STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

ภาคที่ 8 Freight ตอนที่ 11 เสือเผ่น

“พูดภาษาของเราได้ด้วยสินะ ดูเหมือนพวกแกจะทำการบ้านมาหนักหน่วงเอาเรื่องเลยนี่”

“เป็นปลาที่พูดมากน่ารำคาญจังวะ” เซนถลึงตามองตอบรับความองอาจของแม็กซ์

“เหอะ แกมันก็น่ารำคาญเหมือนกันนั่นแหละ เป็นแค่ชาวแผ่นดินแต่กล้ามาลอยหน้าลอยตาบนผืนน้ำของฉัน”

“โธ่เอ๊ย กิของเราขออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่แล้วแท้ ๆ แต่มีปลาแปลกหน้ามาบอกว่าเป็นที่ของตัวเองซะงั้น...”

พูดไม่ทันขาดคำแม็กซ์ก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับง้างหมัดขวาชกเซนกระเด็นลงน้ำไปเลย

“เห็นไหมล่ะ พูดมากอยู่ได้ก็เลยต้อง...”

พูดไม่ทันขาดคำเซนก็พุ่งขึ้นมาจากน้ำเข้ามาถีบหน้าแม็กซ์ด้วยขาคู่จนเขากระเด็นลงน้ำไป เสียงหัวเราะดังลั่นด้วยความสะใจแถมยังชี้หน้าแม็กซ์ทำเหมือนเป็นตัวตลก

“เห็นไหมล่ะ?” เซนยักคิ้วเยาะเย้ยพร้อมกับกวักมือท้าทาย

“เจ็บเหมือนกันนี่หว่า” แม็กซ์เดินบนผิวน้ำด้วยท่าทางสบายใจเหมือนกำลังเดินในสวนหลังบ้าน รอยยิ้มฉีกกว้างจนเห็นฟันแหลม ๆ จำนวนมากทำเอาเซนขนหัวลุก

“ไปหาหมอฟันบ้างนะ”

“พูดอะไรวะไม่เห็นเข้าใจ...”

ทั้งสองจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเพ่งรวมมานาเสริมกำลังไปทั่วร่าง การปะทะกันหมัดต่อหมัดทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปถึงอีกฟากที่พวกฟรานอยู่

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมเจ้าเคนถึงบอกให้เตรียมกำลังพลมาด้วย” เขาหัวเราะเยาะชอบใจอย่างกับคนบ้าและแลกหมัดกับเซนไม่พัก

“ยังจะพูดมากอีกเหรอวะ !”

เซนเหวี่ยงหมัดขวาทะลวงเข้าที่คางด้วยมานาเสริมกำลังอันหนักแน่น ความรู้สึกมึนงงทำให้แม็กซ์ออกหมัดได้ช้าลงนั่นทำให้เซนได้จังหวะกระหน่ำหมัดใส่ จังหวะสุดท้ายเซนก็ได้คว้าเอาดาบยักษ์ขึ้นมาเพื่อปิดฉากมนุษย์เงือกตรงหน้าแต่พื้นเสริมกำลังของคานะก็ดันพังทลายโดยคลื่นน้ำที่พุ่งขึ้นมาเสียก่อน

“สุดยอดไปเลย !” แม็กซ์ล้มเลิกการตัดสินกันด้วยหมัดและหันไปใช้เวทมนตร์ที่ตนเองถนัดแทน คลื่นน้ำที่ทำลายพื้นเสริมกำลังทำให้เซนตกลงไปในน้ำแทนแต่ความรู้สึกของเขากลับเหมือนตกลงไปในกำมือของแม็กซ์มากกว่า

“นะ...น้ำมีชีวิต !” เซนพยายามจะสลัดให้หลุดแต่ก็ถูกคลื่นน้ำห่อหุ้มร่างไว้ราวกับโดนมือขนาดยักษ์กำและบีบกะจะให้ตายคามือ

“มันคือเวทมนตร์เว้ย !” คานะพยายามแทรกแซงการควบคุมจากแม็กซ์ให้ได้แต่มานาของเขาแข็งแกร่งกว่ามากแถมยังเชี่ยวชาญจนหาจุดอ่อนได้ยากยิ่ง

“มือใหม่อย่างเธอจะมาแย่งการควบคุมของฉันเนี่ยนะ? ให้ไปฝึกอีกสักร้อยปีก็แล้วกัน” สุดท้ายพื้นเสริมกำลังของคานะก็โดนพังไปด้วยและเธอก็โดนคลื่นน้ำจับตัวไว้เช่นกัน

มวลน้ำมหาศาลค่อย ๆ บีบอัดร่างของทั้งสอง ขณะที่แม็กซ์กำลังยิ้มเริงร่าให้กับชัยชนะก็ดันมีไอน้ำลอยขึ้นมาจากตัวเซน

“ให้ตายสิ ถ้าอยู่บนบกแกคงโดนย่างไปแล้ว” คลื่นน้ำเหล่านั้นถูกความร้อนแผดเผาจนระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศทำให้แรงในการบีบอัดน้อยลงเรื่อย ๆ

“ฝืนไปก็เท่านั้นแหละ” แม็กซ์เพิ่มมวลน้ำเข้าไปอีกเพื่อทดแทนส่วนที่ระเหยออกไปแต่เซนก็ยิ่งเร่งความร้อนเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ กลายเป็นต่างคนต่างผลาญมานามหาศาลไม่หยุด

“ก็มาสิวะ !” ต่างคนต่างเพ่งรวมมานาออกมาให้มากที่สุด

ขณะที่ทั้งสองกำลังวัดพลังกันอย่างบ้าคลั่งก็มีลูกศรสายฟ้ายิงเข้าที่หัวของแม็กซ์

“เธอหลุดออกมาจากเวทมนตร์ของฉันได้ยังไง?” ลูกศรสายฟ้าของคานะทำได้แต่ถ่วงเวลา ถ้าหากต้องการเพิ่มความรุนแรงก็ต้องใช้เวลาร่ายซึ่งอาจทำให้เซนพ่ายแพ้ต่อการดวลและเสียชีวิตก่อน

คานะไม่ตอบอะไรแต่กลับยิงศรมานาใส่ไม่ยั้งเพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้เซนหลุดออกจากเวทมนตร์วารีของแม็กซ์

“น่ารำคาญฉิบหายเลย !” แม็กซ์ใช้เวทมนตร์ควบคุมคลื่นน้ำไล่ตามคานะที่วิ่งบนพื้นเสริมกำลัง วินาทีที่คลื่นน้ำกำลังจะจับตัวเธอได้เซนก็เหวี่ยงดาบยักษ์ฟันเข้าที่ช่วงลำตัวแม้มันจะโดนลดแรงกระแทกด้วยเสริมกำลังแต่ก็ทำให้แม็กซ์ได้แผลเสียที

แม็กซ์กัดฟันแน่นหมุนตัวเตะเพื่อเว้นระยะแต่เซนก็รับมันตรง ๆ จากนั้นก็เตะตัดขาให้แม็กซ์เสียหลักเป็นจังหวะเดียวกับที่คานะเตรียมลูกศรสายฟ้าไว้อยู่แล้ว

การต่อสู้ของพวกเขาสองคนเข้าขากันจนเหมือนรู้ความคิดอีกฝ่าย ทุกครั้งที่เซนจะเดินหรือขยับไปไหนคานะก็จะสร้างพื้นเสริมกำลังให้เหยียบ ทุกครั้งเซนสร้างโอกาสคานะก็จะยิงศรเวทมนตร์ใส่ทันทีโดยไม่ต้องกลัวว่าเซนจะโดนไปด้วยหรือไม่

“ทางโน้นเหมือนจะเริ่มเอาจริงแล้วสินะ” ไคหันมองไปยังคลื่นน้ำและมานามากมายที่ซัดกันไปมาจนสัมผัสได้แม้จะอยู่ไกลเป็นกิโลเมตรก็ตาม

“ดูสบายใจจังเลยนะ” แคทเทอรีนยิงกระสุนน้ำแข็งใส่เสมือนคำทักทาย

“นั่นคงกำลังด่าอยู่ใช่ไหม?” ไคเอียงคอหลบและมองด้วยความสงสัยเพราะฟังไม่ออกว่าพูดอะไรกันแน่

“เฮ้ย ๆ ทำหน้าแบบนั้นคงกำลังเยาะเย้ยอยู่สิท่า” ต่างคนต่างฟังกันไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังขยันพูดตอบโต้กันไปมา

“เมื่อกี้เธอด่าพี่ฉันเหรอ ! ต้องโดนสั่งสอนสักหน่อยแล้ว” ไคขว้างเมือกเหนียว ๆ ใส่ซึ่งถูกป้องกันได้ด้วยโล่มานาธรรมดา

“ไอ้เวรนั่นมันปาอึใส่เราด้วยว่ะ !” แคทเทอรีนยิงเวทมนตร์น้ำแข็งสวนกลับแต่ไคก็ดำน้ำหนีไปอีกฝั่งแทน

ไม่คิดว่ากำแพงทางภาษามันจะลำบากขนาดนี้นะเนี่ย ฟรานนั่งมองตาปริบ ๆ ไม่กล้าเข้าไปขัดกลางมรสุม

“หน็อย ! ปากคอเราะรายขนาดนี้รอดมาถึงตอนนี้ได้ยังไงวะ” แคทเทอรีนเริ่มหมดความอดทนกะจะใช้พิภพสะซังคะสะพรั่งแต่ทีโอน่าก็ห้ามไว้ก่อน

“เรือของเรายังอยู่ในระยะอยู่เลยนะ ถ้าขืนใช้เวทมนตร์นั่นเดี๋ยวก็โดนคุณซึฮากิบ่นอีกหรอก”

“เวรเอ๊ย ! ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง”

ขณะเดียวกันไคก็ยังขว้างเมือกเหนียว ๆ ใส่ไม่หยุดทั้ง ๆ ที่มันทำอะไรพวกเธอไม่ได้

“ลองลดรัศมีลงไหม?” ฟรานกล่าว

“ลดรัศมีเนี่ยนะ? แล้วมันต้องทำ...” แคทเทอรีนเงียบปากไปก่อนจะพูดจบเหมือนนึกอะไรได้

เราใช้การกระทืบเท้าเพื่อกระจายมานาออกไป ถ้าลดรัศมีก็ต้องลองอะไรที่มันเบากว่านั้นเหรอ เธอค่อย ๆ นึกถึงภาพตอนที่ตนเองใช้พิภพสะซังคะสะพรั่งและการปั้นน้ำแข็งที่ต้องค่อย ๆ บรรจงให้เป็นรูปร่างที่ต้องการ ยิ่งใช้จุดปล่อยมานาเล็กเท่าไรก็ยิ่งควบคุมความละเอียดของมันได้มากเท่านั้น

“ฉันจะลอง [พิภพสะซังคะสะพรั่ง]” เธอย่อตัวลงนั่งชันเข่าและค่อย ๆ วางมือลงบนผิวน้ำเสมือนการมอบพรจากนักบวช

ทันใดนั้นน้ำทะเลบริเวณรอบ ๆ รัศมีกว่าหนึ่งร้อยเมตรถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วจนไคหนีไม่ทัน

“ไอ้การปั้นน้ำแข็งมันใช้ได้จริงด้วย” แคทเทอรีนเองก็ยังทึ่งในความสามารถของตนเอง การควบคุมมานาทำให้ขอบเขตของเวทมนตร์เปลี่ยนไปซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดจะลองเลยสักครั้ง

“สุดยอดเลยแคทเทอรีน ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณซึฮากิถึงให้ฝึกอะไรแบบนั้น”

“อือ ๆ ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน แล้วถ้าแบบนี้ฉันอาจจะสร้างรูปปั้นมังกรได้แล้วก็ได้” พูดจบแคทเทอรีนก็นั่งปั้นมานาให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแต่สุดท้ายมันก็ไม่สวยเหมือนในรูปที่ซึฮากิวาดอยู่ดี

“เฮ้ย ๆ พวกแกลืมฉันแล้วหรือยังไง?” ไคกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดูไม่ร่าเริงเหมือนก่อนหน้านี้คงเพราะตัวครึ่งหนึ่งโดนแช่แข็งไปกับน้ำทะเลแล้ว

แม้ไคจะพยายามคุยด้วยแต่แคทเทอรีนก็สนใจการสร้างรูปปั้นมากกว่าโดยมีทีโอน่าคอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ

“แหม ๆ โดนเมินจนได้” ไคใช้มือทั้งสองข้างดันตัวเองขึ้นมาจากน้ำแข็งแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้พวกฟรานขนหัวลุก

“คะแคทเทอรีน...” ทีโอน่าชี้นิ้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว

“อะไร?” เธอมองตามที่ทีโอน่าชี้จึงได้เห็นร่างครึ่งท่อนของไคที่ดึงตัวเองขึ้นมาจนขาดแต่ก็ยังใช้มือทั้งสองข้างยันแทนเท้าได้และยังมีเครื่องใน อวัยวะภายในรวมทั้งกระดูกซี่โครงที่ถูมากับพื้นน้ำแข็งเป็นภาพอันน่าสยดสยองเกินจะรับได้

“ผะ…ผี !” ฟรานปิดตาร้องลั่น

“ไม่ใช่ผีโว้ย !” ไคตะโกนตอบกลับ หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มฟื้นฟูจนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

“เดี๋ยวนะ เธอพูดภาษาเดียวกับฉันได้นี่” พอฟื้นฟูร่างกายเสร็จเขาก็เอ่ยถามต่อทันที

“อืม...จะบอกว่าได้ก็มันก็ได้อยู่หรอก”

คำตอบกำกวมของเธอทำให้ไคยักไหล่ปล่อยวาง

“เอาเถอะอย่างน้อยก็คุยกันรู้เรื่อง...” ทันใดนั้นแคทเทอรีนก็ใช้รูปปั้นน้ำแข็งขว้างใส่ตอนเผลอจึงทับขาของไคได้พอดี

“แหม ๆ กะว่าจะคุยกับแม่สาวคนนั้นสักหน่อยแต่ก็ดันมีมารผจญซะได้” ไคดึงขาตัวเองจนขาดและไม่นานนักมันก็ฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง

“เมื่อกี้เจ้านั่นมันว่าอะไรนะ?” แคทเทอรีนหันไปถามฟรานด้วยความสงสัย

“อา...เขาบอกว่าอยากคุยกับฉันแต่ก็มีมารผจญมาขัด”

พอแคทเทอรีนได้ยินเช่นนั้นจึงใช้พิภพสะซังคะสะพรั่งแบบก่อนหน้านี้อีกครั้งแต่ครั้งนี้ไคกลับมองออกและป้องกันได้ทัน

“ถ้าโดนตอนไม่ทันตั้งตัวคงตายไปแล้วแน่ ๆ แต่พออยู่ต่อหน้าแล้วเห็นตอนกำลังจะใช้มันก็เลยป้องกันได้ง่าย ๆ ด้วยโล่มานา”

“ประโยคยาว ๆ เมื่อกี้มันพูดอะไร?” แคทเทอรีนยังคงต้องหันไปถามฟรานเหมือนเดิม

“อา...สั้น ๆ ก็คือเขารู้วิธีป้องกันเวทมนตร์ของเธอแล้ว”

“ถ้างั้นช่วยบอกมันทีว่าฉันจะแช่แข็งแกและเอาไปเป็นอาหารปลา”

“นั่นมันยั่วโมโหกันนี่คะ”

“ก็ใช่ไง ฉันจะยั่วให้มันโมโหตอบแทนที่มันชอบทำหน้าสบายใจแบบนั้น”

ในที่สุดการต่อสู้กันด้วยวาจาโดยมีฟรานเป็นล่ามแปลก็ได้เริ่มขึ้น ทั้งสองฝั่งต่างด่าทอกวนประสาทกันไปมาไม่หยุดเล่นเอาฟรานและทีโอน่าเหนื่อยใจจนถอนหายใจไม่พัก

เป็นเรือที่สุดยอดเลยทีเดียว วัสดุที่ใช้ก็ดูแน่นหนาแถมการออกแบบก็แตกต่างกับเรือสินค้าเมื่อก่อนพอตัวเลย

ปู่สันว่ายน้ำวนไปรอบ ๆ เพื่อเฝ้าสังเกตเรือยักษ์ทุกอณู ความสงสัยใคร่รู้ของเขาทำให้ซึฮากิเห็นช่องโหว่มากมาย

“เฮ้ ! เจ้าพวกชาวแผ่นดินที่อยู่บนเรือ ถ้ายอมลงมาดี ๆ ฉันจะไม่เอาถึงตายหรอกนะ”

พอไร้เสียงตอบรับจากบนเรือสันจึงก้มลงไปดูดน้ำเข้าปากซึ่งมันไปรวมกันอยู่ที่ถุงใต้คาง จากนั้นเขาก็พ่นน้ำใส่ท้องเรือแต่กลับมีโล่มานาป้องกันไว้ได้

การป้องกันแน่นหนากว่าที่คิดแฮะ “เฮ้ย ! พวกแกมันมนุษย์เงือกไม่ใช่เหรอทำไมถึงไปอยู่บนเรือของชาวแผ่นดินได้ล่ะ” เขาเงยหน้ามองเห็นสามมนุษย์เงือกกำลังแอบมองอยู่ด้านบนเรือและพอทั้งสองสบตากันพวกเขาก็หลบหน้าไปทันที

“พวกแกทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเองเหรอวะ ! ถ้าจับได้เมื่อไรฉันเอาพวกแกตายแน่” คำขู่เพียงไม่กี่คำก็ทำให้มนุษย์เงือกทั้งสามสั่นเป็นเจ้าเข้า

“พวกเราจะรอดไหมเนี่ย?” มือขวาถาม

“เชื่อมั่นในตัวพวกเขาสิ ไหน ๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วเราก็ต้องหวังพึ่งพวกเขาต่อไป” ลูกพี่มนุษย์เงือกสูดหายใจตั้งสติอีกครั้งและก้มลงไปสบตากับปู่สัน

“แน่จริงก็ขึ้นเรือมาให้ได้สิ !” เขาตะโกนลงไปหาปู่สันเป็นการยั่วโมโห

“ไอ้มนุษย์เงือกต่ำต้อยพวกนี้ช่างเหิมเกริมใหญ่แล้ว ไม่ต้องรีบไปเพราะอีกไม่นานพวกแกก็จะได้ตายสมใจอยาก” ปู่สันสูบน้ำทะเลเข้าปากมากพอที่จะเติมสระน้ำได้หนึ่งสระ ถุงใต้คางที่เหมือนจะเล็กจู่ ๆ ก็ขยายใหญ่จนเหมือนบอลลูนไม่มีผิด

ดึงความสนใจได้ดี ซึฮากิเฝ้ามองจากยอดสูงของเรือที่มองด้วยตาคงทำได้ยาก

สันหนึ่งในจ้าวทะเลที่มีอายุเกือบมากที่สุด เผ่าพันธุ์ของเขาหาอาหารด้วยการใช้ปากดูดปลาตัวเล็ก ๆ แล้วไปเก็บไว้ในถุงใต้คาง ปกติถุงใต้คางจะขยายได้หนึ่งถึงสองเท่าของลำตัวแต่เขานั้นต่างออกไป

ซึฮากิเตรียมปืนสไนเปอร์สำหรับซุ่มยิงพร้อมเหนี่ยวไก

ถุงใต้คางของเขาขยายได้อาจจะถึงหนึ่งร้อยเท่าของลำตัวและยังมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีก ยิ่งสูบน้ำเข้าไปมากเท่าไรการฉีดก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แถมการสูบน้ำก็ยังเป็นความสามารถพิเศษทางกายซึ่งถ้าผนวกรวมกับการใช้มานามันก็จะยิ่งเป็นการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ซึฮากิตั้งปืนสไนเปอร์กับกำแพงกันตกบนนั้นและยืนเล็งไปที่หัวของปู่สัน

เป็นคนที่ประมาทมากเลยนะหรือเพราะโดนเจ้าพวกนั้นยั่วโมโหก็เลยไม่สนใจรอบข้างเลย ถ้าสูบน้ำปริมาณมากมันจะทำให้ตัวหนักขึ้นส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ช้า ถ้าเป็นในการต่อสู้ซึ่งหน้าเขาคงเคลื่อนไหวไปด้วยสูบน้ำไปด้วยทีละนิด แต่ตอนนี้เขาไม่เห็นถึงอันตรายไม่คิดว่าจะมีใครมาทำอะไรตัวเขาได้ ด้วยการอยู่นอกระยะสายตาและส่งคลื่นมานาในลักษณะตรงข้ามทำให้เวทมนตร์ตรวจจับใช้ได้ยากขึ้นไปอีก งั้นขอให้โชคดีล่ะ

ซึฮากิลั่นไกปืนสไนเปอร์ใส่ปู่สันที่กำลังสูบน้ำ กระสุนปืนขนาดสามสิบมิลลิเมตรเจาะกะโหลกทะลุสมองของปู่สันตายในทันที เสียงปืนดังสนั่นทำให้ฝั่งเซนและพวกฟรานรู้ได้ทันทีว่าที่เรือมีคนบุกรุก

“ปะ...เป็นไปไม่ได้” มนุษย์เงือกทั้งสามยังต้องอ้าปากค้างเพราะหนึ่งในจ้าวทะเลผู้ที่ครอบครองและมีอำนาจเป็นอันดับต้น ๆ ของมหาสมุทรตายในการโจมตีครั้งเดียว

“ท่านสัน...เขาเป็นถึงจ้าวทะเลอาวุโสที่มีประสบการณ์การรบมามากกว่าหนึ่งร้อยปี...แต่กลับพบจุดจบเช่นนี้เหรอ?” มือขวากล่าวขณะที่กุมมือไว้อาลัย

“คิดดีแล้วแหละที่พวกเราไม่เป็นศัตรูกับซึฮากิ” มือซ้ายพูดพลางเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนที่ซึฮากิยืนอยู่

ไม่มีสัญญาณชีพจรแล้วแสดงว่าตายจริง ๆ ส่วนอีกสองคนก็คือแม็กซ์กับไคซึ่งเป็นจ้าวทะเลเหมือนกัน

ซึฮากิกระโดดลงมาตรง ๆ และลดแรงกระทบด้วยการใช้ลมต้าน

“ทำได้ดี หลังจากนี้พวกนายไปพักผ่อนได้เลย”

“แล้วคนที่เหลือจะสู้ไหวเหรอครับ?”

“อย่าห่วงไปเลย ยิ่งได้เจอคนที่แข็งแกร่งก็ยิ่งได้ก้าวข้ามขีดจำกัด ถ้าเกิดพวกเขาไม่ไหวก็ค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย”

ลูกพี่มนุษย์เงือกพยักหน้าตอบรับและพาคนอื่นกลับไปที่ห้องโถง

ทางฝั่งฟรานคงไม่ต้องเป็นห่วงแต่ทางเซนเนี่ยสิ ถ้าเกิดไปบ้าดีเดือดสู้แบบไม่มีสมองเดี๋ยวก็โดนเล่นงานจนได้ แต่ช่วงนี้เขาก็ฉลาดขึ้นเยอะแล้วนี่ ซึฮากิกลับไปที่ห้องควบคุมและต่อจอภาพเพื่อดูว่าสถานการณ์ทั้งสองฝั่งเป็นอย่างไรบ้าง

ดาบเพลิงสีชาดของเซนวาดเป็นวงกลมปะทะกับคลื่นน้ำของแม็กซ์ พอตัดผ่านคลื่นน้ำก็เลยเกิดช่องว่างให้เซนก็พุ่งเข้าประชิดเป็นเวลาเดียวกับที่คานะยิงลูกศรสายฟ้าช็อตลำตัวของแม็กซ์สร้างโอกาสให้

“ไอ้พวกขี้รุมเอ๊ย !” แม็กซ์ยื่นมือออกไปตรงหน้าพร้อมกับยิงคลื่นน้ำใส่เซนแต่มันก็โดนดาบยักษ์สีชาดฟันระเหยไปทันที สุดท้ายเซนก็หมุนตัวเหวี่ยงดาบฟันมือของแม็กซ์ขาดเป็นสองส่วนห้อยโตงเตง

แม็กซ์ใช้คลื่นน้ำเพื่อลากตัวเองลงไปใต้ทะเลหลบทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย

ดูสิพอเราอยู่ใต้น้ำพวกแกจะทำอะไรได้ แม็กซ์เงยหน้ามองขึ้นไปบนผิวน้ำดูการเคลื่อนไหวของหนุ่มสาวทั้งสอง

คลื่นน้ำสูงห้าเมตรพุ่งประกบพวกเซนจากทั้งสองฝั่ง ทั้งสองวิ่งเข้าหากันจากนั้นเซนก็เหวี่ยงตัวคานะขึ้นไปสูงกว่ายี่สิบเมตรเป็นเวลาเดียวกับที่เธอร่ายมานาสร้างเป็นมังกรวารี

ยอมตายแล้วช่วยผู้หญิงทำเท่เหรอ เดี๋ยวจะจัดให้ตามคำขอเลย คลื่นน้ำปกคลุมร่างของเซนและลากลงมาใต้น้ำลดโอกาสหนีให้มากที่สุด

แรงบีบอัดมหาศาลค่อย ๆ บีบร่างของเซนแต่เขาก็ใช้มานาเสริมร่างกายเพื่อต่อต้านแรงบีบเหล่านั้น

ตายซะไอ้เวร ฉันจะบดขยี้ให้แหลกเละเอาให้จำไม่ได้เลยว่าเป็นใคร

ขณะที่กำลังยิ้มสะใจจู่ ๆ ก็มีบางอย่างเคลื่อนผ่านลำตัวและมันก็ลากแม็กซ์ขึ้นมาบนผิวน้ำ

“เกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย !” มังกรวารีลากแม็กซ์ไปมาก่อนจะพุ่งขึ้นเหนือผิวน้ำราวกับการยิงจรวดขึ้นไปดวงจันทร์ ขณะเดียวกันคานะก็สร้างลูกศรเวทมนตร์เล็งแม็กซ์ที่ลอยอยู่เหนือทะเลเป็นเป้านิ่ง

ลูกศรสายฟ้ายิงเข้าเป้าทุกดอกต่อเนื่องหลายสิบนัดกว่าแม็กซ์จะร่วงลงน้ำและข้างล่างนั้นก็มีเซนที่บิดตัวเตรียมฟาดดาบรออยู่

“ตายสักทีเถอะน่า !” เซนเหวี่ยงดาบสุดแขนฟันร่างของแม็กซ์แต่กลับโดนโล่มานาป้องกันไว้ได้

“ยังหรอก !” เซนยังคงเหวี่ยงดาบฟันไปเรื่อย ๆ ไม่ปล่อยให้แม็กซ์ร่วงลงน้ำเสียที

“ยัง !” เซนยังคงฟันต่อไปเรื่อย ๆ แม้มันจะผลาญมานาและแรงกายมหาศาลก็ตามแต่ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกแล้วหรือเปล่า

บ้าที่สุด ทำไมข้าต้องมาลำบากเพราะพวกชาวแผ่นดินแค่สองคนด้วย จะใช้คลื่นน้ำใหญ่ก็ไม่มีเวลาแถมมานาก็ยังต้องเอามาป้องกันไอ้ดาบยักษ์นั่นอีก

แม็กซ์กลั้นใจรวมมานาไว้ที่มือและจับดาบของเซนเพื่อไม่ให้เขาเหวี่ยงมันอีก เขาหมุนตัวโดยใช้ดาบของเซนเป็นแกนจากนั้นก็เตะกลับหลังเข้าที่หน้าของชายผมทองตรงหน้า

“ฉันบอกว่ายังไงเล่า !” เซนกัดฟันแน่นไม่ยอมปล่อยดาบและขยับเท้าไปไหน เขาชักดาบกลับมาเพื่อดึงดาบออกจากมือของแม็กซ์จากนั้นก็แทงเข้าที่หน้าอกเข้าไปได้ถึงหนึ่งนิ้ว

ความร้อนสูงจากดาบทำให้มันเผาไหม้อวัยวะบริเวณนั้นจนใช้การไม่ได้แต่แม็กซ์ก็ไม่ยอมแพ้ใช้คลื่นน้ำที่ตนเองถนัดซัดพื้นเสริมกำลังทำให้เซนเสียหลักร่วงลงน้ำ

ขณะเดียวกันซึฮากิก็ยังเฝ้ามองผ่านกล้องส่องทางไกลเพื่อดูการต่อสู้ของพรรคพวกที่เขาเชื่อใจ

แม็กซ์เป็นจ้าวทะเลรุ่นใหม่ที่มีไฟในการออกล่าอาณาเขตของจ้าวทะเลตนอื่น ถ้าตามที่ได้ยินมาการต่อสู้ก็เป็นเสมือนของคู่กันกับแม็กซ์ เขาโหยหาแต่การต่อสู้ทุก ๆ วันและด้วยเทคนิคการใช้เวทมนตร์วารีทำให้เขาสามารถจับคนอื่นได้ง่าย ๆ

ตอนแรกที่แม็กซ์เหมือนจะเสียเปรียบแต่พอเซนใช้มานาและแรงกายไปเยอะทำให้เริ่มเหนื่อยล้า นั่นเป็นโอกาสที่แม็กซ์จะสวนกลับแต่ก่อนที่จะได้ทำคานะก็ยิงศรเวทมนตร์ดักไว้ก่อนเพื่อกันไม่ให้เขาทำอะไรเซนได้

“ฝากไว้ก่อนเถอะ !” สุดท้ายแม็กซ์ก็ยอมตัดใจและดำน้ำหนีไปก่อนที่เซนจะตั้งหลักได้

จ้าวทะเลที่โหยหาการต่อสู้กำลังหนีหัวซุกหัวซุน ถึงพวกเขาจะกำจัดไม่ได้แต่ก็เป็นการประกาศความแข็งแกร่งให้พวกมนุษย์เงือกได้รู้

ซึฮากิหันกล้องส่องทางไกลไปทางฟราน

ไคเป็นมนุษย์เงือกที่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ ปกติเผ่าพันธุ์ของเขาจะมีข้อจำกัดก็คือแกนที่อยู่ตรงหัวหรือบางคนก็อยู่ที่หัวใจจุดใดจุดหนึ่ง แต่เขาเป็นคนเดียวที่แกนกลางมีมากกว่าหนึ่งทำให้สามารถหลบเลี่ยงความตายได้ง่าย ๆ ขอแค่มีแกนกลางที่ยังสมบูรณ์ดีอยู่สักจุดหนึ่ง

“วัน ๆ คงเอาแต่เล่นอึเป็นเด็กแน่ ๆ ถึงได้มีนิสัยแบบนี้ !”

“เธอมันก็แค่ยายแก่ที่ควรอยู่บ้านเล่นกับลูกหลานนั่นแหละ !”

“ว่าใครแก่? ฉันยังไม่แก่เว้ย !”

“ผมขาวขนาดนี้ไม่แก่ได้ยังไง? พวกชาวแผ่นดินพอแก่ตัวไปก็ผมขาวกันหมดนั่นแหละ”

ฟรานต้องคอยแปลภาษาของทั้งสองตลอดเวลาจนคิดว่าสู้กันไปเลยจะรู้สึกดีกว่านี้อีก

“ไม่แก่อะไรทั้งนั้นแหละ เป็นปลาก็อยู่ส่วนปลาไปสิวะ”

“ไม่ใช่ปลาเว้ย ! ฉันเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งกว่านั้นเยอะ”

“อยู่ในน้ำมันก็คือปลานั่นแหละ”

“ตรรกะบ้าอะไรของเธอเนี่ย !”

ขณะที่กำลังเถียงกันไปมาแม็กซ์ก็ส่งสัญญาณด้วยเวทมนตร์คลื่นน้ำซึ่งก็คือสัญญาณถอยทัพ

“ฉันจะจำหน้าเธอไว้ ถ้าเจอกันคราวหน้าฉันเล่นเธอแน่” ไคชี้หน้าถลึงตามอง

“เออ ! ไม่ต้องแปลก็รู้ว่าพูดอะไร” แคทเทอรีนยกนิ้วขึ้นมาที่ระดับคอและลากผ่านลำคอเสมือนสัญญาณว่าฉันจะฆ่าแกแน่ถ้าได้เจอ

สุดท้ายไคกับแม็กซ์ก็พากันดำน้ำหนีกลับลงไปด้านล่างซึ่งการจะตามไปเป็นเรื่องยากก็เลยต้องปล่อยไป พอทุกอย่างกลับมาเงียบสงบพวกเขาก็กลับไปที่เรือหลักอีกครั้งซึ่งจะเห็นซึฮากินั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าเป็นจังหวะรออยู่ที่ห้องควบคุม

“หนีไปได้สองคน” น้ำเสียงอันเย็นชาทำให้พวกเซนนั่งคุกเข่าสำนึกผิดไม่ทันและยังมีมนุษย์เงือกทั้งสามมานั่งเป็นเพื่อนด้วย

“แม็กซ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งต้องใช้เวลารักษาพอสมควรเลย แต่ไคกลับไม่มีบาดแผลสักจุดเพราะความสามารถฟื้นฟู เอาเถอะ...อย่างน้อยเราก็แสดงให้เห็นว่าพวกเรามีศักยภาพมากพอที่จะต่อกรกับมนุษย์เงือกได้”

“แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะ? ในเมื่อพวกเขาโจมตีเราแสดงว่าการเดินเรือก็ทำไม่ได้แล้วสิ” ฟรานถาม

“นั่นสินะ ก่อนอื่นก็เอาเรือกลับท่าเป็นอันดับแรกจะได้ไปเตรียมเสบียงกับอาวุธเพิ่ม”

คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน