เจียงเจิ้นเทาที่กำลังจะจากไปกลับหยุดชะงักทันที เขาไม่คิดเลยว่าไอ้ขยะนี่จะดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เมื่อมองไปที่แววตาที่ยั่วยุของอีกฝ่าย เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้มีคนมากมาย ฉันจะไม่ถือสาหาความจากแก แต่อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกกำลังคิดอะไรอยู่ คนอย่างแกก็แค่ต้องการเงินเท่านั้นแหละ”
ขณะที่เจียงเจิ้นเทาพูด เขาก็หยิบเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและวางไปตรงหน้าหลี่ซีเหวินแล้วพูดว่า “นี่คือเงิน 10,000 หยวน ซึ่งเพียงพอสำหรับแกที่จะนำไปใช้จ่ายได้ทั้งชีวิต ตราบใดที่แกเลิกกับเหวินจิ้งแล้วขอโทษฉันด้วยความเคารพ ฉันจะให้เงินทั้งหมดนี้กับแก
ว้าว...
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนที่เฝ้าดูต่างตกอยู่ในความโกลาหลที่ได้เห็นเงินของเจียงเจิ้นเทา เพราะเงินจำนวน 10,000 หยวนนี้เป็นตัวเลขที่ยากจะจับต้องได้ในยุคนี้จริง ๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจอยู่นั้น ดวงตาของโจวเหวินจิ้งก็มีประกายแห่งความสิ้นหวังพาดผ่าน ดูเหมือนว่าเธอคิดไปถึงผลลัพธ์ที่ตามมาและมั่นใจด้วยว่าเจียงเจิ้นเทาจะชนะ ในความคิดของเธอ หลีซีเหวินย่อมมีความกล้าที่จะรีดไถเงินจากอีกฝ่ายแน่นอน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้คนไม่คาดคิดก็คือ หลี่ซีเหวินทำเพียงยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดประโยคหนึ่งออกมาว่า “ผมไม่ได้ขาดแคลนเงิน ไปให้พ้น”
ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก นี่คือเงินหนึ่งหมื่นหยวนเลยนะ การขายภรรยาในราคานี้ไม่คุ้มค่าจริง ๆ หรือ ใครจะไปคิดว่าคนเลว ๆ อย่างหลี่ซีเหวินจะปฏิเสธเงินโดยตรง แม้แต่โจวเหวินจิ้งก็ยังทำหน้างงงวย
นี่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเจียงเจิ้นเทา เขาคำรามด้วยความโกรธ “แกยังจะแสแสร้งอะไรอีก แกน่ะเหรอที่ไม่ขาดแคลนเงิน มีใครไม่รู้บ้างว่าแกเป็นแค่คนไร้ค่าที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดของลูกสาวได้”
หลังจากเจียงเจิ้นเทาพูดเรื่องนี้ ผู้คนรอบข้างต่างก็พากันเหน็บแนม
“เด็กคนนี้ดื้อจริง ๆ”
“เป็นผู้ชายที่มีแต่ปาก แต่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกสาวได้สินะ”
“ถ้าอยากได้เงินก็บอกไปสิ อย่าทำให้แม่และลูกสาวต้องมาลำบากไปด้วย เอาเงินแล้วออกไปเถอะ”
คำพูดของทุกคนต่างแสดงถึงความไม่พอใจอย่างยิ่ง ทว่าหลี่ซีเหวินกลับพูดอย่างสบาย ๆ ว่า “คุณไม่ต้องมาเป็นห่วงลูกสาวของผมหรอก ผมจะหาวิธีจ่ายค่าผ่าตัดนี้เอง”
“แกมีวิธีอย่างนั้นหรือ เหอะ ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงเจิ้นเทาเห็นว่าผู้คนรอบข้างกำลังเข้าข้างตัวเองอยู่ จึงยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นและพูดจายั่วยุว่า “หมอบอกว่าอาการของเสี่ยวหนี่จะต้องอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งเดือน ถ้าอย่างนั้นตอนนี้พวกเรามาเดิมพันกันดีไหมล่ะ”
“เดิมพันอะไร” หลี่ซีเหวินพูดอย่างเย็นชา
“หากแกสามารถรวบรวมค่าผ่าตัดภายในหนึ่งเดือนนี้ได้ ฉันจะจัดงานเลี้ยงในโรงแรมอิงปินโหลวเพื่อขอโทษแก แต่ถ้าแกทำไม่ได้ แกต้องหย่าขาดกับเหวินจิ้งโดยเร็วที่สุดเพราะว่าแกไม่คู่ควรกับเธอ”
เจียงเจิ้นเทาก้าวเข้ามาพูดกับหลี่ซีเหวินใกล้ ๆ “ขยะอย่างแก กล้าพอไหมล่ะ”
หลี่ซีเหวินชำเลืองมองไปที่โจวเหวินจิ้งจากมุมหางตาและพบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาสิ้นหวัง
จริง ๆ แล้วหลี่ซีเหวินสามารถเดิมพันได้โดยไม่มีความละอายใจใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับอีกฝ่ายเลย แต่เมื่อนึกถึงชีวิตในอดีตและในปัจจุบันของตัวเองที่เคยประสบพบมา ในที่สุดเข้าก็ตัดสินใจเลือก
“เดิมพันภรรยาของผมอย่างนั้นหรือครับ” หลี่ซีเหวินยิ้ม “ทำไมคุณไม่เดิมพันแม่ของคุณแทนล่ะ”
เจียงเจิ้นเทาตัวแข็งค้างและกำลังจะพ่นคำหยาบคายออกมา แต่หลี่ซีเหวินกล่าวต่อ “ผมไม่สนใจที่จะเดิมพันภรรยาของผมกับคุณหรอกนะ แต่ผมจะเดิมพันตัวเอง ถ้าผมแพ้ ไม่เพียงจะขอโทษคุณเท่านั้น แต่ผมจะออกจากเมืองเฉาโจวตลอดไปด้วย”
“ตกลง” เจียงเจิ้นเทาตกลงโดยไม่ลังเล เพราะหากหลี่ซีเหวินออกไปแล้ว มันย่อมมีหมายความอ้อม ๆ ว่าเขาได้เลิกรากับโจวเหวินจิ้งแล้วเพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่โจวเหวินจิ้งจะจากไปพร้อมกับอีกฝ่าย นี่คือผลลัพธ์ที่แน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงพูดเสริมอีกว่า “ทุกคนที่นี่เขาได้ยินสิ่งที่แกพูดวันนี้แล้วนะ ถ้าแกกลับคำล่ะก็ ถึงเวลานั้นฉันจะหาคนมาหักขาแกอย่างแน่นอน”
เจียงเจิ้นเทาเดินออกไปหลังพูดจบและไม่ลืมทิ้งท้ายอีกประโยคหนึ่งว่า “นามสกุลของเสี่ยวหนี่คือ เจียง”
หลี่ซีเหวินไม่ได้รู้สึกใด ๆ เขาแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระนิดหน่อยเท่านั้น หลังจากที่เขาได้พบภรรยาแล้ว กลับมีคนมาคิดแย่งภรรยาไปจากเขา
เขาเดินไปข้าง ๆ ของโจวเหวินจิ้ง และพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาที่เขาด้วยท่าทางแปลก ๆ เขายิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า “กลับห้องกันเถอะครับ”
โจวเหวินจิ้งไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาและเดินตามเขากลับไปอย่างเงียบ ๆ เธอไม่เข้าใจว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้กันแน่ มีคำถามมากมายติดอยู่ในสมองของเธอ ซึ่งมันทำให้เธอเกือบจะขาดออกซิเจนเลยทีเดียว
ผู้ชายที่ปกป้องเธอและจัดการกับสิ่งต่าง ๆ อย่างใจเย็น ยังเป็นหลี่ซีเหวินคนนั้นอยู่หรือไม่
โจวเหวินจิ้งคิดว่าเธอรู้จักผู้ชายคนนี้เป็นอย่างดี แต่ตอนนี้เธอกลับไม่คิดอย่างนั้นอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหลี่ซีเหวินพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่าเธอจะไม่หย่า เธอรู้สึกสะเทือนใจอย่างอธิบายไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้นครับ” หลี่ซีเหวินถามอย่างอ่อนโยน
“คุณ...คุณไม่โทษฉันหรือคะ” โจวเหวินจิ้งถาม
“ทำไมผมต้องโทษคุณด้วยล่ะ” หลี่ซีเหวินแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ
“ก็...ก็คุณเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ถ้าคุณเห็นผู้ชายคนอื่นมาจีบฉัน คุณจะหักขาฉันนี่คะ” โจวเหวินจิ้งพูดเสียงเบามากราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิด
“ผมพูดอย่างนั้นหรือครับ” หลี่ซีเหวินหัวเราะ “ถึงผมจะพูดอย่างนั้น แต่ในอนาคตไม่นับอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้คุณยังทำได้ดีมากด้วย เพราะถ้าผมเป็นคนที่โดนตามจีบโดยประธานใหญ่แบบนั้นล่ะก็ ผมอาจจะตกลงใจไปตั้งนานแล้วก็ได้”
“คุณได้ยินหมดเลยหรือคะ” โจวเหวินจิ้งก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความละอายใจ
“ไม่พลาดแม้แต่คำเดียวครับ”
“แล้วทำไมคุณถึงใช้เวลานานนักล่ะกว่าจะออกมาได้ คุณไม่กลัวว่าฉันจะรับปากเขาไปหรือคะ”
“ถ้าผมออกมาเร็วกว่านี้ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นจอมวายร้ายที่ต้องการใช้ลูกสาวของเราเพื่อมาข่มขู่และล่อลวงคุณ ผมจะปรากฎตัวก็ต่อเมื่อคุณไม่สามารถรับมือได้เท่านั้น”
“ทำไมล่ะคะ”
“เพราะผมสูญเสียคุณไปไม่ได้ยังไงล่ะครับ” น้ำเสียงที่อ่อนโยนของหลี่ซีเหวินดังทะลุเข้ามาในโสตประสาทของโจวเหวินจิ้งและเขาก็พูดเบา ๆ ว่า “ไปที่ห้องพักผู้ป่วยกันเถอะครับ”
โจวเหวินจิ้งเดินตามหลังของหลี่ซีเหวินไปอย่างตกตะลึง เธอเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลากจนยากจะบรรยาย
เมื่อเธอเห็นผมสั้น ๆ และเชิ้ตสีขาวเรียบร้อยของอีกฝ่ายแล้ว ดูเหมือนว่าเธอได้กลับไปพบตัวตนของเขาอีกครั้ง เป็นเขาเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้วตอนที่พวกเธอได้พบกันครั้งแรก ไม่สิ ควรจะบอกว่าหลี่ซีเหวินในตอนนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อสี่ปีที่แล้วเสียอีก
พฤติกรรมที่ผิดปกติในตอนเช้าก็ทำให้เธอเกิดความสงสัยในตัวเขา ทว่าในเวลานี้เธอทั้งกังวลทั้งมีความสุขขึ้นมาก ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ถึงแม้โจวเหวินจิ้งจะยังไม่ค่อยแน่ใจมากนัก แต่สิ่งเดียวที่เธอรู้ในตอนนี้ก็คือ เธอมีความสุขมาก แม้ว่าอนาคตจะยังไม่มีอะไรแน่นอนเลยก็ตาม
“คุณ...คุณไม่ควรเดิมพันกับเขาเลยนะคะ ครอบครัวของเราไม่มีเงิน” โจวเหวินจิ้งกระซิบกระซาบ
“คุณกลัวที่จะต้องหย่าขาดจากผมหรือครับ” หลี่ซีเหวินถามด้วยรอยยิ้ม
“ฉัน...ฉันเป็นห่วงคุณค่ะ ถ้าคุณสูญเสียแม้แต่ภรรยาไป ในอนาคตคุณจะอยู่ในเมืองเฉาโจวต่อไปได้ยังไง”
หลี่ซีเหวินตกตะลึงไปครู่หนึ่งและยิ้มทั้งดวงตา ความใจดีของอีกฝ่ายนั้นน่าประทับใจจริง ๆ เขาจึงพูดอย่างหนักแน่นว่า “อย่ากังวลไปเลยครับ ทันทีที่ผมเดิมพัน เขาก็พ่ายแพ้ให้แก่ผมแล้วล่ะ”
นี่คือความมั่นใจในตัวเองของหลี่ซีเหวิน คนจากอีกสามสิบปีข้างหน้าจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร ในขณะที่พูด เขาก็ผลักประตูเข้าไปห้องพักผู้ป่วยและพบว่ามีผู้คนมากกว่าหนึ่งโหลอยู่ข้างในนั้น และดูเหมือนว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะได้ยินการทะเลาะกันข้างนอกแล้วด้วย ซึ่งนั่นทำให้ดวงตาของพวกเขาก็ดูแปลกไป
เมื่อหลี่ซีเหวินเดินไปที่เตียงของหลี่เสี่ยวหนี่ เขาก็พบว่าเธอยังคงหลับอยู่ จึงได้แต่เขย่งปลายเท้าและวางผลไม้เอาไว้บนตู้
“คุณซื้ออะไรมาคะ” โจวเหวินจิ้งพึมพำถามเสียงเบา “ไม่ใช่ว่าฉันแค่ให้คุณไปเอาเสื้อผ้ามาหนึ่งชุดหรอกหรือ!”
“ผมกลัวว่าคุณจะหิวน่ะครับ!” หลี่ซีเหวินยิ้ม “มีลูกอม ผลไม้ แล้วก็ไส้กรอกแฮม”
“ไส้กรอกแฮมหรือคะ” โจวเหวินจิ้งอดที่จะตกใจไม่ได้ เพราะไส้กรอกแฮมในยุคนี้เป็นอาหารที่มีราคาแพงมาก หนึ่งชิ้นราคาตั้ง 1.5 หยวนเลยทีเดียว
“ใช่ครับ” หลี่ซีเหวินหยิบไส้กรอกแฮมออกมาจากถุง
“คุณซื้อมาตั้งสามอัน นี่...ของชิ้นนี้มันราคาแพงแค่ไหน อีกอย่างลูกก็อายุแค่สามขวบเองนะคะ ถ้ากินสิ่งนี้เข้าไป มันจะย่อยยาก” โจวเหวินจิ้งพูดเสียงเบา “คุณฟังฉันนะคะ เอามันไปคืนเถอะ”
“คนโง่ คุณคิดจริง ๆ หรือครับว่าผมซื้อมาให้ลูก” หลี่ซีเหวินพูดพลางกัดเปลือกไส้กรอกแฮมออกด้วยฟันของตัวเอง “นี่สำหรับคุณต่างหากล่ะครับ”
โจวเหวินจิ้งตกตะลึง ราวกับว่าเธอจะไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลี่ซีเหวินจะใส่ใจเธอมากถึงขนาดนี้ น้ำตาของเธอจึงไหลออกมาทันที
“มีคนมากมายกำลังดูอยู่นะครับ อย่าร้องไห้สิ” หลี่ซีเหวินเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่แก้มของอีกฝ่าย “รีบทานเถอะครับ”
”แต่...นี่...สิ่งนี้มันแพงเกินไปนะคะ”
“ถ้าคุณไม่อยากทาน ผมจะเอาไปป้อนให้หมานะครับ”
“ฉัน..ฉันจะทานค่ะ” โจวเหวินจิ้งตกใจมาก เธอรีบคว้าไส้กรอกแฮมเอาไว้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะพูดว่า “พวกเราสองคนมาทานด้วยกันนะคะ”
“ผมไม่ทานหรอกครับ มันมีแต่แป้งทั้งนั้น ผมเคยทานแบบที่เป็นเนื้อล้วน ๆ มาแล้ว มันหนาเท่าแขนของผมเลยด้วย”
“ช่างเถอะค่ะ ถ้าคุณไม่ทาน ฉันก็ไม่ทานเหมือนกัน”
หลี่ซีเหวินหัวเราะและหยิบไส้กรอกแฮมขึ้นมาแล้วกัดมัน แต่เขากลับต้องตกตะลึงไปทันทีและรีบถามว่า “เมื่อกี้ผมเพิ่งพูดไปใช่ไหมครับ ว่าไส้กรอกแฮมพวกนี้ทำมาจากแป้ง”
“ใช่ค่ะ” โจวเหวินจิ้งพยักหน้า
“วันนี้คือวันที่ 25 ตุลาคม 1990 ใช่ไหมครับ” หลี่ซีเหวินถามอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ!”
“ผมมีหนทางแก้ไขแล้ว” หลี่ซีเหวินยิ้มขึ้นมาทันที จากนั้นก็ยื่นไส้กรอกแฮมให้กับโจวเหวินจิ้งแล้วพูดว่า “คุณอยู่ดูลูกไปก่อนนะครับ ผมจะออกไปทำธุระบางอย่าง”
เขารีบจากไป โดยไม่รอให้โจวเหวินจิ้งตอบกลับเลย