[23] ออดิชั่น
“จะไม่ไปหาน้องกับพ่อหน่อยเหรอ?”“ไว้ก่อน ผมกำลังพยายามเข้าถึงคาแร็กเตอร์ตัวละครน่ะ”เซ็ทตอบคำถามของอดัมที่พึ่งกลับมาจากที่ทำงาน ในมือยังถือกระดาษรายละเอียดเนื้อหาคร่าวๆ ของซีรี่ย์จากลุงโชคมาเปิดประกอบด้วย“งั้นเหรอ...ช่วยไม่ได้นะ”“เดี๋ยวผมต้องไปเกาหลีสามวัน ระหว่างนั้นถ้าอดัมทำให้อลิซเชื่อใจจนกล้ามาอยู่ด้วยก็พามาได้เลยนะ ถ้าขาดเหลืออะไรเงินผมโอนไว้ในบัญชีกลางแล้ว ถอนมาใช้ได้ตามสะดวก”คำพูดของเซ็ททำเอาอดัมแอบอายตัวเองอยู่หน่อยๆ มีอย่างที่ไหนเป็นทั้งพ่อเป็นทั้งหัวหน้าครอบครัว แต่ต้องให้ลูกชายวัยสิบหกช่วยหาเงินเข้าบ้าน ถ้าเซ็ทเป็นเจ้าหนี้ล่ะก็ป่านนี้หนี้สินคงท่วมหัวไปแล้ว“...ขอบใจนะเซ็ท”“เรื่องค่าผ่าตัดของแม่ก็ไม่ต้องห่วง ผมจะช่วยหาเอง ถ้าได้ผู้บริจาคขึ้นมาก็อย่าปฏิเสธล่ะ ผมรู้นะว่าอดัมกับแม่อรกังวลเรื่องเงินกันอยู่น่ะ”“...เซ็ท” อดัมเดินมากอดร่างของเซ็ทไว้ น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอ “พ่อขอโทษนะ ขอบใจลูกมากจริงๆ”“ครอบครัว จะไม่ช่วยคนในครอบครัวได้ยังไง”แม้เซ็ทจะหาเงินก้อนใหญ่ไว้ครั้งหนึ่ง แต่รายจ่ายต่างๆ ก็ทยอยมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ จนกังวลว่าผ่านไปนานๆ เงินก้อนนั้นจะไม่เพียงพอเอา ตอนนี้เขายังไม่ได้เงินเดือนก้อนแรกมาช่วยใช้จ่ายในบ้านด้วยซ้ำ เงินทุกบาททุกสตางค์แทบจะเป็นเซ็ทหามาด้วยตัวเองทั้งสิ้นหากอรมีสิทธิได้ผ่าตัด ค่าหมอค่ายาค่าพักฟื้นตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ลำพังรายได้ของเขานั้นน้อยเกินไป เงินเก็บของอรก็ยังไม่เพียงพอ และหากจะให้เอาเงินที่เซ็ทหามาทั้งหมดไปละลายกับค่าหมอ อย่าว่าแต่เขารู้สึกผิด อรเองก็ไม่ยินยอม นั่นเป็นเงินทุนของเซ็ทที่เซ็ทหามาด้วยตัวเอง อรปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่ขโมยเงินทุนของลูกเด็ดขาด“อดัมกับแม่อรน่ะอย่ากังวลไปเลย เงินน่ะไม่ตายก็หาใหม่ได้ ชีวิตสำคัญกว่าเยอะ”เซ็ทวางนิยายในมือแล้วตบหลังอดัมเบาๆ ผู้เป็นพ่อได้แต่ขอบคุณเสียงอู้อี้“...ขอบใจนะลูก”
ซีรี่ย์เรื่องยาว ชื่อเรื่องว่า ‘โลกสีดำ’ ปกติแล้วซี่รี่ย์ทั้งหลายจะมีการกำหนดตัวละครจากนักแสดงที่มีผลงานหรือภาพลักษณ์ใกล้เคียงกับที่ตัวละครควรเป็น ไม่บ่อยนักที่ซีรี่ย์ทุนหนาจะเปิดรับออดิชั่นบทพระเอกของเรื่องทว่านี่เป็นโอกาสชั้นเยี่ยมของเซ็ท เนื่องจากภาพลักษณ์ภายนอกของตัวเอกเข้ากันได้เหมือนถอดแบบกันมาเรื่องย่อแบบย่อโครตๆ ของซีรี่ย์โลกสีดำ จะมีตัวเอกเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกที่ครอบครัวสุขสันต์ แต่โดนบูลลี่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นลูกครึ่งต่างจากคนอื่นๆ ในโรงเรียน อยู่มาวันหนึ่งที่เขากลับถึงบ้านครอบครัวก็ถูกฆ่าตาย เขาหยุดเรียนไปกว่าหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะมีคนโผล่มาบอกสาเหตุการตายของพ่อและแม่ พ่อและแม่ของเด็กหนุ่มเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานให้กับโปรเจ็กต์ลับของรัฐบาล งานวิจัยสุดท้ายที่พ่อกับแม่เลือกที่จะลบมันทิ้งแล้ว นำข้อมูลต้นแบบกลับมาโดยไม่ให้ใครรู้แล้วหนีออกจากสถาวิจัยคือระเบิดที่รุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู ...คนพวกนั้นต้องการมันเด็กหนุ่มที่ทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้น แต่แล้วเขาก็คิดได้ว่าสิ่งของที่คนที่ฆ่าพ่อแม่ต้องการนั้น พ่อกับแม่ได้ฝากไว้ที่เขาเมื่อนานมาแล้ว เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจจะหนีไปตั้งหลัก แต่ในขณะเดียวก็ตั้งใจจะกลับมาล้างแค้นเด็กหนุ่มกลับไปที่โรงเรียนอีกครั้ง แล้วแก้แค้นเพื่อนนักเรียนในห้องที่เคยกลั่นแกล้งเขาทุกคน ก่อนจะจุดไฟเผาห้องเรียนเหมือนคนบ้า แล้วจึงหายตัวไปจากโรงเรียนตลอดกาลเพราะคนที่ฆ่าพ่อแม่คือรัฐบาล เด็กหนุ่มจึงไม่คิดเชื่อใจองค์กรไหนทั้งนั้น เขาหลบหนีไปทั่วจนได้เข้าไปในโลกเบื้องหลังและได้รู้จักกับองค์กรนักฆ่า เขาได้รับการฝึกฝนที่นั่นจนกระทั่งเป็นนักฆ่าวัยเยาว์มือฉมังในเวลาเพียงหนึ่งปี เด็กหนุ่มทำลายและก่อกวนหน่วยงานของรัฐบาลไปทั่ว จนกระทั่งได้พบกับนางเอกที่อายุมากกว่าตัวเองถึงเจ็ดปีออกจะแปลกแหวกแนวจากนิยายทั่วไปตรงที่เจอกันครั้งแรกพระเอกก็จ้วงท้องนางเอกเป็นรู อาการสาหัสเกือบตาย นางเอกตัดสินใจตามไล่ล่าพระเอก ในขณะเดียวกันคนในองค์กรก็เคลื่อนไหว เด็กหนุ่มตัดสินใจช่วยนางเอกด้วยความบังเอิญหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นความตั้งใจหญิงสาวได้จับเข่าคุยกับเด็กหนุ่มอย่างจริงจัง และตัดสินใจที่จะช่วยเขาค้นหาความจริงเพราะเธอเชื่อว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นสุดท้ายรัฐบาลก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ต้องการจากพ่อแม่ของเขาจริง แต่ไม่ใช่คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา องค์กรที่เขาสังกัดอยู่ต่างหากล่ะที่เป็นคนทำ เด็กหนุ่มไล่ฆ่าคนทั้งองค์กรจนเกือบพลาดท่า นางเอกได้เป็นคนนำกำลังมาช่วย การแก้แค้นของเขาสิ้นสุด เด็กหนุ่มตัดสินใจมอบตัวเข้าคุก แม้จะรู้ดีว่าอาจจะต้องติดคุกตลอดชีวิตก็ตาม นางเอกวิ่งเต้นหาทางช่วยเหลือพระเอก จนกระทั่งสิบปีต่อมาพระเอกก็ถูกปล่อยตัว และต้องใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลใต้ความดูแลของนางเอกตลอดไปเพราะเรื่องย่อหนึ่งหน้ากระดาษที่ให้มานอกจากเรื่องย่อกับภาพลักษณตัวละครแบบคร่าวๆ แล้ว ไม่ได้มีกำหนดลักษณะนิสัยของตัวละครแบบจริงจังไว้เลยแม้แต่น้อย เซ็ทจึงจำเป็นต้องสร้างภาพอิมเมจตัวละครที่เขาจะเล่นขึ้นมาเองใหม่ทั้งหมด ให้เหมาะสมกับเนื้อหา ลักษณะนิสัยที่ควรจะเป็นที่น่าจะเข้ากับบทละครแถมจากการโกงด้วยการให้โรหาข้อมูลบทจริงมา คนเขียนบทก็ไม่ได้ใส่คาแร็กเตอร์ตัวละครไว้ชัดเจนขนาดนั้นซะด้วย ออกแนวร่างแต่ละตอนไว้คร่าวๆ ด้วยซ้ำไป...นั่นคงเป็นโจทย์แรกที่ต้องเจอล่ะนะ...“ตื่นเต้นเหรอเซ็ท?”“ไม่หรอกครับ แค่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าคนเขียนกับผู้กำกับน่าจะต้องการตัวละครแบบไหน”เซ็ทตอบพลางเก็บเอกสารในมือลงกระเป๋า ยิ่งเข้าใกล้สนามบินเท่าไหร่รถก็ยิ่งติดจนแทบไม่ขยับ อ้าปากหาวหลับรอมาสามงีบแล้วก็ยังไม่ถึงสักที แต่อย่างหนึ่งที่เซ็ทคาดไม่ถึงก็คือกองทัพแฟนคลับที่มาแออัดกันอยู่หน้าเกท“กรี๊ดดดด! เซ็ทจริงๆ ด้วย!”“ข่าวถูกจริงๆ ด้วยล่ะ!!”“หูไวตาไวจริงนะแฟนคลับ นี่ขนาดไม่ได้แจ้งไว้ก่อนยังมารอกันถูก คงมีคนในหลุดปากอีกแหง”“เขาก็อุตส่าห์มาให้กำลังใจผมนะครับ ไม่เป็นไรหรอก”“ก็นะ ดูเหมือนตาโชคจะคิดถูกที่ให้พาสต๊าฟมาส่งมากหน่อยน่ะ”เจ๊เจสซี่ว่าพลางหยิบกระเป๋าลงจากหลังรถตู้ส่งให้คนงานที่เข้ามาช่วย เซ็ทโบกไม้โบกมือให้หมู่ไทยมุงแล้วฉีกยิ้มให้ เสียงกรีดร้องก็ทวีความดังขึ้นไปอีก เซ็ทไปทำเรื่องโหลดกระเป๋าก่อนที่จะกลับมาพูดคุยกับแฟนคลับอย่างเป็นมิตร{คุณเหมือนลิงในสวนสัตว์ที่คนมามุงดูเลยเนอะ}‘เงียบปากไปไงโร’“เซ็ทคะหลังเป็นไงบ้างยังเจ็บอยู่มั้ยคะ?”“ไม่เจ็บแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”“เซ็ทร้องเพลงเพราะมากพี่ฟังทุกวันเลย เต้นก็เก่งมากด้วย การแสดงก็พยายามเข้านะ!”“ขอบคุณครับ จะพยายามครับผม”“พี่เซ็ทคะไปออดิชั่นพยายามเข้านะคะ!”“ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับคนดี”เซ็ทว่าพลางรับหมอนอิงรูปหมูสีชมพูมาสวมคอ จับมือทักทายกับเด็กวัยสิบสิงสิบสามอย่างเป็นกันเอง แฟนคลับสาวๆ คนอื่นอดไม่ได้ที่จะอิจฉาแต่ก็ถูกสต๊าฟคนอื่นช่วยกันให้อยู่ในระเบียบ“อีกสองสามวันผมจะกลับมา วันนี้ขอบคุณมากครับ ถ้ายังไงก็กลับบ้านกันดีๆ ระวังอุบัติเหตุด้วยนะครับ”เซ็ททิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มสดใส เดินตามเจ๊เจสซี่เข้าไปในเกทเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง หลังจากเซ็ทหายไปจากตรงนั้น กองทัพแฟนคลับถึงเริ่มสลายตัว“เปิดตัวไม่ถึงสัปดาห์ก็มีแฟนคลับมากขนาดนี้แล้ว ยอดไปเลยนะ นี่ขนาดไม่ได้มีการโปรโมตอะไรก่อนหน้าซะด้วยนะเนี่ย”“ค่อนข้างเซอร์ไพร์สเหมือนกันครับ แต่ก็ดีแล้วที่พวกเขารักผม”เซ็ทยิ้มน้อยๆ แล้วจงใจหันหน้าหนีเหมือนคนเขิน เขาเห็นช่างกล้องถือกล้องวีดีโอแอบถ่ายอยู่ไม่ไกล ลุงโชคคงตั้งใจจะเอามาภาพเบื้องหลังมาใช้เป็นการโปรโมตไปในตัว หนุ่มน้อยผู้สดใสต่อหน้าแฟนคลับเบื้องหลังเขินจนหันหน้าหลบ โรยังขยี้แล้วขยี้อีก ไม่มีมีมที่ดีกว่านี้แล้วล่ะ“มั่นใจกับการออดิชั่นมั้ย?”“ไม่มั่นใจแต่จะทำให้ดีที่สุด เพื่อคนที่คอยให้กำลังใจผมอยู่ด้วย”เซ็ทว่าพลางยิ้มเขิน หยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดฝาดูด แต่ตาพลันเหลือบไปเห็นตากล้องที่กำลังถ่ายจึงรีบวางน้ำลงแล้วโวยวายด้วยใบหน้าแดงๆ แน่นอนว่าในหมู่คนรอบตัวไม่มีใครรู้ว่านั่นคือการแสดง“ทำอะไรน่ะครับ หยุดถ่ายเลยนะพี่”“สีหน้าดีมาก กู๊ดจ็อปน้องเซ็ท”ช่างกล้องชูนิ้วโป้งให้ว่าขึ้นพลางเก็บกล่อง จากนั้นจึงกลับไปนั่งที่อย่างเป็นระเบียบรอเครื่องขึ้นบิน เซ็ทที่เห็นว่าจบฉากแล้วจึงเอียงคอหลับ{คนตอแหลเขินจริงก็บอกว่าเขินสิ อายทำไม}‘บอกว่า...หุบ-ปาก----โร!!’
หลังลงจากเครื่อง เซ็ทเดินบนถนนของประเทศเกาหลีได้โดยไร้ปัญหา ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเซ็ทยังไม่ได้มีชื่อเสียงใดๆ ที่นี่แม้แต่นิดเดียว หลังจากไปเช็กอินและเก็บของที่โรงแรม เจ๊เจสซี่ก็พาเซ็ทไปตะลอนกินอาหารข้างทางของเกาหลีหลายต่อหลายอย่าง พี่ตากล้องก็ตามถ่ายอย่างสนุกสนานเป็นการชาร์จพลังก่อนจะต้องจริงจังในวันพรุ่งนี้ได้เป็นอย่างดี“พร้อมมั้ยเซ็ท?”“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วล่ะครับเจ๊”เซ็ทในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นคลุมทับด้วยเสื้อกันหนาวกับหมวกแก๊บเดินเข้าไปในห้องรับรอง เพราะเป็นรอบพิเศษที่แต่ละค่ายจะเป็นคนเลือกส่งมา คนที่เข้าออดิชั่นในครั้งนี้จึงมีเพียงสิบกว่าคน ทันทีที่เซ็ทเดินเข้าไปจึงมีสายตาเหล่มองจากรอบข้างเป็นการเช็กคู่แข่งเซ็ทที่เป็นคนธรรมดามาถึงเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเขาจึงไม่มีใครรู้จัก ทำให้หลายๆ คนมองเขาเป็นคนนอกสายตา แต่พวกที่ระวังตัวแจก็จะระแวงว่าจะเป็นม้ามืด เพราะหากการแต่งตัวว่าเด่นแบบธรรมดาโครตๆ แล้ว ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางค์ใดๆ ยิ่งเด่นกว่า“ตอนออดิชั่นเขาอนุญาตให้ถ่ายคลิปเก็บไว้ได้เผื่อศิลปินจะเอาไปใช้โปรโมตตัวเอง ดังนั้นไม่ต้องเครียด เจ๊กับพี่ตากล้องก็จะอยู่ข้างในด้วย ชิวๆ ไว้ล่ะ”เพราะเป็นการออดิชั่นครั้งแรกแต่ก็ต้องเจองานหินเลย เจสซี่เลยค่อนข้างเป็นกังวลว่าเด็กอย่างเซ็ทจะตื่นบรรยากาศ โดยเฉพาะในบรรดาผู้เข้าร่วมต่างก็เป็นตัวท็อปไม่ก็พวกน่าจับตามองของหลายๆ ที่ บรรยากาศรอบตัวดูผิดกับพวกเด็กฝึกดอกด๋อยที่เซ็ทเจออยู่เป็นประจำ“ผมว่าเจ๊เจสซี่เครียดกว่าผมอีกนะ ผมไม่เป็นไร เจ๊รอดูเถอะ”“...เซ็ท”เซ็ทยิ้มสดใส ไม่รู้ทำไมศิลปินถึงได้กลายเป็นผู้ปลอบผู้จัดการไปซะได้...เซ็ทเดินเข้าไปหาที่นั่งว่างๆ หลับตาทบทวนอิมเมจในหัวกับโรอยู่สองคน ในขณะที่หูก็คอยฟังประกาศจากภายนอกไปด้วยหนึ่งคิวใช้เวลาเกือบสิบนาทีซึ่งถือว่าค่อนข้างนานสำหรับการออดิชั่น แต่เนื่องจากมันเป็นรอบพิเศษที่แต่ละค่ายได้ใช้เส้น ส่งตัวเก็งเข้ามาถึงรอบลึกๆ ก็ไม่แปลกที่แต่ละคนจะมีฝีมือขนาดที่ว่าคณะกรรมการอาจจะต้องคิดหนักสักหน่อย“เซ็ท จาก JNr ฝั่งประเทศไทย เชิญค่ะ”“ครับ”เสียงเรียกเป็นภาษาเกาหลีดังขึ้น เซ็ทจึงลุกขึ้นตามหลังพนักงานผู้หญิงไปด้วยท่าทีสุขุม หากแต่ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มน้อยๆ ไว้เมื่อเข้ามาภายในสิ่งแรกที่เห็นคือคนนั่งเรียงกันเป็นตับ ไม่ต้องรอให้บอกก็รู้ว่าคนพวกนั้นคือกรรมการ เซ็ทเห็นผู้จัดการหรือช่างกล้องของแต่ละค่ายคอยเก็บภาพศิลปินของตัวเองอยู่ด้านหลัง และทันเห็นสายตาเป็นห่วงระคนสงสารของเจสซี่และช่างกล้อง...สงสัยคิวที่ผ่านๆ มาจะมีพวกงานหินอยู่ด้วยแต่ผู้จัดการมาทำหน้าเหมือนยอมแพ้แล้วต่อหน้าศิลปินนี่ไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพเอาซะเลยเซ็ทเริ่มเปิดปากสนทนาภาษาเกาหลีด้วยสำเนียงเกาหลีเด๊ะๆ“สวัสดีครับ ผมเซ็ท อคิราห์ จาก JNr ฝั่งประเทศไทย พึ่งได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวครับ”“โอ้ แปลกดีที่เดบิวต์ทีก็ออกเดี่ยวเลย แถมยังใช้ภาษาเกาหลีได้เป๊ะมากซะด้วย” หนึ่งในกรรมการพูดเหมือนกำลังชวนคุยให้ศิลปินไม่ประหม่า “คุณเป็นลูกครึ่งสินะ เคยอยู่ที่เกาหลีมาก่อนเหรอ?”“ผมเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน พึ่งเคยมาที่เกาหลีเป็นครั้งแรก ปกติแล้วจะเรียนด้วยตัวเองครับ”“ภาษาเกาหลีของคุณสุดยอด ถ้าไม่เห็นหน้าผมจะคิดว่ากำลังคุยกับคนเกาหลีปกติ ถึงคุณจะเป็นลูกครึ่งแต่คุณยังดูเด็กมาก ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่?”“สิบหกครับ”“...โอ้”กรรมการล้วนหันมามองประเมินเซ็ทเป็นตาเดียว จากที่ตอนแรกค่อนข้างจะมองผ่านๆ เพราะเอกสารแนะนำตัวเป็นพวกไร้ประสบการณ์ แต่จากภาพลักษณ์และสำเนียงก็ทำให้พวกเขาเริ่มสนใจกันมากขึ้น“ผมสังเกตว่าคุณใส่ชุดสบายมาก แถม...ไม่ได้แต่งหน้า?”“เพราะผมต้องเล่นเป็นเด็กอายุสิบหกทั่วไป เด็กผู้ชายธรรมดาคนไหนจะแต่งตัวจัดเต็มแถมลงรองพื้นซะหนาเตอะล่ะครับ”ผู้กำกับหัวเราะร่วนอย่างถูกใจ เอ่ยปากถามต่อ“คุณรู้รึเปล่าว่าบทที่คุณมาออดิชั่นเป็นบทแบบไหน?”“บทที่รูปลักษณ์เข้ากับผม ในขณะที่ถึงแม้จะเดินหันหลังให้แสง แต่ก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดา และเนื้อในยังคงความเป็นเด็กวัยรุ่นที่ใสบริสุทธิ์ไว้ลึกๆ ครับ”คนเขียนบทที่นั่งฟังเริ่มทำตาเป็นประกาย หลายคนที่ผ่านมาไม่มีใครตอบคำถามแบบนี้สักคน จากที่เขียนบทมาหลายต่อหลายเรื่อง คนแสดงส่วนมากก็คิดแค่เป็นบทพระเอกที่ต้องเข้มแข็งแต่ยังซ่อนความอ่อนแอไว้ข้างใน พร่ำพรรณาซะสวยหรูดูดีมากมาย จนเหมือนกับว่าบทที่ต้องแสดงแทบจะไม่ใช่มนุษย์คนหนึ่งถึงตัวเอกจะต้องเก่งแต่เธอไม่ได้เขียนบทตัวเอกเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือไร้ความรู้สึกสักหน่อย!“งั้นผมขอดูคุณในบทบาทที่คุณตีความขึ้นสักหน่อย”“คิดว่าฉากไหนดีคะผู้กำกับ?”“นั่นสินะ เอาเป็นถูกรังแกแล้วกลับบ้านไปหาแม่ ตัดสินใจแก้แค้นแล้วฆ่าคนครั้งแรก แล้วก็...เริ่มหลงรักนางเอก วิธีแสดงแล้วแต่เธอเลยจะหาคนมาช่วยก็ได้นะ”ผู้กำกับว่าพลางเอามือเท้าคาง ดวงตาราวราชสีห์จ้องจับเหยื่อ แต่เซ็ทไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกดดัน เขายิ้มแล้วตอบรับอย่างสดใส ตบมือเบาๆ ครั้งหนึ่งก็เอนตัวล้มไปด้านหลังอย่างแรง“!!!”คนรอบข้างต่างก็สะดุ้งที่เซ็ทล้มลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังตึง เซ็ทห่อตัวคุดคู้อยู่บนพื้นแล้วสะดุ้งเป็นบางครั้ง เสียงครางอย่างเจ็บปวดเล็ดลอดออกจากริมฝีปาก ดวงตาแข็งกร้าวดูสั่นเทายามเงยหน้ามอง “...อยะ...อย่าทำฉันเลย...ฉันขอร้อง อุ๊ก!”“ฉันทำอะไรผิด...ทำไมต้อง- อุ๊บ!...หยุด...ได้โปรด!”“ขะ-ขอโทษ พรุ่งนี้...พรุ่งนี้จะหามาให้! โอ๊ยย!!”ไม่ต้องมีตัวช่วยร่วมแสดง ทั้งกรรมการและเหล่าสต๊าฟต่างก็มองเห็นภาพเด็กหนุ่มถูกรังแก ร่างที่ขดงออยู่กับพื้น เพราะกำลังโดนกระทืบ เสียงครางอย่างเจ็บปวดที่อดกลั้นเอาไว้ จวบจนร่างนั้นไม่กระดิกนั่นหมายถึงว่าเด็กที่มารังแกต่างจากไปแล้วเซ็ทยันกายลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาคมแฝงไปด้วยม่านน้ำตาบาง ริมฝีปากเม้มแน่นด้วยความเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ เขาลุกขึ้นยืนแบบติดๆ ขัดๆ ปัดเนื้อตัวที่เปื้อนฝุ่นไปมา มองขึ้นลงเช็กสภาพตัวเองก่อนจะเดินออกไป ห่างออกไปไม่กี่ก้าว เด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดก็มีใบหน้าที่สดใสร่าเริง“พ่อ แม่ ผมกลับมาแล้วคร้าบ!”“หิวจังเลย วันนี้มีอะไรกินมั่งครับ!”“อ๋อ เนี่ยเหรอ แค่แผลจากการฝึกที่ชมรม ไม่เป็นไรหรอก รุ่นพี่ชมว่าผมเล่นดีขึ้นด้วยนะ”ราวกับเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์ เด็กหนุ่มยิ้มแย้มแจ่มใสเก็บซ่อนบาดแผลและความเศร้าเอาไว้ภายในเพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวเป็นห่วง ทั้งน่าชื่นชมและน่าสงสารในเวลาเดียวกันเซ็ทหยุดยืนนิ่งแล้วตบมือเบาๆ อีกหน ท่าทางร่าเริงก็มืดหม่นลงราวกับสั่งได้“อ๊ากกกกกกก!!”“พ่อครับ!! แม่ครับ!!”เซ็ททิ้งตัวคุกเข่าลงบนพื้นราวกับหุ่นที่โดนตัดเชือกที่ใช้เชิดแล้วกรีดร้องเสียงดัง มือสองข้างยกขึ้นขยุ้มศรีษะแล้วทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบเต็มสองแก้ม เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งยาวนานเป็นนาทีก่อนที่เสียงจะค่อยๆ เบาลง“...พ่อครับ...แม่ครับ...อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว”“...รอผมก่อนนะ ...ผมจะรีบส่งพวกมันไปลงนรก”“...แล้ว ...จะรีบตามไป”ดวงตาของเซ็ทนิ่งสนิท มันมืดมนไร้ประกาย ขาสองข้างหยัดกายลุกขึ้น จับจ้องไปยังกรรมการคนหนึ่ง มือหนาขยับชี้นิ้วไปเบื้องหน้าแล้วทำท่าเหมือนลั่นไก แม้จะไร้น้ำตาแต่ดวงตานั้นยังสั่นไหว“...ลาก่อน”เซ็ทตบมืออีกหนแล้วปาดคาบน้ำตาที่ยังเลอะออกจากใบหน้า บรรยากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนไป เซ็ทนั่งชันเข่าอยู่กับพื้นหันมองไปข้างตัว ดวงตาที่นิ่งเฉยไร้ประกายฉายแววรำคาญ“อ่อนแอแบบป้ามาเป็นตำรวจได้ยังไงกัน กลับไปนอนเฝ้าบ้านเหอะ”“แก่แล้วก็หัดยอมรับความจริงน่า หึ”เซ็ทยิ้มมุมปากก่อนจะมีท่าทีตกใจ เขาผุดลุกขึ้นใบหน้าเคร่งขรึมมีหลายอารมณ์ “กลับไปนอนเฝ้าบ้านเถอะ ไล่ตามผมแบบนี้มันอันตรายนะ เจอคราวหน้าจะฆ่าทิ้งซะเลย”เซ็ทขู่ทิ้งท้าย ยกมือขึ้นปัดไปมาก่อนจะเดินห่างออกไปหลายก้าว เซ็ทหยุดยืนก่อนจะก้มมองมือของตัวเอง ในดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน“...อะไรกัน?”แล้วเซ็ทก็ตบมืออีกครั้งก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้เหล่ากรรมการอย่างสดใส โค้งตัวขอบคุณเล็กน้อย“จบแล้วครับ ขอบคุณมาก”เหล่ากรรมการยังคงนิ่งค้าง ทำงานในแวววงนี้มาก็เนิ่นนาน แต่ก็ไม่เคยเห็นการแสดงแบบนี้มาก่อน เพียงแค่ไม่กี่นาทีราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน สามอารมณ์สามสถานการณ์ ไม่มีร่องรอยอารมณ์ที่ขัดแย้งแม้แต่น้อย แถมยังเปลี่ยนบทบาทให้ตัวเองในไม่กี่วิด้วยแค่การตบมือเบาๆ แถม...ทั้งๆ ที่พูดอยู่คนเดียว ทำไมถึงได้เห็นตัวละคนตัวอื่นมาเข้าบทกับเขาได้ ต่อให้ทักษะการมโนของแต่ละคนดีเยี่ยมแค่ไหน ก็ไม่น่าใช่ทุกคนในห้องที่จะรู้สึกเหมือนๆ กัน!...นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!ผู้กำกับที่รู้สึกตัวก่อนตบมือให้เซ็ทดังๆ ด้วยความชื่นชม พยายามเต็มที่ในการอดกลั้นรอยยิ้มที่มุมปาก เสียงตบมือเรียกสติของกรรมการและคนอื่นๆ โดยไม่ทันรู้ตัว ทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงตบมือ“สุดยอดจริงๆ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไม JNr ฝั่งไทยถึงส่งเด็กที่พึ่งเดบิวท์อย่างเธอมาเข้าร่วมออดิชั่นครั้งนี้ ฝีมือเธอดีกว่าพวกที่โลดแล่นอยู่บนจอมาหลายปีเยอะมาก”“ฉันชอบการแสดงของเธอนะ สามบทบาทดูมีความเป็นมนุษย์ทั้งนั้น เธอเหมือนคนที่หลุดออกมาจากบทละครที่ฉันจินตนาการไว้เลยล่ะ”“ฉันชอบจังหวะในการเปลี่ยนฉากนะ เสียงตบมือที่เป็นสัญญาณให้คนดูรู้ว่ากำลังจะเปลี่ยนบท แถมการเปลี่ยนอารมณ์ก็ทำได้เร็วตามจังหวะปรบมือ ซึ่งเร็วจนน่ากลัว เก่งมากจริงๆ”“ถ้นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่ภาพยนตร์ การแสดงของเธอก็สมจริงมากจนแทบหาจุดติไม่ได้เลย ถ้าจะแนะนำจริงๆ ก็มีแค่ตอนถ่ายจริงต้องใช้ความน้อยลงหรือเพิ่มขึ้นแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับรูปแบบการเผยแพร่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะลองร่วมงานกันดู ต่อให้ไม่ใช่เรื่องนี้ก็เถอะ”“ขอบคุณมากๆ ครับ”เซ็ทยิ้มอย่างสดใสจนแก้มแทบฉีกยามได้รับคำชมอันล้นหลาม ซึ่งรอยยิ้มดังกล่าวตกผู้มีอิทธิพลในวงการไปได้อีกหลายคนเจสซี่ยิ้มจนหน้าเบี้ยวน้ำตาไหลพราก เจ้าหล่อนอยู่ในห้องนี้มาตั้งแต่ต้นจึงรู้ดีว่าเซ็ทเป็นคนแรกที่ทำให้กรรมการทุกคนมีความู้สึกร่วมไปกับการแสดงของเขา ศิลปินและนักแสดงก่อนหน้าส่วนมากต่างได้รับคำชมตามมารยาท จะมีชมอย่างจริงใจกันอยู่ก็ไม่มากและไม่ต้องสงสัยเลยว่า คิวถัดจากเซ็ทจะเรียกความสนใจของกรรมการได้สักแค่ไหนเชียวเจ้าเด็กใหม่มหัศจรรย์เอ๊ย!“รอการติดต่อกลับได้เลย ถึงไม่ใช่ตัวเอกยังไงก็ต้องได้บทในซีรี่ย์เรื่องนี้แน่นอนล่ะนะ”ผู้กำกับว่าพลางยิ้มขำ ถ้าเซ็ทไม่ได้บทพระเอก คนเขียนบทก็ดูท่าจะไฟติดพร้อมแก้บทใหม่หมด เพื่อหาบทที่เหมาะสมให้หนุ่มน้อยตรงหน้าแล้วล่ะนะแต่ว่า...ก็ไม่น่าผิดไปจากนี้แล้วล่ะนะ...เจ๊เจสซี่กับพี่ตากล้องพลัดกันอวยเซ็ทจนโอเวอร์จนกระทั่งได้กลับไทย ไม่ต้องห่วงเลยว่าลุงโชคจะไม่ได้รับรายงานดังกล่าวจากเจ๊เจสซี่และคลิปวีดีโอการแสดงจากพี่ตากล้อง เย็นวันนั้นลุงโชคมาร่วมด้วยช่วยอวยถึงบ้านจนอดัมที่ได้ฟังเรื่องเล่ายิ้มแก้มปริเซ็ทถึงกลับกรอกตามองบนไล่คนสองคนแยกย้ายไสหัวไปนอน...“เจ้าหนูนั่นแสดงดีมาก มากจนอยากเห็นอนาคตเลยล่ะ”“ฉันก็อยากเห็นเขาแสดงบทบาทที่ฉันเขียนค่ะ”“ฉันเองก็อยากกำกับภาพยนตร์ที่เขาเป็นต้วเองเหมือนกัน งั้นมติเป็นเอกฉันท์”เหล่ากรรมการที่ประชุมกันแบบอินดี้พากันหยิบขนมกินกันไปพูดคุยกันไป เอกสารโปรไฟล์ของคนที่ได้เข้ารอบสุดท้ายกว่าสิบคนทั้งจากที่คัดผ่านออดิชั่นธรรมดาและรอบพิเศษถูกปัดตก มองเมินโดยทั่วกัน“แล้วคนที่ทางนั้นกำหนดตัวไว้ล่ะครับผู้กำกับ?”“ก็แจ้งกลับไปว่า นี่หน้าที่ฉันคัด ฉันกำกับ ทีมงานเห็นพ้อง อย่าเสือกเอาพวกโหลยโท่ยมาทำหนังฉันตกต่ำ”ผู้กำกับว่าพลางฉีกเอกสารโปรไฟล์ที่อยู่เบื้องหน้าทิ้งอย่างไม่ไยดี
‘คนบางคนอาจซ่อนความจริงไว้ใต้คำโกหก’
------------อาจจะดูอืดๆ ไปหน่อย แต่เรื่องนี้เราจะไปกันเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลว่าพระเอกของเราจะมาหยุดแค่การเป็นดารา นิยายเรื่องนี้ยังอยู่ในหมวดแฟนตาซี ซึ่งมันจะแฟนตาซีแน่นอนแมวรับประกัน //รึควรเขียนนิยายเรื่องโลกสีดำอีกซักเรื่องดี เป็นซีรี่ย์เกาหลีสุดๆ ไปเลย จริงๆ มีพล็อตอยากเขียนหลายเรื่อง แต่เราจะไปกันแบบเท่าที่ไหว จะได้ไม่มีไหดองเกิดขึ้น อุ๊ฟ ไม่ต้องห่วง แมวไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน จะพยายามคงคุณภาพให้ได้เท่าเดิมเสมอเด้อถ้าชื่นชอบฝากรีวิว ฝากแชร์ ลูกรักของแมวให้นักอ่านท่านอื่นได้อ่านกันด้วยน้า มาบริจาคค่าอาหารให้แมวกันเยอะๆ นะคะ รักทุกคนเลยค่ะ มี้~