ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 ไม่มีทางให้ถอยแล้ว

              ซูฉีฉีปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยจับมือของตนไว้แน่นแต่ผ่านไปเนิ่นนานนางก็ยังไม่รู้จะตอบมารดาของตนอย่างไรดีหยดน้ำตาของนางไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

            “รับปากข้า ขอเพียงมีชีวิตอยู่ก็พอ” เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยมองเห็นความลังเลในตัวของซูฉีฉีนางเองก็เหมือนจะเข้าใจอะไรได้บ้างแล้ว ที่แท้วันนี้ที่ได้รับราชโองการเชิญมาในตำหนักนั้นก็คือการได้รับราชโองการคำสั่งประหารนั่นเอง

            “ท่านแม่ ท่านวางใจเถิดข้าจะไม่ให้ท่านเป็นอะไรไปแน่นอน”ผ่านไปเนิ่นนานซูฉีฉีค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางเงยหน้าขึ้นจับจ้องไปที่ไทเฮาผู้ยืนอยู่ด้านบน “พระองค์ทรงว่ามาเถิด จะให้หม่อมฉันทำเช่นใด”

              ในที่สุดนางก็ตัดสินใจแล้ว

            ไทเฮาปรบมือประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

            คนที่ก้าวเข้ามาก็คือซูชือฉาง

            ดวงตาของซูฉีฉีมีประกายแห่งความเย็นชาปรากฏขึ้นแวบหนึ่งนางไม่อาจเชื่อสายตาตัวเองและนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าผู้ที่มาจะเป็นซูชือฉางไปได้ตอนนี้นางเข้าใจแล้วตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนนั้นนางก็ได้ตกเข้ามาในหลุมพรางของซูเมิ่งหรูเสียแล้ว

            แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นแผนการที่บิดาของตนเป็นคนวางขึ้น

            ให้บุตรสาวของตนต้องโดนลงโทษเช่นนี้ให้ภรรยาของตนมาปรากฏตัวที่นี่เพื่อเป็นเหยื่อล่อ เขานั้นทำได้ลงคอเสียจริง...

            “ท่านพ่อ...” ซูฉีฉีขานเรียกออกมา “ท่านทำเช่นนี้กับท่านแม่ได้เช่นไร”

              เสียงของนางทุ้มต่ำมีพลังดวงตาทั้งสองของนางเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ทำให้คนไม่กล้าที่จะมองนางตรงๆ

            แต่เดิมซูชือฉางอยากที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังๆครั้งที่แล้วเขาถูกบุตรสาวของตนเล่นละครหลอกได้ ครั้งนี้แต่เดิมคิดว่าจะสั่งสอนเจ้าเด็กนี้ได้เสียหน่อยกลับคิดไม่ถึงว่าเมื่อก้าวเข้ามาในประตูนั้นกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            นี่ใช่บุตรสาวของเขาจริงๆ หรือ?

              นี่คือบุตรสาวที่อ่อนน้อมเชื่อฟังคอยแต่จะเอ่ยขานรับคำเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มเบา อดทนอดกลั้นต่อทุกสิ่งอย่างนั้นหรือ?

              ตอนนี้เขาสามคนมาพบเจอกันอีกครั้งกลับต้องกลายเป็นเหมือนคนแปลกหน้าก็มิปาน

            “แม่ของเจ้า...หึ ช่างเป็นคู่แม่ลูกที่ดีเสียจริง” เมื่อเห็นสีหน้าของไทเฮาซูชือฉางก็รีบปรับสีหน้าของตนให้เป็นปกติก่อนจะส่งเสียงตะโกนต่ำออกมา “เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยอย่าคิดจะใช้สีหน้าอันอ่อนโยนมีเมตตาของเจ้ามาหลอกข้าอีกเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีนั้น ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว”

              แววตาของเขาแฝงไปด้วยประกายแห่งความเยือกเย็นเสมือนว่าปีนั้นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยนั้นได้ทำเรื่องเลวร้ายอย่างไม่น่าให้อภัยเสียอย่างนั้น

              เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยในตอนนี้กลับมีท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียอย่างนั้นเรื่องนั้นนางไม่สามารถเอ่ยออกมาได้!

              ซูฉีฉีหันไปมองมารดาของตนอีกครั้งสีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ “ท่านแม่ปีนั้นเกิดอันใดขึ้นกันแน่?”

              “เกิดอันใดขึ้น?”ไทเฮาพุ่งตัวออกมาข้างหน้าก่อนจะผลักซูฉีฉีออกไปแล้วยกมือขึ้นฟาดลงบนใบหน้าของเซี่ยเสี่ยวเตี๋ย “ปีนั้นแม่ของเจ้าวางยาเสน่ห์ลงไปในอาหารของข้าก่อนจะส่งข้าขึ้นไปบนเตียงของฮ่องเต้องค์ก่อนจากนั้นก็วางแผนให้ชือฉางเดินเข้ามาเห็นฉากนั้น...ส่วนนางกลับปีนขึ้นไปบนเตียงของชือฉางอย่างหน้าไม่อาย...”

            น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเรื่องทั้งหมดนี้นางไม่สามารถลืมมันไปได้เพราะมันได้ฝังลึกเข้าไปในใจนางเสียแล้ว

            ตอนนั้นนางเห็นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยเป็นเหมือนสหายคนสนิทของตนมักจะเชื่อนางเสียทุกอย่าง

            แต่ท้ายที่สุดคนทั้งสองกลับต้องมาเป็นศัตรูกันเพราะบุรุษผู้หนึ่ง อีกทั้งตัวนางกลับถูกหักหลังกลายเป็นตัวตลกของผู้คนในตอนนั้นหลายปีมานี้ชีวิตของนางในวังหลวงนั้นไม่ได้สุขสบายนักถ้ามิใช่เพราะว่าบุตรชายของตน นางคงไม่มีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการจะมาเป็นไทเฮาที่มีอำนาจเหนือผู้คน

            นางแค้นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยต่อให้นางจะรู้ว่าเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่ได้รับความโปรดปรานจากซูชือฉางก็ตาม

            “ไม่...เป็นไปไม่ได้...” ซูฉีฉีไม่กล้าที่จะเชื่อเรื่องที่ไทเฮาเล่ามานางส่ายศีรษะแรงๆแต่เพราะการกระทำเมื่อครู่ทำให้เข็มทั้งหมดที่อยู่บนแผ่นหญ้าสานนั้นทิ่มเข้าไปทะลุเนื้อหนังของนางนางไม่มีเวลามาสนใจเรื่องความเจ็บปวดอีกแล้ว นางไม่เชื่อไม่เชื่อว่ามารดาของตนจะเป็นคนเช่นนั้น

            ตั้งแต่จำความได้มารดาของตนก็เป็นคนอ่อนโยน มีมารยาทและขี้ขลาดเป็นอย่างมาก

            คนเช่นนี้จะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไรกัน

            อีกทั้งยังเพื่อบุรุษเช่นซูชือฉางคุ้มแล้วหรือ?

              “ฉีฉี...”เมื่อเห็นว่าหัวเข่าของซูฉีฉีมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยก็รู้สึกกระวนกระวายใจ “เจ้าอย่าขยับ...อย่าขยับ...ทั้งหมดนี้เป็นความผิดที่แม่ทำขึ้นในปีนั้นหนี้ที่ติดไว้อย่างไรเสียก็ต้องชำระ...”

              เมื่อพูดถึงตรงนี้แววตาของนางก็มีความมุ่งมั่นปรากฏขึ้น นางเงยหน้าเป็นครั้งแรกที่นางจ้องไปที่ซูชือฉางและไทเฮาอย่างหาญกล้า “เรื่องนี้ข้าทำคนเดียวก็ต้องรับผิดชอบคนเดียวพวกท่านคิดจะลงมือเช่นไร ข้าก็จะไม่บ่นกล่าวแม้แต่น้อยแต่ขอพวกท่านกรุณาอย่าทำร้ายบุตรสาวของข้า”

              ซูฉีฉีนิ่งอึ้งไปขณะจ้องมองไปที่เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยคนผู้นี้ใช่มารดาของตนแน่หรือ?

              ซูชือฉางหันไปมองซูฉีฉีแวบหนึ่งเขาไม่ได้เอ่ยอะไร ยังไงเสียซูฉีฉีก็เป็นบุตรสาวแท้ๆ ของตนแต่เป็นเพราะว่าเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยทำให้เขาไม่ชอบบุตรสาวคนนี้

             แต่ต่อหน้าอำนาจและลาภยศเงินทองนั้นเขายินยอมที่จะเสียสละบุตรสาว แต่จะไม่มีวันเสียสละตนเอง

            เวลานี้ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มขึ้นรอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และยังแฝงไปด้วยความเย็นชา

            “ยังไงเสียพวกเราก็เคยเป็นสามีภรรยากันสามีภรรยากันวันเดียวก็ถือว่าผูกสายสัมพันธ์กันชั่วชีวิต” ซูชือฉางพยายามแสดงสีหน้าเรียบนิ่งออกมา ถึงแม้ว่าคนผู้นี้จะอายุย่างเข้าวัยกลางคนแล้วทว่าโครงหน้าที่หล่อเหลาได้รูปในวัยหนุ่มนั้นยังคงปรากฏอยู่สามารถเห็นได้ชัดว่าเมื่อตอนเขายังอายุน้อยนั้นก็จัดว่าเป็นคุณชายรูปโฉมหล่อเหลาคนหนึ่ง

            มิแปลกใจเลยว่าจะมีสตรีถึงสองคนมาแย่งชิงกันเพื่อเขา

            แต่ว่าซูชือฉางที่เป็นเช่นนี้กลับดูน่ากลัวมากในสายตาของซูฉีฉี

            นางมักจะดูเรื่องราวได้ทะลุปรุโปร่งตอนนี้นางก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับม่อเวิ่นเฉินอย่างแน่นอน

            เพียงแต่ว่าในตอนนี้นางยังมีทางให้ถอยอีกหรือ?

            ม่อเวิ่นเฉินไม่ปรากฏตัวนางและมารดาของตนก็จะไม่มีทางให้ถอยได้

            ซูฉีฉีภาวนาอยู่ในใจให้ม่อเวิ่นเฉินปรากฏตัวมาช่วยตนให้ออกไปจากที่นี่แต่ในขณะเดียวกันก็คอยบอกตนเองให้อดทนเอาไว้นางซูฉีฉีมีเพียงแต่พึ่งพาตนเองเท่านั้น ไม่ว่าจะพึ่งใครก็สู้พึ่งตนเองไม่ได้

            เพราะว่าม่อเวิ่นเฉินนั้นทำให้นางผิดหวังมาหลายครั้งแล้ว

            เวลานี้หากนางยังมีความหวังอยู่นางก็โง่เต็มทีแล้ว

            ซูฉีฉีจ้องมองไปที่ซูชือฉางด้วยสีหน้าราบเรียบ “ท่านพ่อ ท่านพูดมาเถิด ขอเพียงท่านไม่ทำร้ายท่านแม่ให้ลูกทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

            ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหลายวันนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยคนี้เท่านั้นหรอกหรือ

            “ฉีฉี...ข้า...” เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยเองก็เข้าใจทั้งหมดดีนางมองไปที่บุตรสาวตนด้วยสีหน้ารู้สึกผิดนางกลับทำตัวเป็นภาระให้กับบุตรสาวเสียได้...

            ซูฉีฉียังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเพราะว่าขอเพียงนางขยับแค่เพียงนิดเดียว หัวเข่าก็จะรู้สึกเจ็บเข้าถึงกระดูกเพราะอย่างนั้นนางถึงไม่กล้าขยับมากนัก บนหน้าผากของนางเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นนางพยายามกัดฟันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดเอาไว้แล้วหันไปส่ายศีรษะเบาๆ ให้กับเซี่ยเสี่ยวเตี๋ย “ท่านแม่ ไม่เป็นอะไรหรอกท่านพ่อเพียงอยากให้ข้า...ช่วยอะไรนิดหน่อยก็เท่านั้น...ไม่ทำให้ข้าลำบากหรอก”

            เมื่อได้ยินซูฉีฉีพูดเช่นนั้นซูชือฉางและไทเฮาก็หันไปสบตากัน ใบหน้าของทั้งสองประดับด้วยรอยยิ้ม

            พวกเขาทั้งสองพอใจกับท่าทีของซูฉีฉีในตอนนี้มากการตกลงกับคนฉลาดนั้นช่างเป็นเรื่องที่ดีเสียจริง

            ซูฉีฉีในตอนนี้มีหรือที่จะไม่รู้ ต่อให้นางทำได้จริงแล้วไทเฮาก็ใช่ว่าจะปล่อยพวกนางสองแม่ลูกไปทว่าเพียงเพื่อปกป้องตัวเองและมารดาจากสถานการณ์ตรงหน้านางทำได้เพียงแค่ตอบรับแล้ว

            นางคงต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อคุ้มครองมารดาของตนเสียแล้ว

            “ดีมาก”ซูชือฉางเดินออกไปข้างหน้าก่อนจะพยุงซูฉีฉีให้ยืนขึ้น “ไม่เสียแรงที่เป็นบุตรสาวของข้า”

            ซูฉีฉีร้องเบาๆ ออกมาอย่างเจ็บปวดแต่นางกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนภายใต้แรงพยุงของซูชือฉางแต่นางกลับหันไปมองที่ไทเฮาแทน “ไทเฮาไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดในปีนั้นไทเฮาจะทรง...จัดการเช่นใด?”

              ไทเฮาหัวเราะออกมาตอนนี้นางกลับมีท่าทีประหนึ่งสตรีผู้เปี่ยมด้วยเมตตานางหันไปมองซูชือฉางแวบหนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะ “ช่างเถิด ช่างเถิดเรื่องผ่านมานานแล้ว เจ้าก็แค่คุกเข่าขอขมาข้าก็พอแล้ว!”

              สำหรับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของไทเฮานั้นทำให้เซี่ยเสี่ยวเตี๋ยและซูฉีฉีนั้นก็ได้แต่นิ่งอึ้งสตรีผู้นี้ช่างเปลี่ยนไปมาได้อย่างง่ายดายเสียจริง

            ซูชือฉางสั่งให้คนพาเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยกลับไปส่งที่จวนอัครมหาเสนาบดีในขณะที่ซูฉีฉีนั้นเดินกลับเรือนรับรองด้วยตัวคนเดียววันนี้นางรู้สึกเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก เหนื่อยเหลือเกิน สุดท้ายแล้วคนที่นางเฝ้ารอก็ยังไม่มา

            นางรู้สึกหมดหวังแต่ที่มากกว่านั้นกลับเป็นความเศร้าใจ

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592