วูบบ พรึบ!
ทั้งสองเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือดก่อนหน้านี้หอกฝึกหัดปะทะกับแส้พลังเวทย์อย่างสูสีแต่ในคราวนี้ทางด้านหอกฝึกหัดดูเหมือนจะได้เปรียบอยู่ไม่น้อยทำให้หญิงสาวต้องหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ
“หืม? นายมีทักษะควบคุมพลังธาตุสินะ!” แต่เพียงชั่วครู่หญิงสาวก็มองออกเธอเห็นว่ารอบตัวหอกมีเปลิวเพลิงทมิฬปกคลุมเอาไว้
ถ้าเปรียบการใช้เพลิงทมิฬก่อนหน้านี้กับตอนนี้มันก็เหมือนกับการกระจายพลังไปรอบตัว กับการรวมพลังไว้ในที่เดียวทำให้การโจมตีด้วยการรวมเพลิงทมิฬไว้รอบตัวหอกมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า
“นายไม่ได้ใช้มันได้คนเดียวหรอกนะ!” ยูฮวากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม ในตอนนี้เธอให้ชายหนุ่มผ่านการประเมินไปแล้วแต่ที่ยังต่อสู้อยู่ก็เพราะความสนุกล้วน ๆ !
แส้พลังเวทย์ที่เสียเปรียบในตอนแรกได้มีพลังธาตุความมืดเพิ่มขึ้นมาทำให้หญิงสาวสามารถกลับมาเป็ฝ่ายได้เปรียบแบบไม่ยากนัก
ในเวลานี้หญิงสาวเริ่มเอาจริงมากขึ้นเธอใช้ทักษะเพิ่มความเร็ว เพิ่มพลังกายทำให้ชายหนุ่มเริ่มตามไม่ทันเพราะปฏิกิริยาตอบสนองที่ช้ากว่าอีกฝ่ายแม้เขาพอจะอ่านทางได้บ้างแต่ร่างกายที่ขยับตามไม่ทันก็ทำให้เขาถูกโจมตีจนเกิดาแอยู่ดี
“ดูเหมือนนายจะมีความสามารถในการฟื้นฟูด้วยนะ? ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”หญิงสาวสังเกตว่าแผลที่อีกฝ่ายได้รับค่อย ๆ สมานตัวเองได้เธอก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เพราะเธอไม่เคยเห็นใครที่มีความสามารถแบบนี้มาก่อนทำให้อาชีพฮีลเลอร์ นักบุญ จึงสำคัญเป็อย่างมากสำหรับปาร์ตี้ในการเคลียร์ดันเจี้ยนและหอคอยชั้นต่างๆ
แต่การที่ชายตรงหน้าสามารถฟื้นฟูตัวเองได้แบบนี้แม้จะเป็การฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ก็นับว่าน่าเหลือเชื่อมากแล้ว ไหนจะความสามารถต่างๆ ไม่ว่าจะเื่พละกำลัง ทักษะ ไหวพริบ ความเชี่ยวชาญก็จัดว่าอยู่ในระดับที่สูงจนหาใครเทียบได้ยาก
ยิ่งถ้าเขาได้รับการยอมรับจากเหล่าผู้เฝ้ามองก็คงจะแข็งแกร่งได้มากกว่านี้เสียอีก...
“ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่คงจะเป็เช่นนั้น”ชายหนุ่มตอบกลับไปพลางใช้เท้าถีบด้ามหอกให้มันเข้าไปปัดแส้ที่พุ่งเข้ามาจากทางด้านล่างขวาเพื่อป้องกันการโจมตีเพราะเขาเพิ่งจะเสยหอกขึ้น้าทำให้การวกกลับมารับการโจมตีจากด้านล่างมันอาจไม่ทันการ
“แต่ถ้าเป็แบบนี้นายก็ชนะฉันไม่ได้หรอกนะ!ทักษะ แส้พันธนาการ!!” หญิงสาวตอบกลับไปก่อนที่จะเรียกใช้ทักษะออกมา
แส้ความมืดได้เคลื่อนไหวไปมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มตรงหน้าของมันอีกครั้งแต่ในคราวนี้แม้ว่าชายหนุ่มจะใช้หอกปัดป้องยังไงมันก็สามารถเคลื่อนที่ผ่านช่องว่างเพื่อรัดพันตัวเขาได้อยู่ดีชายหนุ่มถูกแส้ในมือของหญิงสาวที่ยืดยาวออกมากว่าปกติรัดพันร่างกายเอาไว้จนยากจะขยับได้
“ยอมแพ้รึยัง ?ทำให้ฉันต้องใช้ทักษะนี้ออกมาได้ก็นับว่านายเก่งมากแล้วนะ”หญิงสาวที่เห็นว่าอีกฝ่ายหมดสภาพแล้วจึงค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้แล้วถามออกมา
“...”ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร เข้าเพียงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเรียบเฉยก็เท่านั้น
“เอาเถอะ! ไม่ตอบก็ไม่เป็ไรแบบนี้ฉันคงให้นายผ่านไม่ได้หรอกนะ”หญิงสาวที่เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบสนองเธอจึงเดินเข้าไปใกล้จนอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่มที่ถูกแส้ของเธอรัดเอาไว้จนไม่สามารถใช้อาวุธได้
“เ้าประมาทเกินไป”ชายที่ถูกพันธนาการไว้ก็กล่าวบางอย่างออกมาทำให้หญิงสาวได้แต่สับสนว่าเขาหมายถึงอะไร
ครึ่งหลัง
แต่แล้วแส้แห่งความมืดที่มัด่แขนของชายหนุ่มก็ถูกคลายออกได้อย่างน่าฉงนหอกที่อยู่ในมือของคริสพุ่งเข้าใส่แขนข้างซ่ายของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่านอกจากเพลิงทมิฬที่อยู่รอบตัวหอกแล้วที่ปลายหอกยังมีพลังธาตุมืดเจืออยู่เล็กน้อยอีกด้วย
ฉึก! ปั้ง!!
ด้วยความประมาทเล็กน้อย รวมถึงไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะคลายแส้ของตนได้หญิงสาวจึงตอบสนองไม่ทัน เธอถูกด้ามหอกแทงเข้าใส่ต้นแขนซ้ายอย่างแรงร่างของหญิงสาวถูกโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปเกือบห้าเมตร
“น่าประทับใจจริง ๆถ้าไม่ใช่เพราะฉันมีพลังป้องกันที่สูงกว่า รวมถึงมีอาร์ติแฟกป้องกันอยู่คงได้รับาเ็นิดหน่อยแล้วล่ะ”ร่างของหญิงสาวที่ถูกโจมตีจนลอยออกไปใช้มือข้างขวามาปัดบริเวณต้นแขนซ้ายแล้วกล่าวออกมา
ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่ามันไม่มีร่องรอยของการถูกโจมตีอยู่แม้แต่น้อยเพราะมีม่านพลังจาง ๆ ป้องกันร่างกายของอีกฝ่ายเอาไว้อยู่
‘เป็การป้องกันที่แข็งแกร่งมากน่าประทับใจจริง ๆ’ ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในใจ
ในตอนที่เขาโจมตีออกไป เขาััได้ว่าสิ่งที่ถูกโจมตีนั้นเป็เหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่อาจเจาะเข้าทำให้เขาไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ผลลัพธ์ออกมาเป็แบบนี้
“นายคลายแส้เวทย์ของฉันได้ยังไง ?” ยูฮวาถามออกมาด้วยความสนใจ
“ข้าคงตอบไม่ได้ ว่าแต่ข้าผ่านรึยัง ?” คริสตอบกลับไปด้วยคำถามทำให้อีกฝ่ายได้แต่ยักไหล่ให้เป็การยอมแพ้ที่จะถามแล้ว
‘ไม่คิดว่าจะสร้างแม้แต่รอยแผลให้ไม่ได้...’ ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ
เขาตัดสินใจทดลองหลอกล่อให้อีกฝ่ายตายใจก่อนที่จะใช้ทักษะมหาธาตุจำนนปรับเปลี่ยนโครงสร้างของแส้พลังเวทย์บริเวณข้อมือกับหัวไหล่ให้คลายออกแล้วนำพลังเวทย์ที่ปรับเปลี่ยนนั้นไปเสริมการโจมตีแทน
มันนับว่าเป็การโจมตีที่รุนแรงมากเสียดายที่ระดับพลังของทั้งคู่ต่างกันเกินไป...
“ผ่านสิ! ความจริงก็ผ่านตั้งนานแล้วแหละแต่พอดีฉันเครื่องติดไปหน่อย โทษทีนะ”หญิงสาวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็ไร”ชายหนุ่มตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ ถ้าเป็คนอื่นก็คงเคืองบ้างแต่สำหรับชายหนุ่มมันไม่เป็อย่างนั้นเพราะเขาก็อยากทดสอบขีดสุดของตัวเองในตอนนี้เช่นกัน
“จากผลการประเมิน ฉันว่านายสามารถไปถึงแรงค์ Sได้แน่นอน จะให้ฉันกรอกข้อมูลไปตามตรงเลยไหม ?” หญิงสาวเรียกแผ่นประเมินออกมาก่อนจะกล่าวถาม
“ลงไปตามนั้นได้เลย”ชายหนุ่มตอบกลับไปหลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย
ถ้าเขาถูกประเมินในระดับสูงก็อาจดึงดูดสายตาของพวกผู้มีอิทธิพลหรือพวกระดับสูงของโลกใบนี้ได้ ทำให้เวลาจะทำอะไรอาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นแต่ก็แลกมาด้วยสิทธิพิเศษมากมายของระดับสูงแต่ถ้าเขากดโปรไฟล์ของตัวเองให้ต่ำเข้าไว้ ก็จะไม่เป็ที่จับตามองสักเท่าไหร่ แต่ก็คงลำบากในการใช้ชีวิตน่าดู
เื่พวกนี้เป็เื่ปกติไม่ว่าจะในโลกใบนี้หรือโลกเก่าของเขาที่จากมา
“โอเค มีอะไรจะถามหรือเปล่า ?เหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนที่จะต้องออกจากห้องนี้”หญิงสาวกรอกแบบประเมินพลางถามออกมา
“เ้าช่วยบอกทุกเื่ที่ข้าควรรู้ในฐานะนักผจญภัยจะได้หรือไม่?” ชายหนุ่มกล่าวออกมา ทำให้หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อย
“พอดีข้าความจำเสื่อม เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ไม่มีครอบครัว ไม่มีที่อยู่ เลยเพิ่งมาทดสอบปลุกพลังวันนี้เอง” ชายหนุ่มอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจ
หญิงสาวได้ฟังก็พยักหน้ารับแม้มันจะแปลกไปบ้าง แต่ก็นับว่าไม่แปลกเท่าไหร่เพราะั้แ่โลกใบนี้พบเจอกับการบุกโจมตีของมอนสเตอร์มันก็มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นเต็มไปหมดอยู่แล้ว
แค่คนความจำเสื่อมคนหนึ่งจะไปแปลกอะไร?
“ก็ได้นะ แต่เวลาเราเหลือแค่สิบนาทีน่าจะไม่พอสำหรับทุกเื่ นายบอกเื่ที่นายรู้มาแล้วให้ฉันฟังดีกว่าฉันจะได้บอกเื่อื่นเพิ่มให้” หญิงสาวตอบกลับไปชายหนุ่มก็พยักหน้ารับก่อนจะบอกเล่าเื่ทั้งหมดที่เขารู้เกี่ยวกับโลกใบนี้และนักผจญภัยออกไป
“อืมม เื่ที่นายรู้มาแล้วก็เกือบครบแล้วล่ะเหลือแค่พวกเื่ระบบ อาร์ติแฟก แล้วก็คงเป็เื่เกี่ยวกับผู้สนับสนุนล่ะมั้ง” หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดก่อนจะค่อย ๆ กล่าวออกมาซึ่งแต่ละเื่ชายหนุ่มก็ไม่รู้จักจริง ๆ