ณ บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนที่ขึ้นชื่อที่สุดในโตเกียว มีกลุ่มบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ แต่งตัวด้วยเสื้อสูทใส่แว่นตาสีดำ ยืนคุมเชิงเต็มบริเวณนั้นจนไม่มีใครกล้าเฉียดกายเข้าไปใกล้แม้แต่คนเดียว
“นายนี่ดวงแข็งน่าดูเลยว่ะ กันได้ยินที่ทานากะเล่าให้ฟังแล้ว เื่มันเป็ไงมาไง ถึงได้มีคนมาลอบทำร้ายอย่างนี้ได้” หมอหนุ่ม ทำแผลให้เขาไปถามไปอย่างอยากรู้ ฮิโรยูกิ นอนนิ่งให้เพื่อนรักทำแผลบนเตียงแคบ ๆ สีหน้าเหยเกทันที เมื่อแผลสดแถวซี่โครงด้านขวา เป็ทางยาวั้แ่หน้าอกถึงสีข้างโดนแอลกอฮอล์ล้างแผลตามด้วยเบตาดีนฆ่าเชื้อ มันแสบเสียยิ่งกว่าอะไรเลยทีเดียวล่ะ
“เบา ๆ หน่อยสิไอ้หมอ แกจะฆ่าเพื่อนรึไงวะ โอย..”
“อะไรกันเพื่อนรัก นี่กันทำเบาที่สุดแล้วนะเนี่ย ปกติแผลตื้น ๆ แค่นี้เขาให้พยาบาลทำโว้ย! นี่กันอุตส่าห์ลดตัวมาทำแผลแค่นี้ให้นายก็บุญแล้วนะ”
“งั้นก็ดีเลย ให้พยาบาลมาทำแผลให้ฉันเลย น่าจะมือเบากว่านายเยอะ”
“เสียใจด้วยนะเพื่อน เหล่าบอดี้การ์ดของนายที่มาเป็กองทัพ ข้างนอกโน่นไม่ยอมให้ใครเข้ามา นอกจากกันคนเดียว เวอร์จริง ๆ เลย” หยอกเย้าเพื่อนรักเล่นได้ เมื่อรู้ว่าฮิโรยูกิไม่ได้เป็อะไรมากนอกจากแผลถลอกเป็ทางยาว ั้แ่หน้าอกยันสีข้าง เขาจึงลงมือพันผ้ารอบเอว เพื่อทับก๊อซปิดแผลอีกรอบ ป้องกันแผลไปถูกับเนื้อผ้า
“นายน่าจะนอนดูอาการที่นี่สักคืนนะ เผื่อมีอะไรจะได้ลงไอ ซี ยู ทัน”
“ไอ้เพื่อนบ้า! นายแช่งฉันเรอะ..ไม่ล่ะ กันไม่อยากให้ท่านปู่เป็ห่วง แผลแค่นี้ไกลหัวใจ ยังไงนายก็ต้องไปที่บ้านฉันอยู่แล้วนี่ จะห่วงอะไร”
“จริงสินะ ยังไง ๆ กันก็ต้องไปบ้านนายอยู่แล้ว” หารู้ไม่ว่า คำพูดของเพื่อนรักกลับทิ่มแทงที่หัวใจของเขาอย่างจัง เจ็บแปลบเสียยิ่งกว่าแผลสด ๆ ด้วยซ้ำ
“ฮีโร่คะ! เป็ยังไงบ้างคะ ฉันเป็ห่วงแทบแย่ คุณไม่ได้เป็อะไรมากใช่ไหม ไหนดูซิ แผลลึกมากหรือเปล่า!” ฮานะวิ่งกระหืดกระหอบ แทรกตัวผ่านกำแพงั์เข้ามาอย่างยากลำบาก
“ผมไม่ได้เป็อะไรมากหรอกฮานะ ไม่ต้องห่วง ยูอิจิเขาทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว”
“ไม่เป็ไรมากก็ดีแล้วล่ะค่ะ เห็นทานากะบอกว่า คุณจะไม่นอนพักที่นี่ก่อนใช่ไหม ฉันว่า..”
“ไม่ล่ะ ผมจะกลับ ไม่นอนที่นี่เด็ดขาด”
“แต่ว่า..”
“เอาล่ะ ๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว ฮานะ..เ้าฮีโร่ของเธอ เขาไม่อยากนอนก็ไม่ต้องนอน คงไม่อยากให้คนทางบ้านเป็ห่วงน่ะ” คำพูดของยูอิจิ กระทบจิตใจฮานะอย่างจัง
“คนทางบ้าน..หมายถึงคุณปู่ของฮีโร่เท่านั้นใช่ไหม”
“ได้ยังไงล่ะฮานะ คนที่บ้านของเ้าฮีโร่น่ะ มีทั้งเหล่าบอดี้การ์ด แม่บ้าน พ่อบ้านที่เคารพรักเขาอีกเป็สิบเป็ร้อยที่รอคอยให้เขากลับบ้านไงล่ะ เฮ้อ! แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ”
“เฮอะ! งั้นก็แล้วไป ฮีโร่คะ ถ้าอย่างนั้นเดินทางกลับดี ๆ นะคะ ไม่รู้ว่าไอ้พวกที่ลอบทำร้ายคุณมันจะย้อนกลับมาอีกหรือเปล่า” คำพูดของฮานะทำให้ชายหนุ่ม รู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ ใครนะ..ที่คิดเล่นงานเขาถึงขั้นจะเอาชีวิตกันเลย พร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์ นาทีระทึกขวัญระหว่างความเป็ความตาย โชคดีขนาดไหนแล้วที่เขารอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ต่อจากนี้ไป เห็นทีว่าเขาจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็เท่าตัวเลยทีเดียวล่ะ
คุณคัทซึฮิโกะ เข้านอนแล้วั้แ่หัวค่ำ บ่นว่ารู้สึกง่วง เพราะวันนี้หล่อนพาท่านออกกำลังกายที่สนามหญ้าหลังบ้าน คงเพลีย ค่ำคืนนี้ช่างเป็ราตรีที่แสนจะเงียบเหงา น้ำรินนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงขนาดเล็กเพียงลำพัง คิดถึงเื่ราวที่ผ่านมาแล้วทำให้จิตใจหดหู่ คนที่มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองไกลลิบ แล้วแถมยังมาแบบไม่ได้ตั้งใจอย่างนี้มันช่างโดดเดี่ยวเดียวดาย คิดถึงคนที่อยู่เมืองไทย คิดถึงเพื่อน ๆ เพราะ่ที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่น หล่อนใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนมาตลอด แม้จะไม่เหลือญาติที่พอจะพึ่งพาได้ก็ตาม คิดถึงพ่อที่ทิ้งไปั้แ่หล่อนยังเล็ก อย่างไร้เยื่อใย ก่อนหน้า ที่จะมาที่นี่น้ำรินได้ยินข่าวจากญาติห่าง ๆ ว่า พ่อล้มป่วยเป็มะเร็งในสมอง ต้องเข้าห้องผ่าตัดด่วน หญิงสาวคิดไว้ว่าหากเสร็จจากงานศพของคุณวรกานต์แล้วจะไปเยี่ยมเสียหน่อย แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็ไปตามที่วางไว้เสียแล้ว
เสียงรถดังกระหึ่ม ไม่น่าจะต่ำกว่าสองหรือสามคัน ท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึกของเมืองโตเกียว ทำเอาน้ำรินถึงกับสะดุ้งตัวตื่น รีบลุกขึ้นมาเงี่ยหูฟัง เพราะห้องที่อาศัย อยู่ชั้นล่างแถวๆ ห้องโถงใหญ่ จึงได้ยินเสียงอย่างชัดเจน เสียงเปิดและปิดประตูรถกระแทก เข้าหากันอย่างแรง และต่อเนื่องถ้าให้เดา น่าจะห้าถึงหกคัน ใครกันนะ ถึงได้ทำการอุกอาจบุกเข้ามาถึงคฤหาสน์ อันใหญ่โตของนายฮิโรยูกิผู้ยิ่งใหญ่ในยามวิกาลอย่างนี้ โดยไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่า ถ้าหากว่ามีการบุกเข้ามาอย่างถือสิทธิ์แบบนี้ คงได้ยินเสียงไซเรนที่ติดไว้รอบบ้าน คงดังสนั่นหวั่นไหวไปแล้ว
ด้วยความตื่นเต้น ใ หญิงสาวก้าวลงจากเตียงทันที วันนี้หล่อนใส่ชุดนอนแขนยาวสีฟ้า ลายลูกหมีน้อย ยาวกรอมเท้า อารามรีบลุกจากเตียงทำให้ปลายเท้าไปเกี่ยวกับชายกระโปรง ทำให้เสียหลัก ล้มหัวคะมำปะทะกับบานประตูอย่างแรง
ตุ๊บ! โป้ก! โอ๊ย!
เจ็บเป็บ้าเลย! เ้าชุดนอนเฮงซวย อูย..ป่านนี้หัวคงปูดเท่าลูกมะนาวแล้วล่ะมั้ง บ่นกระปอดกระแปดในความซุ่มซ่ามของตัวเองเสร็จก็พยายาม พยุงกายลุกขึ้นมือก็คลำปัดป่ายตรงขอบประตู จนปลายนิ้วไปโดนสวิตช์ไฟเข้า ไม่นานนักภายในห้องนอนเล็กก็สว่างจ้าขึ้นมาทันที
ว๊าย!แย่แล้ว ทำยังไงดีคนข้างนอกจะไม่รู้แล้วหรือว่ามีผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แอบแฝงตัวอยู่ในนี้คนหนึ่ง สงสัยว่าหล่อนจะกลายเป็ศพแรกแน่ ๆ เลย ดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของหล่อนจะเป็จริงไปเสียแล้ว เมื่อมีเสียงเคาะประตูหนัก ๆ จากด้านนอก รัวถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
“น้ำริน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ เป็อะไรหรือเปล่า เปิดประตูสิ ทานากะ ไปเอากุญแจสำรองมา”
“เอ่อ..แต่ว่า” บอดี้การ์ดหนุ่มอึกอัก ยังไม่อยากทำตามเ้านายเพราะนั่นถือเป็การละลาบละล้วงห้องของคนอื่น โดยเฉพาะคนข้างในเป็ผู้หญิง แล้วเป็ยามวิกาลด้วย เขาไม่เข้าใจเ้านายหนุ่มนัก ตัวเองก็เจ็บสาหัสแทนที่จะไปพักผ่อน แต่กลับมาสนใจเื่ของคนอื่นอีก เพียงแค่ได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องนอนของหญิงสาวชาวไทยคนนั้น
“นายจะไปเอา หรือจะให้ฉันไปเอง ห๊ะ!” อุ๊ย! แย่แล้ว..ที่แท้เสียงรถนับสิบนั่น เป็คาราวานของนายจอมเฮี้ยบเองหรอกหรือ กลายเป็เื่ใหญ่ไปเสียได้ โธ่เอ๊ย! น้ำริน ทำไมเธอถึงไม่คิดสักนิดนะ ว่าน่าจะเป็เ้าของบ้านกลับมาแล้ว เฮ้อ.. ก่อนที่อะไรมันจะบานปลายมากกว่านี้ หญิงสาวจึงตัดสินใจบิดลูกบิดประตูเปิดออกไปอย่างหวาด ๆ ค่อย ๆ แง้มบานประตูช้า ๆ หวังว่าแค่จะเปิดแค่นิด ๆ หากไม่นิดเสียแล้วในความรู้สึก มือใหญ่หนาออกแรงเพียงนิดเดียว ตัวหล่อนก็ปลิวหวือปะทะเข้ากับอกแข็ง ๆ นุ่มหยุ่นของอีกฝ่ายอย่างจัง เพราะแรงกระชาก
อุ๊บ! ฮิโรยูกิ อุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความเจ็บจุก เมื่อร่างเล็กปะทะเข้ากับบริเวณแผลสดใหม่ของเขาเข้า กัดฟันกรอดข่มความเจ็บไว้ภายใน หายใจเข้าปอดลึกอึดใจหนึ่ง ก้มลงมองคนที่ทำให้เขามีอาการปวดหนึบ ที่แผลอย่างอาฆาต น่าแปลก..อาการเ็ปเมื่อครู่ แทบจะหายไปในทันทีเมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาว กลิ่นหอมของยาสระผม และกลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากเรือนกาย ใบหน้าขาวใส ที่ดูตระหนกช้อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตาคมของเขา วูบหนึ่งเขาอยากก้มลงไป ฉกริมฝีปากบางแดงระเรื่อนั่นนัก หากไม่มีเหล่าบอดี้การ์ดตัวสูงใหญ่ยืนออกันอยู่ด้านหลังเขานี่
จากการปะทะกันเมื่อครู่ทำให้แผลสดมีเืซึมออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีขาว อย่างรวดเร็วและเห็นชัดเป็วงปื้น น้ำรินเห็นภาพตรงหน้าถึงกับใสุดขีด รีบลนลานเอามือยันแผงอกหนา หญิงสาวสังเกตเห็นผ้าก๊อซบางใสพันรอบกายเขาอยู่ ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว กระดุมเปิดมาจนถึงเม็ดที่สาม เผยให้เห็นแผงอกแข็งแรง กำยำ พลอยทำให้ใบหน้าของหญิงสาวแดงขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
“คุณ..คุณมีแผล”
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วเธอก็เป็คนทำให้มันเืออกมาอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งล้างแผลมา บ้าที่สุดเลย” ชายหนุ่มทำเป็สบถอย่างหัวเสีย
“ปละ..เปล่านะ ฉันเปล่าทำ คุณต่างหากล่ะ ที่อยู่ดี ๆ ก็กระชากจนฉันชนกับตัวคุณน่ะ”
“ยังไงก็ช่าง เธอต้องทำแผลให้ฉันใหม่ ถ้าเกิดว่า เป็บาดทะยักขึ้นมาละก็..เธอต้องรับผิดชอบ” ร่างสูงก้มลงมากระซิบติดริมหู ชวนให้ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว อ๊ะ!รับผิดชอบหรือ? รับผิดชอบยังไง? หรือเขาจะให้หล่อนตัดเนื้อมาแปะให้เขาอย่างนั้นน่ะหรือ?
“เอาล่ะ! พวกนายกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ ไม่ต้องห่วงฉัน อ้อ..ทานากะรีบสืบหาตัวไอ้คนที่มันเล่นงานฉันวันนี้ ให้ได้เร็วที่สุด เพราะมันจะต้องได้รับบทเรียนกลับคืนไปอย่างสาสมแน่นอน” ฮิโรยูกิ เอี้ยวตัวไปพูดกับลูกน้องคนสนิทด้วยภาษาที่ น้ำรินฟังแล้วไม่เข้าใจอีกตามเคย โดยที่ไม่ยอมปล่อยร่างหล่อน ยังคงกอดแนบไว้กับอกอยู่อย่างนั้น บรรดาการ์ดตัวใหญ่ั์ โค้งคำนับให้กับเ้านายก่อนจะทยอยกันเดินไปขึ้นรถ แล้วขับออกไปจนหมดเกลี้ยง เสียงกระหึ่มดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะเงียบเสียงลงในเวลาต่อมา ทิ้งไว้แต่เพียงความเงียบระหว่างหล่อนกับเขา
“ถึงตาเธอแล้ว เป็พยาบาลไม่ใช่หรือ? ตามขึ้นไปทำแผลให้ฉันบนห้องด้วย นั่น..กล่องยา ฉันบอกให้เ้ายูอิจิ เตรียมอุปกรณ์พวกนี้ให้พร้อมไว้แล้ว เพราะฉันบอกมันว่า ที่บ้านมีพยาบาลอยู่ทั้งคน ไม่จำเป็ต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลทุกวันก็ได้ มันเลยจัดของให้เพียบเลย” พูดจบ ร่างสูงก็ผละออกไป ทำท่ายักไหล่เดินตรงไปยังบันไดรูปครึ่งวงกลมนั้น แต่จู่ ๆ ร่างสูงก็หยุดชะงัก หันกลับมาพูดกับหญิงสาวอีก
“ชุดนอนนี่ของใคร? เอาทิ้งไปได้เลย พรุ่งนี้ฉันจะให้คนเอามาให้ใหม่ หึ..กะโปโลสิ้นดี” คำพูดจากปากบางเฉียบของคนตรงหน้าส่งผลให้แก้มของหล่อนแดงขึ้นมาอีกรอบจนได้ ใบหน้าออกร้อนซู่ คนบ้า! ฉันจะเอาชุดนอนดี ๆ มาจากไหนกันล่ะ ดีเท่าไหร่ที่มิกะเอามาให้ ไม่อย่างนั้นละก็..มีหวังหล่อนต้องใส่แต่ชุดเดิม ๆ เน่าตายกันพอดี
น้ำรินเปลี่ยนชุดที่ดูรัดกุมมากกว่าเก่า นั่นก็คือชุดวอร์มแบบนักกีฬา ชุดนี้หล่อนเพิ่งได้มาจากเมทสาวเมื่อเช้านี้เอง กะไว้ว่าจะเอามาใส่ตอนที่พาผู้สูงอายุออกกำลังกาย หากตอนนี้หล่อนจำเป็ต้องหยิบมันมาใส่เสียก่อน กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะคนอย่างนาย ฮิโรยูกินั่นปากร้ายยิ่งกว่าอะไร ขืนหล่อนใส่เสื้อผ้าแบบสบาย ๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าให้ท่าเท่านั้น
“เข้ามาสิ..จะเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนั่นจนถึงเช้าเลยไหม ฉันจะได้นอนก่อนเพลียจะแย่อยู่แล้ว” อ๊ะ! ตาโหดนี่ปากร้ายชะมัดเลย ทำไมไม่ให้โอกาสกันบ้างนะ มีผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนเขามาเคาะประตูห้องผู้ชายดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้กันเล่า แม่ฉันสอนมาดีนะ เป็ผู้หญิงให้รักนวลสงวนตัว เคยได้ยินไหมสำนวนนี้ อีตาโหด ค่อนแคะคนข้างในจนพอใจ พร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็ปกติ ก่อนจะเคาะประตูสองครั้ง แล้วบิดลูกบิดประตู ถือวิสาสะก้าวขาเข้าไปในห้องของชายหนุ่มอย่างประหม่า
หญิงสาวค่อยๆ แง้มประตูทีละนิด ก่อนจะแทรกตัวเองเข้าไปยังห้องนอนอันกว้างขวาง จุดแรกที่เห็นอยู่ตรงกลางห้องใหญ่โอ่โถง นั่นก็คือเตียงกว้างตั้งเด่นอยู่ สายตามองผ่านไปทั่วห้องพลันสะดุดอยู่ที่ภาพถ่ายกรอบขนาดกลางติดอยู่กับผนังห้อง น้ำรินเดินไปหยุดมองนิ่งที่ภาพนั้นอย่างเผลอไผล ภาพครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้า ตอกย้ำปมด้อยของตนเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ั้แ่เล็กจนโตหล่อนไม่เคยได้ถ่ายรูปครอบครัวอย่างนี้เลย น้ำรินเคยฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งหากเธอมีครอบครัวจะถ่ายรูปแบบนี้ไว้เป็ที่ระลึกเมื่อยามคิดถึงกัน
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ