เมื่อมองกระจกตรงอ่างล้างหน้าก็พบว่าตอนนี้ทุกคนคือเด็กหนุ่มแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอปคล้ายกันทั้งสามคน น้าทอฝันสวมเสื้อกันหนาวมีหมวกฮู้ดสีดำ ธาราสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและมีหมวกแก๊ปสีแดง ธันยาเป็นชายหนุ่มไม่สวมหมวกแต่มีสร้อยทองเส้นโตๆ ทับเสื้อเชิ้ตแขนสั่นสีดำ เหนือริมฝีปากมีหนวดเข้ม ทั้งสามพากันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยจังหวะที่ไม่เร็วเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ ขณะที่ตำแหน่งของพวกไคโยเต้ทั้งสามคนยังแจ้งเตือนในการรับรู้อยู่เสมอ สองคนแรกเข้ามาในร้านแล้ว เกิดการปะทะพลังกันขณะที่น้าทอฝันนำหลานเดินผ่านตัวร้าน เสียงหวีดร้องอย่างตกใจของสาวเสิร์ฟและแคชเชียร์ดังแว่วมาเมื่อพี่วิวัฒน์กำลังทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าชายในชุดแจ็คเก็ตหนังดำสองคน สีหน้าของพี่วิวัฒน์กำลังทรมานคล้ายจะขาดอากาศหายใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีคลื่นพลังจิตแผ่ออกมาจากตัวเขาเพื่อต้านทานพลังของอีกฝ่ายทั้งสองคนอย่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ธีระถอยห่างออกไปจนหลังชนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ แม้จะไม่สามารถช่วยอะไรได้แต่ก็ทิ้งหัวหน้าทีมมือใหม่ของตนไปไม่ลง สองต่อหนึ่งน่าจะเกินกำลังของพี่วิวัฒน์มากเกินไป
“พี่วิวัฒน์! คุณอา!” ธันยาหาร้องด้วยเสียงคล้ายจะร้องไห้ จะเดินเข้าไปในร้านแต่ธาราชุดข้อมือของแฟนสาวไว้แล้วดึงเธอเดินตามน้าทอฝันมา เขาเตือนสติแฟนสาวว่า “เราต้องหนีก่อน”
พวกมันอีกคนเป็นชายสวมแจ๊คเก็ตและกางเกงหนังสีดำเช่นเดียวกับสองคนแรก ยืนพิงรถฮอนด้าซิตี้สีขาว โครงหน้าเล็กจมูกสั้นรั้นผิดปรกติ แววตาเจ้าเล่ห์แฝงด้วยความสนุกรื่นเริง ผิวปากและก้มดูเล็บมือของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ พวกมันไม่มีการสวมตัวตนแฝงด้วยพลังของดีไซเนอร์ ทีมหลอนประสาททีมนี้ของไคโยเต้รวมตัวกันมาเพื่อโจมตีโดยเฉพาะ
ทั้งสามเดินผ่านไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต ตัวตนแฝงของธันยาตบตามันได้ผล เมื่อพ้นระยะความสนใจของอีกฝ่ายน้าทอฝันก็สั่งให้หลานทั้งสองวิ่ง ตัวร้านห่างจากปากซอยไปราวห้าสิบเมตร วิ่งผ่านบ้านพักอาศัยจนมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่หัวมุม น้าทอฝันนำทั้งสองคนวิ่งไปตามบาทวิถีของถนนใหญ่ที่รถราขวักไขว่ ตอนนี้ธันยาเปลี่ยนตัวตนแฝงให้กลายเป็นฝรั่งชายหนึ่งหญิงสองที่กำลังวิ่งจ็อกกิงไปด้วยกัน
แต่แล้วการแจ้งเตือนตำแหน่งกลับบอกว่า นักหลอนประสาทที่ดักรอตรงรถคนนั้นเริ่มออกวิ่งตามมาแล้ว “มันรู้ตำแหน่งเราได้ยังไง!”
“หนูเปลี่ยนตัวตนให้แล้วนี่!” ธันยาร่ำร้องขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ
นักหลอนประสาทคนนั้นวิ่งไล่หลังมาอย่างรวดเร็วราวหมาล่าเนื้อ เพียงชั่วประเดี๋ยวก็ตามมาจะพ้นปากซอยแล้ว ธาราชะงักฝีเท้ารั้งท้าย รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ตนเองที่ต้องปกป้องคนที่เหลือต่อจากคุณอาธีระถึงจะมีแค่กำปั้นแต่อย่างน้อยถ่วงเวลาได้สักหน่อยก็ยังดี
“ธารา!” น้าทอฝันร้องเรียกเขาเสียงหลง ธันยาพาลชะงักฝีเท้าตามไปด้วย
“หนีไปครับ!” ธาราร้องบอก ท่าทางแสดงให้เห็นว่าจะอาสาถ่วงเวลาอีกฝ่ายไว้ให้
“อย่าโง่น่า!” ธันยาร้องอย่างขัดเคือง ไม่ยอมหนีไปก่อนเช่นกัน
น้าทอฝันเดินมาแทรกด้านหน้าของธาราอีกทีหนึ่ง “การปกป้องหลานต่อจากอาธีระคือหน้าที่ของน้า ธันยา สร้างอินทรีขาวแบบลวกๆ แล้วสวมให้น้าทีได้มั้ย” เธอทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก บ่นพึมพำว่า “ทำไมมันรู้ตำแหน่งเราได้”
ทันใดนั้นตาของนักอ่านความทรงจำหญิงก็เบิกโพลง ร้องโพล่งออกมาว่า “เครื่องราง!! โยนเครื่องรางทิ้ง!”
น้าทอฝันทำเป็นแบบอย่างก่อน ล้วงกระเป๋าสะพายโยนตุ๊กตาพวงกุญแจของพ่อค้าตลาดมืดทิ้ง ธันยาและธาราทำตาม นึกภาพตุ๊กตาในหัวก่อนจะล้วงมันออกมาจากกระเป๋าสักช่องแล้วโยนมันทิ้งกับพื้น
พอถึงตอนนี้พลังการแจ้งเตือนตำแหน่งศัตรูของไซเรนหายไปแล้ว ธันยาเอามือปิดหน้าแล้วร้องไห้ เช่นนี้หมายความได้ว่าธีระน่าจะโดนอีกฝ่ายจัดการเรียบร้อยไปแล้ว
“ไม่!” ธันยาทำใจไม่ได้ “หนีไปด้วยกันเถอะค่ะ”
“รอดสองดีกว่าตายกันหมด” น้าทอฝันหันมาขยับแว่นแล้วยิ้มฝืนๆ ให้กับหลานทั้งสอง “ธันยา สวมใครสักคนที่น่ากลัวมากๆ ให้น้า น้าจะหลอกพวกมันถ่วงเวลาไว้ให้ อินทรีขาวคงหลอกมันหัวหดได้แวบหนึ่ง จากนั้นเธอต้องแยกกันหนีนะ ห้ามอยู่ด้วยกัน มันจะได้เลือกตามต่อได้แค่คนเดียว เอาล่ะ สวมอินทรีขาวใส่น้าเร็ว”
“หนูไม่มั่นใจ หนูเห็นอินทรีขาวครั้งล่าสุดตั้งแต่เด็กแล้ว เอาเป็นคนนี้แทนนะคะ” ธันยาพูด แต่ก็ใช้พลังดีไซเนอร์วาดตัวตนใหม่อย่างรวดเร็ว แล้วสวมมันใส่น้าทอฝัน ตอนนี้น้าทอฝันกลับกลายเป็นชายร่างยักษ์ที่ชื่อขาลในรูปลักษณ์เดียวกับที่เห็นในสวนสาธารณะวันนั้น น้าทอฝันในร่างขาลให้มายิ้มเหี้ยมเกรียมให้กับทั้งสอง “พระเจ้าคุ้มครองนะหลานรัก หนีไป”
น้าทอฝันหัวเราะเสียงแหบห้าวเกินจะเดินไปทางทิศที่อีกฝ่ายน่าจะกำลังวิ่งตามมา ธาราตัดใจฉุดมือแฟนสาวแล้วพาวิ่งต่อ ธันยาวิ่งตามจนขาแทบจะพันกันขณะที่ยังร้องไห้ไปด้วย ส่วนสีหน้าของธารานิ่งเรียบไม่แสดงถึงอารมณ์ใดๆ ยามวิกฤติเขาครองสติตนเองได้ดีกว่าธันยา ในใจคิดถึงแต่สิ่งที่ควรทำตอนนี้นั่นคือการเอาตัวรอด ครั้นจะแยกกันวิ่งตามคำสั่งของน้าทอฝันก็เห็นว่าแฟนสาวของตนจะเอาตัวไม่รอด
หลายคนที่กำลังเดินบนบาทวิถี เด็กเสิร์ฟประจำร้านอาหารข้างทางต่างหันมามองฝรั่งสองคนนี้ที่จูงมือกันวิ่งหนีอะไรบางอย่าง แต่ในสายตาของพวกเขาคงเห็นเป็นแค่พฤติกรรมบ้าๆ บอๆ ชั่วคราวของชาวต่างชาติคู่หนึ่ง
แต่ทันใดนั้นธันยากลับทิ้งตัวลงกับพื้นจนธาราต้องหยุดชะงักฝีเท้าตามไปด้วย ราวกับลากร่างไร้ชีวิตร่างหนึ่งตามมาด้วย เขาหันกลับไปเห็นแฟนสาวตัวเองนอนตัวแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ โดยที่ข้อมือขวายังอยู่ในมือซ้ายของธารา ทุกส่วนในร่างกายไร้การขยับนอกจากตาที่กลอกไปมาอย่างเลิ่กลั่ก ธาราไม่มีเวลามาสงสัย รีบก้มลงช้อนร่างแฟนสาวของตนขึ้นแบกพาดบ่าเพื่อจะพาหนีต่อ
“ว่าไงคนนอก” เสียงแหบแห้งบาดหูดังมาจากด้านหลังทำให้ธารารีบหันไปมอง เผชิญหน้ากับชายชุดแจ๊คเก็ตหนังสีดำอีกคน ตัวเตี้ยกว่าธาราเล็กน้อย ทว่าคราวนี้หน้าตาดีกว่าคนที่เฝ้ารถมาก ตาตี่ผมย้อมสีทอง เจาะหูเป็นห่วงเหล็กๆ เล็กๆ ไว้ที่ติ่งหูซ้าย แสยะยิ้มเผยให้เห็นเหล็กดัดฟัน แม้จะแบกแฟนสาวบนบ่าแต่ธาราก็พร้อมจะจู่โจมอีกฝ่ายด้วยหมัด
“เปล่าประโยชน์น่า มึงต้องทำตามกูอยู่แล้ว”
คลื่นพลังแผ่อออกมาจากชายดัดฟัน ธารากลับค่อยๆ วางร่างของแฟนสาวลงกับพื้นทั้งที่ไม่ได้เต็มใจจะทำ ร่างกายขยับของมันไปเองในขณะที่ใจพยายามฝืนแทบตายอย่างไร้ประโยชน์ สายตาคนอื่นในบริเวณนั้นมองมาอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครเข้ามาถาม สมุนไคโยเต้ดูไม่แคร์ที่จะต้องปกปิดตนเองเหมือนนักลวงจิตฝ่ายอื่นๆ ถึงเวลานี้ชายหน้าตาประหลาดที่เฝ้ารถเมื่อครู่วิ่งตามมาถึงแล้ว
“กำลังเสริมพวกมันมาแล้ว รีบไปกัน” ชายหน้าประหลาดบอก
“กูจะแบกนังนี่กลับไปด้วย ส่วนร่างผู้ชายกูจะให้มันเดินตามกู หรือว่ามึงอยากจะแบกก็ได้นะ” ชายดัดฟันหัวเราะ
“มึงจะเอาเด็กผู้หญิงกลับไปทำเชี่ยอะไรวะ ไคโยเต้ต้องการแค่ไอ้เด็กคนนอกนี่” ชายหน้าประหลาดเอ็ด ชี้นิ้วไปที่ธารา
“เออๆ เถอะน่า กูก็อยากได้ของเล่นกูบ้าง”
ชายหน้าประหลาดจิ๊จ๊ะปากอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะโบกมือแผ่พลังจิตมาใส่ธันยา ด้วยตาที่กลอกไปมาอย่างร้อนรนพลันหลับลงและหมดสติอย่างชะงักงัน จากนั้นก็โบกมือใส่ธาราบ้าง ความง่วงงุนพลันจู่โจมเขาอย่างฉับพลันรุนแรง ธาราแข็งใจต้านทานความง่วงสุดฤทธิ์ ร่างกายยังคงยืนนิ่งอย่างไม่อาจควบคุม หนังตาหนักราวกับรั้งด้วยน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัม