“เธอไม่ได้ไปเรียนหนังสือหรอกหรือ ทำไมถึงโดนจับตัวมาที่นี่ได้ แล้วเรื่องรถนั้นอีก?” คิดว่าหลานชายของตนนั้นจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้ว ผลสุดท้ายก็ยังเป็นเหมือนเดิม หรือเฉิงหยู่เมื่อคืนเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ?
“ไม่อยากไปน่ะครับ รถนั้นผมเพิ่งซื้อมาเอง” เฉิงหยู่ ตอบกลับไปอย่างง่ายๆ วันนี้สอบภาษาอังกฤษ ทำไมต้องให้เสียเวลา ไปแล้วทำได้แค่นอนด้วย
“เธอเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?” จ้าวหมิงหลง ถามอย่างประหลาดใจ
“วันนี้ผมไปเจรจากับ หว่านเหม่ยกรุ๊ป เรื่องความร่วมมือ ก็เลยได้ส่วนแบ่งมาจำนวนหนึ่ง” เฉิงหยู่ พูดเหมือนเรื่องปกติ แต่นั่นก็ทำให้ จ้าวหมิงหลง ประหลาดใจ จนไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี ตลอดช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งคงไม่มีวิธีหาเงินแบบเขาได้แน่ แถมเจ้าหนุ่มนี่ยังพูดว่าร่วมทำธุรกิจด้วยท่าทางไม่ยี่หระอะไร เหมือนกับว่า หว่านเหม่ยกรุ๊ป เป็นของของเขาเสียอย่างนั้น พอไม่มีเงินก็แค่ไปขอมา
ขนาดเลขานายกที่กำลังขับรถอยู่ด้านหน้า เมื่อได้ยินสิ่งที่คุยกันก็ยังรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ก่อนหน้าได้ยินท่านนายกพูดว่าให้มาสถานีตำรวจ เขาก็คิดว่าน่าจะมีเรื่องอะไรซะอีก ที่แท้ก็ให้มารับคน พอได้ยินสิ่งที่ผู้กำกับพูด เขาก็รู้ทันทีว่าหลานชายของนายกสร้างปัญหา ส่วนท่านนายกก็คอยมาตามล้างตามเช็ดก้นให้
ตอนแรกคิดว่าขึ้นรถมาแล้วท่านนายกจะจัดการสั่งสอนชุดใหญ่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่เป็นแบบนั้น เวลาที่ท่านนายกพูดกับเขานั้นช่างดูประนีประนอม ระมัดระวัง แต่เจ้าหนุ่มนี่ดูยังไงก็อายุแค่สิบกว่าปี แต่ถึงขั้นได้ร่วมงานกับ หว่านเหม่ยกรุ๊ป ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ แถมยังไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ ทำให้เลขายิ่งอยากรู้ว่าหลานชายของนายกเป็นคนแบบไหน หว่านเหม่ยกรุ๊ป นั้นตัวเองก็รู้จักอยู่แล้วว่าเป็นบริษัทที่ขายและผลิตสินค้าด้านความงามที่ใหญ่ที่สุดใน หยุนไห่ ซึ่งรัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก พวกเขาคาดหวังว่าจะได้ร่วมมือกับ หว่านเหม่นกรุ๊ป แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่
“ซื้อรถอะไรล่ะ? แล้วราคาเท่าไหร่กัน?” จ้าวหมิงหลง ถามอย่างประหลาดใจ
“เหมือนจะชื่อว่า ลัมโบร์กีนี ราคาเจ็ดล้านห้าล่ะมั้งครับ” เฉิงหยู่ ตอบแบบเฉยเมย
ห๊ะ! ทั้งสองต่างอ้าปากค้าง เจ้าหนุ่มนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แค่ได้ร่วมธุรกิจกันก็สามารถหาเงินมากมายซื้อรถแบบนี้ได้เลยงั้นหรือ?
“พวกนั้นให้เงินเธอเท่าไหร่กันเนี่ย ? ถึงเอาไปซื้อรถแพงๆแบบนี้ได้ ” แม้ว่า จ้าวหมิงหลง จะเป็นนายกเทศมนตรี แต่ก็ทำอาชีพสุจริต ถ้าไม่ใช่เพราะภรรยาของเขามีธุรกิจส่วนตัว จ้าวหมิงหลง ก็คงไม่มีปัญญาซื้อรถหรูๆ พอได้ยินว่ารถนั้นราคาถึงเจ็ดล้านห้า ก็รู้สึกเจ็บใจนิดๆ
“เธอบอกผมว่าเงินนั้นยังเบิกออกมาได้ไม่หมด ก็เลยให้ผมไว้ก่อนสิบล้าน”
พอได้ยิน เฉิงหยู่ ว่าอย่างนั้น ทั้งสองต่างก็นิ่งอึ้งไปเลยทีเดียว แถมยังเบิกเงินได้ไม่ครบอีก? แล้วยังเหลืออีกจำนวนเท่าไหร่เนี่ย หว่านเหม่ยกรุ๊ป นั้นเป็นบริษัทที่จดทะเบียน ด้วยสินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าพันล้าน อย่าบอกนะว่าเจ้าหนุ่มนี่กำลังทำข้อตกลงร่วมมือธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน
อันที่จริงเมื่อไม่นานมานี้ หว่านเหม่ยกรุ๊ป เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นตัวยาชะลอความอ่อนเยาว์ถึงสองตัวด้วยกัน ทำให้เขายังไม่สามารถรับเงินได้ทั้งหมดทีเดียว นอกจากนี้บริษัทยังจำเป็นต้องดำเนินกิจการเพื่อไม่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หากบริษัทใหญ่ขนาดนี้เจอกับสภาวะเงินทุนขาดมือ นั่นคงเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว
ช่วงประมาณห้าโมงเย็นหลังจาก จ้าวหมิงหลง พา เฉิงหยู่ กลับถึงบ้าน จ้าวหมิงหลงก็กลับไปที่สำนักนายกพร้อมกับเลขาทันที เฉิงหยู่ ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาพลางเอื้อมไปกดรีโมตเพื่อเปิดทีวีไปด้วย แต่ในหัวก็คิดถึงเรื่องของตัวเองอยู่
นับตั้งแต่มาโลกนี้ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองว่างเกินไป เมื่อก่อนที่อาศัยที่โลกเก่านั้น สิ่งเดียวที่ทำก็คือการมุ่งมั่นฝึกปรุงยา และฝึกฝนบำเพ็ญตน แต่พอมาที่นี่ เหมือนกับเขาไม่มีอะไรให้ทำอีกเลย รู้สึกตัวเองนั้นครั้นเนื้อครั้นตัวอย่างมาก ตอนนี้เขาก็สร้างรากฐานสำเร็จแล้ว แต่เขาจะบำเพ็ญตนไปเพื่ออะไร
ในอดีต เพราะตนเองตัดสินใจไล่ไขว่คว้าเส้นทางแห่งสวรรค์ แปรเปลี่ยนชีวิตยืนยงเทียบเท่าฟ้า จนในที่สุดเขาก็สำเร็จเป็นเทพเซียน แต่กลับก็ต้องมาสูญเสียความรักจากแม่ที่ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้อีก นี่เป็นบาดแผลในใจของ เฉิงหยู่ ไปตลอดกาล นั้นก็คือครอบครัวของตัวเอง พอครั้งนี้เห็นแม่คนนี้แล้ว เขาก็หวนนึกไปถึงแม่คนก่อนจนอดน้ำตาไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ช่างเจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกิน พอคิดถึงตรงนี้ตาของ เฉิงหยู่ ก็เริ่มแดงขึ้นมาอีกครั้ง
ไล่ตามเส้นทางแห่งสวรรค์! ไม่ใช่เพื่อละทิ้งครอบครัว คนรัก มิตรภาพ และผองเพื่อน
หากปล่อยให้สวรรค์เป็นผู้กำหนด! เขาก็จะสูญเสียทุกสรรพสิ่งของตนเองไป สวรรค์เพียงแค่ทำให้ตนเองเป็นอมตะ คงอยู่เป็นนิรันดร์ ไม่มีวันตกตาย แต่ช่วงชีวิตหนึ่งของมนุษย์ปุถุชน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนที่เขารักและห่วงใย รวมถึงมิตรภาพในไม่ช้าก็เร็วทุกอย่างก็จะหายไป
แล้วถ้าอย่างนั้นการแสวงหาเส้นทางแห่งสวรรค์ กลายเป็นเซียนอมตะคงอยู่ตลอดไป มันจะไปมีค่าอะไรเล่า?
ในชาตินี้ เรามีทุกสิ่งอย่าง มีคนที่ค่อยเป็นห่วง มีคนที่ตัวเองรัก! เราจะไม่ยอมให้พวกเขาจากไปอีก!
ในชาตินี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงลิขิตชะตาชีวิต ให้ทุกคนที่รักและห่วงใย มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์! ยืนหยัดเคียงคู่ฟ้า!
เฉิงหยู่จะสร้างโลกแห่งเทพเซียนที่แท้จริงให้กับพวกเขา! ได้เพลิดเพลินไปกับพรแห่งชีวิตอันเป็นนิรันดร์!
บัดนี้ เฉิงหยู่ ได้ตระหนักรู้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว นี่คือวิถีแห่งสวรรค์ที่เขาจะไล่ไขว่คว้า! ความสูญเสียในชาติก่อนเขาจะแก้ไขมันซะ! บางทีนี่อาจเป็นความหมายที่เขามายังโลกแห่งนี้ก็เป็นได้!
จากนี้จะไม่สับสนอีกต่อไป เพราะได้ค้นพบเป้าหมายใหม่แล้ว จากนั้นเขาต้องวางแผนการให้ดี เพื่อบรรลุในเป้าหมายนี้
แต่ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องใช้ทรัพสินเงินทองมหาศาล คงจะต้องปรึกษา หยางลั่วเซวียะ อีกสักที เพื่อเพิ่มข้อตกลงทางธุรกิจ
ถึงเวลาทุ่มกว่าๆ คนในบ้านยังไม่มีใครกลับมา เฉิงหยู่ ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงตัดสินใจออกไปช้อปปิ้งเพื่อหาอะไรกินนิดหน่อย ขณะที่ออกจากบ้านเขาก็รู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย โธ่เอ๊ย ตัวเองซื้อรถมาแต่ก็ขับไม่ได้ ต้องมานั่งรถแท็กซี่เนี่ยนะ
เฉิงหยู่ คิดแล้วคิดอีก ก็นึกได้ว่าลงไปหา หลินยวี่ฮั่น สักหน่อย แล้วก็ไปหาอะไรกิน
มาถึงที่ตลาดโต้รุ่ง เฉิงหยู่ ก็ซื้อแป้งทอดไปสองชิ้น ดูๆแล้วช่างน่าอร่อย สุดท้ายก็อร่อยอย่างที่คิดจริงๆซะด้วย
เขาเห็นว่า หลินยวี่ฮั่น กำลังมุ่งมั่นอยู่กับการเตรียมอาหาร เธอใช้มือปาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเป็นครั้งคราว เฉิงหยู่ รู้สึกว่าภาพนี้ช่างน่าประทับใจเอามากๆ หญิงสาวคนนี้ช่างใสซื่อบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ต่อให้เป็นเทพธิดาบนสวรรค์ก็ไม่บริสุทธิ์เมื่อเทียบกับเธอ เขาสาบานกับตนเองว่า จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอเด็ดขาด!
เฉิงหยู่ กินแป้งทอดที่อยู่ในมือจนหมด หลังจากนั้นก็เดินไปด้านหน้าของ หลินยวี่ฮั่น เธอเห็นว่า เฉิงหยู่ มา ก็ทำหน้าตาตกใจ “นายมาได้ยังไงกัน แล้วทำไมวันนี้ไม่ยอมไปสอบ?”
“ พอดี คิดถึงเธอก็เลยแวะมาหาไง ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วเหรอ ว่าฉันไม่เข้าใจภาษาแปลกๆนั่น ถึงไปก็เสียเวลาเปล่าๆ ”
“นั้นก็เพราะนายไม่ยอมตั้งใจเรียนไงล่ะ?” หลินหวี่ฮั่น ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“เธอวางใจเถอะ! พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มตั้งใจเรียนแล้วล่ะ คุณน้าครับ วันนี้ดูดีมากเลยนะครับ ดูสาวขึ้นเป็นกองเลย!” เฉิงหยู่ สังเกตเห็น คุณนายหลิน ที่กำลังผัดกับข้าวอยู่ข้างๆ
“ฮิฮิ ขอบคุณที่ชมจ้ะ เสี่ยวหยู่ ยาของเธอช่างอัศจรรย์จริงๆ ถ้าเอาออกมาวางขายล่ะก็ต้องขายดีแน่ๆ ” พอได้ยิน เฉิงหยู่ พูดอย่างนั้นแล้ว คุณนายหลิน ก็ดีใจมาก ยานี้ช่างอัศจรรย์จริงๆ หลังจากกินแล้วตื่นมาในเช้าวันวันถัดไป รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าก็ดูจางลง แถมยังรู้สึกว่าสุขภาพร่างกายดีขึ้นด้วย ถึงวันนี้จะทำงานหนักมาก แต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนเมื่อก่อน
“แหะแหะ ยานี้อีกไม่นานก็ออกวางขายแล้วล่ะครับ แต่คุณน้าไม่ต้องไปซื้อหรอกครับ ที่ผมให้ไปสองเม็ดนั้นคุณภาพดีกว่าที่วางขายอยู่มาก คุณน้ากินเพียงแค่เม็ดเดียวก็เพียงพอแล้วล่ะครับ แต่ถ้าอยากได้จริงๆ คราวหน้าผมจะทำเพิ่มให้” เธออาจจะเป็นแม่ยายเราในอนาคต จะต้องดูแลดีๆหน่อย ไม่งั้นจะเอาลูกคนอื่นมาเป็นภรรยาได้ยังไงล่ะ?
“คุณน้า ผมขอข้าวผัดหนึ่งที่ครับ พอดียังไม่ได้กินข้าวเย็น เลยรู้สึกหิวจนไส้จะขาด”
“ได้สิ เดี๋ยวจะรีบผัดให้เธอก่อนเลย หาที่นั่งก่อนเลยนะ”
เฉิงหยู่ สั่งหมาล่ากับหลินยวี่ฮั่นเพิ่มอีกที่ หลังจากนั้นก็หาที่นั่ง
พอเห็น หลินยวี่ฮั่น กำลังวุ่นๆนั้น เขาก็คิดว่าสาวน้อยนี่เหมาะสมกับการเป็นภรรยาที่ดีได้จริงๆ เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้ไปรบกวนอะไร เขานั่งกินคนเดียวเงียบๆ จนหมด จ่ายเงินแล้วก็กลับ ที่จริงแล้วคุณนายหลินไม่ยอมเก็บเงินเขา อย่างไรก็ตาม เฉิงหยู่ ก็ไม่สนใจ เอาเงินวางไว้ห้าสิบ แล้วก็จากไป
ถึงแม้ว่าเธอจะใจดี แต่เธอก็ต้องทำงานหาเงินอย่างลำบาก เฉิงหยู่จึงไม่อยากมากินฟรีๆ แล้วตัวเขาเองก็ยังชอบสาวน้อยคนนั้น ที่ขยันทำงานทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่หยุดหย่อน เธอทำจนงานเหงื่อท่วมหัว เห็นยังงี้แล้ว เฉิงหยู่ คงทำไม่ลง
เฉิงหยู่ กลับมาถึงบ้านแล้ว ก็เห็นเฉิงเหม่ยเหยียน จ้าวหมิงหลง นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกดูทีวีอยู่ ส่วนสาวน้อยจ้าวหยุนฟางคงออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนของเธอ
เฉิงหยู่ เดินไปที่โซฟา พร้อมคุยกับจ้าวหมิงหลงว่า “อาชาย ที่จงไห่ นั้นมี่ที่ดินขนาดใหญ่ขายหรือเปล่าครับ?”
“ที่ดิน? เธอต้องการจะเอาไปทำอะไรล่ะ?” จ้าวหมิงหลง ค่อนข้างแปลกใจ
“ผมอยากจะซื้อที่สักผืนน่ะครับ ประมาณ 4,166 ไร่ครับ ไม่ทราบว่าพอมีไหมครับ?”
“ 4,166 ไร่? จะเอาที่มากมายขนาดไปทำอะไรกัน?” เฉิงเหม่ยเหยียน ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น
“แหะแหะ ตอนนี้ผมยังไม่บอกได้ครับ แต่ผมรับรองว่ามันจะสร้างประโยชน์ให้มหาศาล ไม่ทราบว่าคุณอาพอจะช่วยได้ไหมครับ?” เฉิงหยู่ พูดพร้อมรอยยิ้ม นี่เป็นความลับของเขา นอกจากนี้ยังต้องเตรียมการนู่นนี่นั่นอีกมากมาย
“ถ้าถามว่ามีไหมมันก็พอมี แต่ก็อาจจะไม่ได้ขนาดเป๊ะๆหรอกนะ จะอยู่ในแถบชานเมืองทางตะวันตก เห็นว่ามีอยู่ประมาณ 8000 ไร่กว่า เมื่อก่อนมีชาวต่างชาติเตรียมพื้นที่ไว้สร้างสนามกอล์ฟ และรีสอร์ต แต่เนื่องจากมีเหตุผลบางอย่าง จึงต้องยกเลิกไป ถ้าหากว่าเธอสนใจล่ะก็ฉันจะคุยกับกรมที่ดินให้ ราคาก็ไม่น่าจะแพงมาก มู่[1]ละสามแสนกว่า รวมๆแล้วก็ น่าจะประมาณหกพันล้าน เธอคิดว่าจะซื้อไหวเหรอ?” ถึงแม้ไม่รู้ว่า เฉิงหยู่ ต้องการจะทำอะไร แต่เงินหกพันล้านไม่ใช่ใครๆก็จะมีได้ ถึงแม้ว่าแม่ของเฉิงหยู่จะมีเงินมาก แต่ จ้าวหมิงหลง ก็คิดว่าไม่ควรจะสนับสนุนเรื่องนี้ ยิ่งกว่านั้นหกพันล้านมันมากโขเลยทีเดียว
“ หือ หกพันล้าน ไม่น้อยเลยนะ ผมจะลองหาวิธีดูแล้วกันครับ ถ้าหากเป็นไปได้อยากซื้อไว้ก่อนสักครึ่งหนึ่ง แต่ตอนนี้คงต้องดูสถานการณ์ไปก่อน รอไว้พร้อมเมื่อไหร่ค่อยซื้อมันทีเดียว!” เฉิงหยู่ คิดว่าการซื้อที่ดินผืนนี้ ไม่ใช่ภารกิจหมูๆซะแล้ว เพราะเงินจำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
อีกทั้งก่อนหน้านี้ เขายังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สำคัญกว่าการซื้อที่ดิน ถ้าหากไม่มีของเหล่านี้แล้ว เป้าหมายของเขาก็จะบรรลุช้าลง เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้มีที่ดินมากมายเท่าไหร่ก็คงไร้ประโยชน์
คงต้องหาใครสักคนเพื่อช่วยตัวเองหาเงินซะแล้ว ครั้งหน้าเขาจะได้ออกไปสำรวจบางอย่างได้ เฮ่อ! ถ้าโลกนี้ไม่มีของสิ่งนั้นจริงๆแล้วล่ะก็ คงลำบากแน่ เฉิงหยู่ครุ่นคิดอย่างหนักจนรู้สึกปวดหัว
จบตอน
[1]1 มู่/ไร่จีน = 666.67 ตารางเมตร หรือ 166.5 ตารางวา 2.4 มู่/ไร่จีน เท่ากับเนื้อที่ 1 ไร่
ที่ดินจำนวน 8000 ไร่ เนื้อที่ประมาณราวๆ 19,200 มู่/ไร่จีน