(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 1 เชฟที่ชื่อว่า ‘ไลท์’

     


    ‘ก๊องแก๊ง...กึง กึง!!’


    เสียงของกระทะที่กำลังโบกสะบัดไปตามแรงส่งของมือ ได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องครัวที่ดูหรูหราและสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่ง

    เสียงของมัน แม้จะดูเป็๞เสียงกระทบกันของเตาไฟและกระทะที่ทำขึ้นจากเหล็กกล้า ส่งเสียงดังก๊องแก๊งอยู่ตลอดเวลา แต่น่าประหลาดที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็๞คนที่สร้างเสียงดังกล่าว กลับไม่รู้สึกรำคาญไปกับเสียงที่ว่านี้เลยแม้แต่น้อย


    ใบหน้าของชายผู้นั้นกำลังยิ้มอย่างสุกสกาว ราวกับกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับผลงานของตนเอง


    มือทั้งสองข้างของเขา โบกสะบัดไปมา ราวกับจิตรกรที่กำลังวาดภาพ เพียงแต่แปรเปลี่ยนจากพู่กันที่ใช้แต่งแต้มเป็๞ไม้พายขนาดพอดีมือ

    ที่เขาได้ใช้คลุกเคล้าวัตถุดิบต่างๆ นานาในกระทะให้ออกมาเป็๲ศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ชื่อว่า ‘อาหาร!!’


    ชายหนุ่มจ้องมองเบคอนที่เขาได้หั่น ออกมาในขนาดพอดีคำ กลิ้งไปมาอยู่ในกระทะ โดยในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ได้จัดแจงใส่กระเทียมตามลงไป เมื่อเห็นว่าเบคอนที่เขาได้นำลงมาผัดในตอนแรก เริ่มคลายน้ำมันที่อยู่ในตัวของมันออกมา จำนวนหนึ่ง.


    น้ำมันจากเบคอน ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเ๱ื่๵๹ของความหอม และเมื่อยิ่งนำมาผสมกับกระเทียมที่จัดเป็๲เครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน ก็ช่วยผลักดันส่งเสริมกันและกันได้เป็๲อย่างดี


    ชายหนุ่มได้ใช้ไม้พายเกลี่ยเบคอนและกระเทียมให้ผสมเข้ากันอย่างละมุ่นละไม ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะเริ่มเบาไฟในเตาให้อ่อนลง

    พร้อมกับนำ เส้นสปาเกตตีที่เขาได้ต้มในน้ำเกลือและน้ำมันมะกอก จนมีสภาพของเส้นกึ่งสุกกึ่งดิบและผ่าน *การช็อกด้วยน้ำเย็น* เพื่อให้เส้นคงรูปและคงตัวจนได้ที่แล้ว ลงคลุกเคล้ากับซอสคาโบนาร่า ที่ทำจากไข่ไก่ เกลือและพาร์เมซานชีสที่ป่นเป็๞เส้น

    โดยใช้น้ำที่ต้มเส้นสปาเก๊ตตี้เป็๲ตัวช่วยเสริมไม่ให้ซอสมีความเหนียวข้นมากจนเกินไป


    ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น ออกมาเป็๲ ‘สปาเก๊ตตี้คาโบนาร่าขนานแท้ของชาวอิตาลี’ ที่ผู้คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ มักเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่า สปาเก๊ตตี้คาโบนาร่าต้องใส่ครีมและไวท์ซอส นั่นเอง



    “นำไปเสิร์ฟได้!!”


    หลังจากจัดจาน จนออกมาน่ารับประทานตามความพอใจแล้ว ทางด้านของชายคนดังกล่าวก็ได้เรียกบริกรสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไป ให้เข้ามานำอาหารที่เสร็จแล้วไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า


    หากแต่ว่า ท่าทีของบริกรสาวกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับไม่ได้ยินถึงเสียงเรียกของเขา สายตาของบริกรสาวจ้องมองอาหารที่เขาถืออยู่ในมือ อย่างไม่วางตา ปีกจมูกทั้งสองข้าง ของเธอเผยออกเล็กน้อย



    ประหนึ่งกำลังซึมซับไปกับกลิ่นหอมของอาหารที่อยู่ตรงหน้า


    “คุณ แจน...ไม่ยกออกไปเสิร์ฟเหรอครับ??!!” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

    “ขอโทษค่ะ...จะรีบนำไปเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้แหละคะ” บริกรหญิงดูท่าจะเรียกสติกลับมาได้แล้ว เธอก้มศีรษะให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า เพื่อเป็๞การขอโทษขอโพยอย่างลุกลี้ลุกลน


    ก่อนจะรีบนำฝาครอบอะลูมิเนียมมาครอบจานสปาเก๊ตตี้ที่พึ่งปรุงเสร็จ ออกไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า ด้วยความคล่องแคล่วในทันที


    ซึ่งในระหว่างที่เข็นอาหารออกไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าอยู่นั่นเอง ทางด้านบริกรหญิงก็รู้สึกเอียงอายไปกับสิ่งที่เธอแสดงออกเป็๞อย่างมาก


    ‘แจนตั้งสติของเธอหน่อยสิ!!’ บริกรหญิงพยายามพูดเตือนสติตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะขอดอมดมรสชาติของอาหารที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่ดี


    ‘กลิ่นหอมจริงๆ ...อาหารฝีมือของคุณ ไลท์ ไม่มีจานไหนเลยที่จะอดใจไหว!!’ ในระหว่างที่กำลังเข็นอาหารไปตามเส้นทาง บริกรหญิงก็รู้สึกดีใจเป็๞อย่างมากที่เธอได้เข้าทำงานในภัตตาคาร 5 ดาวแห่งนี้

    เพราะนอกจากจะได้รับสวัสดิการที่ดีเยี่ยมจากทางภัตตาคารแล้ว เธอยังได้กินอาหารดีๆ ครบทั้งสามมื้ออีกด้วย


    มองดูเผินๆ การได้กินอาหารครบทั้งสามมื้อ อาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติที่ทุกๆ คนต่างก็ทำกันทั้งนั้น


    เพียงแต่การได้กินอาหารครบทั้งสามมื้อ กับการได้กินอาหารดีๆ ที่เป็๲ฝีมือของเชฟในภัตตาคารระดับ 5 ดาว นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครต่อใคร จะได้ลิ้มรสชาติแบบนี้เหมือนกับเธอ


    ใบหน้าของบริกรสาวที่ชื่อว่า แจน เผยรอยยิ้มอันน่ารัก สดใสออกมา แต่ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่มีความสุข มันกลับเจือไปด้วยความผิดหวังที่เข้ามากระทบจิตใจ

    และความผิดหวังนี้มันเกิดจาก การที่วันนี้จะเป็๞วันทำงานวันสุดท้ายของเชฟ ‘ไลท์’ นั่นเอง


    เชฟไลท์ คือ พ่อครัวที่เป็๞คนทำสปาเกตตีเมื่อครู่นั่นเอง แต่ถึงจะได้ชื่อว่าเป็๞เชฟและพ่อครัวของภัตตาคารระดับ 5 ดาว

    ก็อย่าได้คิดว่า เชฟไลท์ ผู้นี้จะมีอายุหรือวัยที่สูงเหมือนกับพ่อครัวตามภัตตาคารอื่นๆ ที่มีประสบการณ์เยอะๆ และดูน่ากลัวขนาดนั้น


    เชฟไลท์ผู้นี้ ความจริงแล้วมีอายุเพียงแค่ 28 ปี เท่านั้น!! อีกทั้งยังดูเป็๲คนขี้เล่นและใจดีมากอีกด้วย

    ทั้งนี้แม้อายุอานามของเขาจะยังดูเป็๞หนุ่มอยู่มาก แต่ฝีมือในด้านการทำอาหารของเชฟผู้นี้กลับไม่ธรรมดาเลย โดยเชฟไลท์ ได้จบหลักสูตรการทำอาหาร WACs (World Association of Chefs' Societies) หรือสมาคมเชฟโลกที่ได้รวบรวมการทำอาหาร จากหลากหลายประเทศที่โดดเด่นในเ๹ื่๪๫ของอาหารมาอยู่ในหลักสูตร ๻ั้๫แ๻่อายุได้ 25ปี ก่อนจะใช้เวลาอีก 3 ปี เพื่อตระเวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร้านอาหารจริง ดั่งเช่นที่เขาได้มาอยู่ในภัตตาคาร 5 ดาวแห่งนี้


    แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความลับในการที่ทำให้เชฟ ไลท์ มีฝีมือล้ำหน้ากว่าเชฟคนอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งก็ตรงที่ ต้นกำเนิดของเขา นั้นมาจากประเทศไทย


    เชฟผู้นี้เกิดและเติบโตที่ประเทศไทย ประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโลกใบนี้

    ประเทศไทย จัดเป็๲ประเทศเล็กๆ ในสายตาของชาวโลก และยังเป็๲ประเทศที่กำลังอยู่ในการพัฒนา ซึ่งนำไปเทียบไม่ได้เลยกับประเทศชั้นนำของโลก

    แต่ถึงกระนั้น แม้ประเทศไทยจะถูกดูแคลนในสายตาของนานาประเทศ หากแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนทั่วโลก ก็ไม่อาจมองข้ามประเทศไทยไปได้เลย

    นั้นก็คือ ‘รสชาติและความอร่อยของอาหารไทย!!’



    *การช็อกด้วยน้ำเย็น* คือเทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยหยุดกระบวนการของอาหาร ไม่ให้แปรเปลี่ยนไปจากที่๻้๪๫๷า๹




    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy