ตอนที่ 11 เื่การหมั้นหมาย มีความลับ (2)
เว่ยเยี่ยนตกตะลึง นางไม่เคยเห็นท่านแม่ตำหนิตนขนาดนี้มาก่อน มองไปที่หลี่ซื่ออย่างตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่งอย่างอดไม่ได้ ด้วยไม่รู้ว่าตนผิดตรงไหน
“เ้าไม่รู้หรือว่าวันนี้เ้าทำผิดตรงไหน” หลี่ซื่อโกรธจนหน้าดำหน้าแดง “เ้าเป็ถึงคุณหนูผู้มีเกียรติสูงสุดแห่งจวนหฺวาหยางโหว แต่กลับไปจัดการนางเด็กที่ไม่มีใครรัก เ้าจะให้แม่พูดกับเ้าว่าอย่างไร ในเมื่อจิ้งหย่วนโหวมีใจจะสู่ขอเ้า เื่นี้ก็ให้เขาไปทำเสีย เหตุใดเ้าต้องไปแปดเปื้อน นี่เ้าอยากให้แม่โมโหจนตายหรืออย่างไร!”
“แต่หฺวาถิงเขาลงมือแล้ว ซ้ำยังถูกนางนั่นสงสัยอีก ในตอนนี้ไม่สะดวกจะลงมือ” เว่ยเยี่ยนอธิบายอย่างไม่สบอารมณ์
“เด็กโง่ เหตุใดเ้าถึงได้โง่ขนาดนี้ ต่อให้เขาถูกนางนั่นสงสัยขึ้นมาแล้วอย่างไร ตราบใดที่เขากำจัดนางนั่นอย่างหมดจดแล้ว ผู้ใดก็สาวไม่ถึงตัวเขา อีกอย่างเขาเป็บุรุษ ลงมือสะดวกกว่าเ้าที่เป็สตรีในห้องหอไม่ใช่หรือ”
หลี่ซื่อกล่าวอย่างโกรธเคือง
“ท่านแม่เ้าคะ แต่ตอนนี้ข้าตอบตกลงกับหฺวาถิงไปแล้ว ทางเขาก็รอข่าวดีจากข้าอยู่ หากพลาดโอกาสนี้ไป ปล่อยให้นางนั่นเข้าจวนมาอย่างปลอดภัย ลูกต้องเดือดร้อนแน่ ได้ยินมาว่านางนั่นปากแหลมคมนัก ถึงเวลานั้นจะต้องพูดสิ่งที่ไม่น่าฟังกับท่านย่าเป็แน่” เว่ยเยี่ยนกระทืบเท้าเร่าๆ คิดถึงดวงตาของโม่หฺวาถิงที่มองนางอย่างรักใคร่ลึกซึ้งก็รู้สึกว่าต้องช่วยโม่หฺวาถิงทำเื่นี้
พูดถึงเื่นี้ หลี่ซื่อก็ปวดหัว เดิมคิดว่าแค่เด็กน้อยที่ไม่โดดเด่นรอดชีวิตมาได้ ยามนี้คิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็คลื่นลูกใหญ่
เห็นหลี่ซื่อไม่พูดอะไร เว่ยเยี่ยนยิ่งไม่สบอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ กลอกตาไปมา คิดใช้ยาแรงกับหลี่ซื่อ “ท่านแม่ หากท่านยังไม่ตกลงช่วย ข้าจะไปขอให้พี่ใหญ่ช่วย”
นางรู้ดีว่าแม้ท่านแม่จะรักตน แต่คนที่ท่านแม่ห่วงใยที่สุดก็คือพี่สาวคนโตของนาง ชายาซื่อจื่อแห่งจวนหนานอันอ๋อง
“เอาเถิดๆ เ้ากลับไปก่อน เื่นี้อย่าได้รบกวนพี่ใหญ่ของเ้าเลย แม่จะคุยกับลุงเ้าเอง” ในที่สุดหลี่ซื่อก็ไม่นิ่งเฉยอีกต่อ เลิกคิ้วขึ้นกล่าวอย่างตื่นตระหนก
นางนั่นปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆ หากปล่อยไว้อาจนำพาหายนะมาในภายหลัง คราแรกยังไม่ทันคิดหาวิธีจัดการนางก็ถูกส่งตัวไปแล้ว ครานี้ในเมื่อมาถึงที่แล้วก็ควรจัดการเสียแต่เนิ่นๆ ใช้โอกาสตอนที่นางยังมาไม่ถึงจวนหฺวาหยางโหว ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นก็โทษตนไม่ได้
ครั้นเริ่มมองเห็นเมืองหลวงจากไกลๆ ก็ได้ยินว่าอีกหนึ่งชั่วยาม[1]จะถึงเมืองหลวงแล้ว
“จินหลิง มอบสิ่งนี้ให้เยี่ยนซื่อจื่อ” เว่ยเย่ว์อู่ถอดแหวนออกจากนิ้วอย่างระมัดระวัง ดวงตาพินิจมองใกล้ๆ อีกคราพร้อมถอนหายใจแ่เบา แล้วยื่นให้จินหลิง
นี่คือแหวนทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่เว่ยเย่ว์อู่รู้ดีว่านี่คือตราประทับส่วนตัวที่วิจิตรงดงาม ด้านหน้าของแหวนมีตุ่มสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไม่ได้ประดับด้วยอัญมณีใดๆ บนนั้นมีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ คล้ายกับลวดลายที่แกะสลักอยู่บนนั้น
หากนำด้านหน้าแหวนกดลงบนหมึกสีแดง นำไปประทับบนกระดาษสีขาวก็จะมองเห็นตัวอักษร
นี่คือสิ่งที่มารดาผู้ให้กำเนิดเว่ยเย่ว์อู่ทิ้งไว้ให้ เพราะสวมใส่ไว้ในมือจึงเอาตัวรอดจากการปล้นฆ่านั้นได้
นางถอดออกมาในเวลานี้ แน่นอนว่าเพราะมีบางอย่างจะร้องขอจากเยี่ยนไหฺวจิง!
ในหัวใจของเว่ยเย่ว์อู่ นี่ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่ยังเป็สิ่งที่มารดาผู้ให้กำเนิดทิ้งไว้ให้ ทว่าตอนนี้ต่อให้ละทิ้งยากก็ต้องละทิ้งไป เมืองหลวงที่รอนางอยู่เป็สถานที่ที่น่ากลัวยิ่ง...
จินหลิงมองเว่ยเย่ว์อู่ถอดแหวนออกอย่างระมัดระวังเช่นนี้ก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว หยิบแหวนของเว่ยเย่ว์อู่อย่างระมัดระวัง ก้าวลงจากรถม้าเดินไปส่งที่รถม้าคันข้างหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน รถม้าก็หยุดลงอย่างกะทันหัน เว่ยเย่ว์อู่ััได้ว่าม้าขององครักษ์ข้างนอกหยุดฝีเท้าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั่วบริเวณเงียบสงัด ท่ามกลางความเงียบนี้ น้ำเสียงสบายๆ ผ่อนคลายก็ดังขึ้น “เชิญคุณหนูหกเว่ยลงจากรถม้า พักผ่อนสักครู่”
เชิงอรรถ
^ หนึ่งชั่วยาม เท่ากับ สองชั่วโมง