นับเป็นครั้งแรกที่นาฟได้สัมผัสกับผู้ที่มีขั้นพลังระดับปราชญ์ใกล้ขนาดนี้รัศมีสีขาวเรืองรองล้อมรอบร่างของเขาทำให้ทุกสิ่งที่อยู่ใกล้เคียงดูเลือนลางและไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับพลังที่พวกเขาถือครอง
หัวใจของนาฟก็เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและประหม่าเขาเคยได้ยินเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับผู้ใชัพลังระดับปราชญ์มาแล้ว แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสพลังนี้ด้วยตนเองแม้แต่ลมหายใจของเขายังรู้สึกหนักหน่วง เมื่อยืนอยู่ใกล้บุคคลที่มีพลังและบารมีมากเช่นนี้
ขณะที่ภายในโลกมิติในตอนนี้นั้นมวลอากาศเกิดความแปรปรวนที่ไม่อาจคาดเดาได้อากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง ราวกับบรรยากาศทั้งหมดกำลังถูกกดทับโดยพลังที่ไม่มีสิ้นสุดสีหน้าอันสงบนิ่งของปราชญ์หวางเริ่มเผยให้เห็นถึงความวิตกกังวลภายในใจ
ลมพายุเริ่มพัดวนรอบตัวเขาความรุนแรงของมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นพายุหมุนที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องหลังแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินสั่นสะท้านไปทั่วทุกทิศราวกับโลกในนี้กำลังจะพังทลายแม้แต่ภูเขาไฟและแม่น้ำลาวาที่นิ่งสงบเมื่อครู่ก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
ปราชญ์หวางยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพลังอันโหมกระหน่ำมือทั้งสองยกขึ้นขนานกับพื้น ขณะที่แสงสีขาวเรืองรองแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ทอประกายเจิดจ้าเข้าปะทะกับฝุ่นควันสีแดงที่พยายามบุกรุกเข้ามาในโลกมิติ
แต่ภาระที่แบกรับนั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจเส้นสายเวทมนตร์ที่มองไม่เห็นซึ่งเชื่อมต่อกับโลกมิติเริ่มสั่นสะเทือนลมหายใจของปราชญ์หวางเริ่มถี่กระชั้น หยาดเหงื่อไหลรินลงมาตามขมับ แต่สายตาของเขายังคงแน่วแน่ดวงตาสีเข้มนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดในคราวเดียว
พลังมหาศาลที่เขาต้องใช้เพื่อรักษาสมดุลนี้กำลังบั่นทอนร่างกายของเขาช้า ๆ
ทุกการเคลื่อนไหวของพลังนั้นคล้ายกับกำลังดึงชีวิตจากตัวเขาไปทีละน้อยเสียงกระซิบของความเหนื่อยล้าที่ก้องอยู่ในหัวของเขาเริ่มดังก้องขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ไม่มีทางเลือกเขารู้ว่าหากเขาล้มเหลวโลกมิติแห่งนี้จะพังทลายลงทันที และพัดพาเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในนี้ไปด้วย
แสงสีขาวที่ห่อหุ้มตัวเขาเริ่มสั่นไหวแตกร้าวเป็นเส้นสายที่กระจายไปทั่ว เหมือนกระจกที่ถูกกระแทกจนแตกร้าวแสงสว่างนั้นอ่อนลงทุกวินาทีที่ผ่านไป แต่ปราชญ์หวางยังคงยืนหยัดดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังเบื้องหน้า แม้จะรู้ดีว่าภาระนี้หนักหนาเพียงใด
องค์ชายและนาฟต่างเข้าใจอย่างลึกซึ้งและสัมผัสได้ถึงภาระที่ท่านปราชญ์แบกรับไว้ว่าคงหนักหนาสาหัสเพียงไร
เหตุการณ์เหมือนจะเนิ่นนานแต่เพียงผ่านไปไม่กี่นาที ขณะที่โลกภายนอกเกิดความโกลาหล ปราชญ์ทั้งสองคนก้าวออกมาจากโลกมิติสู่เบื้องนอกที่บัดนี้กลายเป็นสนามรบโดยสมบูรณ์
เป้าหมายคือการทำลายแท่งโลหะสีดำปลดพันธนาการจากภายนอกซึ่งดูเหมือนจะไม่ยากเย็นเกินไปสำหรับผู้ที่มีพลังอันสูงส่งเช่นพวกเขา
แต่ทันทีที่พวกเขาก้าวออกมาจากพลังที่ขวางกั้นโลกภายนอกก็เผยให้เห็นถึงความท้าทายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ปรากฏร่างของคนสองคนสวมหน้ากากในชุดดำสนิทพวกเขายืนขวางทางปราชญ์ทั้งสอง
ดวงตาเปล่งประกายเย็นชาของพวกเขาจับจ้องมาที่คนทั้งสองราวกับเหยี่ยวที่มองหาเหยื่อทั้งสองคือผู้ใช้พลังระดับปราชญ์ที่ยืนอยู่ข้างอาชูร่า
คนสวมหน้ากากทั้งสองแผ่พลังอำนาจออกมาเป็นคลื่นกระแทกที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาสั่นสะเทือนเล็กน้อย ราวกับบ่งบอกถึงพลังที่อยู่ภายใน
ปราชญ์ทั้งสองรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของศัตรูตรงหน้าได้ทันทีเพราะต่างก็เป็นผู้ใช้พลังระดับปราชญ์เช่นเดียวกัน
ทันใดนั้น อาชูร่าผู้ที่ยืนอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด เดินออกมาจากตำแหน่งของเขา
ร่างสูงสง่าและเต็มไปด้วยอำนาจอาชูร่าไม่กล่าวอะไร เพียงแค่ยกนิ้วชี้ออกไปทางอัฒจันทร์ปีกขวาที่อยู่ไกลสุดเขายิ้มเยาะเย้ยเล็กน้อยก่อนจะปล่อยพลังออกจากนิ้วของเขา นิ้วชี้ของอาชูร่ามีแสงสีดำเรืองรองเปล่งประกายอันเย็นชาออกมา กระตุกชนวนบางอย่าง เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“นี่คือคำเตือน... หากพวกเจ้าคิดจะต่อต้านข้าจะทำลายทุกสิ่งที่พวกเจ้าหวงแหน!”
“ตูมมมมม!”
ทันใดนั้น ระเบิดก็ดังสนั่นขึ้นจากทิศทางที่นิ้วของอาชูร่าชี้ไปอัฒจันทร์ปีกขวาที่อยู่ไกลที่สุดพังทลายลงในพริบตากลุ่มควันและเศษซากกระจายตัวไปทั่วบริเวณ
เสียงร้องของผู้คนดังขึ้นท่ามกลางความสับสนวุ่นวายอัฒจันทร์ปีกขวาที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนบัดนี้กลายเป็นเพียงกองเถ้าธุลีที่แผ่ขยายไปทั่วบริเวณ
ปราชญ์ทั้งสองหยุดชะงักดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้นพวกเขามองเห็นความโหดเหี้ยมของอาชูร่าที่ไม่มีแม้แต่ความลังเลในการทำลายล้างผู้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในอัฒจันทร์ถูกสังเวยไปในพริบตาและนี่อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
"อาชูร่า...เจ้ามันปีศาจ!"
ปราชญ์คนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความโกรธดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความเกรี้ยวกราด
"เจ้าคิดจะทำอะไร!?"
อาชูร่ายังคงยิ้มอย่างเย็นชา
“ข้าไม่ได้มาเล่นเกมกับพวกเจ้าโลกมิตินี้คือสิ่งที่ข้าต้องการ และข้าจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมาถ้าใครคิดจะขัดขวาง ข้าจะทำลายทุกสิ่ง... จนกว่าจะเหลือแต่ความว่างเปล่า”