ตอนที่ 58
เด็กสาวลึกลับหาเรื่อง
เสียงสตรีนางนั้นดังจนไป๋เหอต้องหันมามองดู กลับพบเบื้องหน้าเป็นสตรีเด็กน้อยสวมชุดสีเขียวปล่อยผมยาวสลวยพัดลอยปลิว เสื้อผ้าสะบัดไหวตามแรงลมยืนอยู่เหนืออากาศ ใบหน้าขาวผ่องราวกับหยกนมแพะแต่ดวงตาของนางนั้นยังจ้องเขม็งมาที่เขาราวกับจะบอกว่าไม่พอใจการกระทำของเขาอย่างมาก
"เจ้าสารเลวหยุดมือของเจ้าลงอย่าได้ใช้มืออันสกปรกของเจ้าทำลายหินพวกนี้”
การกล่าวของนางนั้นไม่ได้ทำให้ไป๋เหอโกรธหรืออย่างไร เพราะสิ่งที่เขาทำมันย่อมผิดอยู่แล้วเพียงแต่เพราะความคึกคะนองอยากลองวิชาเขาถึงได้ไม่ประเมินตนว่าไม่ควรทำ
“ข้าขอโทษที่ได้ทำลายหินพวกนี้เพียงแต่ข้าอยากทดสอบพลังฝีมือของข้าเท่านั้น” ไป๋เหอกล่าวอย่างรู้สึกผิดเขาไม่เถียงเรื่องนี้เขายอมรับเขาได้ทำผิดจริง ๆ คนตรงหน้าจะไม่พอใจก็ไม่ผิด
หญิงสาวมองเขากลับอย่างเหยียดหยามก่อนจะกล่าวขึ้นอีก
“ชั้นพลังต่ำต้อยเพียงนี้ยังลำพองตนว่าเป็นคนแข็งแกร่งอย่างนั้นเหรอน่าขำยิ่งดี การทดสอบฝีมือเจ้าไม่จำเป็นจะต้องทำหลายครั้งจนหินแตกละเอียดพังหรอกนะนี่เจ้ากำลังจะบอกทุกคนให้รู้ว่าตัวเจ้าพึ่งเข้าสู่เส้นทางจอมยุทธอย่างนั้นสินะถึงได้มีความเห่อเช่นนี้”
คำพูดของนางใช่ว่าจะผิดและไป๋เหอก็ไม่ได้คิดโกรธด้วยเพราะตนเองอยากทดสอบพลังจริง ๆ การต่อยแล้วหินแตกละเอียดเช่นนี้โดยไม่ได้ใช้พลังลมปราณเข้าช่วยย่อมจะเป็นสิ่งที่ตื่นเต้นสำหรับเขาไม่น้อย เขายอมรับว่าเขาผิดจริงแต่เด็กสาวผู้นี้โกรธราวกับว่าเขาไปฆ่าใครตายมามันใช่ซะที่ไหน
“ข้าขอโทษเจ้าด้วยพอดีข้าพึ่งเข้าสู่สายนี้ย่อมรู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดาไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีความสามารถใช้พลังพวกนี้ได้”
นอกจากคำพูดขอโทษก็ไม่สิ่งใดที่จะต้องพูดออกมาแล้วเพราะเด็กสาวผู้นี้ทางที่ดีไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือทำให้นางอารมณ์เดือดไปกว่านี้ ดูท่าแล้วนิสัยเด็กสาวผู้นี้เอาแต่ใจตนเองไม่ใช่น้อย
“ข้าถามหน่อยเถอะเจ้าไปอยู่ส่วนไหนมาเหตุใดพึ่งจะเริ่มฝึกทั้งที่อายุก็เข้าสู่วัยกลางคนแล้ว”
เด็กสาวยังไม่พอจบแค่นี้มองดูชายตรงหน้าที่ไม่ได้มีท่าทีสำรวมเหมือนกับหน้าตาทำให้นางเกิดรู้สึกไม่ชอบ ทำราวกับว่าตนเองเป็นเด็กน้อยซึ่งขัดกับใบหน้าแท้จริงนักดูแล้วขัดตานางยิ่ง
ไป๋เหอที่ใส่ชุดคลุมอยู่เข้าใจในคำพูดของนางเพราะเขากำลังสวมชุดคลุมย่อมที่นางจะกล่าวแล้วมองเขาเป็นเป็นเช่นนั้นแต่นางจะเอาอะไรกับเขากันแน่จะหาเรื่องเขาทำไมกันแค่เรื่องไม่เป็นเรื่องต่างคนต่างไปคนละทางก็น่าจะพอแล้ว ชายหนุ่มคิดว่าพูดขอโทษอีกสักครั้งแล้วกันเผื่อนางจะยอมถอย
“ข้าขอโทษข้ายอมรับผิดเอาละเราอย่าได้พูดกันเรื่องนี้เลย ข้าพูดขอโทษถือว่าจบ ๆ ต่างคนต่างแยกย้ายกันเถอะนะข้าสำนึกผิดแล้ว”
หญิงสาวรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังโดนไล่ยังไงไม่รู้ทั้งที่มาห้ามไม่เขาทำกลับเหมือนเห็นว่านางน่ารำคาญทำให้จิตใจนางขุ่นเคืองเพิ่มขึ้น
ไป๋เหอเห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหน้านั้นยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลยคาดเดาตามหน้าตาน่าจะอายุอยู่ในช่วง 11 12 แค่นั้นที่เขาคิด แต่ปากของนางนั้นใช่ย่อยจนเขานึกไปถึงหากว่านางโตเป็นสาวชายที่ได้นางครองคู่คงจะหูชาอย่างแน่นอนแล้วอีกอย่างด้วยวัยเพียงเท่านี้คนตรงหน้ายังอยู่ในระดับโลหิตขั้นที่ 4 ถือว่าไม่เลวเลยที่บ้านน่าจะมีทรัพยากรดูแลอยู่มากพอเขาไม่ควรเข้าไปตอแยยุ่งวุ่นวายด้วย แล้วในตอนนั้นเองเขาสัมผัสได้ว่ามีคนมาเพิ่มอีก 2 คนที่กำลังมาทางเขาและคนในนั้นก็มีระดับชั้นพลังที่สูงกว่าเขาอยู่
“เจ้าสำนึกไหมที่ข้าพูด”
สตรีทำหน้าขึงขังราวกับว่านางคือผู้คุมชะตาโลกที่ตัดสินโดยนางว่าถูกหรือผิดแล้วคนเบื้องหน้านอกจากไม่โกรธนางแล้วยังพูดไล่นางเป็นเช่นนี้นางจะไม่โมโหได้อย่างไร
ไป๋เหอรู้สึกว่าเด็กสาวผู้นี้มันจะเยอะเกินไปแล้ว แค่พูดกันดีดีแค่นั้นก็จบต่างคนต่างแยกย้ายแต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวผู้นี้ไม่คิดจะยอมเหมือนหาว่าเขาประชดอีก เป็นแบบนี้เขาจะทำยังไงดีจะเดินหนีไปก็ไม่ได้เพราะว่ามีคนอยู่เบื้องหลังนางที่มีชั้นพลังอยู่สูงกว่าเขาแอบอยู่ หากเขาทำอะไรผิดพลาดไปย่อมที่จะได้รับความเดือดร้อนเขาไม่ต้องการสร้างศัตรูเพิ่ม
“แม่นางน้อยข้าผิดข้าก็ยอมรับผิดนะข้าไม่ได้ประชดเจ้า เจ้าตีความหมายคำพูดข้าให้ถูกต้องสิข้าไม่ได้จะหาเรื่องข้าพูดดีดีจริงๆ ข้าผิดข้ายอมรับ”
“เจ้ากำลังกล่าวประชดข้า ข้าจะลงโทษเจ้า”
หญิงสาวฟาดฝ่ามือลงเกิดประกายแสงสีฟ้าแหลมคมวิ่งพุ่งเข้าหาร่างคนอยู่เบื้องล่างที่นางคิดแค่อยากสั่งสอน
ไป๋เหอเห็นดังนั้นเขาก็ใช้เคล็ดวิชากายาเหล็กทันทีร่างกายของเขาเกิดเป็นเกราะป้องกันรอบตัวพลังลมปราณไหลเวียนทั่วร่าง สตรีตรงหน้าอยู่ในชั้นโลหิตเขาย่อมที่จะไม่ประมาทเตรียมตัวจะโจมตีกลับทันที ตอนนี้มันจำเป็นจะต้องสู้แล้วแม้พยายามจะหลีกเลี่ยงก็ตามเถอะ เขาไม่ประมาททั้งเด็กสาวที่ลอยอยู่เบื้องหน้าและคนที่แอบมองอยู่
เมื่อแสงจ้าวิ่งเข้ามาเกือบจะถึงร่างไป๋เหอที่โคจรพลังลมปราณเต็มที่เขาตั้งใจจะดูว่าวิชาที่ฝึกมาสามารถป้องกันได้ถึงไหนแสงแหลมคมนั้นพอถึงตัวกลับโดนม่านพลังกั้นไว้มันพยายามจะเจาะเข้ามาให้ได้
ไป๋เหอเห็นว่าม่านพลังวิชากายาเหล็กนั้นก็ถือว่าใช้ได้มันสามารถรับการโจมตีของเด็กสาวตรงหน้าได้ถือว่าไม่เลวก่อนพลังนั้นจะสลายหายไปเขาถึงรู้สึกโล่งอก
เด็กสาวที่ลอยอยู่เมื่อเห็นว่าชายที่อยู่เบื้องล่างสามารถต้านพลังของตนได้นางกลับโกรธจัดเรียกกระบี่ขึ้นมาหวังจะซัดพลังเข้าจู่โจมเพิ่มเติม นางจะไม่ยอมหยุดแค่นี้หากชายผู้นี้ไม่ได้รับบาดเจ็บนางอยากระบายความโกรธลงโดยการสั่งสอนคนผู้นี้ให้จดจำไว้อย่ามาทำให้นางโกรธ
เด็กสาวกำลังจะอ้าปากพูดและกระโจนเข้าสู้ แต่เสียงหนึ่งก็ขัดขึ้นจนนางต้องหยุดชะงักลงแล้วหันไปมองทางด้านหลัง
“อี้หยางหยุดได้แล้ว เราต้องรีบเดินทางต่อเจ้าอย่าได้ก่อเรื่อง”
“ท่านพี่แต่ข้า...” นางยังกล่าวไม่จบผู้เป็นพี่ชายก็รีบพูดตัดบท
“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น เขาก็บอกแล้วว่าขอโทษแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ”
ชายหนุ่มรู้นิสัยของน้องสาวดีว่าเป็นคนเช่นไรแล้วอีกอย่างคนเบื้องล่างนั้นดูลึกลับจนเขาไม่อยากที่จะยุ่งวุ่นวายด้วย เขาเชื่อฟังคำเตือนของอาวุโสข้างกายที่ไม่ให้เขาวุ่นวายกับคนเบื้องล่างยังไม่ได้ถามสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไรเขาจึงจำเป็นจะต้องห้ามน้องสาวไว้เพื่อไม่ให้ก่อเรื่องขึ้น
นางรู้สึกว่ายังไม่พอแต่ไม่สามารถขัดใจพี่ชายได้ ได้แต่จดจำใบหน้าชายที่ทำให้นางโกรธไว้รอวันเอาคืนหากได้เจอหน้ากันอีกครั้งนางหวังว่าจะได้ทำโทษเขาเมื่อถึงเวลานั้น นางจากไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวยังหันกลับมามองคนที่อยู่เบื้องล่างที่นางยังเจ็บใจไม่หายได้แต่คาดโทษเขาไว้รอวันสะสางทีหลัง
เมื่อคนทั้ง 4 เหาะลอยไปไกลแล้วไป๋เหอที่มองดูและสำรวจว่าพวกเขาน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาดูท่าแล้วน่าจะเป็นคนมีฐานะในตระกูลใดตระกูลหนึ่งหรือสูงกว่านั้นและคนที่ติดตามมาด้วยนั้นล้วนแล้วแต่มีชั้นพลังที่สูงน่าจะทำหน้าที่คอยปกป้องอารักขาพวกเขา
ไป๋เหอเดินทางกลับไปตระกูลโจวทันทีเขาไม่รีรอที่จะอยู่เผื่อพวกนั้นจะกลับมาหาเรื่องเขาไม่อยากจะเสี่ยงรอวันตายอยู่ตรงนี้
“ท่านอาท่านมาจากไหนซวงเออร์ไปหาที่ห้องก็ไม่พบ” หญิงสาวเมื่อเห็นว่าพี่ชายกลับมาแล้วนางก็เอ่ยถามทันทีด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไปทำธุระข้างนอกมา ว่าแต่เจ้ามีอะไรอย่างนั้นเหรอ”
“ซวงเอ๋อร์แค่จะมาดูว่าท่านอาทำอะไรอยู่ก็เพียงเท่านั้นเองแล้วอีกอย่างอยากจะชวนไปเลือกตำราเคล็ดวิชามาเพิ่มเจ้าค่ะ เมื่อไม่เห็นท่านอาก็เลยเข้าไปคนเดียว”
“อ๋อแล้วเป็นยังไงบ้างฝึกวิชาเล่มแรกไปถึงไหนแล้ว”
“ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบแต่คิดว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะทำได้เจ้าค่ะ” นางตอบอย่างมั่นใจและมุ่งมั่นว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมพี่ชายต้องปลื้มใจในตัวนางเป็นแน่นางจะไม่ทำให้พี่ชายผิดหวังเด็ดขาด
ไป๋เหอพยักหน้าน้อยๆ ว่าด้วยความพอใจก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“แล้วเจ้าเข้าไปในหอตำราได้วิชาอะไรมาเพิ่มล่ะ”
“ซวงเอ๋อร์เข้าไปแล้วได้อีกวิชาหนึ่งกลับมาเจ้าค่ะ” นางเอาตำราที่อยู่ในถุงมิติออกมายื่นให้ไป๋เหอดู
ไป๋เหอเปิดดูพบว่าเป็นเคล็ดวิชา เส้นไหมปลิดชีวิต วิชานี้น่าสนอยู่ไม่น้อยเหมาะกับนางอย่างมาก
“ถือว่าวิชานี้ไม่เลวเลยเอาละเจ้าเอาไปฝึกและพยายามที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาเร็ว ๆ เดี๋ยวข้าจะลองหาตัวช่วยเสริมเกี่ยวกับสมุนไพรมาทำยาให้เจ้าด้วยแล้วกันจะได้รีบแข็งแกร่ง”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มคิดว่าจะลองเข้าไปในหอสมุนไพรดูเพราะตอนที่เขาเดินผ่านสวนสมุนไพรมีหลากหลายชนิดที่น่าสนใจปลูกไว้มากมาย คิดว่าจะขอเขาเข้าไปเลือกสมุนไพรมาทำยาให้กับซวงเอ๋อร์เสียหน่อยและหากเจอของดีก็จะรีบคว้าเก็บไว้ด้วย
เปิดอ่านฟรีวันละ 1 ตอน และจะมีติดเหรียญอ่านล่วงหน้าทะยอยปลดตอนลง ฝากกดติดตามให้กำลังใจกันด้วยนะครับ หวังว่าทุกคนจะชอบและหากมีคำผิดค่อยว่ากันอีกทีครับ