อนาเธอร์นั่งนิ่งครุ่นคิดถึงข้อมูลที่เพิ่งได้รับ ในหัวเขาเริ่มวางแผนการเตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันนี้
แม้เขาจะมีประสบการณ์และทักษะการต่อสู้ที่หลากหลาย แต่การต่อสู้กับนักเรียนชั้นปีที่ 1 ทั้งมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้เดี่ยวหรือการต่อสู้แบบทีม
ทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะคู่ต่อสู้ล้วนเป็นนักเรียนที่ได้รับการฝึกฝนกันมาอย่างเข้มงวด และทุกคนต่างก็ต้องการคว้าชัยชนะเพื่อเป็นที่หนึ่งในรุ่นเดียวกัน
เซรอสเห็นแววตาของอนาเธอร์ที่แสดงความมุ่งมั่น เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง
“การต่อสู้จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป มีทั้งการต่อสู้แบบเดี่ยวที่ต้องอาศัยความสามารถส่วนตัว การต่อสู้แบบทีมที่จะทดสอบการทำงานร่วมกันและการวางกลยุทธ์ ทุกอย่างจะถูกแยกเป็นสองสายการแข่งขันที่ไม่เหมือนกัน และผู้ชนะจะได้รับรางวัลใหญ่ทั้งสองประเภท”
“คิดว่ายังไงละถ้าพวกเราจะสร้างทีมขึ้นมา เงื่อนไขคือนักเรียนจะสามารถสร้างกลุ่มขึ้นมาได้ไม่เกิน 5 คน ส่วนเรื่องอาชีพและเลเวล แน่นอนว่าพวกเขาก็จะต้องคัดสรรกันอย่างดี สายป้องกัน สายโจมตี สายบัพ หรือแม้แต่สายจอมเวทย์ ในทีมจะต้องสมดุลอย่างถึงที่สุด!”
คำถามของเซรอสทำให้อนาเธอร์พลันยักคิ้วขึ้น ทว่าการรวมทีมของผู้เล่น สำหรับเขาแล้วมันไม่ค่อยน่าสนใจซักเท่าไหร่นัก
“ไม่ละเซรอส ตอนนี้ฉันเพิ่งมีเลเวลเพียงแค่ 30 เองก็เท่านั้น ไปเข้าร่วมทีมกับพวกนาย”
“จะกลายมาเป็นภาระซะเปล่าๆ แล้วที่สำคัญ.. ฉันว่าฉันมีแผนการบางอย่างแล้วละ”
อนาเธอร์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆบนมุมปาก เขาเริ่มสนใจการแข่งขันในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะของรางวัลเท่านั้น แต่ชายหนุ่มต้องการพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้เล่นที่แท้จริง
นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้เผชิญหน้ากับนักเรียนเก่งๆจากทั่วมหาวิทยาลัย เป็นการทดสอบความสามารถที่แท้จริงของเขา
“เข้าใจแล้ว!”
เมื่อการสนทนาจบลง เซรอสก็กล่าวลาภายในแววตาที่แฝงไปด้วยความท้าทาย
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าทำได้ดีแค่ไหนในสนามการต่อสู้ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะทำให้ทุกคนตะลึงได้แน่ๆ”
อนาเธอร์ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มรับด้วยความมั่นใจ จากนั้นก็ขอตัวกลับไปนอนพักผ่อน
ไม่นาน หลังจากสนทนากับเซรอสจนดึกดื่น อนาเธอร์ก็กลับมายังห้องพักส่วนตัวของตนที่อยู่ภายอาณาเขตบริเวณนึงของมหาวิทยาลัย
บรรยากาศเงียบสงบทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลาย เมื่อเข้ามาในห้อง เขาก็ถอดเสื้อผ้าพาดไว้ข้างเตียงและเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ พลางเปิดน้ำให้อุ่นขึ้นก่อนจะลงแช่ในอ่าง ความอุ่นสบายของน้ำช่วยปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการสนทนาที่เข้มข้นตลอดวัน
“เฮ้อ ไม่ว่ายังไงการอาบน้ำก็ดีที่สุดละนะ”
อนาเธอร์เอนกายลงในอ่าง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไป เขาหลับตาและหายใจลึกๆขณะที่น้ำอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสียงน้ำที่ค่อยๆกระเพื่อม ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง
ทว่าในขณะเดียวกัน ความตื่นเต้นเกี่ยวกับการแข่งขันที่เซรอสบอกเล่าให้ฟังก็กลับมาอยู่ในหัวเขาอีกครั้ง การแข่งขันที่กำลังจะประกาศในเร็วๆนี้ ทำให้หัวใจของอนาเธอร์เต้นแรงขึ้น
เพียงแค่คิดถึงความตื่นเต้นและความท้าทายที่รออยู่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา รางวัลที่ล่อตาล่อใจนั้นไม่ค่อยเท่าไหร่ ทว่าเขาจะได้พบเจอกับผู้เล่นที่มีพลังของเทพเจ้าเช่นเดียวกัน มันเป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ตัวตนและความสามารถ
“ถ้ามหาวิทยาลัยประกาศออกมา นักเรียนปีหนึ่งทั้งหมดจะต้องเร่งฝึกกันอย่างเต็มที่เพื่อให้มีโอกาสมากที่สุดที่จะคว้าชัยชนะ”
อนาเธอร์พูดพึมพำกับตัวเอง ในขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังกวักน้ำขึ้นมาสาดเบาๆ
“ยิ่งถ้าพัฒนาเลเวลให้ถึงขีดจำกัดของเกณฑ์ได้ พวกนั้นก็คงจะทุ่มเทกันอย่างสุดตัว”
ชายหนุ่มรู้ดีว่าการเก็บเลเวลให้ถึง 200 ในเวลาอันสั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง
แม้แต่นักเรียนที่ฝึกฝนมาก่อนก็ยังอาจไม่สามารถทำได้ในช่วงเวลาน้อยนิดเช่นนี้ แต่ก็แน่นอนว่าหลายคนจะพยายามท้าทายขีดจำกัดของตน เพื่อให้ทันเวลาสำหรับการแข่งขันนี้กันแน่นอน
อนาเธอร์เริ่มคิดถึงตนเอง ขณะนี้เขามีเลเวลเพียง 30 เท่านั้น ซึ่งนับว่ายังห่างไกลจากขีดจำกัดที่ตั้งไว้ แต่เขาก็รู้ดีว่าด้วยระยะเวลาหนึ่งเดือน
หากเขาทุ่มเทในการลงดันเจี้ยนอย่างจริงจัง เก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เขาก็อาจเพิ่มเลเวลได้พอที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน
“อืม.. มีเวลาเพียงหนึ่งเดือนกับการลงดันเจี้ยนซ้ำๆ สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
“ยังไงฉันก็คือซุนหงอคง!”
เขาคิดกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น แผนการเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา อนาเธอร์เริ่มวางแผนที่จะใช้เวลาในทุกๆวันเพื่อเข้าสู่ดันเจี้ยน
ไม่ว่าจะเป็นดันเจี้ยนระดับพื้นฐานหรือดันเจี้ยนที่ยากขึ้นทีละขั้น หากสามารถควบคุมการเก็บเลเวลและเพิ่มความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง เขาก็จะมีโอกาสยกระดับตัวเองให้ทัดเทียมกับคู่แข่งคนอื่นๆที่มีเลเวลสูงกว่าและพร้อมต่อสู้มากกว่า
ขณะนอนแช่น้ำไป อนาเธอร์คิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆและกลยุทธ์ในการพัฒนาตนเอง
เขารู้ว่าการที่จะสามารถเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งในมหาวิทยาลัยได้ จำเป็นต้องมีทั้งการฝึกฝนและการวางแผนอย่างรอบคอบ
การลงดันเจี้ยนในแต่ละวันไม่ใช่เพียงเพื่อเก็บค่าประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้เขาได้ฝึกทักษะและเรียนรู้จุดอ่อนของตนเอง
หลังจากแช่น้ำจนรู้สึกผ่อนคลายแล้ว อนาเธอร์ก็ลุกขึ้นจากอ่าง คว้าผ้าขนหนูเช็ดตัวและสวมเสื้อคลุม ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เตียง
ขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง คืนนี้ท้องฟ้ามืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์บางๆที่ส่องสว่าง อนาเธอร์นั่งมองดวงจันทร์พร้อมกับครุ่นคิดถึงการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันครั้งนี้
“ฉันเองก็อยากลงแข่งขันเช่นกัน จะได้ลบครหาที่ถูกบอกว่าเป็นตระกูลซิกฟรีดซักที”
ในเช้าวันถัดมา อนาเธอร์ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังห้องเรียนตามปกติ แต่กลับก้าวเดินไปยังอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยเพลิง
ซึ่งภายในเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและความคึกคักของเหล่านักเรียน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงกดดันจากการแข่งขัน และความกระตือรือร้นในการฝึกฝนของนักเรียนทุกคน
ราวกับทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน
นั่นคือการเตรียมความพร้อมสำหรับพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“.................”
ห้องโถงกว้างใหญ่ของอาคารนี้เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่ไม่ได้สวมใส่ชุดฟอร์มของมหาวิทยาลัยตามปกติ แต่พวกเขากลับแต่งตัวด้วยชุดเกราะและเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับการต่อสู้
ชุดเกราะหลากหลายรูปแบบถูกสวมใส่กันอย่างพร้อมเพรียง บางคนสวมเกราะเหล็กหนาและถือดาบยาวทรงพลัง บางคนสวมเสื้อผ้าเบาสบายเหมาะกับการเคลื่อนไหวรวดเร็ว
และบางคนก็ถืออาวุธประจำตัวที่ดูแปลกตา บ่งบอกถึงความหลากหลายของสไตล์การต่อสู้และการเตรียมตัวอย่างเข้มข้น
เมื่ออนาเธอร์ก้าวเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ หลายคนก็หันขวับมามองในทันที
“นั่นมัน.. เจ้าชายน้อยอนาเธอร์นี่”
“มาลงดันเจี้ยนเพื่อเก็บเลเวลเรอะ?”
เสียงสนทนาที่เบาๆเริ่มดังขึ้น สัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่ตนเอง นักเรียนหลายคนจำเขาได้จากการต่อสู้กับเซรอสเมื่อวันก่อน
และเรื่องเล่าที่แพร่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัย นั่นทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของเหล่านักเรียนรุ่นเดียวกันโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
อนาเธอร์มองไปรอบๆ ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการฝึกฝนดันเจี้ยน
เหล่าดันเจี้ยนขนาดเล็กและใหญ่หลายสิบแห่งถูกจัดเรียงอยู่ภายในที่ใกล้กัน เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกดันเจี้ยนที่เหมาะสมกับระดับของตนเองได้ มันเป็นภาพที่ดูคล้ายกับลานกว้างอาคาเดีย ดันเจี้ยนจำนวนมากตั้งเรียงรายรอให้นักเรียนเข้าฝึกฝนและทดสอบความแข็งแกร่ง
“ไม่เลว.. ดูเหมือนอิทธิพลของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ก็ไม่ธรรมดา มีดันเจี้ยนนับร้อยที่เอาไว้ให้นักเรียนใช้ฝึกฝนและหาประสบการณ์กัน”