Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 78 หยดน้ำตาแห่งเฮร่า

    ตอนที่ 78 หยดน้ำตาแห่งเฮร่า

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     



    การโจรกรรมสมาคมเวทมนตร์กลายเป็นข่าวอึกทึก


    ตัวตนระดับสูงของเมืองวินเซนกำลังสืบสวนเรื่องนี้ 


    ภายในโรงแรมเมอร์ลินได้รับหนังสือพิมพ์ออโร่ ซึ่งทางโรงแรมที่เขาพักจะนำมาวางในห้องพักของเขาเป็นประจำ


    เมอร์ลินทานนมแพะพร้อมกับขนมสองสามชิ้นเป็นอาหารเช้า พลางเปิดอ่านหนังสือพิมพ์ออโร่อยู่ที่ระเบียงใหญ่ในห้องพัก


    ภายในหน้าหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ายังไม่สามารถตรวจหาคนร้ายได้ พวกมันลงมืออย่างแนบเนียนภายใต้จมูกของสมาคมเวทมนตร์ ที่นั่นมีตัวตนระดับสูงอยู่จำนวนไม่น้อย แต่กลับสามารถลงมือได้โดยไม่ถูกจับ


    ฝีมือของโจรกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาเลย และสิ่งของที่พวกมันขโมยไปที่มีมูลค่าสูงสุดก็คือ “หยดน้ำตาแห่งเฮร่า”


    แม้ว่าวัสดุเวทอื่นๆ จะมีราคามูลค่าสูง แต่เมื่อเทียบกับวัสดุเวทอย่างหยดน้ำตาแห่งเฮร่าแล้ว วัสดุเวทเหล่านั้นกลับเป็นเพียงแค่เศษก้อนกรวด


    หยดน้ำตาแห่งเฮร่าคืออัญมณีที่มีรูปร่างเหมือนหยดน้ำตาซึ่งหาได้พบจากยอดเขาเฮร่า อันเป็นที่รู้จักว่าเป็นดินแดนต้องห้าม เพราะเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่ดุร้าย


    ว่ากันว่ายอดเขาเฮร่าเป็นแหล่งรวมตัวของสัตว์อสูรที่วิวัฒนาการจนเป็นระดับสูง 


    ที่มาของสัตว์อสูรนั้นไม่มีใครรู้ว่าพวกมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ในตอนแรกผู้คนคิดว่าพวกมันเป็นสัตว์อสูรมาโดยกำเนิด แต่ภายหลังพบว่าแม้แต่สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านบางทีก็กลายร่างเป็นสัตว์อสูรได้เช่นกัน


    หากสัตว์เหล่านี้ปรากฏแกนพลังขึ้นมาภายในร่าง พวกมันก็จะไม่ใช่สัตว์ธรรมดาอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยง


    แกนพลังนี้ถูกเรียกว่าแกนอสูร


    ต่อให้มหาทวีปแห่งนี้ถูกปกครองโดยเหล่านักเวท แต่สัตว์อสูรก็ไม่ได้ถูกกำจัดหมดไป พวกมันยังคงปรากฏตัวอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องปรับตัวให้อยู่ร่วมกับพวกมันได้


    ภารกิจปราบสัตว์อสูรของสมาคมเวทมนตร์จึงเกิดขึ้นเพราะเหตุนี้


    อย่างไรก็ตามมันยังมีบางพื้นที่ที่ผู้คนเข้าไม่ถึง สถานที่เหล่านั้นจึงกลายเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์อสูร ทำให้สัตว์อสูรเหล่านั้นสามารถดำรงอยู่ได้นับหมื่นปี พวกมันบางตัวได้วิวัฒนาการณ์กลายเป็นสัตว์อสูรระดับสูง


    นั่นทำให้ผู้คนเรียกสถานที่เหล่านั้นว่าสถานที่ต้องห้าม ซึ่งยอดเขาเฮร่าก็เป็นหนึ่งในนั้น


    เพราะเหตุนี้ “หยดน้ำตาแห่งเฮร่า” อันเป็นแร่ที่พบในยอดเขาเฮร่าจึงเป็นสิ่งของล้ำค่า


    ว่ากันว่ามันถูกนำมาประมูลในราคาขั้นต่ำห้าสิบล้านวอยส์ ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมไม่หยุดที่ราคานี้ อย่างน้อยๆ ผู้คนล้วนคาดว่ามันอาจมีมูลค่าหลายร้อยล้านวอยส์ด้วยกัน


    ทางสมาคมเวทมนตร์ถึงกับจัดจอมเวทหลายคนเพื่อคุ้มกันมัน ไม่คาดว่ากลับไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้


    หยดน้ำตาแห่งเฮร่ายังถูกโจรกลุ่มนั้นขโมยไป แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของโจรกลุ่มใด


    เมอร์ลินพับหนังสือพิมพ์แล้ววางลงบนโต๊ะ


    “หรือกว่าจะเกี่ยวข้องกับคนที่มีรอยสักนั้น” 


    เขานั้นอดที่จะคิดถึงชายหนุ่มและชายชราที่มีรอยสักรูปเปลวไฟที่ต้นคอไม่ได้


    ร่างเล็กส่ายศีรษะไปมาเพื่อเรียกสติ


    “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันไม่ควรใส่ใจกับเรื่องนี้จนเกินไป ยังไงฉันก็เป็นแค่นักเวทฝึกหัด ไม่มีอำนาจและหน้าที่กับตรงนั้นซะหน่อย ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกสิบสี่วันก่อนที่จะถึงวันสอบเทียบ แม้ฉันจะอ่านรายงานทางวิชาการเหล่านั้นไปหมดแล้ว แต่หนังสือที่ชั้นหนึ่งฉันยังอ่านมันไม่หมด ต่อให้พวกมันเป็นแค่หนังสือทั่วไป พวกมันก็ยังสร้างความสนใจให้กับฉันได้อยู่ดี”


    ว่าแล้วเมอร์ลินก็ติดต่อกับมาร์เทล วันนี้เขาได้เดินทางไปที่หอสมุดเมืองวินเซนอีกครั้งหนึ่ง


    ทันทีที่ไปถึงเขาก้มตัวลงแล้วลูบไปที่ศีรษะของเจ้าแกะทองคำมาวิชก่อนจะเข้าไป ซึ่งการกระทำนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เมอร์ลินคนเดียวเท่านั้น ดูเหมือนว่าคนอื่นๆ จะทำแบบนี้เช่นกัน จนรูปปั้นเจ้าแกะมาวิช มีศีรษะที่วาววับเพราะการลูบของผู้คน


    มาร์เทลมองดูการกระทำนี้อย่างเงียบๆ ชายหนุ่มในชุดลำลองเสื้อเชิร์ตสีขาวรัดรูปกางเกงดำเดินตามเด็กน้อยผมสีเงินไปอย่างเงียบๆ


    การกระทำของเขาทำให้เมอร์ลินไม่รู้สึกอึดอัด เพราะเขาทำเหมือนตัวเองเป็นอากาศ มอบความเป็นส่วนตัวให้กับเมอร์ลินอย่างเต็มที่


    เมอร์ลินเองก็ชินกับการมีมาร์เทลติดตามไปไหนมาไหนด้วย


    แน่นอนว่าเรื่องเมื่อวานมาร์เทลได้ติดต่อกับออสตินและแจ้งเรื่องทุกอย่างให้อีกฝ่ายทราบ เขาจึงถูกกำชับให้ดูแลเด็กน้อยอย่างดี


    นั่นทำให้มาร์เทลมั่นใจว่าหากตนเองทำหน้าที่นี้ได้ดีและอาจจะได้รับการจ้างงานต่อ หรือต่อให้ไม่ได้จ้างงานต่อก็คงมีโบนัสให้กับเขา


    เมอร์ลินเดินเข้าไปยังหอสมุด เขากล่าวทักทายบรรณารักษ์ที่รู้จักที่ประจำอยู่เคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินเข้าไปที่โซนหนังสือที่เขายังไม่ได้อ่าน


    ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขามีความจำดีแค่ไหน ต่อให้เขาละไม่ได้มาที่นี่หลายวันเขาก็ยังสามารถจำหนังสือทุกเล่มที่เขาอ่านได้


    เด็กน้อยไม่ลังเลที่จะทำในสิ่งที่เขาทำเป็นประจำก่อนหน้านี้ นั่นคือการพลิกหนังสืออย่างรวดเร็ว


    เวทแรงโน้มถ่วงบังคับหน้าหน้าหนังสือแต่ละหน้าพลิกอย่างไว ดวงตาสีเงินกวาดผ่านตัวหนังสือฉับไวเป็นอย่างมาก ราวกับว่าแค่หนึ่งการมองเขาก็สามารถอ่านตัวหนังสือทั้งหน้าได้หมดแล้ว


    ใช่แล้ว เพียงแค่กวาดสายตาโดยรวม เมอร์ลินก็รับรู้ข้อมูลของตัวหนังสือทั้งหน้าแล้ว


    พฤติกรรมของเขาเริ่มที่จะทำให้เหล่าบรรณารักษ์รู้สึกชินกับภาพนี้แล้ว


    หนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าถูกนำออกมาอ่าน


    เวลาสองอาทิตย์ต่อจากนี้เมอร์ลินคาดว่าจะสามารถอ่านหนังสือหลายหมื่นเล่มได้ทั้งหมด


    ซึ่งนั่นก็ไม่เหนือความคาดหมายตามที่เขาคิดไว้มากนัก เพราะก่อนหน้าที่จะถึงวันสอบเทียบสองวัน ศาสตราจารย์ออสตินก็กลับมา


    หน้าตาของเขานั้นดูแจ่มใสเป็นอย่างมาก


    “เป็นไงบ้างครับเพื่อนของพ่อ สบายดีกันรึเปล่า?” เมอร์ลินเอ่ยถาม


    ออสตินยิ้มเล็กน้อยและเอ่ย “บางคนก็สบายดี แต่บางคนก็ไม่อยู่รอฉันแล้ว”


    ชายชรากล่าวออกมาตามตรง ในรอบเวลาเกือบสองร้อยปีที่เขาหายตัวไป คนรู้จักของเขาไม่น้อยได้จากไปแล้ว พวกเขาไม่ได้โชคดียกขั้นพลังเวทได้สำเร็จเหมือนกับเขา


    ต่อให้นักเวทจะสามารถยืดอายุขัยของตัวเองได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้


    คนรู้จักของออสตินหลายคนเป็นบุคคลที่ร่ำรวย ไม่ว่าจะเป็นความรู้หรือเงินทอง แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่สามารถยืดอายุของเขาได้


    คนรู้จักของเขามากกว่าครึ่งต้องตายตกเพราะการยกระดับพลังล้มเหลว ส่วนที่เหลือจำนวนหนึ่งต้องรอความตาย


    บางคนที่เขาไปเยี่ยมต้องอยู่ในสภาพที่นอนติดเตียงแล้วด้วยซ้ำ


    สองพ่อลูกพากันไปนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องที่มีตารางหมากรุก


    พวกเขากำลังประชันฝีมือหมากรุกกัน แล้วชายชราก็เอ่ยถาม


    “อีกไม่กี่วันก็จะสอบเทียบแล้ว ลูกเตรียมตัวเป็นยังไงบ้าง”

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน