แสงตะวันสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกรถยนต์ หญิงสาวเอื้อมมือดึงที่บังแดดขึ้นเพื่อหลบแสง ลูกสาววัยน่ารักนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เบาะหลัง ขณะที่คนขับรถคือพ่อที่เป็นักธุรกิจไฟแรงและเสาหลักของครอบครัว
“แม่คะ เราจะได้ไปเที่ยวกันอีกไหม?” เสียงหวานจากด้านหลังดังขึ้น ผู้เป็แม่หันไปตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ได้สิ ถ้าคนสวยของแม่อยากไปไหน แม่จะพาหนูไปทุกทีเลย”
“แล้วคุณพ่อล่ะคะ คุณพ่อจะพาลลินไปเที่ยวไหม?”
“ฮ่าฮ่า ถ้าพ่อไม่พาไป แล้วใครจะขับรถให้หนูกับคุณแม่ล่ะครับ?” เขาตอบพร้อมเสียงหัวเราะ ขณะที่มือจับพวงมาลัยแน่น
ครอบครัวนี้อบอุ่นจนใครเห็นต้องอิจฉา เด็กสาวโชคดีที่เกิดในตระกูลเพียบพร้อม พ่อแม่ปูทางความสำเร็จไว้ให้เธออย่างดี การมีลูกที่วางแผนมาอย่างดีทำให้ชีวิตของลลินมีคุณภาพ
ถนนเส้นหลักจากหัวหินสู่กรุงเทพฯ เพราะไม่ใช่วันหยุดหรือเทศกาลจึงทำให้สองข้างทางค่อนข้างโล่งแม้จะเป็อย่างนั้นแต่ปภังกรผู้เป็พ่อก็ขับรถด้วยความใจเย็น ไม่กล้าเหยียบคันเร่งมากเกินไปเพราะกลัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจะใหรือได้รับอันตราย
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น รถยุโรปในเลนตรงข้ามเสียหลักพุ่งตรงมาที่เขา หัวใจของปภังกรเต้นรัว เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ภรรยาและลูกาเ็น้อยที่สุด เขาควบคุมพวงมาลัยให้ฝั่งคนขับชนกับรถที่พุ่งเข้ามา
ธนิญารู้สึกกังวลไม่ต่างจากสามี รีบปลดเข็มขัดนิรภัยและพุ่งไปปกป้องลูกสาวที่อยู่เบาะหลัง แต่ไม่ทันการณ์ รถถูกชนเข้าอย่างจัง
โชคดีที่แม่เอาตัวขวางไว้ ทำให้เศษกระจกเฉือนร่างของเด็กสาวไปเพียงเล็กน้อย แรงกระแทกทำให้ลลินใจนหมดสติ แต่คาร์ซีทช่วยให้เธอไม่กระเด็นออกไปยังด้านหนา้รถที่ถูกบี้
แม้ลลินจะรอดชีวิต แต่พ่อและแม่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรม ปภังกรถูกแรงชนจากรถอีกคันอย่างแรง รถญี่ปุ่นที่ไม่สามารถต้านทานได้ ทำให้มันยุบเข้ามาจนถึงพวงมาลัย ธนิญาก็ไม่ต่างกัน เมื่อตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัย เธอได้รับแรงกระแทกเต็มหลัง กระจกแตกจากการชนเฉือนแขนและหลังของเธอจนเืไหลเหมือนงานศิลปะ
ในวินาทีสุดท้าย ธนิญาหันไปมองลูกสาวสุดที่รักก่อนที่เธอจะขาดใจ
ด้านซากรถอีกคันคนที่อยู่ภายในทำให้เื่นี้กลายเป็ข่าวดังเมื่อ ภูผา วรวงศ์คุณากร ลูกชายคนโตของตระกูล ผู้ที่กำลังทำหน้าที่สืบทอด Beyond Words นิตยาสาสรแม็กกาซีนชื่อดังที่คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน และ รัญชนา จันทราเกียรติ มารดาของเขาที่ได้หย่าร้างกับสามี ก่อนที่ผู้เป็พ่อจะได้แต่งงานใหม่
ในขณะที่เขากำลังขับรถอยู่บนถนนด้วยความเร็วพอสมควร หลุมระหว่างทางทำให้เขาต้องเหยียบเบรก จนได้รู้ว่าสายเบรกของรถคันนี้ถูกตัดจนขาดสิ้น ความใในขณะนั้นทำให้ภูผาตัดสินใจหักพวงมาลัยเพื่อหลบหลุมลึกนั้น แต่ความคิดเขาก็ผิดพลาด เมื่อไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีรถฝั่งตรงข้ามขับเข้ามาพอดี
ทั้งสองคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ข่าวของพวกเขาถูกฉายออกทีวีทุกช่อง แต่เพราะชื่อของตระกูลโอภาสเจริญไม่ได้น่าจดจำทำให้พวกเขาถูกลืมไปในที่สุด
ข่าวการตายในครั้งนี้ถูกทุกสื่อรายงานว่าเป็เพียงอุบัติเหตุ มีเพียง ตฤณ พิจิตเจริญวงศ์ ที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าใครเป็คนทำมัน แต่ตัวเองก็ไม่สามารถต่อกรอะไรได้ ทำได้เพียงแค่ยอมรับความเ็ปจากการจากไปของเพื่อนรัก