“ผู้กองจะเอาแบบนี้จริงๆเหรอครับ”ผู้หมวดหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นถามหญิงสาวที่ยืนตรงหน้าห้องและกำลังเล่าแผนการที่เธอคิดจะทำในวันพรุ่งนี้อย่างไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับเธอสักเท่าไหร่
“ก็ใช่นะสิ ฉันจะทำแบบนี้แหละอยากห้ามดีนัก ก็รู้แหล่งขนยาของพวกมันแล้วแท้ๆ ยังจะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อีก”ผู้กองสาวพูดออกมาอย่างอารมณ์เสียที่หัวหน้าของเธอไม่ยอมทำอะไรกับพวกสวะขนยาเสพติดพวกนี้เสียที
ผู้กองก้ามปู หรือชื่อเต็มๆของเธอคือร้อยตำรวจเอกหญิง วรินยารัตน์ ภัคดีนครินทร์ แต่อย่าเพิ่งรีบไปชมเชียวนะว่าชื่อสวยหวานจัง ช่วยกับมาดูท่าทางและนิสัยของเธอเสียก่อน โอ้ย! ทั้งแสบ ทั้งกล้าหาญเกินกว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกเขาเสียอีก แล้วที่พวกเขาขัดใจอย่างมากเลยก็คือหน้าตาอันสวยหวานของสาวเ้านั่นแหละ ทำไมนะพระเ้าช่างมอบความสวยให้เธอมาแต่คงดันลืมบอกวิธีใช้ไปเสียได้ น่าเสียดายจริงๆ ผู้หมวดหนุ่มคิดในใจ
“แต่ผู้กำกับสั่งห้ามพวกเราทำอะไรไม่ใช่เหรอครับ”ผู้หมวดหนุ่มถามย้ำกับผู้กองสาวอีกครั้งเพราะได้ยินที่ผู้กำกับเดินมาสั่งเธอไว้เมื่อวานตอนอยู่ด้วยกันในห้อง
หมวดต้น หรือชื่อเต็มของเขาคือ ร้อยตำรวจตรี จักกริช พันนานาม ผู้หมวดหนุ่มหน้าตาดีที่เป็ผู้ช่วยคนสนิทของผู้กองก้ามปู ไปไหนไปกันลุยไหนลุยกันจนทุกคนคิดว่าสองคนนี้เป็คู่รักกันไปแล้ว แต่เื่จริงไม่ได้เป็แบบที่ทุกคนคิดเลยสักนิด เขาคือเพื่อนชายที่ผู้กองสาวไว้ใจมากที่สุดแค่นั้นเองและเขาคงไม่กล้าจีบเธอหรอก เพราะกลัวจะต้องไปเป็กระสอบทรายให้เธอซ้อมทั้งเช้าและเย็น หรืออาจจะโดนลูกะุเจาะหัวเอาได้ง่ายๆถ้าเกิดไปเ้าชู้กับสาวๆคนอื่น แค่คิดก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้ว
“ใครไม่ไปฉันไปเองก็ได้”ผู้กองสาวตอบอย่างไม่สนใจคำห้ามปรามของผู้หมวดหนุ่มเลยสักนิดเดียว
“โธ่! ผู้กอง เอาอีกแล้วนะ ไปก็ไป”ผู้หมวดต้นตอบแบบเดิมกับทุกครั้งและโดนทำโทษไปกับเธอทุกครั้งเหมือนกัน
“เอาไงเอากันครับ ผมไปด้วย”ดาบสองตอบบ้างเมื่อฟังหัวหน้าทั้งสองคนคุยกันจบ
“พวกผมไปด้วยครับ”จ่าคนอื่นๆในทีมก็ตอบขึ้นพร้อมกัน
“พวกเราจะต้องจับไอ้พวกค้ายารอบนี้ให้ได้ สู้โว้ย”ผู้กองสาวบอกกับทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องและยื่นหลังมือออกไปข้างหน้า ลูกน้องทุกคนก็ออกมายื่นมือมาวางบนมือของเธอและยกขึ้นพร้อมกัน
“สู้โว้ย”ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันอย่างเรียกขวัญและกำลังใจเหมือนทุกครั้งที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่
หลังจากทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือแต่ผู้กองก้ามปูและหมวดต้นที่ยังอยู่ในห้อง ชายหนุ่มจึงถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง
“ถ้าพรุ่งนี้เราเกิดพลาดอาจจะต้องโดนพักงานเลยนะ”
“นายกลัวเหรอ ไม่ไปก็ได้นะ ฉันไม่ได้บังคับ”ผู้กองสาวตอบ
“จะบ้าเหรอ! ไปสิ แค่ถามดูเฉยๆ”เขารีบตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า หิวแล้ว”ผู้กองสาวบอกและเดินนำออกจากห้องไปก่อน
“ดื้อจริงๆ เลยคนอะไร เฮ้อ”ชายหนุ่มบ่นและส่ายหัวเบาๆ
“ได้ยินนะโว้ย เร็วๆ”เสียงหญิงสาวที่ยืนอยู่นอกห้องะโ
“เออๆ ไปแล้ว”ชายหนุ่มตอบและลุกขึ้นเดินตามหญิงสาวไป
ในตอนเช้าทุกคนก็มารวมตัวกันตามจุดนัดพบที่ผู้กองสาวนัดแนะไว้เมื่อวานนี้ เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วก็หาที่ซุ่มรอพวกขนยามาตามที่สายรายงานว่าพวกมันนัดส่งของกันที่นี่
“ไม่รู้พวกมันมีกี่คน ทุกคนระวังตัวกันด้วยนะ”ผู้กองสาวหันมาบอกลูกน้องที่นั่งอยู่
“รอบนี้ตามที่สายรายงานมา ของน่าจะมีมูลค่าพอสมควรพวกมันคงมากันเยอะพอสมควรเลยล่ะ”หมวดต้นบอกทุกคนตามที่ได้รับรายงานมา
“อ้าว จ่าทำไมไม่ใส่เสื้อเกาะกันะุมาล่ะ เอานี่ไป”ผู้กองสาวหันไปถามลูกน้องที่อยู่ข้างต้นไม้และถอดของเธอยื่นให้
“ผมดันลืมหยิบมาครับ ผู้กองใส่เลยครับ ผมไม่ใส่ก็ได้ครับ”จ่าเบิ้มบอกด้วยความเกรงใจหัวหน้า
“ไม่ได้ รับไปนี่คือคำสั่ง”เธอไม่ยอมยื่นเสื้อให้จ่าเบิ้ม
“ขอบคุณครับ”จ่าเบิ้มรับมาและใส่ทันที
“งั้นคุณเอาของผมไป”ผู้หมวดหนุ่มทำท่าจะถอดเสื้อเกาะกันะุของเขาให้หญิงสาวใส่แทน
“ไม่ต้องหมวด คุณใส่เลย”ผู้กองสาวไม่ยอม
“แต่!” หมวดรีบแย้ง
“นี่คือคำสั่ง”ผู้กองสาวหันมาบอกชายหนุ่มข้างๆด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่คนฟังกลับรู้สึกว่ามันดูน่ากลัวที่สุด
สักพักก็มีรถประมาณห้าคันขับเข้ามาจอดหน้าโกดังและพวกมันก็ลงมาจากรถและเดินเข้าไปเช็คของ
“เท่าที่ดูมันมีคนประมาณสิบกว่าคน คงรับมือกับพวกมันได้สบาย”ผู้กองหันมาคุยกับลูกน้องที่อยู่ข้างๆ
“แต่เราจะประมาทไม่ได้นะ เราไม่รู้ว่านี่มันเป็แผนหรือเปล่า”ผู้หมวดหนุ่มรีบเตือน
“แต่สายคนนี้ไม่เคยรายงานข่าวเท็จเลยนะ”เธอหันมาบอกผู้หมวดหนุ่มเพราะั้แ่ทำงานมาสายคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง
“ยังไงคุณก็ระวังตัวด้วย ผมเป็ห่วง”ผู้หมวดหนุ่มย้ำกับเธออีกครั้งอย่างรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีนัก
“รู้แล้วน่า ทุกคนไปประจำที่ได้ รอคำสั่ง”เธอหันมาทำหน้าดุใส่ และทำสัญญานมือให้ทุกคนไปประจำที่ของตัวเองและรอฟังคำสั่งบุกจากเธออีกทีเมื่อพวกมันเริ่มส่งของกัน
สักพักก็มีรถอีกสองคันขับเข้ามาจอดและมีผู้ชายห้าคนลงมาจากรถ ในมือของพวกมันถือกระเป๋าสีดำที่เธอคิดว่าคงจะเป็เงินที่จะใช้ซื้อยาเสพติดแน่นอน ขณะที่พวกมันกำลังเจรจาและเช็คสินค้ากันอยู่ เธอจึงส่งสัญญานมือให้ทุกคนเข้าไปบุกจับกุมทันที
“หยุด! อย่าขยับ! ตำรวจล้อมพวกแกไว้หมดแล้ว”หมวดต้นบอกพวกมันเมื่อวิ่งเข้ามาใกล้
“เฮ้ย! ตำรวจ!”พวกที่ถือกระเป๋าดำรีบวิ่งไปหลบข้างรถทันที อีกพวกก็รีบชักปืนขึ้นมายิงต่อสู้ ตำรวจอีกส่วนก็เข้าไปหลบข้างหลังพาเลทไม้กองโตที่วางอยู่ข้างๆ ระหว่างที่มีการปะทะกันอย่างดุเดือดอยู่นั้นก็มีรถของคนร้ายขับเข้ามาจอดเพิ่มอีกสามคัน พวกมันระดมยิงใส่ตำรวจที่ยืนอยู่จนล้มลงไปสองนายได้รับาเ็ เพื่อนตำรวจรีบดึงเข้าหลบหลังกองพาเลทไม้ที่พวกเขาใช้เป็ที่กำบังอยู่ในตอนนี้
“เราเสียรู้พวกมันแล้ว! เป็แผนล่อของพวกมัน! ถอยก่อน!”ผู้กองสาวสั่งลูกน้องถอนกำลังทันที
“พวกมันมีเยอะมาก อาวุธเพียบ คุณรีบหลบก่อนเถอะ”หมวดหนุ่มรีบบอกผู้กองสาวที่กำลังยิงต่อสู้กับคนร้ายเพื่อให้ลูกน้องของตัวเองหนีออกไปจากวงล้อมด้วยความเป็ห่วง
“ทุกคนออกไปหมดยังหมวด!”เธอหันมาถามแต่ยังกระหน่ำยิงใส่พวกนั้นไม่ยอมหยุด
“ออกไปหมดแล้ว ไปกันเถอะ”หมวดต้นรีบบอกและยิงช่วย
“ไปกันเถอะ”เธอหันมาบอกเขา
แต่จังหวะที่ผู้กองสาวกำลังหันกลับเพื่อวิ่งตามหมวดหนุ่มออกไปก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัดและเธอก็ได้ยินหมวดต้นเรียกชื่อเธอเสียงดัง จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย