อาซันคว้าธนูพลังปราณเทพออกมา แล้วยิงขึ้นฟ้า ไปหลายร้อยดอก แล้วมันก็ระเบิดตกลงมาคล้ายดอกไม้ไฟ แล้วพุ่งเป็นสายฝนพุ่งเข้าใส่กองทหารนับหมื่น
ที่กำลังมุ่งเข้ามาหากลุ่งอาซัน ทหารที่เข้ามาในเขตลูกธนูล้วนตายจนหมดสิ้น
ที่เหลือไม่ถึงหกพัน ต้องถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว อาซันเดินเข้าไปทางหน้า
และให้ภูมะกลายเป็นปืนกลหัวระเบิด ยิงเข้าใส่ทหารที่ยืนเฝ้าที่กองกำลังรักษาเมือง อาคารตึกทั้งหมดที่อยู่ในค่ายทหารล้วนถูกอาซันระเบิดทำลายสิ้น มีเพียงอาคารเดียว ที่เก็บแรงงานทาสเอาไว้เกือน ห้าพันคน อาซันไปที่อาคารแห่งนี้ก่อน หมัดมฤตยูพุ่งเข้าต่อยที่หัวของทหารทั้งหมดที่กำลังยืนงง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นก็หัวระเบิดออกมาหมดทุกคน ทาสที่ถูกทำสัญลักษณ์เอาไว้มีเกือบห้าพันคน ถูกอาซันปล่อยออกมาจนหมด จากนั้นอาซันก็หายวับไปเพื่อจัดการกับ รองแม่ทัพ และผู้ช่วยอีก 4 คน และมีคนที่แต่งชุดขาวคล้ายกับพวกนักบวชในสมัยโรมัน
“ แกอีกแล้ว อยู่ในโลกนี้แกไม่มีทางเอาชนะข้าได้อย่างแน่นอน” รองทั้งสี่กระโดดเข้าใส่อาซันก่อนทันที ปังๆๆๆๆๆๆๆ อาซันสาดปืนกลเข้าใส่ร่างรองทั้งสีสี่พรุนเป็นรังผึ้ง แต่พวกมันกินยาแล้วกลับมาหายได้ปกติ อาซันใช้เครื่องยิงกระสุนระเบิดอีกที ตูม ๆ ๆ ๆ คราวนี้ร่างแหลกเหลวหมดสิทธ์ หายามากินอีกต่อไป อาซันหันไปยิงอีกสองคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ตูม ร่างทั้งสองหายไปทันที
แล้วมาโผล่อีกด้านของอาซัน ชายชุดขาวใช้ไม้เสกคาถาใส่อาซัน พรึบ ! ปลายเท้าของอาซันเริ่มเป็นหินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อาซันใช้พลังกำเนิดโลกผลักดันออกไป ตูม คำสาปถูกทำลายไป คนชุดขาวท่องคาถาใส่อาซันอีกคราวนี้อาซันขยับตัวไม่ได้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่คือท่านจอมเวทย์ซาร์เรน จากวิหารเทพศักดิสิทธิ์ เป็นในสี่ผู้คุ้มกฏเจ้าไม่รอดแน่” ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้อาซัน จอมเวทย์เสกคาถาอีกครั้ง มีโซ่เหล็กเข้ามารัดตัวอาซันไว้แน่น ทั้งสองเข้ามาใกล้อีก เสกไฟเผาร่างอาซันอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตายแน่ ไฟลุกท่วมตัว อาซัน จากนั้นทั้งคู่ก็ส่งเสียงหัวเราะ
เปรี้ยง ! หัวของจอมเวทย์ถูกพลังหมัดมฤตยูต่อยจนหัวระเบิด ส่วนรองแม่ทัพก็ถูกดาบ 5 คมพุ่งเข้าปักร่างตรึงเอาไว้ที่ผนังทั้ง 5 เล่ม แล้วอาซันก็ ปล่อยเพลิงไฮดราเผาร่างของรองแม่ทัพซาร์ทรู จนมอดไหม้ อาซันใช้ไข่มุกดูดวิญญาณทั้งสองมาไว้ในไข่มุก แล้วไฟที่ลุกที่ร่างอาซันก็ค่อยๆ ดับไป โซ่ก็ละลายหายไปด้วย ที่แท้ก็ล่อให้มันติดกับนี่เอง ให้นึกว่าอาซันโดยคาถาจนขยับตัวไม่ได้ อาซันใช้มือกวาดถุงมิติของทั้งสองเอามาเก็บไว้ พบว่ามีลูกแก้วพลังงานคนละไม่ต่ำกว่า 300 ลูก
แค่นี้คงพอเลื่อนขอบเขตได้อีก
“ แม่ทัพวชิระ จัดการกับพวกมันที่เหลือยังไงดี” อาซันเห็นกองทหารอีกเกือบ หกพันคนที่ยืนมองอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง ท่านแม่ทัพวิชระเดินออกยืนหน้ากองทหากนับพัน แล้วส่งเสียงไกลพันลี้
“ พวกเจ้ามีทางเลือก 2 ทาง ยอมสยบต่อท่านจักรพรรดิซูซัน ทายาทเทพสุริยัน หรือ ตาย” สิ้นเสียงของแม่ทัพวชิระ กองทหารทั้ง หกพันคนพร้อมใจกันเคารพต่อจักรพรรดิซูซัน ทายาทเทพสุริยันทันที ท่านแม่ทัพใช้เวลาไม่นานจัดทัพใหม่
แล้วแต่งตังหัวหน้าใหม่ แล้ว เริ่มสร้างค่ายทหารใหม่ ไว้รอให้อาซันจัดการกับกองทัพซาร์ที่ยังเหลืออยู่ที่เมืองสุริยัน และเมืองหลวง จากนั้นค่อยจัดระเบียบกันใหม่อีกครั้ง อาซันถอนคำสาปตราประทับทาสให้ทั้ง ห้าพันคนจนหมด
อาซันพักหนึ่งคืน เพื่อเข้าฝึกตนเพราะเวลานึ้ร่างกายเหมือนจะเลื่อนของเขต ไปเป็นขอบเขตจ้าวเมฆาเรียบร้อยแล้ว อาซันใช้ลูกแก้วที่ได้มาใหม่อีก 100 ลูก
ทำการเพิ่มระดับต่อทันที จากจ้าวเมฆาระดับ ที่ 1 กลับพุ่งขึ้นเพียงแค่ 5 ระดับ
อาซันนำลูกแก้วพลังงานมาดูดพลังงาน มาอีก 100 ลูก แล้วระดับก็ขึ้นมาอีกจนถึงจ้าวเมฆาระดับ 9 จนได้ ยิ่งระดับสูงนี่คงจะต้องใช้ลูกแก้วพลังงานอีกมากแน่เลย
รุ่งเช้า อาซันและพวก เดินทางไปค่ายทหารของเมืองสุริยัน ที่ครั้งที่แล้วองค์ชาย 5 และองค์ชาย 8 ได้หนีมาอาศัยอยู่ ส่วนหัวหน้าคือรองแม่ทัพ ระดับที่ 3 หลังถูกฆ่าตายก็มีรองแม่ทัพลำดับที่ 4 ขึ้นมาคุมแทนที แล้วยังมีผู้คุ้มกฏของเจ้าวิหารมาคอยช่วยคุ้มครองอีกแรงหนึ่ง ส่วน องค์ชาย 5 และ องค์ชาย 8 ล้วนหนีเข้าเมืองหลวงไปแล้ว ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงระเบิดดังสนั่น ค่ายทหารไปหมด อาซันกับพวกลอยอยู่บนเรือเหาะ อาซัน แล้วไล่ยิง ตึกทหารที่ตั้งอยู่จนถูกทำลายราบไปหมด จากนั้นก็กระโดดลงมาที่พื้นดิน ขณะที่ท่านแม่ทัพวชิระก็ตะโกนบอกว่ากองทหารเมืองจันทรายอมจำนนต่อจักรพรรดิซูซันทายาทเทพสุริยันหมดแล้ว
ให้ทุกคนวางอาวุธ และถอนออกจากค่ายอีกไม่นาน ท่านจักรพรรดิซูซันจะล้างค่ายนี้ทั้งหมด ท่านแม่ทัพวชิระ กับ ทอม 2 คนช่วยกันตะโกนซ้ำ ๆ ทหารเห็นสภาพตึกบัญชาการ พังราบจนหมด จึงถอยหนีออกจากค่ายอย่างรวดเร็ว
อาซันใช้ไม้พลองฟาดร่างของรองแม่ทัพที่ 4 จนร่างแหลกเหลว แล้วจะไปฟาดผู้คุ้มกฏต่อ แต่ว่าผู้คุ้มกฏคนนี้เริ่มเสกสายฟ้าเข้าฟาดที่อาซัน พอสายฟ้าลงมาอาซันก็จับแล้วเหวี่ยงกับไปที่ ผู้คุ้มกฏวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหายตัวหลบไปได้ทันมิเช่นนั้นร่างไหม้เกรียมแน่ จากนั้นผู้คุ้มกฏก็เสกคาถายึดร่างอาซันให้ขยับไม่ได้ อาซันไม่อยากเสียเวลารอ จึงใช้พลังจิตหมัดมฤตยูต่อยเข้าไปที่หัวอย่างแรงหัวระเบิดกระจายไปอีกคน อาซันรู้สึกว่าตั้งแต่ได้พลังกำเนิดโลกมานี่พลังหมัดมฤตยูมีพลังทำลายล้างมากขึ้น สุดท้ายคนของราชวงศ์ซาร์ก็ตายไปสิ้น
ทหารพวกนี้ก็เป็นเพียงชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์ ให้มาสู้รบเท่านั้น อาซันเลยไม่อยากจะฆ่าทิ้งอีก ให้โอกาสปรับตัวอีกครั้ง ท่านแม่ทัพวิชระกับทอมได้ช่วยกันจัดทัพแดนสุริยันกันใหม่ ต่อไปนี้ประชาชนทุกคนที่ดินแดนทั้งสองนี้ได้เป็นอิสระอย่างแน่นอน เหลือเพียง เมืองหลวง กับ วิหารศักดิ์สิทธิ์ เท่านั้น ที่อาซันยังไม่ได้กำจัด
หลังจากจัดการเรียบร้อย อาซันก็กลับเข้าไปในสำนัก เพื่อเข้าพบกับท่านเจ้าสำนัก แล้วเล่าเรื่องทั้งสองเมืองให้ฟัง แล้วต่อไปจะไปจัดระเบียบเมืองหลวงใหม่ แล้วจะขับไล่พวกราชวงศ์ซาร์ออกไปจากโลกชั้นนี้ให้หมด
“ ต้องขอบคุณชาวบ้านทั้งหลาย ที่ได้ท่านยมทูตคอยช่วยเหลือในครั้งนี้มิเช่นนั้นพวกเขาคงทุกข์ทรมาณกับการเป็นทาสไปตลอดชีวิตเป็นแน่” เจ้าสำนักเอ่ยปากของคุณอย่างจริงใจ
“ มันเป็นหน้าที่ข้าอยู่แล้ว”
“ อีก 7 วัน 4 สำนักใหญ่จากโลกชั้น 2 ดินแดนเหนือพิภพ จะลงมาคัดเลือกศิษย์พวกเจ้ามีเวลาเตรียมตัว อีก 7 วัน ส่วนเรื่องขับไล่คนของราชวงศ์ซาร์อาจต้องชลอไปก่อน ไว้เจ้าทราบความสัมพันธ์ของพวกเขา แล้วค่อยตัดสินใจอีกก็ไม่สาย”
เจ้าสำนักเตือนว่า ถ้าอีกสี่สำนักเกิดหนุนหลังราชวงศ์ซาร์ ขึ้นมา อาซันจะตกอยู่ในฐานะที่ลำบาก อาซันพยักหน้า แต่ในใจก็อยากจัดการเรื่องโค่นล้มราชวงศ์ซาร์ เสียไปพร้อมกันกับการ แข่งขันคัดเลือกไปพร้อมกันทีเดียว
วังหลวงราชวงศ์ซาร์
“ ค่ายทหารเมืองสุริยัน กับค่ายทหารเมืองจันทรา ถูกยึด รองแม่ทัพที่ 2 ที่3ที่ 4 และ 2 ผู้คุ้มกฏของวิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ เจ้าสำนักเทพอีกาดำ ถูกสังหารสิ้น ด้วยคนที่ชื่อจักรพรรดิซูซัน ทายาทเทพสุริยัน เพียงคนเดียว มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร “ จักรพรรดิซาร์ลาเมนเดอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ข่มอารมณ์แค้นไว้ในใจ
“ จักรพรรดิซูซันคนนี้ เป็นศิษย์ของสำนักเทพสุริยัน มันเพิ่งจะปรากฏตัวไม่ถึง 3 เดือน มันก็ทำลายค่ายทหารเสียงย่อยยับ ทั้งสองเมือง และยังปลดปล่อยทาสเป็นหมื่นคน สร้างความเสียหายใก้กับราชสำนักประเมินค่ามิได้เลย” แม่ทัพใหญ่นามว่าซาร์อี อธิบาย
“ มันกล้าบังอาจฆ่าผู้คุ้มกฏ ของวิหารเทพศักดิ์สิทธ์ พวกเราไม่ปล่อยเอาไว้แน่”
ทูตซ้ายและทูตขวา ของวิหารเทพศักดิสิทธิ์ พูดพร้อมกัน
“ เวลานี้ข้าส่งนักฆ่าไปดักรอสังหารมันระหว่างทางที่มา เมืองหลวงแล้ว มันไม่มีทางได้เข้ามาเมืองหลวงอย่างแน่นอน “ แม่ทัพใหญ่เอ่ยด้วยความมั่นใจ
ตำหนักองค์หญิงซาร์เมนธาในเมืองหลวง
“ ชิงชิง มีข่าวว่าซูซัน ได้สังหารรองแม่ทัพไปแล้ว 3 คน แล้วก็ยึดค่ายทหารทั้งสองเมืองไปเรียบร้อยแล้ว เกรงว่าเป้าหมายต่อไปคือเมืองหลวงอย่างแน่นอน” องค์หญิงซาร์เมนธา เอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ
“ พี่หญิง ถ้าเขามาจริงๆ เขาจะฆ่าพวกเราไหม” ชิงชิงเริ่มหวาดกลัวอาซันขึ้นมา
“ ข้าคิดว่าเขาคงไม่ทำอะไรพวกเรา แต่กับคนอื่น เสด็จพี่และเสด็จพ่อ ข้าไม่รู้เหมือนกัน” องค์หญิงซาร์เมนธา เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สับสน
ศิษย์สำนักเทพสุริยันเริ่มออกเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อไปชิงเก้าอี้เพื่อที่จะได้ ขึ้นไปที่สำนักดินแดนเหนือพิภพ โดยมีศิษย์พี่มู่จา เป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ ระหว่างเดินทางอาซันได้สัมผัสถึง จิตสังหารสะกดรอยตามมาอยู่ตลอดเวลา ข้างหน้ามีเป็นทางเขาขาด ต้นไม้มืดครึ้มทั้งสองฝั่ง เหมาะสำหรับหลบซุ่มซ่อนตัว เป็นอย่างยิ่ง
อาซันเข้าไปบอกศิษย์พี่มู่จา ว่าขอให้เขาเดินเข้าไปก่อน หากไม่มีอะไรทุกคนค่อยตามมา มู่จาบอกให้อาซันระวังตัว อาซันเดินเข้าไปในช่องเขาขาดพอสัมผัสได้ถึงนักฆ่าทั้ง 50 คน อาซันหยิบธนูปราณเทพออกมา แล้วระดมยิงเข้าไปทันที ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นักฆ่าที่หลบซ่อนตัวล้วนถูกยิงตายไปจนหมด แต่อาซันรู้สึกพวกมันยังมีอีก แต่สัมผัสที่ได้มันไม่ใช่มนุษย์มันเป็นวิญญาณ ฟิ้ว ฟิ้ว มีเงาวิญญาณนับสิบพุ่งเข้าใส่อาซัน มีกรงเล็บแหลมคม อาซันได้แต่ยิ้ม
“ ส่งวิญญาณมสจัดการกับยมทูต เนี่ยนะ “ อาซันยกมือปล่อยตาข่ายเทพฤทธิ์เข้าจัดการเงาวิญญาณนับ สิบตัว จากนั้นก็ดูดเข้ามาเก็นไว้ในไข่มุกเก็บวิญญาณ
“ มีอีกไหม เจ้าพวกโง่” อาซันยกมือให้ศิษย์มู่จาเข้ามาได้
“ อาซัน ข้าเห็นมีนักฆ่าเงาวิญญาณ เจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ” มู่จากล่าวด้วยความตื่นเต้น อาซันพยักหน้า
“ นักฆ่าเงาวิญญาณเป็นนักฆ่าที่น่ากลัวที่สุดของ นักฆ่าของราชสำนักซาร์ข้าเองยอมรับเลยว่า สิ่งที่ข้ากลัวที่สุด นักฆ่าเงาวิญญาณนี่แหละ” มู่จาเอ่ยอย่างหวาดหวั่น อาซันเข้าใจได้ ใครควบคุมวิญญาณเหล่านี้ได้เท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่งเพราะมันฆ่าไม่ตาย ต่อให้มีพลังระดับไหนก็ตาม
จวนแม่ทัพใหญ่
“ นายท่านนักฆ่าชุดแรกตายหมดสิ้น รวมทั้งนักฆ่าเงาวิญญาณด้วย” ชายชุดดำแต่งชุดนักพรต เดินเข้ามารายงานให้แม่ทัพใหญ่ซารอีฟัง
“ มันทำได้ยังไง เงาวิญญาณเหล่านั้น เข่นฆ่าได้แม้กระทั่งเขตเขตระดับจ้าวนภามันเพิ่งขอบแขตจ้าวเมฆาเองไม่ใช่หรือท่านนักพรตทมิฬ” แม่ทัพใหญ่สงสัย
“ มันมีของวิเศษมีไว้สำหรับกำจัดเงาวิญญาณโดยเฉพาะ พวกเราคงใช้เงาวิญญาณอีกไม่ได้แล้ว” นักพรตทมิฬรายงาน
“ ต้องให้ข้าลงมือเองเลยหรือยังไงกัน” แม่ทัพใหญ่เริ่มโมโห
“ มิต้องขนาดนั้นข้าจะไปด้วยตัวข้าเอง ข้าจะปล่อยทาสสัตว์อสูรบรรพการ ไปจัดการกับมัน” นักพรตทมิฬหายวับออกไปในทันที