสัญญาว่าจะรักเพียงนาง มีเพียงนาง รวมถึงจะดูแลนางอย่างดี นางก็ยังจำได้
วันเวลาในจวนแม่ทัพที่เขาคอยเอาใจใส่ ประคับประคองยามนางตั้งครรภ์ลูกชายลูกสาว ภาพตอนที่เขายินดียามที่นางคลอดลูก เป็สามีที่รักใคร่ดูแลนาง รวมถึงเป็บิดาที่อ่อนโยนและเข้มงวดให้กับลูก ๆ ทุกคน
...นางก็ยังจำได้ทุกอย่าง
...ทั้งหมดล้วนเป็ความทรงจำที่แสนสำคัญที่นางไม่เคยลืม
เพราะเหตุนั้นยามที่เข้าใจว่าเขามีเหตุจำเป็ถึงได้กระทำเช่นนั้น รวมถึงเขาหาได้ทรยศนางเช่นที่นางเข้าใจ หงเหลียนฮวาจึงได้เชื่อถือเขาสุดหัวใจและรู้สึกผิดยิ่งที่ไม่อาจเชื่อใจเขาได้ั้แ่ต้น เพราะหากนางเชื่อมั่นและมองหาความจริงในการกระทำของเขาสักนิด นางก็คงไม่เ็ปไปเองเสียเนิ่นนาน
“น้องหญิง...”
“ท่านมีภรรยาใหม่แล้ว ไม่จำเป็ต้องมีข้าอีก ...ท่านกลับไปเสียเถอะท่านแม่ทัพ ไว้ข้าจะส่งหนังสือหย่าไปให้...”
“ภรรยาข้าทั้งนิตินัยและพฤตินัยมีเพียงเ้า ภรรยาคนเดียวในชีวิตข้า มีแค่เ้าเท่านั้น”
หยางเอ่อคังพูดด้วยเสียงอันหนักแน่น หมายจะคว้าร่างแบบบางที่แสนอ่อนนุ่มเข้าสู่อ้อมกอด จะมีใครรู้หรือไม่ว่าเขาเ็ปเพียงใดที่ต้องเห็นคนรักยืนน้ำตาคลอแบบนี้
หงเหลียนฮวาเกือบจะหลุดสีหน้าโศกเศร้าแล้วเขินอายจากประโยคคำพูดของผู้เป็สามี แต่นางก็หันหน้าหนีทำทีเป็จะร้องไห้
“...ข้าไม่เชื่อ ท่านถึงขนาดมีพยานรักโตถึงขนาดนั้นท่านจะมาพูดสิ่งใดอีก”
“เด็กนั่นไม่ใช่ลูกข้า”
“ไม่มีทาง หากไม่ใช่ท่านจะรับพวกนางอย่างถูกต้องทำไม!?”
หงเหลียนฮวาขึ้นเสียงใส่ผู้เป็สามี ร่างบอบบางที่หันหลังให้ร่างสูงนั้นสั่นสะท้าน ไหล่ทั้งสองข้างไหวระริกจากแรงอารมณ์ เสียงสะอื้นดังแ่เบาแต่ะเืไปถึงกลางใจของผู้ฟังอย่างหยางเอ่อคัง แม้จะไม่ได้เ็ปจนขาดใจเช่นตอนแรก แต่หงเหลียนฮวาก็เป็นักแสดงชั้นเยี่ยมผู้หนึ่ง
สตรีชั้นสูงที่ใส่หน้ากากเข้าสังคมบ่อย ไฉนเลยจะเสแสร้งไม่เป็ แม้แต่หงเหลียนฮวาผู้อ่อนโยนดั่งบุปผา ก็เป็บุปผาที่มีหนามแหลมมิใช่น้อย
“น้องหญิง...”
“...”
“คนที่เป็เ้าของหัวใจและร่างกายของข้ามีเพียงเ้า ...แค่เ้าเท่านั้น”
“ข้าไม่เชื่อ...”
นางร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างสุดกลั้น น้ำตาไหลรินไปตามโครงหน้าสวย หยดลงบนแขนแกร่งของท่านแม่ทัพที่ไม่อาจทำใจทนดูอยู่ห่าง ๆ ได้จนต้องเข้าไปสวมกอด ใบหน้าคมฝังอยู่บนลาดไหล่บอบบาง ดวงตาดุดันไหวสะท้านตามเสียงสะอื้นของหญิงคนรัก
“โปรดฟังข้า...”
“...”
หยางเอ่อคังเห็นว่าภรรยาคนงามยอมกลั้นน้ำตาแล้วนิ่งฟังอยู่ในอ้อมกอดของตน ก็เริ่มพูดถึงสถานการณ์ที่เขาต้องประสบพบเจอั้แ่แรก ว่าทำไมเหตุการณ์ถึงได้ดำเนินมาเช่นนี้ ไม่ว่าจะความเป็ไปได้และบทสนทนาที่เขาพูดคุยกับฮ่องเต้ต่างถูกหยิบยกมาจนสิ้น
และเมื่อกล่าวความจริงเสียหมดสิ้น หยางเอ่อคังก็ทำได้เพียงอ้อนวอน...
“ได้โปรดอภัยให้ข้าเถอะ”
“...ไม่จริง”
“มันเป็ความจริงยอดรัก หากข้าโป้ปดก็ยินดีจะตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดได้เกิดอีกตลอดไป ยอมทรมานไปจนกว่าิญญาจะดับสูญ แม้ถูกปีศาจฉีกทึ้งไม่เหลือดีก็ได้ทั้งนั้น”
“ท่านอย่าพูดเช่นนี้นะ!”
หญิงงามหันกลับมาจ้องตาร่างสูงด้วยความโกรธา มือเล็กยกขึ้นตีปากสามีด้วยความเคยชิน แต่แล้วนางก็รีบเก็บมือแล้วเริ่มดิ้นขัดขืนอ้อมแขนที่กักขังตัวนางไว้ เพียงเพราะรอยยิ้มสุขใจของสามีที่ส่งมา
“ปะ...ปล่อยข้านะ”
“ที่แท้เ้าก็ยังเป็ห่วงข้าอยู่”
“มะ...ไม่ใช่”
“เ้ารักข้า ข้ารู้ดี”
“ข้าเกลียดท่าน!”
“แต่ข้ารักเ้า”
เสียงทุ้มเอ่ยกลับอย่างหนักแน่น ดวงตาคมที่จ้องมองมาคล้ายอยากจะสื่อความในใจที่แสนจริงจังนี้ให้ผู้ฟังได้รับทราบ จนหงเหลียนฮวาถึงกับชะงักงันพูดอะไรไม่ออกก่อนที่แก้มทั้งสองข้างจะซับสีแดงระเรื่อ
“ข้ารักเ้า อภัยให้ข้าเถิด”
“...ท่านผิดคำสัญญา”
“ข้ายอมรับผิดเพราะข้าไม่มีทางเลือก แต่ตัวและหัวใจข้าอย่างไรเสียก็มีแต่เ้า ข้าไม่เคยแตะต้องนาง เพราะตัวและหัวใจข้ามีแค่เ้าเท่านั้นที่เป็เ้าของ”
หงเหลียนฮวายอมปล่อยเื่นั้นไปเพราะรู้ดีว่าสามีไม่มีทางเลือกจริง ๆ เพราะหากฮ่องเต้ถึงขนาดตั้งใจจะใช้ราชโองการในการสั่งการแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจขัดขืน แต่...
“...ท่านทำร้ายจิตใจข้า”
“ข้ารู้ แต่เ้ารู้หรือไม่ว่า...”
“...”
“คนที่พูดทำร้ายจิตใจเ้าเช่นข้า ก็เสียใจไม่แพ้กัน”
ประโยคที่แสดงความเจ็บช้ำผ่านน้ำเสียงทำให้หงเหลียนฮวาสะอึก เหตุใดนางจะไม่รู้เล่า เพราะตอนนี้ที่นางกำลังเอาคืนสามีอยู่แม้จะสะใจเล็ก ๆ แต่ก็เ็ปยามที่เห็นเขาเจ็บเช่นกัน
“...แต่ท่านก็ทำให้ข้าเ็ปยิ่งกว่า แล้วท่านยังจะให้ข้าให้อภัยท่านหรือ?”
“ได้แต่ขอให้เ้าให้อภัย”
หยางเอ่อคังได้แต่เว้าวอนแบบตรงไปตรงมา มือหนากอบกุมมือเล็กขึ้นมาจุมพิตแ่เบา หงเหลียนฮวาชักมือกลับก่อนจะเอ่ยเสียงขุ่นเคือง
“...แล้วทำไมท่านถึงไม่อธิบายกับข้าั้แ่ก่อนจะนำนางเข้าจวน ...ท่านคิดว่าข้าจะไม่ยอมรับ จะโวยวายจนทำท่านเสียการใหญ่หรือ ...ไม่เชื่อใจข้าใช่หรือไม่?”
“ข้าเชื่อใจเ้า แต่หลาย ๆ อย่างทำให้ข้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้”
“...เช่นนั้นทำไมท่านถึงมาบอกความจริงกับข้าเอาป่านนี้?”
“ความจริงแล้วเวลานี้ก็ไม่ใช่เวลาที่ข้าควรบอกเ้า”
“...ทำไม?”
“เพราะเื่มันสับสนวุ่นวายขึ้นทุกที เื่หลายอย่างมันซับซ้อนจนไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรเป็อะไรเสียด้วยซ้ำ”
“...แล้วทำไมท่านถึงมาบอกข้า?”
“เพราะข้าคิดว่าถ้าไม่รีบบอกเสียตอนนี้ข้าอาจไม่มีโอกาสอีกต่อไป”
หยางเอ่อคงยกมือสากลูบแก้มเนียนของภรรยา ดวงตาคมทอประกายบางอย่างที่หงเหลียนฮวาไม่อาจเข้าใจจนเผลอยกมือขึ้นจับมือหนาอีกที
คราแรกนางตั้งใจจะโกรธเคืองต่อไปอีกนาน แต่เวลานี้เพียงแค่ความจริงใจจากในน้ำเสียง อ้อมกอดของเขาที่โอบกอดนางสั่นระริกยามเอื้อนเอ่ยคำขอโทษ หยดน้ำอุ่นที่กระทบลงบนผิวนางเพียงหยาดเดียวตอนขอให้นางยกโทษให้ หัวใจของนางที่ตั้งใจจะเข้มแข็งก็อ่อนยวบ
...แม้จะออกแรงสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของเขาก็ยังมิอาจกระทำได้
“เกิดอะไรขึ้นท่านพี่?”
“อย่าได้ใส่ใจไปเลย”
หยางเอ่อคังยกยิ้มบางยามได้ยินถ้อยคำคุ้นเคยที่เจือความเป็ห่วงเป็ใยไว้ หัวใจที่อ่อนแรงก็คล้ายกับได้ที่พักพิงเดิม ๆ คืนกลับมา
“ท่านพี่ตอบข้า!”
“...เกิดเหตุวุ่นวายแถบชายแดน อาจจะเป็การลองเชิงยกทัพมาบุกยึดของแคว้นข้างเคียง มะรืนนี้ข้าต้องเดินทางไปบัญชาการรบ ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะได้กลับมาหรือไม่”
คำพูดในฐานะแม่ทัพที่ทำเพื่อบ้านเมืองถูกเอื้อนเอ่ยอย่างแน่วแน่ไม่มีสะดุด แม้บางทีนั่นอาจจะเป็การตายของตนเอง จนผู้ฟังเช่นนางน้ำตาคลอ แม้หยางเอ่อคังจะออกรบมาแล้วกี่ครั้งกี่หน หงเหลียนฮวาก็ไม่เคยเลิกเป็ห่วงเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางทำได้แค่คอยภาวนาให้เขากลับมาปลอดภัยอยู่ทุกวี่ทุกวัน
“...ท่านพี่”
“หากข้ามิอาจมีโอกาสอีกต่อไป ข้าจึงอยากบอกความจริงนี้ให้เ้าได้รู้ ว่าข้าไม่เคยมีใครอื่นนอกจากเ้า”
“...”
“ได้โปรด...ยกโทษให้ข้าเถิดนะ”
“ไม่! หากท่านไม่กลับมาอย่างปลอดภัย ข้าไม่มีวันยกโทษให้!”
นางเอื้อนเอ่ยทั้งน้ำตา โผเข้ากอดร่างสูงซุกใบหน้างามลงบนอ้อมอกแกร่ง เสียงหวานสั่นเครือยามนึกภาพาที่แสนโหดร้าย ไม่มีหลักประกันใดจะรับประกันได้ว่าผู้ที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งานั้นจะมีชีวิตรอด
หยางเอ่อคังรอดจากสนามรบไม่รู้กี่ครั้งกี่ครา แต่เขาก็เกือบต้องเดินทางไปเยือนยมโลกไม่รู้กี่ครั้งเช่นกัน
...หากครานี้ไม่โชคดีเช่นที่แล้วมา
เพียงแค่คิดเช่นนี้นนางก็ไม่อาจทำใจแข็งโกรธเขาต่อไปได้ เพราะไม่มีศักดิ์ศรีใดสำคัญไปกว่าผู้ที่เป็ดั่งชีวิตและดวงใจทั้งดวงของนาง
“...น้องหญิง ...เ้าก็รู้ว่า”
“ข้ารู้แต่แล้วจะยังไงเล่า ข้าจะรอให้ท่านกลับมาหาข้า กลับมาขอให้ข้ายกโทษให้”
“...”
“ดังนั้นท่านห้ามตายเด็ดขาด!”
เสียงหวานสั่งอย่างจริงจังจนหยางเอ่อคังเผลอยิ้มขำขัน จนโดนใบหน้างามมองค้อนมาให้เท่านั้นแหละเขาจึงเก็บเสียงหัวเราะแล้วคุกเข่าลงต่อหน้านาง จับมือบางมาแนบริมฝีปากลงไปเบา ๆ พร้อมเอ่ยสัตย์สาบาน
“ข้าจะกลับมาหาเ้า ถึงวันนั้นได้โปรดยกโทษให้ข้านะ”
“...เพียงท่านปลอดภัย”
นางโผเข้ากอดเขาอีกครั้ง ปล่อยให้หยาดน้ำตาหลั่งรินเมื่อนึกถึงวันที่ไม่มีเขาอยู่ข้างกาย วิงวอนภาวนาว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เพียงแค่เขายังมีชีวิตอยู่จะให้ทนรับความเจ็บช้ำหรือจะให้ยกโทษให้นางก็ยินดีกระทำ
...
สองสามีภรรยาตระกองกอดกันส่งผ่านไออุ่นที่ห่างหายไปนานกันอยู่ครึ่งค่อนคืน ยามหงเหลียนฮวาเอ่ยคำถามหยางเอ่อคังก็จะตอบทุกสิ่งที่เขาสามารถตอบได้
จวบจนหงเหลียนฮวาไม่อาจฝืนร่างกายให้ทนต่อความเพลียได้ ดวงตาคู่งามก็ทำท่าจะปิดลง
“...ท่านพี่...ต้องกลับมานะเ้าคะ”
“ข้าจะกลับมาหาเ้า จนกว่าจะถึงวันนั้นรอข้านะ”
“...เ้าค่ะ เพียงแต่ท่านต้องขอให้ลูกยกโทษให้เองนะ ข้าไม่ช่วยแน่ ๆ”
นางหัวเราะในลำคอยามนึกถึงลูก ๆ ที่ดูจะโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าตัวนางเสียอีก นี่หากทั้งสองรู้ว่านางยอมใจอ่อนให้เขาถึงเพียงนี้ แม้จะเป็มารดา นางก็คงถูกลูก ๆ แง่งอนไม่ต่าง
ส่วนผู้เป็บิดาก็รู้ดีว่าลูก ๆ นั้นโกรธและน้อยใจในตัวเขาเพียงใด จึงได้แต่ยิ้มขืน ๆ ยอมสำนึกในความผิดโดยไม่คิดแก้ตัว หากแต่กำลังคิดหาทางแก้ไข
“สักวันข้าจะทำให้พวกเรากลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเอง”
“...แม่ลูกคู่นั้น ข้าไม่ยอมรับนะ”
“ไม่มีพวกนางแน่นอน”
หยางเอ่อคังกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองยามนึกถึงสองแม่ลูกน่าตาย จนผู้ฟังที่ใกล้จะเข้าสู่นิทราระบายยิ้มหวานแล้วหลับลงไปด้วยมใบหน้าเปี่ยมสุข
“...ข้ารักเ้า เหลียนฮวา”
...
“โอ๊... ท่านแม่ทัพเล่นมุกนี้ มีหรือที่ฮูหยินจะไม่ใจอ่อน”
“หนวกหูน่ะ”
ซือหม่าปาเจียวหยักไหล่พลางยิ้มยามนึกถึงว่าตนถูกบังคับให้มาเฝ้าต้นทาง กันไม่ให้โต้วซิ่งซิวพรวดพราดมาหาท่านแม่ทัพใหญ่ที่เรือนจนเื่ที่ว่าลอบออกไปหาฮูหยินโดนจับได้
และก็เพราะแบบนั้นซือหม่าปาเจียวจึงจำต้องช่วยคิดประโยคคำพูดดี ๆ ให้ฮูหยินหายโกรธเพื่อตัวเขาเองจะได้ไม่โดนแรงอารมณ์ของท่านแม่ทัพใหญ่อาละวาดใส่ด้วย
ซึ่งในเมื่อเขาเป็หนึ่งในผู้ที่ท่านแม่ทัพใหญ่ไว้วางใจจึงรู้ทุกอย่างดี และก็รู้ด้วยว่าท่านแม่ทัพใหญ่นั้นรู้สึกผิดและคิดถึงฮูหยินเพียงใด เขาจึงรู้ว่าต่อให้ฮูหยินที่รักท่านแม่ทัพขนาดไหนได้รู้เื่ราวก็คงไม่ยกโทษให้ง่าย ๆ (ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจจะยกโทษให้จริงๆ)
แต่ก็ไม่นึกว่าเพียงแนะ ๆ ไปนิด ๆ ท่านแม่ทัพก็สร้างเื่ากับแคว้นอื่นขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่คำสั่งที่แท้จริงนั้นเป็เพียงการกำจัดพวกโจรป่าที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พวกชาวบ้าน (แต่จะบอกว่าเกินไปก็ใช่ที... ในเมื่อโจรป่าเ่าั้ก็มีความเป็ไปได้ว่าจะเป็พวกแคว้นอื่นส่งมาดูเชิงจริง ๆ)
แต่ทว่าถึงขนาดใช้เื่นั้นทำให้ฮูหยินยอมใจอ่อน...
...ช่างเก่งกาจยิ่งนัก
“เห็นทีข้าต้องเรียนรู้จากท่านให้มากเสียแล้ว”
เขาถึงขนาดต้องถ่างตาคอยดูความเป็ไปให้ที่จวนแม่ทัพเสียนาน ขอแซะให้ท่านแม่ทัพใหญ่อายหน้าแดงสักหน่อยจะเป็ไรไป
“หุบปากได้หรือไม่...”
++++++
ครอบครัวนักแสดง ถถถถถ
ท่านแม่อาจใจอ่อนง่ายไปหน่อย แต่ก็เพราะรักมากนั่นแหละ