ตอนที่ 9 เกินกว่าที่คิด
“ช่างเป็ฝูงหนูที่กวาดล้างได้ง่ายจริงๆ” หญิงสาวลอลิผมดำอกโตพูดขึ้นหลังจากที่ทุกอย่างจบลงแล้วด้วยเวลาอันสั้น........
“ก็พวกมันเป็เพียงแค่โจรป่าธรรมดานี่พี่ลอลิจะไปสู้กับพวกทหารหรืออัศวินที่ถูกฝึกมาอย่างดีได้ยังไงจริงไหมคะท่านอากอร์น?”หญิงสาวผมทองเจนนี่พูดออกความคิดเห็นของเธอเกี่ยวกับกลุ่มโจรทั้งห้าพันคนที่มาโจมตีในครั้งนี้ว่าพวกนี้ไม่ต่างอะไรกับชาวบ้านที่ติดอาวุธเลย.......
“มันก็ถูกอย่างที่เจนนี่ว่าที่พวกเขาต่างจากทหารที่ได้รับการฝึกมาหากแต่ครั้งนี้ที่เราชนะได้รวดเร็วแบบนี้นั้นก็เพราะพวกเขาไม่รู้ถึงความสามารถของพวกเขา”อากอร์นรู้ว่าที่เขาชนะในครั้งนี้เป็เพราะอะไรซึ่งเหตุผลที่เจนนี่บอกมานั้นมันก็ถูกส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนเป็เพราะศัตรูประมาทพวกเขาต่างหากละ........
ตุบ!!
“ข้าพาตัวหัวหน้าโจรมาแล้วครับท่านอากอร์น”ไม่นานเจมส์วิชก็พาหัวหน้าโจรที่เขาจับไว้ขึ้นมาบนกำแพงและโยนมันลงกับพื้นอย่างแรง.......
“ดีมาก......เ้าพาทหารทั้งหมดไปช่วยฮอล์สันกับพวกจัดการกับศพของพวกโจรต่อเถอะตรงนี้ข้าจัดการต่อเอง”อากอร์นพยักหน้าให้กับเจมส์วิชหนึ่งครั้งอย่างพอใจจากนั้นก็สั่งให้ชายหนุ่มพาทหารที่เหลือบนกำแพงนี้ไปช่วยฮอล์สันและพวกจัดการกับศพด้านล่าง.......
ครับ!!
ตึง ตึง ตึง!!
เพียงพริบตาเดียวทหารทั้งแปดร้อยคนก็ที่อยู่บนกำแพงก็พากันลงไปยังสนามรบด้านล่างอย่างรวดเร็วและช่วยกันจัดการกับศพโจรที่นอนตายกันเกลื่อนกลาดไปหมดส่วนอากอร์นและสามสาวกับหัวหน้ากองโจรยังคงอยู่บนกำแพงเช่นเดิม......
“เอาละเรามาเข้าเื่กันดีกว่านะคุณหัวหน้าโจร”เมื่อทุกคนไปหมดแล้วอากอร์นก็เดินไปหาหัวหน้าโจรและเปิดปากพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มขึ้นที่มุมปากของเขา.......
“เข้าเื่อะไรของแกว่ะไอ้บัดซบ!!ไปตายซะ!! อย่าฝันว่าข้าจะยอมบอกอะไรแกจ่อให้ถูกทรมานข้าก็ไม่มีวัน”หัวหน้าโจรแหกปากะโด่าทอขึ้นหลังจากที่ผ้าที่อุดปากหลุดออกจากปากของมันพร้อมกับพูดอย่างดื้อรั้นว่าจะไม่ยอมบอกสิ่งใดต่ออากอร์น.......
“ก็ดี.......คนแบบนี้แหละข้าชอบ......ไอ้พวกที่ไม่กลัวอะไรแบบเ้านี้แหละมักจะอยู่เล่นกับข้าได้นานอิอิ ไม่ต้องห่วงนะคืนนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันยาวๆ ไปจนถึงเช้าเลย”เมื่อเห็นหัวหน้าโจรแสดงท่าทางไม่ยอมและไม่คิดที่จะอ่อนข้อให้เขาง่ายๆอากอร์นจึงยกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับเลียปากตัวเองราวกับพวกโรคจิตก็ไม่ปาน......
“เอาอีกแล้ว.....ท่านอากอร์นเอาอีกแล้วให้ตายสิเป็แบบนี้ทุกทีเลย” เจสสิก้าที่อยู่ข้างๆถึงกับยกมือขึ้นมาตบหน้าผากของตัวเองในทันทีที่เห็นทางท่าของอากอร์นที่แสดงใส่หัวหน้าโจร........
“เอาน่า.....ถึงมันจะดูน่าเกลียดไปบ้างแต่มันก็ได้ผลดีนะ”ลอลิเองก็รู้สึกไม่ชอบใจเช่นกันแต่เธอก็ต้องยอมรับว่าวิธีนี้ของอากอร์นนั้นได้ผลมานักต่อนักแล้ว........
ทุกอย่างภายในสนามรบเมื่อครู่นี้ถูกจัดการจนแล้วเสร็จในเวลาไม่นานเพราะทุกคนต่างก็คุ้นชินกันอยู่แล้วจึงสามารถทำงานได้รวดเร็วและจากการที่พวกเขาเก็บกวาดในครั้งนี้พวกเขาได้รับเสื้อผ้าขนสัตว์หอกไม้หัวเหล็กเกรดต่ำ โล่ไม้และดาบเหล็กเก่าๆ เป็จำนวนมาก.......
แต่ถึงจะได้ของมาจำนวนมากก็ตามของพวกนี้ก็ยังเป็เพียงของระดับต่ำต่างจากอาวุธและชุดเกราะที่ได้จากการทำาที่ผ่านมาแต่มันก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยอีกอย่างของพวกนี้ก็เหมาะที่จะมอบมันให้กับพวกชาวบ้านเอาไว้ป้องกันตัวด้วย......
หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วทหารทั้งหมดก็กลับเข้าเมืองเพื่อประจำการตามสถานที่ที่ตนเคยอยู่ในทันทีเหมือนกับไม่ได้มีเื่ใดเกิดขึ้นซึ่งมันก็ใกล้เช้าพอดีและในเวลานี้เริ่มมีชาวบ้านบางคนที่ยังไม่ได้นอนได้ออกมาจากบ้านของตนเพื่อดูว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่......
เพราะเสียงร้องะโอย่างดังของพวกโจรนั้นได้ทำให้พวกชาวบ้านรู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมากไหนจะเสียงร้องอันโหยหวนอีกแบบนี้ใครมันจะไปนอนได้ดังนั้นจึงมีชาวบ้านจำนวนมากที่ยังคงนอนไม่หลับเพราะหวาดกลัว.....
จนเสียงร้องเริ่มเงียบไปพวกเขาจึงพากันออกมาจากบ้านเพื่อตรวจสอบดูและเมื่อพวกเขาออกมาจากบ้านของตนพวกเขาก็พบว่ากองทหารของอากอร์นที่เคลื่อนทัพกลับเข้าเมืองมานั้นตามชุดเกราะของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืและเืที่เปรอะเปื้อนเต็มตัว......
แต่ก็ไม่ได้มีใครได้รับาเ็สักคนเดียวกลับกันท่าทางพวกเขาดูเหมือนมีความสุขมากกว่ามีความทุกข์เสียอีกเมื่อพวกชาวบ้านเห็นแบบนั้นแล้วพวกเขาก็เริ่มที่จะเข้าใจบ้างแล้วว่าเมื่อคืนต้องมีการสู้รบเกิดขึ้นแน่และฝ่ายที่ชนะคงเป็ทหารเหล่านี้หรือก็คือทหารของเ้าเมืองคนใหม่ของพวกเขานั้นเอง......
“ข้าว่าแล้วเมื่อคืนนี้ต้องมีเื่เกิดขึ้นแน่ๆ”
“มันแน่อยู่แล้วเสียงดังออกขนาดนั้น”
“เมื่อคืนนี้ข้าออกมาแล้วรอบหนึ่งแต่ว่าท่านเรเว่นได้บอกให้พวกข้ากลับเข้าบ้านไป”
“อือ.....ข้าเองก็อยู่ด้วยตอนนั้นทหารของท่านเ้าเมืองดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามอย่างมากเลยเมื่อคืนนี้หากข้าไม่รู้ว่าเป็ทหารของท่านเ้าเมืองละก็ หัวใจข้าคงวายไปแล้ว”
“ใช่ใช่ ใช่ พวกเขาดูต่างไปจากเดิมมาก ปกติแล้วข้ามักจะเห็นพวกเขายิ้มแย้มอยู่ตลอดแต่เมื่อคืนนี้พวกเขาทุกคนล้วนสงบนิ่งและเ็าเป็อย่างมาก”
“นี้สินะความแตกต่างระหว่างทหารทั่วไปกับพวกทหารผ่านศึก?”
ชาวบ้านต่างพากันพูดคุยถึงเื่ที่เกิดมากขึ้นเพราะพระอาทิตย์เริ่มสาดส่องผู้คนก็เริ่มออกจากบ้านมากยิ่งขึ้นข่าวการเกี่ยวกับเื่เมื่อคืนถูกพูดกันอย่างเมามันถึงแม้จะไม่มีใครรู้ต้นต่อที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะถูกห้ามออกจากเมืองจนกว่าจะผ่านพ้นวันนี้ไป........
ซึ่งปกติแล้วพวกชาวบ้านเองก็ไม่ไม่ค่อยได้ออกไปนอกกำแพงซักเท่าไหร่เพราะด้านนอกนั้นมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ หากไม่จำเป็พวกเขาคงไม่ก้าวเท้าออกไปด้านนอกดังนั้นแล้วกิจกรรมส่วนใหญ่ของพวกชาวบ้านก็คือการใช้ชีวิตไปวันตามแต่้า......
แต่หลังจากที่อากอร์นมาเป็เ้าเมืองเมืองนี้เขาก็ได้วางแบบแผนให้กับพวกชาวบ้านใหม่ โดยการแบ่งหน้าที่การทำงานให้เหมาะสมกับความสามารถของคนเช่นพวกผู้ชายให้ไปจัดการรื้อบ้านเรือนที่เก่าแล้วหรือสถานที่ที่พังแล้วออกซะเพื่อนำพื้นที่ไปใช้อย่างอื่น.......
ส่วนพวกผู้หญิงอากอร์นได้มอบหมายงานเกี่ยวกับพวกการเกษตรการเย็บปักและพวกอาหาร โดยของที่เขาพึ่งได้รับมาจากรังโจรก่อนหน้านี้ที่มีทั้งข้าวสารเนื้อ ผ้าไหมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆซึ่งข้าวของส่วนใหญ่จะถูกแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเพื่อปรับระดับความเป็อยู่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมแต่ความเป็จริงแล้วอากอร์น้าจะซื้อใจพวกเขาต่างหาก.......
แต่ก็มีของบ้างชิ้นที่ถูกเร่เว้นและคนอื่นๆขอให้นำเข้าไปไว้ในปราสาทเ้าเมืองซึ่งของเหล่านี้ล้วนเป็ของตกแต่งที่ดูหรูหราเหมาะแก่การนำมาตกแต่งเป็อย่างมากเพราะในตอนนี้ปราสาทที่พวกเขาอยู่มันไม่ต่างอะไรไปจากซากโบราณเลย......
โชคดีที่ว่ามันยังคงแข็งแกร่งและไม่เสียมากจนเกินไปที่จะซ่อมแซมมันใน่เวลาไม่กี่วันนี้มันได้ถูกซ่อมแซมไปมากด้วยความช่วยเหลือของเหล่าชาวบ้านทำให้ปราสาทหลังเก่าเริ่มที่จะกลับมาดูดีอีกครั้งถึงมันจะเพียงแค่ภายนอกก็เถอะ.........
หนึ่งวันผ่านไป........
ภายในห้องโถงใหญ่ของปราสาท........
หาวววววววววว!!
“ขอบตาดำมาเลยนะขอรับท่านอากอร์นแสดงว่าเมื่อคืนคงจัดหนักกับไอ้หัวหน้าโจรนั้นทั้งคืนเลยนะสิใช่ไหม?” เจมส์วิชเปิดปากถามขึ้นพร้อมกับทำหน้ากวนๆ เล็กน้อย......
“ไม่ทั้งคืนหรอกแค่ชั่วโมงกว่าๆมันก็ยอมบอกแล้ว แต่ที่ข้าง่วงก็เพราะเมื่อคืนข้าออกไปตามตำแหน่งที่มันบอกมานั่นแหละกว่าจะหาที่เก็บสมบัติของมันเจอข้าต้องใช้เวลาไปถึงสามชั่วโมงด้วยกันแต่หลังจากที่ข้าพบแล้วมันก็ทำให้ข้าหายเหนื่อยเลย”อากอร์นตอบกลับพร้อมกับยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มและมีความสุขอย่างมากเมื่อนึกถึงสมบัติที่เขาได้มา.......
“ภายในนั้นคงมีสมบัติอยู่ไม่น้อยเลยไม่งั้นท่านอากอร์นคงไม่แสดงท่าทางเช่นนี้”เจสสิก้าจอมเวทย์สาวกล่าวขึ้นพร้อมกับแอบหัวเราะเล็กน้อย.......
“นั้นสินะถ้าหากสมบัติของพวกมันมีไม่มากพวกมันคงเอามาเลี้ยงคนมากกว่าห้าพันคนไม่ได้แน่ๆอย่างน้อยคงมีเงินไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นเหรียญทองแน่ๆ” เรเว่นเองก็คิดเช่นนั้นเพราะจากที่เขาคำนวณแล้วด้วยจำนวนคนมากขนาดนั้นพวกมันต้องมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อยแน่ๆ......
“จริงด้วยมีคนเยอะเงินก็ต้องเยอะตามไปด้วยยิ่งพวกมันเป็โจรสมบัติของพวกมันก็ยิ่งมีมากเพราะการออกปล้นชาวบ้านและขบวนขนส่งสินค้า”ฮอล์สันเปิดปากขึ้นเห็นด้วยกับคำพูดของเรเว่นที่ว่ามาขนาดกองทัพของพวกเขาทหารทุกคนล้วนก็มีเงินติดตัวอยู่ไม่น้อย......
“ในห้องสมบัติของพวกมันนั้นมีเงินอยู่ถึงแค่สองหมื่นเหรียญทองเท่านั้นเพียงแต่มี......”อากอร์นพูดตอบถึงจำนวนเงินที่เขาได้มาจากห้องสมบัติของพวกโจรให้กับเรเว่นฟังในทันทีก่อนจะหยุดพูดไปก่อนเพราะเสียงร้องอุทานอย่างใของทุกคนว่า......
สองหมื่นเหรียญทอง!!?
“เป็ไปได้ยังไงกันที่กองโจรขนาดใหญ่แบบนี้จะมีเงินเก็บอยู่เพียงเท่านั้น?”
“จริงด้วยไม่ใช่ว่าท่านอากอร์นแกล้งหลอกพวกเราอย่างนั้นเหรอ?”
ทั้งเจมส์วิชและเจสสิก้าต่างก็ตั้งคำถามออกมาอย่างสงสัยเพราะทั้งคู่แทบจะไม่อยากเชื่อเลยว่ากองโจรที่มีจำนวนคนมากถึงห้าพันคนจะมีเงินเก็บเพียงเท่านั้นขนาดพวกเขาเองยังมีเงินเก็บไม่ต่ำกว่าแสนเหรียญทองเลยั้แ่อยู่กับอากอร์นมา......
“ข้าพูดจริงๆที่ห้องเก็บสมบัติของพวกมันมีเหรียญทองอยู่แค่สองหมื่นเหรียญเท่านั้น”อากอร์นยังคงเน้นย้ำคำตอบเดิมของเขาว่าเขาพูดความจริง.......
“แล้วเหตุใดท่านถึงยิ้มอย่างมีความสุขอย่างนั้นละ?”ด้วยความสงสัยในท่าทางของอากอร์นกับสิ่งที่พวกเขาได้ฟังฮอล์สันจึงได้เปิดปากถามขึ้น......
“นั้นก็เพราะว่าพวกมันมีเหรียญเงินมากกว่าสิบล้านเหรียญนะสิ”
เมื่อได้โอกาสที่จะพูดอากอร์นจึงไม่รอช้าพูดอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่าทำไมตัวเขาถึงได้แสดงท่าทางมีความสุขแบบนั้นออกมานั้นก็เพราะว่าเหรียญเงินกว่าสิบล้านเหรียญนี้มันเทียบได้กับเหรียญทองกว่าแสนเหรียญเลยทีเดียว........
สิบล้านเหรียญเงิน!!?
สิบล้าน!!?
“พระเ้า!!นี่มันเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้อีกนะเนี่ย”