องค์ชายใหญ่รีบออกจากงานเลี้ยงมุ่งตรงไปยังตำหนักที่พักของปู่และย่าของเขาทันทีเมื่อไปถึงองค์ชายใหญ่พบว่าท่านปู่กับท่านย่าของเขานั่งจิบชากันอยู่สองคนภายในห้อง
“ท่านปู่ท่านย่า ข้ามาเชิญท่านไปงานเลี้ยงของฮุ่ยหลิง”
“พวกเจ้ามีแต่คนหนุ่มสาวปู่กับย่าแก่ อายุพวกเราก็เกือบจะร้อยปีแล้ว แรงจะเดินยังแทบจะไม่มีเจ้ายังจะให้ปู่กับย่าของเจ้าไปร่วมงานน้องสาวของเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ?”
“ท่านปู่ท่านย่า พวกท่านทานโอสถนี้ก่อน” องค์ชายใหญ่นำขวดโอสถออกมาพร้อมกับเปิดออกกลิ่นของโอสถหอมตลบอบอวนไปทั่วห้อง
“นี่มันโอสถระดับหกนี่เจ้าไปเอามันมาจากไหน?”
“พวกท่านทานโอสถนี่ก่อนแล้วข้าจะพาไปพบกับคนที่ให้โอสถนี้มา”
สองผู้เฒ่ามองหน้ากันก่อนจะหยิบโอสถที่อยู่ในมือขององค์ชายใหญ่ไปทานคนละเม็ดหลังจากนั้นไม่นานผิวหนังที่เคยหย่อนยาน ร่างกายที่ไม่มีเรี่ยวมีแรงกลับกลายเป็นเต่งตึง เรี่ยวแรงกลับมาเหมือนวัยหนุ่มสาวอีกทั้งพลังเวทของทั้งคู่ยังสูงขึ้นมากกว่าเดิม
ทั้งคู่ต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของทั้งสองคนตาเฒ่าลองร่ายเวทดูสิฮุ่ยเจินลองทดสอบร่ายเวทดูปรากฎว่าเวทที่เขาร่ายนั้นกลับมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
“ท่านปู่ท่านดูเหมือนคนอายุสามสิบสี่สิบปีอยู่เลยท่านย่าท่านเองก็เหมือนกันท่านเหมือนกับท่านแม่ข้าเลยท่านดูเหมือนคนอายุไม่เกินสามสิบห้าด้วยซ้ำ”องค์ชายใหญ่พูดด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่เห็นฤทธิ์ของโอสถกับตาตัวเอง
“ไปกันเถอะท่านปู่ท่านย่า พวกเราไปงานเลี้ยงของฮุ่ยหลิงกัน น้องหญิงคงมีความสุขมากหากเห็นพวกท่านในสภาพนี้”
โป๊ก...ไม้เท้าของฮุ่ยเจินเขกไปที่หัวขององค์ชายใหญ่
“เจ้าจะให้พวกเราแต่ตัวแบบนี้ไปงานเลี้ยงน้องสาวเจ้าได้ยังไงเจ้ารออยู่ตรงนี้ข้าและย่าของเจ้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและหาของขวัญไปให้น้องสาวของเจ้าก่อน”
“แฮะแฮะ แฮะ ข้าดีใจไปหน่อย ท่านปู่ท่านย่า พวกท่านรีบไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะข้าจะรอพวกท่านอยู่ที่นี่”
………ภายในงานเลี้ยง......….
“ทำไมพี่ใหญ่ไม่มาสักทีดูสินี่ก็นานพอสมควรแล้วหรือว่าท่านปู่ท่านย่าจะไม่ยอมมา”
“เจ้าไม่ต้องรีบร้อนยังไงเสียพี่ชายของเจ้าก็คงพาท่านปู่ท่านย่าของเจ้ามาได้อย่างแน่นอนข้าเชื่ออย่างนั้น”
“เจ้าจะรีบไปทำไมโน่นมาโน่นแล้วเห็นไหม..”
“เฟยหลงเจ้าอย่าบอกนะว่าโอสถของเจ้าสามารถทำให้ท่านปู่ท่านย่าที่มีอายุเกือบร้อยปีกลับมาอยู่ในสภาพนี้ได้”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันพวกเรารอดูไปก่อนเถอะ”
เมื่อองค์ชายใหญ่เดินมาถึงงานเลี้ยงพร้อมกับปู่และย่าของเขาเขาพาทั้งสองคนเดินไปยังโต๊ะขององค์กษัตริย์และองค์ราชินีที่มีฮุ่ยหลิงและยู่จินเชียงนั่งร่วมโต๊ะอยู่
“น้องหญิงเจ้าดูสิว่าข้าพาใครมาร่วมงานเลี้ยงของเจ้าในปีนี้”
“ทุกคนต่างหันไปมองยังองค์ชายใหญ่และอีกสองคนที่เดินตามองค์ชายใหญ่มา”
ฮุ่ยหลิงจ้องมองคนทั้งสองอยู่นานก่อนจะลุกขึ้นวิ่งเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองพร้อมกับน้ำตานองใบหน้าทำให้ทุกคนในงานพากันตกใจไม่เว้นแม้แต่กษัตริย์ฮุ่ยเจียงและราชินี
“ฮุ่ยหมิงนี่เจ้าพาใครมาร่วมงานเลี้ยงของน้องสาวเจ้าทำไมข้าถึงได้คุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขา เหมือนกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ”
“ท่านปู่ท่านย่า พวกท่านมาร่วมงานเลี้ยงของหลาน หลานดีใจมาก ๆ เลยท่านปู่ท่านย่าท่านมานั่งกับหลานตรงนี้” เมื่อคำพูดขององค์หญิงดังออกไปทุกคนในงานต่างพากันตกตะลึง โดยเฉพาะกษัตริย์ฮุ่ยเจียงและองค์ราชินี
“ฮ่าฮ่า ฮ่า อะไรกันฮุ่ยเจียงนี่เจ้าจำบิดาและมารดาของตนเองไม่ได้เลยอย่างนั้นหรือ?”
“เอ๋ตาเฒ่าเจ้าดูสองคนนั่นก็คงได้โอสถชนิดเดียวกับพวกเราเหมือนกันดูพวกเขาสิเหมือนวัยรุ่นหนุ่มสาวเลย”
“ท่านพ่อท่านแม่ นี่พวกท่านเองอย่างนั้นหรือ? พวกเราจำท่านแทบไม่ได้จริง ๆหากลูกหญิงไม่เอ่ยขึ้นมาพวกเราคงไม่คิดว่าเป็นพวกท่าน ท่านพ่อ ท่านแม่เชิญท่านนั่งก่อน”
“ขอบคุณพี่ใหญ่ขอบคุณพี่จริง ๆ วันนี้เป็นวันเกิดของข้าที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตเลย”
“เจ้าควรไปขอบใจเฟยหลงถึงจะถูกเอาหละข้าไม่กวนพวกท่านละ เชิญดื่มกันตามสบาย ข้าไปดื่มกับน้องรอง กับเฟยหลงและเฉินคงดีกว่าข้าไม่อยากเป็นเด็กขี้แยเหมือนเจ้า”
องค์ชายใหญ่เดินกลับมาที่โต๊ะของเขาพร้อมกับหัวเราะลั่น
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เป็นยังไงบ้าง ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว ว่าน้องหญิงจะต้องชอบของขวัญชิ้นนี้อย่างแน่นอน”
“สุดยอดเลยองค์ชายใหญ่พวกเราไม่คิดเลยว่าองค์หญิงจะถึงกับร้องให้ออกมาเลย”
“เฟยหลงมีอีกเรื่องหนึ่งข้าอยากจะถามเจ้าโอสถหิมะหยกขาวนี้หากพวกเราทานเข้าไปจะเป็นยังไงบ้าง?”
“พวกท่านก็จะมีสภาพร่างกายแบบนี้ไปอีกราวๆ ร้อยปีกระมังข้าเองก็ไม่แน่ใจ”
“เช่นนั้นเจ้าเอาโอสถมาอีกเม็ดหนึ่งเร็ว”
เฟยหลงยื่นโอสถให้กับองค์ชายใหญ่อีกหนึ่งเม็ด
“พวกเจ้าจับตัวเฟยหลงเอาไว้”
องค์ชายรองกับเฉินคงรีบจับตัวเฟยหลงเอาไว้ตามคำสั่งขององค์ชายใหญ่
“องค์ชายใหญ่ท่านจะทำอะไร”
องค์ชายใหญ่ไม่พูดจามากความเขายัดโอสถหิมะหยกขาวเข้าปากเฟยหลงในทันทีเมื่อรอสักครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น องค์ชายใหญ่จึงบอกให้ทั้งสองคนปล่อยตัวเฟยหลง
“พวกเจ้าก็ทานโอสถหิมะหยกขาวเข้าไปด้วย”พูดจบองค์ชายใหญ่ก็หยิบโอสถหิมะหยกขาวเข้าปากไปในทันทีส่วนองค์ชายรองและเฉินคงทำได้เพียงทำตามองค์ชายใหญ่เท่านั้น
“องค์ชายใหญ่ท่านทำอะไรกับข้านี่”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้ากลัวว่าหากกลืนโอสถของเจ้าเข้าไปแล้วจะกลายเป็นเด็กนะสิเลยให้เจ้าทานลงไปก่อน เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น ข้ายังไม่อยากกลับไปเป็นเด็กตัวเล็ก ๆนี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
“ข้าคิดว่าท่านจะทำอะไรเสียอีกท่านไม่ต้องจับข้ากรอกโอสถแบบนี้ก็ได้ บอกข้าดี ๆ ข้าก็จะทานให้พวกท่านดูข้าคิดว่าท่านจะทำอะไรข้าเสียอีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เอาหละเอาหละ เลิกเล่นกันได้แล้ว มาดื่ม ๆ”
ฝ่ายฮุ่ยหลิงและยู่จินเชียงรวมทั้งเหล่าคุณหนูคุณชายทั้งหลายเห็นเหตุการณ์นั้นต่างพากันแอบหัวเราะในความสนิทสนมของพวกเขาทั้งสี่คน
“โอสถนั่นเป็นของเจ้าหนุ่มนั่นใช่ไหม”ฮุ่ยเจินปู่ของฮุ่ยหลิงเอ่ยขึ้นมา
“ใช่แล้วท่านปู่เฟยหลงเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสซุนหวู่ เขาสามารถหลอมโอสถระดับหกได้แล้วและฤทธิ์โอสถของเขาเรียกได้ว่ามหัศจรรย์เป็นอย่างมาก”
“เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถจริงๆ แถมยังทำให้ฮุ่ยหมิงกับฮุ่ยซิวยอมรับได้นับว่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆตอนแรกที่ฮุ่ยหมิงนำโอสถไปให้พวกเรา ข้ายังคิดว่ามีปรมาจารย์นักหลอมโอสถมาร่วมงานเลี้ยงของฮุ่ยหลิงเสียอีกที่ไหนได้กลับเป็นปรมาจารย์รุ่นเล็กเสียได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ตอนแรกที่พวกเราทานโอสถก็ไม่คิดว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้เช่นกันพวกเราคิดว่าโอสถของเฟยหลงคงจะแค่ช่วยฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาให้ดูดีนิด ๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะสามารถทำให้เรากลับมาอยู่ในวัยหนุ่มสาวแบบนี้ได้เช่นกัน”องค์ราชินีกล่าว
“นับเป็นวาสนากับอาณาจักรของพวกเรายิ่งที่ได้คนแบบนี้มาร่วมยิ่งพวกเขาเป็นสหายกับหลาน ๆ ของพวกเรา ข้ายิ่งเบาใจ ข้าคิดไม่ออกจริง ๆว่าในอนาคตเขาจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน พวกเจ้าจงจำเอาไว้ว่าอย่าได้คิดเป็นศัตรูกับเจ้าหนูนี่เด็ดขาดทางที่ดีควรจะรักษาความสัมพันธ์เช่นนี้ไปตลอดอาณาจักรของพวกเราจะมั่นคงอย่างแน่นอน”
“เรื่องนั้นท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้าแต่งตั้งเด็กพวกนี้ให้อยู่ในตำแหน่งโหวตั้งแต่ห้าปีที่แล้วยังไงเสียพวกเขาก็เหมือนกับคนในครอบครัวของพวกเรา ท่านไม่ต้องกังวลไป”
“เจ้าทำได้ดี ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีจริง ๆข้าดูคนไม่ผิดหรอกคนแบบนี้ผู้คนที่อยู่รอบตัวมักจะได้ดิบได้ดีไปด้วย”
“นี่ของขวัญสำหรับหลานปู่กับย่าตั้งใจเลือกมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ”
“ขอบคุณท่านปู่ท่านย่า แค่พวกท่านสามารถมาร่วมงานเลี้ยงของหลานได้หลานก็ดีใจแล้ว ของขวัญอะไรไม่จำเป็นสำหรับหลานหรอกแบบนี้ท่านปู่ท่านย่าก็ไปเที่ยวกับหลานได้แล้วสินะ”
“ได้สิเห็นไหมพวกเราออกจะแข็งแรง ตาเฒ่านั่นยังสามารถใช้เวทได้ดีกว่าเดิมอีกต่างหากต้องขอบใจโอสถของเจ้าหนุ่มนั่นจริง ๆ”
“จริงสิท่านพ่อพลังเวทของท่านดูจะเพิ่มขึ้นแล้วพลังยุทธ์ของท่านหละท่านได้ตรวจสอบดูหรือยัง?”
“พลังยุทธ์ของข้าเพิ่มขึ้นมาไม่มากเพราะข้าละเลยและไม่ได้ฝึกฝนมานาน แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกแค่ทำให้ครอบครัวของเราอยู่อย่างพร้อมหน้าได้ก็นับว่าโชคดีแล้วข้ายังกังวลว่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี กลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเหลนเสียอีก ตอนนี้ข้าและยายเฒ่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้วฮ่าฮ่า ฮ่า”
งานเลี้ยงเป็นไปด้วยความสนุกสนานเสียงหัวเราะดังเป็นระยะ จนกระทั่งดึกทุกคนต่างทยอยกันกลับไปพักผ่อนยกเว้นโต๊ะขององค์ชายใหญ่และพวกของเฟยหลงที่นั่งดื่มกันทั้งคืนจนถึงเช้าเฟยหลงที่ไม่เคยดื่มสุรามาก่อน ยังคงนั่งดื่มกินกับองค์ชายทั้งสองที่นั่งดื่มกันต่อจนถึงรุ่งเช้าส่วนเฉินคงต่างฟุบหลับคาโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว
“เฟยหลงมีสถานที่อยู่ที่หนึ่งข้ากับน้องรองอยากจะชวนเจ้าไปสำรวจสักหน่อย เจ้าสนใจที่จะไปสำรวจกับพวกเราไหม มันเป็นเกาะร้างอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปประมาณสามร้อยกิโลเมตร ที่นั่นไม่มีคนอยู่อาศัยมานานแล้วมีหลายคนที่ไปสำรวจที่นั่นบางคนกลับมาได้ของมีค่ากลับมาจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว”
“น่าสนใจดีเหมือนกันพวกท่านจะไปสำรวจเกาะร้างนั้นเมื่อไหร่กัน”
“น่าจะอีกสามวันพวกเรารอให้เสร็จงานเลี้ยงของน้องเล็กก่อนหากเจ้ายังไม่ได้วางแผนที่จะเดินทางไปที่ไหนก็ไปสำรวจเกาะร้างนั้นด้วยกันกับเราได้นะ”
“ก็ดีเหมือนกันเช่นนั้นอีกสามวันพวกเราค่อยออกเดินทาง แล้วเฉินคงจะไปกับพวกเราหรือไม่?”
“ข้าสอบถามเฉินคงแล้วเขาจะไปทดสอบเข้าสถาบันฟ้าครามที่เดียวกับเจ้า คงไม่มีเวลาไปกับพวกเราหรอก”
“เฉินคงจะทดสอบเข้าสถาบันฟ้าครามอย่างนั้นหรือ? ก็ดีเหมือนกันนะสำหรับตัวเฉินคงเอง”