เทพกระบี่เงาสังหาร

    อาจารย์เสี่ยวฮุ่ย

    ภายในแหวนโบราณเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดของอรพิษน้อยและเสี่ยวฮุ่ย และภายนอกพวกอู่หมิงใช้เวลานานมากกว่าจะหาถ้ำแห่งใหม่พบ ด้วยเสี่ยวฮุ่ยกำลังงอนอยู่ซวงอี้จึงรับหน้าที่วางค่ายกลป้องกันคนเดียว"นี่คนในกลุ่มของเจ้ามีความสามารถทุกด้านเลยงั้นหรือ" กู่ไท่กล่าวด้วยความอิจฉา"ก็ไม่หรอกแต่พวกเราเลือกที่จะใช้ความถนัดของแต่ละคนให้เป็นประโยชน์" อู่หมิงกล่าว"แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะการที่นางจะมีความสามารถทางค่ายกลระดับนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างน้อยก็ต้องมีอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์นักวางค่ายกลคอยสั่งสอน" เสวี่ยอินกล่าวแน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็เริ่มสงสัยถึงความสามารถของพวกเจียงเฉินและคนในกลุ่มของอู่หมิงโดยเฉพาะเสวี่ยอินและคนของนาง เพราะพวกนางนั้นเป็นศิษย์ของหอกระบี่เช่นเดียวกับอู่หมิงและเคยพบหน้ากับพวกอู่หมิงมาก่อน ในตอนนั้นนางยังจำได้ดีว่าพวกเจียงเฉินและจิงเสวี่ยนยังไม่มีความสามารถในแบบทุกวันนี้ และเวลาก็ผ่านไปได้ไม่นานที่พวกเขาเริ่มเปลี่ยนไปและแข็งแกร่งขึ้นจนน่าตกใจ"แน่นอนว่าข้าได้อาจารย์ที่ดีคอยสั่งสอนทุกวัน" ซวงอี้กล่าว"แล้วอาจารย์ของเจ้านามว่าอะไรงั้นหรือ" เสวี่ยอินกล่าวถามต่อ"อาจารย์เสี่ยวฮุ่ย" ซวงอี้กล่าวเมื่อสี่คำนี้หลุดออกมาจากปากของซวงอี้ ใบหน้าของพวก จ้าววั่น หยูเฟย กู่ไท่ และ เสวี่ยอินกล่าวเป็นแข็งค้าง บรรยากาศรอบๆกลายเป็นเงียบกริบ พวกเขาเองก็เคยได้ยินที่เจียงเฉินเรียกเสี่ยวฮุ่ยว่าอาจารย์แต่พวกเขาก็ไม่คิดอะไรมากเพราะว่ามันไม่มีทางที่สัตว์อสูรจะมาเป็นอาจารย์ของมนุษย์ได้แต่ที่พวกเสวี่ยอินไม่รู้ก็คือเสี่ยวฮุ่ยนั้นไม่ใชาสัตว์อสูรธรรมดามันเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาสูงและมีความรอบรู้กว้างขวาง และที่สำคัญสำหรับอู่หมิงเสี่ยฮุ่ยเหมือนกับคลังสมบัติเดินได้"นี่เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งปีแล้วแต่พวกเราก็ยังไม่พบกับคนของฝ่ายเราเลย" จ้าววั่นกล่าวใบหน้าของกลุ่มคนที่ได้ยินก็กลายเป็นหมองคล้ำเพราะถึงตลอดมาพวกเขาจะเก็บเกี่ยวได้ไม่เลวเมื่ออยู่กลุ่มกับพวกอู่หมิงแต่ว่าพวกเขาเองก็ยังกังวลเกี่ยวกับสหายที่อยู่บนเกาะแห่งนี้เช่นกัน"มันไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่กับศัตรูเองพวกเราก็ไม่เจออีกเลยหลังจากช่วยศิษย์พี่เสวี่ยอินสำเร็จ" อู่หมิงกล่าว"พอนึกดูมันก็แปลกจริงๆ พวกเราเองก็เข้ามาส่วนลึกของเกาะแห่งนี้พอควรก็น่าจะพบเจอคนของฝ่ายเราหรือศัตรูบ้างแต่นี่ไม่เจอเลย " กู่ไท่กล่าว"เอาเถอะเดี๋ยวพรุ้งนี้พวกเจ้าก็จะได้เจอศัตรูเองแหละ" เสี่ยวฮุ่ยที่ออกมาจากแหวนก็กล่าวขึ้น"เจ้าหมายความว่ายังไง" อู่หมิงกล่าว"เจ้าจำแรงสั่นสะเทือนเมื่อวันก่อนได้หรือไม่ นั่นหนะเป็นแรงสั่นสะเทือนของการปะทุของภูเขาไฟซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่การปะทุครั้งนี้จะมีของล้ำค่าอย่างแร่อัคคีหรือสมุนไพรล้ำค่าปรากฎออกมา" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวดวงตาของอู่หมิงเป็นประกายเมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเพราะตอนนี้อู่หมิงมีหญ้าจันทราแล้วขาดเพียงแค่หญ้าสุริยันเท่านั้น"งั้นก็แสดงว่ากลุ่มอื่นๆที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนนี้ก็อาจจะมุ่งเป้ามาที่ภูเขาไฟลุกที่พวกเราจะไปใช่หรือไม่" จ้าววั่นกล่าว"ใช่แล้ว และที่นั่นจะต้องกลายเป็นสนามรบแน่เพราะงั้นพวกเจ้าควรเตรียมตัวให้ดี" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพวกอู่หมิงมองหน้ากันก่อนจะปรึกษาวางแผนและแยกย้ายกันพักผ่อน เมื่อรุ่งเช้าพวกอู่หมิงก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง แน่นอนว่าเป้าหมายในครั้งนี้คือภูเขาไฟที่พึ่งปะทุออกมา เมื่อพวกอู่หมิงเดินทางก็พบเจอกับสัตว์อสูรระดับ 4 หรือแม้แต่ระดับ 5 ในรหว่างทาง"ไม่ใช่แค่พวกเราที่สัมผัสได้แม้แต่สัตว์อสูรก็ยังสัมผัสได้งั้นหรือ" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนว่าพวกสัตว์อสูรจะต้องสัมผัสได้อยู่แล้วเพราะไม่ว่าอย่างไรประสาทสัมผัสของพวกมันก็ดีเลิศกว่ามนุษย์อยู่แล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"อสรพิษน้อย ตอนนี้ต้องพึ่งพาเจ้าแล้วละ" อู่หมิงกล่าวอสรพิษน้อยปรากฎพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับ 5 ออกมา และไม่ใช่แค่นั้นในตัวของอสรพิษน้อยยังมีสายเลือดของมังกรทมิฬที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ทำให้แรงกดดันของอสรพิษน้อยทรงพลังอย่างยิ่ง สัตว์อสูรระดับ 4 หรือระดับ 5 ที่อ่อนแอเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกดดันของอสีพิษน้อยก็พากันหลบหนีอย่างรวดเร็ว"ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 5 แต่ตอนนี้พวกเรากำลังรีบจึงช่วยไม่ได้" อู่หมิงบ่นพึมพำ"เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ ถึงได้อยากสู้กับสัตว์อสูรระดับ 5 แบบนั้น" กู่ไท่กล่าวซุบซิบกับพวกเจียงเฉิน"พวกเจ้าไม่รู้อะไร ตลอดมาอู่หมิงมักจะขาดคู่ซ้อมที่แข็งแกร่งมาตลอดยิ่งในหอกระบี่ยิ่งหายากจึงทำให้บางครั้งผู้อาวุโสระดับราชันยังต้องลงมาฝึกซ้อมกับอู่หมิงเลย และเพราะแบบนั้นอู่หมิงจึงมีความคุ้นชินกับการต่อสู้กับระดับราชัน" เจียงเฉินกล่าวกับกู่ไท่"อะไรนะ!!!!!!! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ก็รู้อยู่หรอกว่าพรสวรรค์ของอู่หมิงนั้นมันระดับสัตว์ประหลาดแต่นี่มันไม่สัตว์ประหลาดเกินไปหน่อยงั้นหรือ" กู่ไท่คำรามออกมา"ข้าเองก็คิดแบบนั้น แต่สำหรับพวกข้าทีได้เขาเป็นหัวหน้าก็ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุดเเล้ว" เจียงเฉินกล่าวในขณะที่กำลังคุยกันอย่างสนุกปาก ข้างหน้าของกลุ่มอู่หมิงก็เกิดการต่อสู้ขึ้น ซึ่งเป็นการต่อสู้ของกลุ่มนิกายดาบคลั่งและศิษย์สำนักตาข่ายทมิฬ ซึ่งพวกจ้าววั่นก็แสดงสีหน้ามีความสุขก่อนจะพุ่งเข้าไปช่วยพรรคพวกของตน"นั่นมันจ้าววั่น ยอดเยี่ยมกำลังเสริมมาแล้ว" ศิษย์หลักของนิกายดาบคลั่งพากันตะดกนออกมาด้วยความสุข"พวกเราเองก็ไปช่วยพวกเขาเถอะ" อู่หมิงกล่าวพวกอู่หมิงก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเข้าสังหารศิษย์ของสำนักตาข่ายทมิฬทันที ด้วยมีกำลังเสริมมาศิษย์ของสำนักตาข่ายทมิฬก็พากันต่อสู้ลำบากก่อนจะเริ่มถอยออกไป"จ้าววั่นไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะยังปลอดภัย" หัวหน้าศิษย์หลักของนิกาบดาบคลั่งกล่าว"แน่นอนข้าซะอย่างใหนเลยจะตายง่ายๆ" จ้าววั่นกล่าว"ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมกับเป็นเจ้าแล้วละ"การพูดคุยของทั้งสองเหมือนจะเป็นคนไม่ค่อยถูกกันแต่ทั้งสองก็กลับเข้าหาและยิ้มหใ้กันอย่างสนิทจนพวกอู่หมิงเริ่มรู้สึกงุนงงกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง และหลังจากนั้นจ้าววั่นก็ได้บอกเรื่องราวการทรยศของสำนักเหลียงซานให้กับสหายของเขาฟัง"เป็นแบบนี้นี่เองไม่แปลกใจเลยที่หลังจากที่เจอเจ้าพวกนั้นได้ไม่นานเจ้าพวกสำนักตาข่ายทมิฬก็โผล่ออกมา" สหายของจ้าววั่นกล่าวด้วยความโกรธ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน