พอมาถึงเมืองเจียงอู่ เทียนยังไม่เดินทางกลับไปทันที ได้เข้าไปส่งอู๋เซิน กับ อู๋ซวง เสียก่อน ตั้งใจว่าอยู่ดูสัก สามวันแล้วค่อยออกเดินทาง คนที่พาลูกหลานมาส่งนั้น เข้ามาได้แค่ด้านหน้าสำนัก ส่วนศิษย์ที่ได้รับการคัดเลือก จะสามารถเข้าไปได้ และ ผู้รับใช้เพียงคนเดียวเท่านั้น เทียนจึงเข้าไปในนามผู้รับใช้ของอู๋เซิน
ส่วนของอู๋ซวง เข้าไปในส่วนของ ศิษย์ฝ่ายหญิง ซึ่งมีที่พักแยกออกไป มีคนพาไปเทียนมองแล้ว ไม่น่ามีปัญหา แต่ของอู๋เซิน รุ่นพี่ที่ มารับเข้าไปเห็นรูปร่างของอู๋เซิน ก็มีการล้อเลียน ส่งเสียงหัวเราะเยาะ กันไปตลอดทาง ดูถูกคิดว่า อู๋เซิน คงอยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน คงต้องร้องไห้กลับบ้านอย่างแน่นอน พอเข้าตึกที่พักที่มีลักษณะเป็นวงกลม มีทั้งหมดสี่ชั้น 200ห้อง ชั้นละ 50 ห้อง เข้าไปตรงกลางเป็นลานกว้าง ทางเข้าออกมีทางเดียว พอเข้าไปมีคนทั้งหมด เกือบร้อยคนยืนรอรับน้องใหม่ ที่มีอยู่เกือบ สี่สิบคน เป็นคุณชาย ยี่สิบคน และคนรับใช้อีก 20 คน
“ สวัสดีน้องใหม่ทุกคน สำนักอักษรสวรรค์ยินดีต้อนรับ พวกเราอยู่ที่ตึกนี้เรียกว่าตึกมังกรแดง โดยมีพี่ใหญ่ ต้าหู่ เป็นหัวหน้าคนคุมที่นี่ ประเพณีรับน้องของเราคนที่เข้ามาใหม่ จะต้องเจอรุมจากรุ่นพี่ทั้ง ร้อยคน แต่ว่าทุกอย่าง สามารถเจรจากันได้ ถ้าพวกน้อง ๆ บริจาคเงินเข้า ตึกมังกรแดง คนละหมื่นเหรียญทอง และต้องจ่ายอีกเดือน ละ 1พันเหรียญทองทุกเดือน ก็สามารถผ่านเข้าไปที่พักได้ตามปกติ”
เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาโดยมี พี่ใหญ่ต้าหู่ นั่งเก้าอี้ใหญ่อยู่เด่นเป็นสง่า
“ เอาไงดีลูกพี่ “ อู๋เซินหันมาถามเทียนทันที เทียนแปะยันต์เพิ่มพลังระดับยุทธ์ระดับราชันที่ 74 เข้าใส่อู๋เซิน แล้วให้ถุงมือสวรรค์ให้อู่เซิน
“ อัดมัน” เทียนพูดแค่นี้ อู๋เซินที่ได้พลังจากเทียนราชันระดับ 74 บวกกับพลังจากที่เพิ่มขึ้นจากถุงมือสวรรค์อีก 5 ระดับ ก็เริ่มกระโดยชก คนที่อยู่ใกล้สุดกระเด็นไปทีเดียว 4 คน อู๋เซินหันมามองถุงมือทั้งสองข้างอย่างตื่นตะลึง ทำให้เกิดความฮึกเหิม เข้าลุยใส่ ที่เหลืออย่างเมามัน โดยแต่ละคนไม่มีใครสามารถเข้าทำร้ายอู๋เซินได้เลย เพราะว่ามีปราณระดับราชัน ที่ 74 คุ้มกายอยู่ เทียนมองแต่ละคนที่อยู่ในที่นี่ สุงสุดคือหัวหน้า ต้าหู่ มีเพียงแค่ราชัน ระดับที่ 70 แค่นั้น เทียนเลยปล่อยให้ อู๋เซิน ไล่ทุบคนทั้งหมด ด้วยตัวเพียงคนเดียว อู๋เซินก็ไม่ทำให้เทียนผิดหวัง ไล่ต่อยแต่ละคนอย่างเมามัน ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนกับว่า ถูกกดดันมาเป็นเวลานาน
และสุดท้ายหัวหน้าต้าหู่ ก็ถูกหมัดของอู๋เซิน ลงไปนอนนับดาวเป็นคนสุดท้าย อู๋เซินยินดีมากที่เกิดมาเขาไม่เคยคิดว่าเขาจะมีพลังสามารถสยบคนทั้ง ร้อยคนได้ด้วยตัวคนเดียว ทั้งๆ ที่เขามีพลังแค่ ราชันระดับที่ 64 เท่านั้น
“ ต่อไปนี้เป็นต้นไป ลูกพี่เทียนของข้า คือพี่ใหญ่ของที่นี่ ใครมีปัญหา เชิญได้ตลอดเวลา” อู๋เซินประกาศก้องออกไป เทียนขึ้นไปห้องพัก อยู่กันคนละห้องกับอู๋เซิน คืนนั้นเทียนเริ่มเขียนยันต์ป้องกันตัว ยันต์เพิ่มพลัง และทำเครื่องประดับวิญญาณเตรียมไว้ให้ อู๋ซวง ที่ดูแล้วเย่อหยิ่ง ไม่ค่อยชอบเทียนเท่าไร แต่เทียนก็ไม่ได้ว่าอะไร หากเทียนจากไป จะได้เก็บเอาไว้ป้องกันตัวได้
ตอนเช้าเทียนกับอู๋ซวง ได้ถูกเรียกไปฟังกฏกติกาของสำนักร่วมกับเด็กที่เข้ามาใหม่ทุกคน เทียนกำลังคิดว่าจะขอ เข้าไปดูตัวอักษรสักหน่อย แต่ว่าต้องผิดหวัง
เพราะผู้ที่เป็นศิษย์ในสำนักเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์เข้าไปดู ตัวหนังสือทั้งเก้าได้ เทียนกับอู๋เซิน เลยไปหาอู๋ซวงที่ห้องพักสตรี เพราะว่าเช้านี้ไม่เห็นอู๋ซวงมาฟังกฏกติกา
พอไปถึง คนเฝ้าที่หน้าตึกไม่อนุญาตให้เข้า จึงได้แต่ไปตามให้ลงมา พออู๋ซวงมาถึง ก็มีผ้าคลุมหน้าเอาไว้ เทียนเห็นว่ามีรอยแดงบวมที่ใบหน้า ถึงปิดหน้าเอาไว้เทียนก็สามารถมองเห็นได้ทันที
อู๋เซินพอเห็นน้องสาวก็เล่าวีรกรรมตัวเองที่ไล่ทุบคนเป็นร้อยด้วยตัวคนเดียวให้น้องสาวฟัง โดยไม่ได้รู้เลยว่าน้องสาวถูกตบมาจนแก้มบวมช้ำขนาดนี้ จนเทียนบอกให้อู๋เซินหยุดพูดได้แล้ว
“ ใครเป็นคนทำเจ้า” เทียนเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบเฉย
“ ไม่มีอะไร” อู๋ซวงไม่ยอมบอก เทียนดึงผ้าออกมาทันที พออู๋เซินมองเห็นก็เริ่มโวยวายลั่นจะไปจัดการกับคนที่ทำร้ายน้องสาว
“ บอกมา พวกมันเป็นใคร”
“ พอแล้ว อู๋เซิน แค่นี้อู๋ซวงก็เจ็บพอแล้ว “ เทียนใช้มือสัมผัสหน้าของอู๋ซวงเบา ๆ
อู๋ซวงทำท่าจะขยับหนี แต่ไม่สามารถทำได้เพราะถูกเทียนสะกดร่างเอาไว้ พอเทียนเอามือออก หน้าของอู๋ซวงก็กลับมาเป็นปกติ
“ โอ้ โห ลูกพี่ หน้าอู๋ซวงหายแล้ว สุดยอดเลย” อู๋เซินพูดออกมาด้วยความดีใจแทนน้องสาว ส่วนอู๋ซวงใช้มือลูบแก้มตนเองก็รู้ว่ามันหายแล้วจริงๆ ก็รู้สึกดีใจ
“ ขอบคุณ” อู๋ซวงเอ่ยเสียงเบา ๆ ไม่ค่อยเต็มเสียงนัก
“ นี่คืออาวุธวิญญาณ เจ้าสวมไว้ พลังเจ้าจะเพิ่มได้มากกว่า 4 ระดับ” เทียนให้กำไลหยกเคลือบทองเป็นชั้นไว้ ดูแล้วสวยงามยิ่งนัก
“ แล้วนี่คือยันต์เพิ่มพลัง ระดับราชันยุทธ์ 74 เจ้าแค่แปะเอาไว้มันจะใช้งานได้สามครั้ง และนี่ถุงมือสวรรค์ หากเจ้าใช้ต่อสู้จะช่วยเพิ่มพลังให้อีก 5 ระดับ และถ้าเจ้าสู้ไม่ได้ เจ้าใช้ยันต์หลบภัยอันนี้ ทำลายมันทิ้ง มันจะพาเจ้าห่างจากจุดอันตรายไปที่ปลอดภัย” เทียนอธิบายการใช้อย่างง่าย แล้วมอบยันต์ให้อีกอย่างละ 5 ใบ
“ สู้ได้ก็สู้ ถ้าสู้ไม่ได้ก็หนี” เทียนเอ่ยย้ำ
“ ขอบคุณ” อู๋ซวงพูดได้แค่นี้ จนอู๋เซินเริ่มอึดอัดแทน เลยชวนทุกคนไปกินข้าวที่โรงอาหารของสำนัก เพื่อดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง เทียนก็คิดว่า เวลานี้สองคนน่าจะเอาตัวรอดได้แล้ว คิดว่าจะออกเดินทางหลังจากกินข้าวมื้อนี้
ในขณะที่ทั้งสามกำลังกินอาหารอยู่นั้น มีสาวสวย 4 คนเดินเข้ามา และเริ่มทักทาย อู๋ซวง
“ ว่าไงน้องใหม่ รีบมาขอความช่วยเหลือกับหนุ่ม ๆ เหล่านี้นะเหรอ ดูแล้วแต่ละคน
ตุ้ยนุ้ยไปไหม นี่ก็เด็กไปหรือเปล่า อ้อเด็กรับใช้เองหรอกหรือ” ทั้งสี่คนต่างหัวเราะ อู๋เซินทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนกำลังจะเอ่ยคำพูดออกมา เทียนจับกดเอาไว้
แล้วอู๋ซวงก็ลุกขึ้นยืนทันที จากนั้นก็มีประกายแสงส่องมาจากหน้าอกอู๋ซวงเป็นยันต์เพิ่มเพลัง และในมือของอู๋ซวงก็ปรากฏถุงมือสวรรค์ขึ้น อู๋ซวงสะบัดมือ ขวากระแทกออกไปโดนสี่สาวที่ยืนอยู่ไม่ทันระวังตัว เพี๊ยะ ! ถูกตบใบหน้าพร้อมกันกระเด็น ไปกองกับพื้น ทั้งสี่คนโมโหยิ่งนัก รวมพลังเข้ารุมโจมตีอู๋ซวง แต่เพียงผู้เดียว แต่ก็ช้าไปกว่า อู๋ซวง ที่ปล่อยหมัดตรงออกไป มีพลังปราณออกมาจากหมัด พุ่งเข้าใส่ทั้งสี่คน โครม ! กระเด็นไปนอนหมดสภาพสาวสวย เทียนได้แต่มอง
ไม่รู้จะเอ่ยอะไร เวลาสาวๆ สู้กันนี่ก็ดุ ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน ส่วนอู๋ซวงพอเห็นพลังที่ปล่อยออกมาก็ยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจหันไปหาเทียน แล้วกล่าวว่า
“ ขอบคุณพี่ใหญ่” อู๋ซวงเรียกเทียนตามพี่ชาย ไม่มีภาพสาวเรียบร้อยไว้ตัวเป็นคุณหนูให้เห็นอีกต่อไป เทียนได้แต่ยิ้มยินดี
“ ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว ขอให้เจ้าทั้งสองคนหมั่นฝึกฝนวิชา แล้วข้าเสร็จธุระแล้วจะกลับมาใหม่ ในขวดนี้มียาช่วยชีวิตอยู 4 เม็ด และยาเม็ดสำหรับราชันยุทธ์อีกสี่เม็ด พวกเจ้านำไปแบ่งกัน” เทียนเอ่ยจบก็มอบยาทั้งหมดให้กับสองคนพี่น้องแล้วบอกวิธีใช้อีกครั้ง
“ ลูกพี่ ท่านต้องกลับมานะ” เสียงของอู๋เซินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่ว่าเทียนหายลับไปแล้ว แต่เทียนยังไม่ได้ออกไปไหน แต่กลับไปที่แท่นศิลา เก้าอักษรสวรรค์ ที่เป็นเขตหวงห้าม ที่มีตัวอักษรสวรรค์ทั้งเก้าตัว บนศิลาสีดำ โดยที่ศิลาทั้งเก้า ล้วนอยู่ห่างกันไม่ไกลนัก โดยศิลาแต่ละชิ้น ถูกร่ายเวทย์เมฆหมอก ปกคลุมเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครมองเห็นได้ก่อนได้รับอนุญาต
เทียนไม่ได้ใส่ใจ แค่ใช้เนตรสวรรค์จ้องไปแค่นั้นก็เห็นตัวอักษาสวรรค์ตัวแรกทันที พอเทียนมองไปเป็นครั้งแรก ทั้งร่างกายของเทียนก็ถูกดูดเข้าไปในตัวหนังสือ พลังธาตุดินถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แสงที่ส่องเข้ามาจากพื้นดินส่งเข้าร่างกายของเทียนอย่างบ้าคลั่ง สมองของเทียนรีบประมวลผลพลังแสงที่ส่งเข้ามาในสมอง แล้วแปรเป็นพลังงานมารวมกันกับพลังธาตุปฐพี ในร่างทำให้เม็ดพลังโมเลกุล ของธาตุดิน ปรากฏร่างมังกรปฐพี ส่งเสียงก้องไปทั่ว เทียนปรับสภาพพลังแสงที่ปล่อยเข้ามารวมภายในร่างกายจนพลังกลมกลืนกันเป็นหนึ่งเดียว จากนั้นเทียนก็ลืมตาขึ้นมา
“ ที่แท้ ก็เป็นการกระตุ้นพลังธาตุดินให้ ในร่างกายให้แสดงพลังออกมาให้มากที่สุดนี่เอง ตัวอักษรสวรรค์นี่สุดยอดจริง ๆ” เทียนมีพลังธาตุดินอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นมากมายนัก แค่ปรับนิดหน่อยพลังธาตุดินที่ได้รับก็สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เทียนเดินเข้าไปในส่วนของ อักษรวารี อักษรวายุ อักษรอัคคี ทั้งสามธาตุที่เข้ามาในร่างกายเทียน ทำให้เทียนสามารถกระตุ้นพลังแฝง ที่อยู่ในร่างทำให้กลายร่างทั้งสี่ธาตุเป็นมังกรได้หมดอย่างสมบูรณ์ เทียนผ่านด่านอักษรทั้งสี่ธาตุไปเป็นที่เรียบร้อย
จากนั้นเทียนเดินต่อไปที่อักษรกระบี่ ร่างของเทียนก็พุ่งเข้าไปในศิลาอักษรกระบี่เหมือนเดิม พอภาพภายในสว่างขึ้น ก็มีกระบี่พุ่งเข้าใส่เทียนจากหนึ่งเล่ม เป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นพายุกระบี่พุ่งเข้าใส่เทียนไม่มีวันหมดเทียนใช้พลังฝ่ามือปัดไปปัดมา กระบี่นับไม่ถ้วนก็ยังไม่หมด เทียนปล่อยม่านพลังยุทธ์เข้าต่อต้านก็ไม่ได้จนเทียนต้องเรียกกระบี่ฝึกที่อัพเกรด เป็นกระบี่สวรรค์ออกมา แล้วใช้ต้านพายุกระบี่ที่ไม่ได้มีแต่ด้านหน้าอย่างเดียวแล้ว มันเริ่มพุ่งเข้าทางด้านหลัง มีหลายครั้งเทียนหลบไม่พ้นถูกระบี่แทงทะลุ ร่างกายออกไปหลายเล่ม
แต่เทียนก็ยังไม่ยอมแพ้ ลองกินยาเม็ดสวรรค์เข้าไป แต่ไม่ได้ช่วยอะไร จึงได้แต่ทนเจ็บเอาไว้ เทียนพยายามเดินหน้าเข้าไปหาจุดที่ปล่อยกระบี่แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงที่ต้นตอได้ จึงได้แต่ลองสร้างกระบี่พลังจิต หรือจะเรียกว่าสำนึกกระบี่ออกมาแล้วปล่อยให้มันช่วยต้านทานเอาไว้
แล้วเทียนก็สร้างสำนึกกระบี่ขึ้นมาสำเร็จ โดยสร้างขึ้นมาทีละ สิบเล่ม ร้อยเล่ม พันเล่ม หมื่นเล่ม จนนับไม่ถ้วน คราวนี้เทียนไม่ต้องทำอะไร ปล่อยแค่สำนึกกระบี่เข้าไป ก็ต้านทานกระบี่เอาไว้ได้จนหมด จนไม่มีทางพุ่งเข้าสัมผัสเทียนได้อีกเลย เทียนจึงปล่อยสำนึกกระบี่เล่มใหญ่ปล่อยออกไปทำลายจุดต้นทางที่ปล่อยออกมา มีเสียงดัง เปรี้ยง จากนั้นกระบี่ที่ส่งออกมาก็หายไป เทียนกลับมาปรากฏร่างหน้าอักษรกระบี่ตามเดิม เทียนคิดว่าใช้เวลาด่านกระบี่ไว้ไม่ต่ำว่า ครึ่งคืน
เทียนหันซ้ายหันขวา รู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่ แต่ไม่ปรากฏโฉมออกมา เทียนเดินเข้าไปที่อักษรสวรรค์ต่อไป เป็นอักษรดาบ ร่างเทียนถูกดูดเข้าไปอีกเช่นเดิม แต่คราวนี้ มีคนชุดดำใช้ดาบเข้าฟันเทียน แล้วบอกชื่อท่าดาบแต่ละท่าเช่น ท่าตัดวายุ ท่าดาบสุริยัน ดาบโดดเดี่ยว ดาบหิมะเหิน และอีกนับร้อยท่าดาบวิชา ทั้งหมดล้วนฟันถูกเทียนที่ไม่สามารถขยับตัวไปรับท่าดาบแต่ละขบวนท่า จากหลายๆสำนักได้เลย จนร่างขาดเป็นชิ้นๆ แต่แล้วก็กลับมามีร่างเช่นเดิม
เทียนลองใช้พลังจิตแบบสำนึกกระบี่เข้าต้าน แต่ไม่สามารถทำได้เลยได้แต่รับรู้ถึงวิชาดาบของทุกขบวนท่า ทุกสำนักจนกระทั่งรวบรวมทุกขบวนท่านได้เป็นท่าเดียวคือท่ารุก แล้วจู่ๆ ก็เกิดดาบขึ้นมาในใจ กลายเป็นดาบมารเล่มเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาในใจ แล้วก็ปล่อยให้มันออกมาจิตกลายเป็นดาบมารมุรามาสะ หรือว่าวิถีดาบของเรา คือวิถีดาบมาร เทียนปล่อยวิถีดาบมารออกมาจู่โจมใส่ ดาบที่รุมฟันเขาอยู่ จนในที่สุด ดาบสำนักต่างๆ นับร้อย ๆ ทำอะไรเทียนไม่ได้อีก จนดาบมารกลายเป็นดาบใหญ่ฟันลงไปที่จุดกำเนิดดาบ สุดท้ายดาบที่เข้ามาโจมตีเทียนก็หายไปจนหมด ในที่สุดเทียนก็ผ่านด่านอักษรดาบ
จากนั้นก็เข้าไปจ้องมองอักษรหมัด ครั้งนี้เทียน ใช้เคล็ดวิชาฝ่ามือยูไล เข้าต้านพลังหมัดที่ปล่อยออกมา แต่ว่าวิถีแห่งพลังของฝ่ามือยูไลเหนือชั้นกว่า พลังหมัดที่ปล่อยเข้าใส่เทียน ทำให้ถูกฝ่ามือยูไล ทำลายสิ้น เทียนผ่านด่านอักษรหมัดได้อย่างง่ายดาย
แล้วเดินต่อไปจนมาถึงอักษรจิต คราวนี้ทั้งภูติผี ปีศาจ วิญญาณไม่ว่าของมนุษย์สัตว์ ต่างพุ่งเข้ามาหลอกหลอน เปลี่ยนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของเทียนเป็นดินแดนแห้งแล้งกันดาร ฝนตก น้ำท่วม สงคราม เทียนเคยผ่านชีวิตมาแล้วฝึกจิตมาจนถึง ครองความยิ่งใหญ่แห่งสามโลกมาแล้ว เรื่องจิตใจแค่นี้ไม่ทำให้เทียนหวั่นไหวได้ง่าย
ยิ่งเทียนฝึกวิชาเนตรสวรรค์มาแล้วด้วย แค่เปิดตาที่สามออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกทำลายไปสิ้น เทียนผ่านด่านอักษรสวรรค์ทั้ง 8 อย่างง่ายดาย เทียนมองดูท้องฟ้า ได้เวลาเช้าพอดี เทียนตั้งใจจะไปดู ด่านอักษรสวรรค์ตัวสุดท้าย แต่ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อน
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกัน สามารถผ่านด่านอักษรสวรรค์ทั้ง 8 ในเวลาเพียงข้ามคืน นี่เจ้ายังคิดจะผ่านด่านอักษรเซียนอีกหรือ” เสียงดังออกมาแต่ไม่เห็นร่างกาย
“ ข้าชื่อ หลี่เทียน ข้าเข้ามาเป็นคนรับใช้ของศิษย์ในสำนักอักษรสวรรค์แห่งนี้ พอดีได้มีโอกาสเห็นตัวอักษรสวรรค์เหล่านี้ แล้วอดไม่ได้ที่จะเข้ามาดู ต้องขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาต”
“ ลิขิตสวรรค์ ใครจะห้ามได้ ข้าใช้เวลา 80 ปี กว่าจะเข้าใจ และผ่านด่านตัวอักษรสวรรค์เหล่านี้ได้ทั้งหมด แต่เจ้าใช้เวลาเพียงคืนเดียว กลับผ่านตัวอักษรไปแล้ว 8 ตัว
นับว่าเป็นฟ้ากำหนดมาแล้ว ต่อไปเจ้าคือศิษย์หลักของข้า เจียงมู่ฉิน ต่อไปเจ้าสามารถเข้าออก นอกในสำนักอักษรสวรรค์ได้ทุกที่ ส่วนอักษรเซียนตัวสุดท้าย
รอให้เจ้าเข้าสู่ จักรพรรดิยุทธ์แล้ว ค่อยมาดูอีกครั้ง เวลานี้ดูไปก็ไม่ได้อะไร”
พอท่านเอ่ยจบ ก็ส่งป้ายสีทองมีตัวอักษร เจียงมู่ฉิน แล้วท่านเจียงมู่ฉินก็กลายเป็นแสงลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าหายไป เทียนได้แต่รับป้ายสีทองมาแบบมึนงง แต่ก็เก็บเอาไว้ แล้วเดินออกจากสำนักนี้ไป เพื่อไปตามหาร่างของหลงเทียนต่อไป...