ตอนที่ 33 สูญเสียความมั่นใจ
แต่ตัวเองยังมั่นใจว่าสามารถจัดการเอี้ยก้วยให้หมอบแทบเท้าได้ เพราะเข้าสู่การเป็นจอมยุทธอสูรแล้ว จึงแน่ใจว่าหลังจากแปลงร่างเป็นสัตว์อสูร จะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน การที่ต่อสู้ด้วยร่างกายเพียวอาจจะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป แต่กลับจอมยุทธอสูรที่เมื่อแปลงร่างแล้ว จะสามารถใช้พลังของสัตว์อสูร แล้วจุดเด่นนั้นๆได้ จึงมีโอกาสชนะเหนือกว่าคนที่ไม่ได้เป็นจอมยุทธอสูร
ตอนนี้คุณชายสี่ที่แปลงรูปร่างแล้ว มีรูปร่างเสือซีต้าร์ เป็นสัตว์อสูรระดับทองแดง 9 มีกรงเล็บที่แหลมคมโผล่ออกมาจากนิ้ว มีเขี้ยวที่แหลมคมตรงปาก
"หึหึ เจ้าสวะ ข้าจะให้เห็นถึงความน่ากลัวของร่างอสูรนี้ด้วยร่างกายของเจ้าเอง"
คุณชายสี่ที่แปลงร่างเรียบร้อย จึงกล่าวออกมาด้วยความเครียดแค้น
เอี้ยก้วยที่รออีกฝ่ายแปลงร่างเสร็จ ก็เหนื่อยหน่ายอย่างมาก เนื่องจากใช้เวลาหลายนาที กว่าจะแปลงร่างเสร็จ ตัวเองมีโอกาสจัดการระหว่างที่อีกฝ่ายแปลงร่างได้หลายครั้งด้วยซ้ำ
แต่เอี้ยก้วยเลือกที่จะไม่โจมตีระหว่างนั้น เนื่องจากอยากจะจัดการขยี้อีกฝ่ายทันที่อีกฝ่ายใช้พลังออกมาเต็มที่หมดแล้ว จะเป็นการขยี้ ขย้ำศักดิ์ศรีทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกันเลย
เฟี้ยวววววว
ฉั่ววววววววววววว
"อ๊ากกกกก"
และเป็นอีกครั้งที่เอี้ยก้วยจัดการอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ด้วยการสวนกลับด้วยความเร็วกว่าฝ่ายตรงข้าม
"เป็นไปได้ไงกัน"
คุณชายสี่ไม่เชื่อสายตาตัวเอง หลังจากที่เอี้ยก้วยแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรได้
"เจ้าไม่เคยฝึกเป็นจอมยุทธอสูรมาก่อนเลยนี้น่า"
คุณชายสี่พูดด้วยความแปลกใจ
"ใช่ตอนอยู่ตระกูลเอี้ยข้าไม่เคยฝึกยุทธมาก่อน แต่ใช่ว่าข้าออกจะตระกูลเอี้ยแล้ว ใช่ว่าจะไม่สามารถมีวิธีการฝึกยุทธได้เลยรึ"
เอี้ยก้วยตอบกลับ
"แต่ถึงแบบนั้น ข้าที่ฝึกยุทธมาก่อนเจ้าก็ไม่น่าที่จะแพ้เจ้าได้"
คุณชายสี่ไม่เชื่อว่าตัวเองที่ฝึกยุทธมาก่อนจะพ่ายแพ้คนที่ฝึกยุทธแค่ไม่กี่เดือนได้
"พี่ชายช่างอ่อนต่อโลกนัก คนที่ฝึกยุทธก่อนใช่ว่าจะประสบสำเร็จ แล้วเหนือกว่าคนที่ฝึกทีหลังเสมอไป"
เอี้ยก้วยที่เห็นอีกฝ่ายไม่เข้าใจโลกของจอมยุทธมากนัก ก็รู้สึกสมเพชขึ้นมา แต่จะโทษอีกฝ่ายก็ไม่ถูก ในเมื่ออีกฝ่ายอายุยังน้อยนัก จึงอ่อนต่อโลก ไม่งั้นจะมีคำว่าอัจฉริยะในรอบร้อยปี พันปีกันทำไม
ผิดกับตัวเองที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย ที่เห็นคู่ต่อสู้ที่เจอมามีแต่อายุเยอะร้อยปีขึ้นทั้งนั้น น้อยมากที่จะมีจอมยุทธอสูรระดับสูงที่อายุน้อยกว่าร้อยปี ยิ่งต่ำกว่า 50 ปีก็แทบนับได้ แต่ตัวเองที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะในรอบหมื่นปี ที่ประสบความสำเร็จต่ำกว่า 30 ปีจึงเร็วกว่าอัจฉริยะคนอื่นราวกับเป็นเศษผง ไม่เห็นค่าในสายตา
"แต่ข้ามีจิตอสูรของ เสือซีต้าร์ ที่เป็นสัตว์ทองแดง 9 เชียวนะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเร็วอีก แต่ทำไมยังแพ้แกอีก"
คุณชายสี่ก็ยังแปลกใจ ที่จิตอสูรตัวเองจะพ่ายแพ้จิตอสูรฝั่งตรงข้ามง่ายๆแบบนี้
เอี้ยก้วยที่ไม่ตอบคำถามอะไรอีก เริ่มเดินเข้าหาอีกฝ่ายเรื่อยๆ จนทำให้อีกฝ่ายต้องเดินถอยหนี หลังจากแพ้มาแล้วสองครั้งต่อเนื่อง ทั้งตอนที่ไม่แปลงร่างกับแปลงร่าง ทำให้ความมั่นใจที่จะชนะเริ่มหดหายไป
ผู้ติดตามจงที่ดูการต่อสู้อย่างห่างๆ ที่เห็นแล้วว่าคุณชายสี่ที่ตัวเองดูแลปกป้องอยู่ สูญเสียความมั่นใจต่อสู้ไปแล้ว จึงต้องขยับตัวออกมาขวางเอี้ยก้วยไว้ทันที
"ถอยไปซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
ผู้ติดตามจงพูดด้วยพลังที่แฝงความกดดันของกลิ่นอายลมปราณไว้ด้วย
เอี้ยก้วยที่ตอนแรกเปิดเผยพลังของ ผู้ฝึกหัดขั้น 9 ออกมาสำหรับต่อสู้กับคุณชายสี่ก็เพียงพอแล้ว