“แล้วที่ดินนี้ เป็นแบบประมูลรึ?” ชายหนุ่มถามชายกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“ใช่แล้วเถ้าแก่การประมูลจะเริ่มในอีกสามวันถัดไปนี่แหละ ดีที่พวกเรามาถึงก่อนเวลาพอดี” หานจุนหมิงตอบกลับไป
แต่ในตอนที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็ได้มีคนมาขัดจังหวะซะก่อน
“นายท่านเจ้าคะ มีคนมาขอพบเจ้าค่ะ” มีพนักงานสาวคนหนึ่งเดินเข้ามากล่าวกับหานจุนหมิงทำให้เขาทำหน้ามึนงงออกมา เพราะเขาไม่ได้นัดใครไว้นี่นา
“เถ้าแก่...”เขาหันไปกล่าวกับชายหนุ่มเพื่อดูท่าทีเพราะกลัวว่าจะทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจที่กำลังคุยกันอยู่แล้วมีคนมาขัดจังหวะ
“ไปสิ ข้ารออยู่นี่แหละ”ชายหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะตอบกลับไป
“ข้าจะรีบกลับมา”หานจุนหมิงกล่าวจบก็เดินตามพนักงานสาวคนนั้นไปทำให้ตอนนี้บนศาลาไม้ขนาดใหญ่เหลือผู้คนเพียงหนึ่งคนและหนึ่งตัวเท่านั้น
“นายท่าน ข้าขอลงไปว่ายน้ำเล่นได้ไหม ?” ฟิชกล่าวถามออกมาเพราะความเบื่อหน่าย
“ไม่ได้! มันเสียมารยาทถึงเจ้าจะไม่มีก็เถอะ”ชายหนุ่มกล่าวตอบไปก่อนจะหยิบขนมมากินต่อ
อร่อยจริงๆ เจ้าเซาปิ่งนี่
‘เฮ้อ เมื่อไหร่ผลึกของข้าจะครบกันนะ จะได้ซื้อคัมภีร์บำเพ็ญเซียนมาฝึกสักที’ ชายหนุ่มบ่นอยู่ในใจ ขาดอีกนิดก็จะครบแล้วแท้ ๆหรือเขาควรลองเปิดร้านข้างทางในเมืองหลวงกันนะ?
.....................
“สวัสดีท่านหานจุนหมิงข้ามาจากภัตตาคารหงเพลิง”ชายในชุดคลุมสีดำปกปิดตัวตนมิดชิดกล่าวออกมาหลังจากที่หานจุนหมิงมาถึงเขายืนรออยู่หน้าประตูได้สักพักแล้วแต่ก็ไม่ได้มีอารมณ์อะไรแม้แต่น้อยเขายื่นตราแสดงตัวตนของภัตตาคารหงส์เพลิงให้ดูเพื่อยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
“สวัสดีที่แท้ก็มาจากร้านของเจ้าโล้นเหาไห่นี่เอง มีธุระอะไรล่ะ”ชายกลางคนยิ้มให้ก่อนจะกล่าวเชิญให้อีกฝ่ายเข้ามาหลังจากที่ตรวจสอบตราดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
“ข้าได้รับคำสั่งให้มารบพลบกับเถ้าแก่เย่เพื่อหาซื้อเนื้ออสูรกลับไป” ชายในชุดคลุมกล่าวตอบ
“อืม เรื่องนี้นี่เองเจ้ามารอที่เมืองหลวงนานหรือยังล่ะ” หานจุนหมิงถามกลับเขาไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่อีกฝ่ายจะรู้ว่าเถ้าแก่พักอยู่ที่นี่เพราะก่อนออกมาเขาก็คุยกับเจ้าโล้นนั่นอยู่เหมือนกันว่าจะมาเมืองหลวงกับเถ้าแก่
“ประมาณสองวัน”ชายชุดดำตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ซึ่งหาได้ยากที่จะมีผู้ฝึกตนระดับสามขั้นเก้าสักคนมาคอยทำหน้าที่วิ่งส่งของแบบนี้เส้นสายของเจ้าโล้นเหาไห่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้นเชิญเจ้าไปพูดคุยกับเถ้าแก่พร้อมกับข้าก็แล้วกันจะได้ทำธุระกันต่อ”หานจุนหมิงกล่าวจบก็พาชายในชุดคลุมสีดำเดินไปยังศาลากลางน้ำที่ชายหนุ่มกำลังนั่งเล่นอยู่
เดินกันมาเกือบหนึ่งก้านธูปก็มีเสียงดังสนั่นให้ได้ยิน
ตู้ม! เปรี้ยง!อ๊ากกกกก
“นายท่าน! ท่านขี้โกงนี่!”เสียงโวยวายแว่วมาให้ได้ยินตั้งแต่ยังไม่ทันจะมองเห็นศาลา
“เขาเรียก ทำการศึกไม่หน่ายอุบาย!!” มีเสียงของชายหนุ่มสวนกลับทำทีพร้อมด้วยเสียงที่ดังลั่นอีกรอบ
เปรี้ยง! โอ๊ย!!
.....................
ภายในศาลากลางน้ำก่อนที่หานจุนหมิงจะได้ยินเสียงเมื่อสักครู่
“ฟิช มาเล่นอะไรแก้เบื่อกันเถอะ!” ชายหนุ่มที่ไม่มีอะไรทำจึงกล่าวกับฟิชออกมา
“อะไรล่ะนายท่าน?แต่ข้าเล่นพวกหมากกระดานไม่เป็นนะ ต่อให้เป็นฉิน วาดรูป เขียนอักษรข้าก็ทำไม่เป็นทั้งนั้นแหละ!” มันพูดพร้อมกับยืดอกขึ้นเหมือนจะภูมิใจในความไร้ประโยชน์ในจุดนี้เป็นอย่างมาก
“ไม่ใช่พวกนั้น ข้ามีการละเล่นมาแนะนำ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาโดยไม่สนใจสิ่งที่มันพูดก่อนหน้านี้
“เกมเป่า ยิ้ง ฉุบ ตีหัว!” เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าว ก็มีเพียงคำเดียวที่ปรากฏขึ้นในหัวเจ้ามนุษย์ปลา
งง ! มันคืออะไร
“เอาง่าย ๆ ทำมือแบบนี้ มีค้อน กรรไกร กระดาษ” ชายหนุ่มสอนกฎกติกาให้เจ้าปลาโง่ตรงหน้าได้รับรู้ซึ่งมันก็จดจำได้อย่างไม่ยากนัก
“ก็ไม่เห็นจะยากเลยนิ นายท่าน” มันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงภูมิใจ เหมือนตัวมันฉลาดมากอะไรอย่างนั้น
“เออ ๆ ใครชนะก็เอาเจ้านี่ฟาดหัวอีกฝ่ายส่วนอีกฝ่ายก็ต้องเอาเจ้านี่ป้องกันการโจมตี”ชายหนุ่มเรียกอาวุธระดับสูงซึ่งเป็นค้อนที่ได้มาจากตลาดเพราะตอนนั้นเขาแค่อยากซื้ออาวุธทุกชนิดมาไว้เล่นๆ จึงได้ติดมา กับโล่สีดำที่ทำจากเหล็กทงเสอซึ่งเป็นวัตถุระดับสูงเช่นกันมาวางเอาไว้
“อึก...ท่านแน่ใจใช่ไหม??” มันลอบกลืนน้ำลายด้วยความหนักใจนี่เจ้านายของมันคงไม่ได้หาทางฆ่ามันทางอ้อมใช่ไหม?
“อย่าขี้ขลาดไปหน่อยเลย มามา” ชายหนุ่มกล่าวจบพร้อมกับจ้องปลาปากเสียตรงหน้าตาเขม็งเขาอยากตบเจ้าปลาตรงหน้ามาสักพักแล้ว ตอนนี้ก็คงเป็นโอกาสเหมาะพอดี!
ไม่ต้องห่วง ไม่ถึงตายหรอกน่า!
“เป่า ยิ้ง ฉุบ!” สิ้นเสียงของทั้งสองก็ปรากฏว่าชายหนุ่มได้ออกค้อนส่วนเจ้าปลาปากเสียออกกรรไกร!
ฟึบ! หมับ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าหยิบโล่ทัน!” เจ้าปลาปากเสียหัวเราะออกมาดังลั่นแต่แล้วมันก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติ
“ใช่! หยิบ โล่ ทัน!”ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามของมันลุกขึ้นยืนขณะจับค้อนด้วยมือทั้งสองข้างเวลานี้ค้อนยักษ์ที่เป็นอาวุธระดับสูงกำลังถูกชูอยู่เหนือหัวของเขา
เปรี้ยง!! ตู้ม!!
ค้อนยักษ์ถูกฟาดลงมาด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นทั้งความแรงจากพละกำลังบวกกับความเร็วของการถูกฟาดลงมาเป็นแนวเส้นโค้งอันสมบูรณ์แบบทำให้ตัวของปลาปากเสียถูกทุบจนทะลุผ่านพื้นที่นั่งของศาลาลงไปคลุกอยู่ในสระด้านล่างแทน
ส่วนเจ้าโล่ที่ทำมาจากเหล็กทงเสอก็สมกับที่เป็นอาวุธระดับเดียวกันกับค้อนยักษ์มันเพียงแค่มีรอยบุบลงไปเล็กน้อยแต่ก็เป็นเพราะชายหนุ่มควบคุมพลังให้ทะลุผ่านโล่ไปโจมตีเจ้าปลายักษ์แทนนั่นแหละ
เกมนี้มันไม่สำคัญอยู่แล้วว่าคนที่ป้องกันจะหยิบโล่มาทันหรือไม่!
“โอ๊ยย มันเจ็บนะนายท่าน!” หลังตั้งตัวได้มันก็พุ่งตัวกลับขึ้นมานั่งบนศาลา ข้างๆจุดที่เป็นรูโหว่แล้วกล่าวออกมา แล้ววางโล่ไว้ที่เดิม
“แค่นิดหน่อยน่า มาเล่นกันต่อเถอะ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาพร้อมกวักมือให้ปลาปากเสียทำให้เลือดนักสู้ของฝ่ายตรงข้ามมันลุกโชนขึ้นมา!
“ได้เลย! คราวนี้ข้าตรงชนะ!”มันรีบรับคำทันที
“เป่า ยิ้ง ฉุบ!”
“ข้าชนะ! ถึงทีข้.....เปรี้ยง!” ยังไม่ทันที่เจ้าปลาปากเสียจะพูดจบมันก็สัมผัสได้ว่าใบหน้าโดนอะไรบางอย่างฟาดเข้าให้ ทำให้หน้ามันสะบัดไปด้านบนทันที
“นายท่าน! ท่านขี้โกงนี่!” คราวนี้มันรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ชายหนุ่มตรงหน้าของมันใช้โล่ฟาดใส่มันยังไงเล่า!
“ไหนท่านว่าคนแพ้ต้องใช้โล่ป้องกันไง!” มันโวยวายออกมาทันที
“ข้าก็ป้องกันอยู่นี่ไง เจ้าไม่เคยได้ยินรึ?การป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตีน่ะ!!” ชายหนุ่มกล่าวจบก็จัดการซัดโล่เข้าใส่หน้าของปลาปากเสียเข้าไปอีกทีคราวนี้ดูเหมือนจะแรงไปหน่อยเพราะร่างของมันลอยออกไปจากศาลาอีกแล้ว
ตู้ม! เปรี้ยง!อ๊ากกกกก
ซึ่งเสียงนี้ก็เป็นเสียงที่พวกหานจุนหมิงได้ยินนั่นเอง...