ไข่นุ้ยจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่เดิมคือในพงหญ้าที่เคยใช้ซ่อนรถ เว้นแต่ว่า วันนี้ไม่ต้องซ่อนรถแล้ว เด็กชายจึงแค่จอดแอบๆไว้
"ไปกันพี่ข้าว มา ไข่นุ้ยช่วย"
"เสียงอะไรอ่ะไข่นุ้ย? เสียงเหมือนเครื่องจักรทำงาน"
"เสียงเครื่องปั่นไฟครับพี่ข้าว ป้าให้มาติดไว้ มีคนเฝ้าสวน แต่เขานอนกระท่อมอีกหลังทางโน้น"
ไข่นุ้ยชี้ไปบนเขาไกลๆ
"อ้าวไหนว่าไม่มีไฟ"
"ก็ยังไม่มีไงพี่ อันนี้เป็นไฟปั่น ถ้าเราปิดเครื่องก็ไม่มีไฟ ไฟฟ้ามายังไม่ถึงครับ"
"ออ"
"ไปกันพี่ข้าว"
ข้าวขวัญค่อยๆเดินมาตามทาง ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ทางเดินเล็กๆขึ้นไปบนเขา สองข้างทางเป็นหญ้ารก มีเพียงทางเท้าที่ถางไว้ให้พอเดินกันไปได้ เดินเพลินๆไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าบ้าน
"โห ไข่นุ้ย บ้านสวยจัง"
ที่ว่าสวยเพราะบ้านหลังที่เธอเคยมานอนนั้น ตอนที่เธอมานอนเหมือนกับบ้านไม่ได้รับการดูแล แต่ตอนนี้บริเวณหน้าบ้านสะอาดสะอ้านเพราะมีคนกวาดใบไม้ที่ร่วงจนสะอาดเหลือไว้แค่เพียงรอยไม้กวาดทางมะพร้าว มีกระถางต้นไม้ห้าหกกระถาง วางเรียงไว้ตรงเทอเรซเล็กๆหน้าบ้าน แถมยังมีโซฟาหวายชุดเล็กๆวางไว้ด้วย มองดูก็รู้ว่าถูกเอาใจใส่เป็นอย่างดี ข้าวขวัญสังเกตเห็นว่าในบ้านนั้นมีแสงไฟลอดออกมา
"ข้างในมีใครอยู่หรือ ไข่นุ้ย เหมือนไฟเปิดอยู่"
"น่าจะเป็นคนสวนที่ป้าให้เขามาช่วยดูแลไว้ให้สะอาดตลอดครับพี่ข้าว อ้าว...กุญแจรถ พี่ข้าวเข้าไปก่อนนะ ไข่นุ้ยไม่ได้เอากุญแจรถมา ลืมเสียบไว้ที่รถ พี่ข้าวเอาของเข้าไปจัดได้เลยนะ เดี๋ยวฉันมา"
"ได้ มา เอาของมา เดี๋ยวพี่จัดการเอง"
ข้าวขวัญเอาของที่ไข่นุ้ยหิ้วไว้ในมือมาทั้งหมด เด็กชายหันหลังวิ่งปรื๋อกลับลงไปทางเดิม หญิงสาวจึงเดินเข้าไปในบ้าน
ข้าวขวัญผลักบานประตูเข้าไปในตัวบ้าน บ้านไม่เหมือนเดิม มีของใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ประมาณหนึ่งคล้ายกับว่ามีคนมาอยู่ มีไฟติดที่ผนังหนึ่งดวงส่องไปตรงโต๊ะอาหาร บนโต๊ะอาหารมีถ้วยกาแฟเปล่าวางอยู่ มีชั้นวางชิดผนังไว้ บนนั้นมีอุปกรณ์ทำกาแฟแบบดริป มีเก้าอี้โยกหนึ่งตัวบนพรมตั้งอยู่ที่มุมห้องและมีหนังสือสองสามเล่มวางอยู่บนพื้น ตรงหน้าต่างนั้นติดผ้าม่านสีอ่อนไว้ทำให้บ้านดูน่าอยู่ขึ้น ไม่แข็งกระด้างเหมือนตอนที่เธอมาอยู่ใหม่ๆ มองไปรอบ ๆ แล้วหญิงสาวก็คลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ก็ดีที่นางทองกรให้ปรับปรุงบ้านเล็กๆหลังนี้ให้น่าอยู่
"สวัสดีนายทิว ฉันมาแล้วนะ มาลาหน่ะ"
ข้าวขวัญพูดเบาๆทักทาย พอได้มาตรงนี้แล้วข้าวขวัญกลับไม่ได้รู้สึกเศร้า แต่กลับรู้สึกอิ่มเอมเหมือนกับว่าเธอได้กลับมาอยู่ใกล้ๆทิวไทอีกครั้ง
"ฉันจะมานอนกับนายสักสองคืน แล้วก็จะไปรอนายที่อเมริกานะ ว่างเมื่อไหร่ก็ไปหากันด้วยหล่ะ"
ข้าวขวัญพูดอยู่คนเดียว หญิงสาวเอาถุงที่ถือมาทั้งหมดวางไว้บนโต๊ะ เอาขนมที่ไข่นุ้ยเลือกซื้อวางไว้บนชั้นกาแฟ
"วันนี้คุณป้าทำแกงส้มที่นายชอบด้วยนะ แกงส้ม แล้วก็ผัดฉ่าปลากะพง ส่วนฉันก็กินไม่เผ็ดเหมือนเดิม เออนี่นายทิว...ฉันเจอแม่ขวัญเรือนแล้วนะ แม่จะพาฉันไปอยู่ด้วย แม่มีครอบครัวใหม่ที่โน่น มีน้องด้วยนะ น้องชื่อของขวัญ ฉันตื่นเต้นที่จะได้เจอน้อง แล้วฉันจะเล่าเรื่องของนายให้น้องฟัง คิดถึงนายจังเลย"
ข้าวขวัญเก็บของเสร็จแล้วกลับมานั่งเก้าอี้ตัวที่ทิวไทเคยนั่ง
"จริงๆฉันดีใจนะที่รู้ว่านายเป็นตำรวจ แต่ถ้านายอยู่ ฉันน่าจะโกรธนายมากแต่เพราะว่านายไม่อยู่ไง ฉันก็เลยยกโทษให้ เพราะถ้าให้เลือก ฉันก็จะเลือกให้นายเป็นใครก็ได้ที่ยังมีชีวิตอยู่"
ข้าวขวัญเกือบจะน้ำตาไหลพอเธอพูดมาถึงตรงนี้ แต่เธอสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าเธอจะเข้มแข็ง หญิงสาวก็เลยฮึบๆกับตัวเอง อย่าร้องไห้นะข้าวขวัญ ถ้าทุกครั้งที่อยู่คนเดียวแล้วต้องร้องไห้ เธอก็จะต้องร้องไห้ไปตลอดชีวิต
"แต่อย่างน้อยฉันก็ดีใจนะ ที่ฉันไม่ได้เป็นเมียโจร มันดูดีกว่ากันเยอะเลย...ฉันรักนายนะ นายทิว...เฮ้ออ...ฉันนี่แย่จัง ตอนนายถาม ฉันก็ไม่เคยพูดว่ารัก มัวแต่อาย..."
เสียงประตูห้องนอนเปิด เหมือนว่ามีคนที่อยู่ข้างในผลักออกมา ข้าวขวัญชะงัก เธอไม่ได้กลัว เพียงแต่ประหลาดใจว่า นอกจากเธอแล้ว ยังมีคนอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยหรือ?
"ไข่นุ้ยเหรอ มาทำไมค่ำๆวะ?"
"!!!!!!"
"ป้า..ไข่นุ้ยมาแล้ว"
ไข่นุ้ยตะโกนตั้งแต่เข้ามาในเขตบ้าน เด็กชายจอดมอเตอร์ไซค์แล้วรีบวิ่งเข้าใต้ถุนบ้าน ที่นางพรและนางทองกรนั่งรออยู่อย่างใจจดใจจ่อ
"เป็นไงมั่ง มานั่งนี่เลย นี่แม่กำลังรออยู่ เอ็งนี่มันตัวดีเลยนะ แล้วถ้าไม่สำเร็จเอ็งจะว่ายังไง?"
นางพรสรรเสริญลูกชายมาแต่ไกล
"ก็ให้มันรู้ไปเลยว่าไม่รักกันแล้ว ฉันจะได้เลิกเชียร์คนใจแข็งปากแข็งซะที ฉันก็เหนื่อยนะแม่"
ไข่นุ้ยว่าแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวเล็ก
"แล้วเอ็งไม่บอกพี่ทิวเขาก่อน เขาก็ต้องตกใจสิวะ"
ป้าพรว่าให้อีก เพราะนางยุ่งตั้งแต่เมื่อวาน ทำความสะอาดบ้านฝรั่งจนค่ำแล้วรีบออกบ้านไปทำงานต่ออีกทั้งวัน เพิ่งจะมารู้เรื่องก็ตอนเย็นที่เดินมาหานางทองกรที่บ้านนี่แหละ ว่าเจ้าลูกชายตัวดีวางแผนให้ข้าวขวัญขึ้นไปนอนที่บ้านบนเขาโดยไม่ให้ทิวไทรู้
"ก็ฉันจะให้พี่ทิวตกใจนั่นแหละแม่ คนอะไรใจเสาะ ต้องเจอไข่นุ้ยนี่"
ไข่นุ้ยว่าทิวไทเข้าให้ นางพรถึงกับต้องถลึงตาใส่ลูกชาย
"ทำเป็นว่าพี่เขา เอ็งรู้เรื่องอะไรกับเขาแล้วไปตัดสินพี่เขาอย่างนั้น เดี๋ยวแม่ก็ตีตายหรอก"
นางพรยกมือตีไหล่ไข่นุ้ย แต่เด็กชายก็แค่หลบนิดหน่อยพอเป็นพิธีเพราะรู้ว่าแม่ไม่เคยตีแรง
"แล้วเอ็งทำไง ไหนเล่าให้ป้าฟังดิ?"
นางทองกรเองก็อยากจะรู้รายละเอียดของบ้านบนเขาด้วย เอาจริงนางก็ลุ้นอยู่เหมือนกัน ตอนที่ข้าวขวัญบอกว่าจะไปนอนบนเขานั้น นางเองก็ใจหายวาบ แต่ก็คิดว่า ทุกคนต้องคัดค้านการไปนอนคนเดียวของข้าวขวัญ แต่ไม่คิดว่า ไข่นุ้ยจะมาทำเสียแผน เพราะทิวไทนั้น ไม่อยากพบกับใครๆแล้ว
"ฉันก็เดินขึ้นไปกับพี่ข้าวนั่นแหล่ะ พอถึงหน้าบ้าน ฉันก็บอกว่าลืมกุญแจเสียบไว้ที่รถ จะเดินลงมาเอาที่รถ แล้วฉันก็ขี่รถมอไซค์กลับมานี่ไง"
ทั้งป้าพรและนางทองกรพากันหัวเราะไข่นุ้ย มันช่างทำตัวได้เนียนเหลือเกิน
"เก่งนะเอ็ง" ป้าพรชมลูกชาย
"มันหัวไว ไข่นุ้ยนี่มันได้ทุกเรื่องจริงๆ"
นางทองกรเองก็ชม เพราะจริงๆแล้วนางทองกรคุยกันกับนางพรสองคนว่า ใจจริงอยากให้ข้าวขวัญกับทิวไทได้รักกัน ถ้าไม่มีไข่นุ้ยที่กล้าหาญเสนอตัวไปเป็นเพื่อนข้าวขวัญ สองคนก็คงไม่ได้เจอกัน
"ง่ายๆ ไม่เห็นยาก พี่ข้าวก็เหมือนเดิม ไม่เอ๊ะอะไรสักอย่าง อ้อ มีถามนะว่าทำไมมีไฟ ฉันก็ว่าไฟปั่น ก็ค่ำแล้วพี่ทิวเขาก็เปิดเครื่องปั่นไฟไง ฉันก็ว่าเป็นคนสวน"
"เออๆ เอาเถอะ พรุ่งนี้ก็รู้ว่าเป็นยังไง"
นางทองกรพูด เพราะไม่ค่อยจะมั่นใจนักว่าทั้งสองจะกลับมารักกันได้หรือเปล่า เพราะตั้งแต่ทิวไทหายจากอาการบาดเจ็บ เขาก็ไม่เคยพูดถึงข้าวขวัญอีกเลย ไม่ให้ติดต่อใคร ไม่รับข่าวสารใดๆ แต่ขอขึ้นไปอยู่ที่บ้านบนเขาอยู่อย่างนั้น เหมือนอยากจะให้ตัวเองตายไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ แม้กระทั่งสาเหตุ คนเป็นแม่ก็ยังไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร ทั้งๆที่รักข้าวขวัญจะเป็นจะตายขนาดนั้น
"หวังว่าความรักที่มีให้กันจะช่วยให้สองคนนั้นเข้าใจกันนะ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันตั้งเยอะ ฉันภาวนาให้มันจบลงด้วยดีเถอะ"
"ป้าไม่ต้องห่วงหรอกนะจ๊ะ ฉันมั่นใจว่าต้องสำเร็จ คนใจเสาะอย่างพี่ทิว เดี๋ยวเห็นพี่ข้าวก็ใจอ่อนแล้ว"
"แล้วทำไมเอ็งต้องไปว่าพี่เขาใจเสาะด้วยฮะ ไอ้ไข่นุ้ย?"
นางพรส่งตาเขียวปั๊ดใส่ลูกชาย เมื่อก่อนเห็นรักกันหนักหนา มาตอนนี้ไข่นุ้ยมันเปลี่ยนใจไปรักพี่ข้าวแล้ว
"ก็พี่ทิวบอกฉัน ว่าไม่อยากเจอพี่ข้าวแล้ว กลัวพี่ข้าวโกรธ ทนเห็นความผิดหวังบนใบหน้าพี่ข้าวไม่ได้ ทนเห็นพี่ข้าวเกลียดตัวเองไม่ได้ ฉันโกรธพี่ทิวแล้ว"
แล้วไข่นุ้ยก็หันมามองหน้านางพร มารดาของตัวเอง
"อ่อนมากแม่ ไข่นุ้ยขอบอกเลย ว่าจุดนี้ พี่ทิวอ่อนมาก ๆ"
"เอ็งนี่ เดี๋ยวเขกหัวแตก"
นางพรเงื้อมมือไปที่ศีรษะเด็กชาย แต่เด็กชายกลับไม่หนี นางพรก็เลยเขกไปเบาๆให้ทีนึง
"ก็จริงนี่แม่ ไม่ห่วงสักนิดเลยเหรอว่าพี่ข้าวต้องเจออะไรบ้าง จะว่าไปแล้ว ให้พี่ข้าวกลับไปเลยก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย"
"ไข่นุ้ยเอ้ย ป้าว่าเอ็งได้ทำบุญแล้วนะ ที่เหลือป้าว่าให้สองคนนั่นเขาพูดคุยกันเองเถอะ แล้วแต่บุญกรรมที่ทำด้วยกันมาก็แล้วกัน"
"ก็นี่ไงป้า ถ้าไม่มีแผนของฉันนะ ไม่สำเร็จหรอก ถ้าสำเร็จนะ ฉันจะทวงบุญคุณพี่ทิวให้เยอะเลย"
"เออ ก็ไปทวงกันเอาเองก็แล้วกัน เอาจริงนะแม่พร ถ้าไม่มีไข่นุ้ยมัน ทิวมันก็คงอยู่บนเขาจนตายนั่นแหละ เฮ้ออ ไม่รู้คิดอะไรอยู่ โตจะตายอยู่แล้ว"
นางทองกรพูดกับป้าพรและไข่นุ้ย เพราะเรื่องนี้ นางเองก็งงๆกับความคิดอันสุดประหลาดของทิวไท ที่ไม่อยากพบเจอใครเลย แม้กระทั่งข้าวขวัญ ซึ่งควรจะเป็นคนแรกๆที่ทิวไทน่าจะนึกถึงเมื่อฟื้นขึ้นมา แต่ทิวไทกลับไม่พูดไม่จา ไม่ฟังข่าวสาร ไม่ติดต่อกับใคร และขอไปอยู่บ้านบนเขาหลังจากหายดีแล้ว
"ลุ้นก็แล้วกันนะพวกเรา ไป แยกย้ายไปนอนได้แล้ว"