‘ก๊องแก๊ง...กึง กึง!!’
เสียงของกระทะที่กำลังโบกสะบัดไปตามแรงส่งของมือ ได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องครัวที่ดูหรูหราและสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่ง
เสียงของมัน แม้จะดูเป็เสียงกระทบกันของเตาไฟและกระทะที่ทำขึ้นจากเหล็กกล้า ส่งเสียงดังก๊องแก๊งอยู่ตลอดเวลา แต่น่าประหลาดที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็คนที่สร้างเสียงดังกล่าว กลับไม่รู้สึกรำคาญไปกับเสียงที่ว่านี้เลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของชายผู้นั้นกำลังยิ้มอย่างสุกสกาว ราวกับกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับผลงานของตนเอง
มือทั้งสองข้างของเขา โบกสะบัดไปมา ราวกับจิตรกรที่กำลังวาดภาพ เพียงแต่แปรเปลี่ยนจากพู่กันที่ใช้แต่งแต้มเป็ไม้พายขนาดพอดีมือ
ที่เขาได้ใช้คลุกเคล้าวัตถุดิบต่างๆ นานาในกระทะให้ออกมาเป็ศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ชื่อว่า ‘อาหาร!!’
ชายหนุ่มจ้องมองเบคอนที่เขาได้หั่น ออกมาในขนาดพอดีคำ กลิ้งไปมาอยู่ในกระทะ โดยในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ได้จัดแจงใส่กระเทียมตามลงไป เมื่อเห็นว่าเบคอนที่เขาได้นำลงมาผัดในตอนแรก เริ่มคลายน้ำมันที่อยู่ในตัวของมันออกมา จำนวนหนึ่ง.
น้ำมันจากเบคอน ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเื่ของความหอม และเมื่อยิ่งนำมาผสมกับกระเทียมที่จัดเป็เครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน ก็ช่วยผลักดันส่งเสริมกันและกันได้เป็อย่างดี
ชายหนุ่มได้ใช้ไม้พายเกลี่ยเบคอนและกระเทียมให้ผสมเข้ากันอย่างละมุ่นละไม ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะเริ่มเบาไฟในเตาให้อ่อนลง
พร้อมกับนำ เส้นสปาเกตตีที่เขาได้ต้มในน้ำเกลือและน้ำมันมะกอก จนมีสภาพของเส้นกึ่งสุกกึ่งดิบและผ่าน *การช็อกด้วยน้ำเย็น* เพื่อให้เส้นคงรูปและคงตัวจนได้ที่แล้ว ลงคลุกเคล้ากับซอสคาโบนาร่า ที่ทำจากไข่ไก่ เกลือและพาร์เมซานชีสที่ป่นเป็เส้น
โดยใช้น้ำที่ต้มเส้นสปาเก๊ตตี้เป็ตัวช่วยเสริมไม่ให้ซอสมีความเหนียวข้นมากจนเกินไป
ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น ออกมาเป็ ‘สปาเก๊ตตี้คาโบนาร่าขนานแท้ของชาวอิตาลี’ ที่ผู้คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ มักเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่า สปาเก๊ตตี้คาโบนาร่าต้องใส่ครีมและไวท์ซอส นั่นเอง
“นำไปเสิร์ฟได้!!”
หลังจากจัดจาน จนออกมาน่ารับประทานตามความพอใจแล้ว ทางด้านของชายคนดังกล่าวก็ได้เรียกบริกรสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไป ให้เข้ามานำอาหารที่เสร็จแล้วไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า
หากแต่ว่า ท่าทีของบริกรสาวกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับไม่ได้ยินถึงเสียงเรียกของเขา สายตาของบริกรสาวจ้องมองอาหารที่เขาถืออยู่ในมือ อย่างไม่วางตา ปีกจมูกทั้งสองข้าง ของเธอเผยออกเล็กน้อย
ประหนึ่งกำลังซึมซับไปกับกลิ่นหอมของอาหารที่อยู่ตรงหน้า
“คุณ แจน...ไม่ยกออกไปเสิร์ฟเหรอครับ??!!” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ขอโทษค่ะ...จะรีบนำไปเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้แหละคะ” บริกรหญิงดูท่าจะเรียกสติกลับมาได้แล้ว เธอก้มศีรษะให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า เพื่อเป็การขอโทษขอโพยอย่างลุกลี้ลุกลน
ก่อนจะรีบนำฝาครอบอะลูมิเนียมมาครอบจานสปาเก๊ตตี้ที่พึ่งปรุงเสร็จ ออกไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า ด้วยความคล่องแคล่วในทันที
ซึ่งในระหว่างที่เข็นอาหารออกไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าอยู่นั่นเอง ทางด้านบริกรหญิงก็รู้สึกเอียงอายไปกับสิ่งที่เธอแสดงออกเป็อย่างมาก
‘แจนตั้งสติของเธอหน่อยสิ!!’ บริกรหญิงพยายามพูดเตือนสติตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะขอดอมดมรสชาติของอาหารที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่ดี
‘กลิ่นหอมจริงๆ ...อาหารฝีมือของคุณ ไลท์ ไม่มีจานไหนเลยที่จะอดใจไหว!!’ ในระหว่างที่กำลังเข็นอาหารไปตามเส้นทาง บริกรหญิงก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมากที่เธอได้เข้าทำงานในภัตตาคาร 5 ดาวแห่งนี้
เพราะนอกจากจะได้รับสวัสดิการที่ดีเยี่ยมจากทางภัตตาคารแล้ว เธอยังได้กินอาหารดีๆ ครบทั้งสามมื้ออีกด้วย
มองดูเผินๆ การได้กินอาหารครบทั้งสามมื้อ อาจจะเป็เื่ปกติที่ทุกๆ คนต่างก็ทำกันทั้งนั้น
เพียงแต่การได้กินอาหารครบทั้งสามมื้อ กับการได้กินอาหารดีๆ ที่เป็ฝีมือของเชฟในภัตตาคารระดับ 5 ดาว นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครต่อใคร จะได้ลิ้มรสชาติแบบนี้เหมือนกับเธอ
ใบหน้าของบริกรสาวที่ชื่อว่า แจน เผยรอยยิ้มอันน่ารัก สดใสออกมา แต่ทว่าภายใต้รอยยิ้มที่มีความสุข มันกลับเจือไปด้วยความผิดหวังที่เข้ามากระทบจิตใจ
และความผิดหวังนี้มันเกิดจาก การที่วันนี้จะเป็วันทำงานวันสุดท้ายของเชฟ ‘ไลท์’ นั่นเอง
เชฟไลท์ คือ พ่อครัวที่เป็คนทำสปาเกตตีเมื่อครู่นั่นเอง แต่ถึงจะได้ชื่อว่าเป็เชฟและพ่อครัวของภัตตาคารระดับ 5 ดาว
ก็อย่าได้คิดว่า เชฟไลท์ ผู้นี้จะมีอายุหรือวัยที่สูงเหมือนกับพ่อครัวตามภัตตาคารอื่นๆ ที่มีประสบการณ์เยอะๆ และดูน่ากลัวขนาดนั้น
เชฟไลท์ผู้นี้ ความจริงแล้วมีอายุเพียงแค่ 28 ปี เท่านั้น!! อีกทั้งยังดูเป็คนขี้เล่นและใจดีมากอีกด้วย
ทั้งนี้แม้อายุอานามของเขาจะยังดูเป็หนุ่มอยู่มาก แต่ฝีมือในด้านการทำอาหารของเชฟผู้นี้กลับไม่ธรรมดาเลย โดยเชฟไลท์ ได้จบหลักสูตรการทำอาหาร WACs (World Association of Chefs' Societies) หรือสมาคมเชฟโลกที่ได้รวบรวมการทำอาหาร จากหลากหลายประเทศที่โดดเด่นในเื่ของอาหารมาอยู่ในหลักสูตร ั้แ่อายุได้ 25ปี ก่อนจะใช้เวลาอีก 3 ปี เพื่อตระเวนเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร้านอาหารจริง ดั่งเช่นที่เขาได้มาอยู่ในภัตตาคาร 5 ดาวแห่งนี้
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความลับในการที่ทำให้เชฟ ไลท์ มีฝีมือล้ำหน้ากว่าเชฟคนอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งก็ตรงที่ ต้นกำเนิดของเขา นั้นมาจากประเทศไทย
เชฟผู้นี้เกิดและเติบโตที่ประเทศไทย ประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโลกใบนี้
ประเทศไทย จัดเป็ประเทศเล็กๆ ในสายตาของชาวโลก และยังเป็ประเทศที่กำลังอยู่ในการพัฒนา ซึ่งนำไปเทียบไม่ได้เลยกับประเทศชั้นนำของโลก
แต่ถึงกระนั้น แม้ประเทศไทยจะถูกดูแคลนในสายตาของนานาประเทศ หากแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนทั่วโลก ก็ไม่อาจมองข้ามประเทศไทยไปได้เลย
นั้นก็คือ ‘รสชาติและความอร่อยของอาหารไทย!!’
*การช็อกด้วยน้ำเย็น* คือเทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยหยุดกระบวนการของอาหาร ไม่ให้แปรเปลี่ยนไปจากที่้า
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy