ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่516 ศึกตัดสิน องค์ชายชิงไป๋ยี่

        ทันใดน้ำเสียงที่ องค์ชายชิงไป๋ยี่ กล่าวพูดออกมาหมดประโยค มันก็ต้องทำให้ดวงตาของเขา ไม่เว้นแม้แต่หมู่ชนโดยรอบ ยังต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ ประกายตาในกรอบสายตา ไหววูบตกตะลึงสุดแสน ยิ่งกว่าเห็นผี เมื่อเห็นกลางหน้าอกอี้เฉิน ทอประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาพร่างพราว


 

         "หืม!! กระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่ถือกำเนิด เกิดใหม่อย่างนั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร! เป็นไปได้อย่างไร!" สีหน้าองค์ชายชิงไป๋ยี่ บูดเบี้ยวในทันที ไม่เว้นแม้แต่หมู่ชนในยามนี้ หลายคนต่างก็ไม่คาดคิด สิ่งที่อี้เฉินเอ่ยพูดลอยๆ ออกมา จะเป็นเรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น น้ำเสียงสบถด่า จึงกล่าวเล็ดลอดออกมาตามไรฟันองค์ชายชิงไป๋ยี่ในทันใด

 


        "ไอ้เวรอี้เฉิน เจ้าจะฝืนกฎเกณฑ์ ฟ้าดินมากเกินไปแล้วกระมัง" ยามนี้ องค์ชายชิงไป๋ยี่ เหมือนเห็นตัวประหลาดอย่างแท้จริง ไม่คิดอี้เฉินจะถือกำเนิดเกิดใหม่กระดูกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ก่อนองค์ชายชิงไป๋ยี่ จะกลับมามีสีหน้าเยือกเย็นอีกครา แค่นเสียงดุกล่าวพูดออกมาทันใด

 


         "อี้เฉินแล้วอย่างไร ต่อให้กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าจะถือกำเนิดเกิดใหม่ แต่มันก็ไม่ใช่กระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ เจ้าคิดจริงหรือว่าจะใช้ของสิ่งนั้นต่อกรกับข้า ที่มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ในยามนี้"



          อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง "เช่นนั้นก็ลองดู" แม้ว่ามันจะไม่ใช่กระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ แต่ทว่าอี้เฉินกลับรู้สึกถึงความประหลาดจาก กระดูกสันหลังที่ถือกำเนิดเกิดใหม่ไม่น้อย เหมือนว่าพลังของมันจะมีมากกว่าในยามก่อน ที่เขาสำแดงเสียด้วยซ้ำ

 


         อี้เฉิน ระเบิดปราณพลังของ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ออกมาอย่างไม่มีเก็บออม ปราณพลังสีแดงฉานโพยพุ่ง ท่วมท้นชั้นฟ้าในทันใด พร้อมกับตราประทับบางอย่าง บริเวณใบหน้าของอี้เฉิน สว่างขึ้นมาจนเด่นชัด


          แม้แต่ ทั่วสรรพางค์กายอี้เฉิน ยังเต็มไปด้วยอักขระเก่าแก่โบราณ ส่งกลิ่นอายบรรพกาลลอยออกมาคละคลุ้ง เต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่พร่างพราว เจิดจ้า ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม หมู่ชนที่เห็นภาพถึงกับใจสั่นสะท้าน แววตารู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาในทันใด เมื่อเห็นด้านหลังอี้เฉิน ก่อร่างวิญญาณมังกรโลหิต ตัวเขื่อง เต็มไปด้วยเต๋าของบางอย่างแพร่กระจายออกมาไม่ขาด ส่งเสียงโฮก!! คำรามออกมากึกก้อง

 


          จนในยามนี้ หมู่ชนราวกับเห็น มังกรทั้งสองตัว มายืนประจันหน้ากัน เลือดภายในกายที่เดือดพล่าน ต่างก็เรียกหากันและกัน อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้ดวงตาองค์ชายชิงไป๋ยี่ รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

 


         เมื่อปราณพลังที่พรั่งพรูทั้งสองปะทุ โหมกระหน่ำขึ้นไปเหนือสวรรค์ชั้นฟ้า ฉีกกระชากมิติจนแตกร้าว เป็นเสี่ยงๆ จากปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย มหาศาลยากเกินหยั่ง ดุจดั่งราชันมังกรหนุ่มทั้งสอง ไม่อาจอยู่ใต้ท้องฟ้าสูง ร่วมกันได้

เสียง"ฆ่า"จึงถูกแค่นเสียงคำรามออกมาดังกึกก้อง

 


         ดาบในมือ องค์ชายชิงไป๋ยี่ ร่ายรำออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสูรร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง อายสังหารโหมซัดราวกับเป็นหมื่นกระบี่เข้าทิ่มแทงอี้เฉิน แม้แต่หมู่ชนโดยรอบ ยังรู้สึกถึงแรงกดดัน บีบคั้นที่บ้าคลั่ง รัศมีคมดาบ เข่นฆ่าออกไปด้านหน้า พุ่งปราดเข้าใส่อี้เฉิน ราวกับมีหมื่นมังกรหลุดออกจากโซ่ตรวน เสียงปังดังออกมากึกก้องสะเทือนก้องไปทั่วก้าวชั้นฟ้า หมู่มารต่างร่ำไห้ ร้องโหยหวน เศษปราณพลังสาดเทออกเป็นสายพิรุณ อายสังหารแพร่สะพัดกระจัดกระจายไปทั่วทิศ

 


         ร่างวิญญาณ มังกรโลหิตที่ล้อมรอบสาระพางกายอี้เฉิน ค่อยๆ เกิดรอยแตกร้าว ในไม่กี่ชั่วอึดใจที่รับการโจมตี พร้อมเสียง ร่ายรำเข่นฆ่าของ องค์ชายชิงไป๋ยี่ ดังออกมาไม่ขาด"เจ้าจงตายเสียอี้เฉิน"

 


         ด้านอี้เฉินที่เห็นท่าไม่ดี หากเขายังรับการโจมตีเช่นนี้ต่อไป เขาได้บาดเจ็บหนักแน่ ครั้นชี้นิ้วออกไปด้านหน้า มังกรตัวเขื่องก็พุ่งปราดเข้าหา องค์ชายชิงไป๋ยี่ในทันใด ด้วยความปราดเปรียว พร้อมกับฝ่ามืออี้เฉินที่บังคับการโจมตีออกไปด้านหน้า แค่นเสียงคำรามออกไปดังก้อง "เอาการโจมตีของข้าไปกินเสีย"

 


         ฉับพลันที่องค์ชายชิงไป๋ยี่ เห็นอี้เฉินไร้การป้องกันในยามนี้อีกต่อไป คันศรที่สร้างจากปราณพลัง ก็มาปรากฏด้านหน้าของเขาในทันใด ก่อนส่งดาบสีทองพร่างพราว อาบไปด้วยเลือดมังกร เข้าใส่คันศร ระเบิดปราณพลังเกือบทั้งหมด เข้าไปภายในใบดาบ ทำให้เกิดการบีบอัดของปราณพลังอย่างรุนแรง หมายมั่นใช้มันฆ่าสังหารวิญญาณมังกร ส่งอาวุธแทงทะลุร่างอี้เฉิน จบศึกในคราเดียว

 


         ในเสี้ยววินาที ที่ดาบสีทองหมุนควงอย่างบ้าคลั่งถูกยิงออกไป จนเกิดเสียงหวีดแหลม อี้เฉินหลี่ดวงตาจนเล็กแคบในทันใด เมื่อเห็นแสงสีทองบางอย่างพุ่งออกมา ด้วยความเร็วสูงสุด ฉีกกระชากสวรรค์ปฐพีจนสั่นไหว เต็มไปด้วยพลานุภาพที่น่าหวาดหวั่น พรั่นพรึง

 


         เสียง"ฉัวะ"ดังออกมาก้อง9ชั้นฟ้า กลายเป็นภาพที่น่าตื่นตาในทันใด เมื่อร่างวิญญาณ มังกรตัวเขื่องอี้เฉิน หัวขาดสะบั้นในเสี้ยววินาที ส่งให้ฝ่ามืออี้เฉินที่ส่งปราณพลังออกไปควบคุม ฝ่ามือมีเลือดไหลซึม เจ็บปวดขึ้นมาในทันใด

 


         ทว่ากระบี่สีทองอาบเลือดมังกรเล่มนั้น มันไม่หยุดนิ่ง แหวกห้วงมิติจนแตกร้าว พุ่งปราด เข้าหาอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงปัง! ปัง! กัมปนาทดังออกมาไม่ขาดสาย เยว่ชิงเซียนที่เห็นการโจมตี ที่เปรี่ยมด้วยพลังทำลายล้าง นางเม้มริมฝีปากแดงน้อย ในทันใด เมื่อรับรู้ถึงความตายจากกระบี่สีทองของ องค์ชายชิงไป๋ยี่



"อี้เฉินหลบเร็วเข้า!!" แม้แต่กลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ ของอี้เฉิน ยังมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อเห็นการกระทำของอี้เฉินในยามนี้

 


        อี้เฉิน กลางฝ่ามือสีดำสนิท ออกไปด้านหน้าอย่างไม่มีหวาดเกรง หมู่ชนที่เห็นอี้เฉินคิดจะรับการโจมตีนั้นไว้ พวกเขาต่างแสยะยิ้มกันออกมา อย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ชอบขี้หน้าอี้เฉินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กล่าวสบถด่า สาปแช่งออกมาในทันที "ไอ้เวรเจ้าตายแน่!"

 


        อี้เฉิน ที่รับรู้ว่ากระดูกศักดิ์สิทธิ์ ภายในร่างถูกกระตุ้นจากการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง ทำให้มันสั่นไหวเปล่งแสงออกมาไม่หยุด เมื่อมันรับรู้ถึงความตาย ปราณพลังอี้เฉินที่ห่อหุ้มฝ่ามือสีดำสนิท ส่งปราณพลัง หยุดดาบสีทองอาบเลือดมังกรในทันใด

 


        เสียงปัง!! กัมปนาทดังออกมาก้อง ในฉับพลัน ส่งให้กายาอี้เฉิน ล่าถอยออกไปไม่หยุด อย่างต่อเนื่อง ฝ่ามือสีดำสนิทที่กลางออกมากว้างเกิดรอยปริแตกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาภรณ์ขาดลุ่ยเลือดหลั่งไหลอาบย้อมผืนฟ้า ร้อง"อ๊าก!!"ออกมาในทันใด

 


        จนอี้เฉินต้องร้องคำรามออกมาก้อง จวนดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน หักล้างการโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง "ย่า!!" ก่อนฝ่ามืออี้เฉินจะหยุด ดาบทองอาบเลือดมังกร ขององค์ชายชิงไป๋ยี่ ไว้ได้ ทว่าหมู่ชนก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อได้ยิงเสียงฟึบ!! ดังออกมาก้อง พร้อมร่างองค์ชายชิงไป๋ยี่ ที่พุ่งเข้ามาจับดาบสีทองไว้แน่นในเสี้ยววินาที

 


       "ข้ารู้อยู่แล้วอี้เฉินเจ้าจะ รับการโจมตีของข้าได้ เจ้าจงตายเสียอี้เฉิน" องค์ชายชิงไป๋ยี่ เมื่อเอื้อมฝ่ามือคว้า ดาบสีทองอาบเลือดมังกร หมายมั่นจะลงแรงสะบั้นคออี้เฉินที่อยู่เบื้องหน้าลง องค์ชายชิงไป๋ยี่ก็ถึงกับหนังตากระตุก อย่างรุนแรงเมื่อเห็นแววตาของอี้เฉินในเสี้ยววิหนึ่ง

 


          ฝ่ามือสีดำอี้เฉิน บีบเข้าหากันจนแน่นในฉับพลัน อักขระที่ลอยล่องทั่วสรรพางค์กาย ก็ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งในทันใด ก่อนเสียงอี้เฉินจะเอ่ยพูดออกมาด้วยความเย็นชา แม้ว่าดวงตาจะแฝงไว้ด้วยความอิดโรยอยู่บ้างก็ตาม "ข้ารอเวลาที่เจ้า เข้ามาหาข้าตลอดองค์ชายชิงไป๋ยี่ "

 


"จงสำแดงกระดูกศักดิ์สิทธิ์"

 


       สิ้นเสียงของอี้เฉิน เสียงคำรามมังกรก็ดังออกมาก้องฟ้า ก่อนร่างวิญญาณมังกรดำ พร้อมกับมังกรโลหิต จะพุ่งปราดออกจากวงแหวนใต้เท้าอี้เฉิน สอดประสานการโจมตี เข้ากัดแขนทั้งสองข้าง ขององค์ชายชิงไป๋ยี่ ขึงพืด ตรึงร่างของชายหนุ่มเอาไว้ในทันใด

 


        เสียงองค์ชายชิงไป๋ยี่ คำรามดังออกมาก้อง ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา "ไม่! ไม่! เป็นไปไม่ได้ อี้เฉินวิชาของเจ้ายังไม่ถูกข้าทำลายหรอกหรือ? มันเป็นไปได้อย่างไร"

 


       ฉับพลัน ดาบสีทองก็ถูกอี้เฉินยกขึ้นมา   ก่อนชี้เข้าใส่คอหอย องค์ชายชิงไป๋ยี่ หมู่ชนที่เห็นการกระทำของอี้เฉิน พวกเขาต่างก็มีสีหน้าบูดเบี้ยวไม่น่ามอง โดยเฉพาะกลุ่มคน ด่านในราชวงศ์ "ไอ้เวรเจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านักอี้เฉิน ปล่อยองค์ชายชิงไป๋ยี่ ของพวกเราเดียวนี้"

 


อี้เฉินแค่นเสียงไปหา องค์ชายชิงไป๋ยี่ ที่หลับตาพริ้ม รอรับชะตากรรมความตายในทันที "เห็นแก่ที่ข้าเป็นบรรพบุรุษของเจ้า เจ้าจงไสหัวไปเสีย"



      องค์ชายชิงไป๋ยี่ครั้นได้ยินคำพูดของอี้เฉิน สีหน้าของเขาขึงขังขึ้นมาในทันใด "เจ้า! เจ้า! กล้าดูถูกข้าอย่างนั้นหรืออี้เฉิน หากเจ้าคิด จะฆ่าก็ฆ่าสังหารข้าเสีย ข้าไม่คิดร้องขอชีวิตจากเจ้าแน่"


ทว่าไม่ทันสิ้นเสียงอี้เฉินก็สลายการโจมตีทั้งหมดออกโดยพลัน ส่งดาบสีทองพุ่งเข้าใส่ยอดเขาอย่างรุนแรง คืนให้องค์ชายชิงไป๋ยี่

 


        หมู่ชนยามนี้ต่างก็พากัน มึนงงกับภาพที่เห็นอยู่ไม่น้อย แม้แต่ องค์ชายชิงไป๋ยี่ยังนิ่งอึ้งกับคำพูดของอี้เฉิน ใบหน้าฉุกคิดออกมาไม่ตก แต่ก็ไม่ได้คำตอบใด ก่อนองค์ชายชิงไป๋ยี่จะสืบเท้าออกไปจากลานประลอง ไปด้วยความไม่จำยอม หากเขาส่งคนไปไล่ล่าอี้เฉิน เรื่องจะไม่จบง่ายๆ เช่นนี้แน่

 


         อี้เฉินเขารู้สึกเสียดาย ดาบสีทองอาบเลือดมังกรเล่มนั้น ไม่น้อย ทว่ามันไม่เข้ากับตัวเขา ถึงเขาจะมีอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ก็ไม่สามารถเอาออกมาใช้ ได้แต่ถอนหายใจออกมายาว หากผู้ใดรับรู้เขามีอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ ชีวิตน้อยๆ มีหลาย10ชีวิตก็ไม่พอ ให้รอดพ้นการไล่ล่าของเหล่าจอมยุทธ์ชราเป็นแน่



         ทว่าเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ในยามนี้พวกเขาต่างก็มีสีหน้าที่บูดเบี้ยว ไม่เว้นแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชราเผ่าพันธุ์บรรพกาล แม้ว่าอี้เฉินจะบาดเจ็บมีอาการอิดโรยให้เห็น แต่ใครเล่าจะกล้าปะทะกับเขาซึ่งๆ หน้า ในยามนี้ ผู้อาวุโสชราขั้นเซียนสวรรค์บางคนยังเริ่มหวาดกลัวในตัวชายหนุ่ม ประหนึ่งมองเห็นเซียนโบราณกลับมามีชีวิตอีกครา

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน