จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 81 ความลึกลับในสวนสมุนไพรวิญญาณ

            เมื่อมาถึงด้านหน้าของเตาปรุงยาเย่เฉินก็สูดหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็เรียกอัคคีเที่ยงแท้ออกมาและถ่ายเทเข้าสู่เตาปรุงยา

            สวีฝูก็ตามออกมาเอนกายลงบนเก้าอี้ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพสัปหงกแต่ก็ยังให้ความสนใจกับเย่เฉินอยู่ตลอด

            เวิง!

            ในไม่ช้าการปรุงยาของเย่เฉินก็เกิดข้อผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นเพราะสมุนไพรวิญญาณที่ถูกใส่เข้าไปบ้าง หรือความสะอาดของการเผาบ้าง

            เขาส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้แต่ก็ยังคงทำต่อไปอีกครั้ง

            ตลอดทั้งวันเขาใช้สมุนไพรวิญญาณที่เหลือทั้งหมดที่มี แต่กลับปรุงเม็ดยาหุยเสวียนได้เพียงสามเม็ด

            “เด็กคนนี้ก้าวหน้าเร็วเกินไปแล้ว”สวีฝูที่เอนกายอยู่บนเก้าอี้กำลังพูดถึงพรสวรรค์ที่น่าประหลาดใจของเย่เฉินอยู่เงียบๆ

            ตอนนั้นครั้งแรกที่เขาทำการปรุงเม็ดยาหุยเสวียน เขาต้องใช้สมุนไพรวิญญาณไปถึงเก้าสิบชุดซึ่งมีจำนวนเป็นสองเท่าของเย่เฉิน และครั้งที่สองที่เขาทำการปรุงเม็ดยาหุยเสวียนเขาใช้สมุนไพรวิญญาณไปถึงแปดสิบชุดแต่นึกไม่ถึงว่าเย่เฉินจะใช้ไปเพียงสิบกว่าชุดเท่านั้น

            “ทำไมจึงได้มีพรสวรรค์ในการปรุงยาที่น่ากลัวเช่นนี้ตาเฒ่าตันเฉิน เขาจะต้องตกใจแน่นอน” สวีฝูบ่นพึมพำ

            ความเหนื่อยล้าของร่างกายทำให้เย่เฉินทรุดตัวลงไปใต้เตาปรุงยา และหายใจอย่างเหนื่อยหอบ

            “สามเม็ด”เขาถือเม็ดยาหุยเสวียนทั้งสามเม็ดเอาไว้ เขาก็รู้สึกเบิกบานใจเขาไม่ได้หวังว่าจะต้องเก่งขึ้นมาภายในชั่วพริบตาเดียวแต่เขาต้องการจะก้าวหน้าขึ้นไปในทุกๆ วัน

            “รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังจิตวิญญาณบ้างไหม”เสียงดังขึ้นมา สวีฝูเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

            เย่เฉินพยักหน้าอย่างมีความสุข“ข้าพบว่าพลังจิตวิญญาณของข้าได้เพิ่มขึ้นตามการปรุงยาอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งขึ้นด้วยจิตใจก็สงบมั่นคงขึ้น”

            “ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กคนนี้จะไม่โง่!”

            “ผู้อาวุโสสวีท่านมียาบำรุงพลังจิตวิญญาณไหม” เย่เฉินลูบมือของเขาและยิ้ม

            “ข้ามีก็เป็นส่วนของข้าสิหากเจ้าอยากได้ ก็ไปปรุงเอง”

            “ก็ข้าไม่มีวิธีการเผามัน!” เย่เฉินมองไปยังสวีฝูด้วยสายที่เฉียบคม

            สวีฝูเหลือบมองเย่เฉินอย่างไม่สบอารมณ์จากนั้นก็หยิบม้วนคัมภีร์โบราณออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้เย่เฉิน

            เย่เฉินรีบรับมันไว้

            เมื่อหันไปมองคร่าวๆเขาก็พบว่าเม็ดยาที่มีชื่อว่าเม็ดยาจิตวิญญาณจัดอยู่ในเม็ดยาวิญญาณระดับหนึ่งแต่จากคำอธิบายแล้วลำดับของมันดูเหมือนจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าเม็ดยาหุยเสวียนไปเล็กน้อยและวิธีการปรุงของมันนั้นก็มีความยุ่งยากอย่างมาก

            “วิธีการเผายาที่ข้าให้เจ้าไปอย่าเอาไปบอกคนอื่นล่ะ” สวีฝูกล่าวเตือนเย่เฉิน“วิธีการเผายานั้นสำคัญมากสำหรับนักปรุงยา อย่าทำเป็นเรื่องเล็กน้อย”

            “เข้าใจแล้วๆ”เย่เฉินตอบกลับไปอย่างส่งๆ และก้มลงดูวิธีการเผายา

            “ค่อยๆดู” สวีฝูทิ้งประโยคสุดท้ายไว้และลุกเดินไปยังห้องโถงด้านในแต่ก่อนจะไปเขาก็ได้ทิ้งป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งเอาไว้ “หากยังขาดสมุนไพรวิญญาณชนิดใดเจ้าก็ใช้ป้ายคำสั่งของข้าเข้าไปเก็บที่สวนสมุนไพรวิญญาณ”

            “มีเรื่องดีงามแบบนี้ด้วยหรือ?” ถือป้ายคำสั่งของสวีฝูเอาไว้ในมือ ดวงตาของเย่เฉินก็เปล่งประกายทันทีนี่มันใบผ่านทางเลยนะ!

            ในเวลากลางคืนเขาก็มายังสวนสมุนไพรวิญญาณพร้อมกับป้ายคำสั่ง

            การมาสวนสมุนไพรวิญญาณอีกครั้งเขารู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น ในเมื่อมีป้ายคำสั่งอยู่ในมือแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป

            อ๊าโอ้...อ๊า...โอ้...!

            ยังคงเป็นเหมือนครั้งแรกเมื่อเข้ามายังสวนสมุนไพรวิญญาณได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงครวญครางของหญิงสาวดังมาจากศาลาเล็กๆ แห่งนั้น

            เย่เฉินส่งเสียงไอแห้งๆออกไป และลูบปลายจมูก นี่น่าจะเป็นเสียงครวญครางของหญิงสาวมันทำให้เขานึกถึงเรื่องความงดงามในคืนนั้นที่ผืนป่าอสูรเสียงนั้นในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะดังก้องอยู่ในหูของเขาซึ่งมันทำให้จิตใจของเขาในตอนนี้เตลิดเปิดเปิง

            เขาถอนความคิดกลับมาและกระแอมออกไป

            ทันใดนั้นก็มีเสียงตื่นตระหนกดังมาจากบนศาลา “เร็วเข้า รีบใส่เสื้อผ้า”

            ไม่นานก็มีศิษย์ชายคนที่มีนามว่าหลี่ซานก็เดินออกมา แม้แต่จะสวมชุดก็ยังไม่สวมให้เรียบร้อยเลยด้วยซ้ำ

            “มีเรื่องอะไรหรือ?” หลี่ซานถามอย่างนิ่งๆ

            “ผู้อาวุโสสวีให้ข้ามาเก็บสมุนไพรวิญญาณ”เย่เฉินพูดจบ ก็แสดงป้ายคำสั่งของสวีฝู

            “อ้อ...”เมื่อเห็นป้ายคำสั่งของผู้อาวุโสสวี ท่าทีของหลี่ซานก็เปลี่ยนไปในทันทีด้วยสีหน้าท่าทางของการประจบ ดูเหมือนว่าเมื่อได้เห็นป้ายคำสั่งก็เหมือนราวกับว่าได้เห็นสวีฝูตัวเป็นๆ

            “พวกเจ้าทำธุระต่อเถอะ”เย่เฉินขี้เกียจจะเสียเวลากับเขา จึงถือป้ายคำสั่งและเดินตรงเข้าไป

            สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือสมุนไพรวิญญาณจำนวนหนึ่งไร่ และแต่ละจุดล้วนมีพลังวิญญาณลอยอบอวลอยู่ทั้งยังมีสีสันดูงดงาม

            เขาไม่รอช้าหยิบวิธีการเผายาของเม็ดยาหุยเสวียนและเม็ดยาจิตวิญญาณเริ่มทำการเก็บสมุนไพรวิญญาณที่จำเป็นในการปรุงยาตามที่บันทึกไว้ในคัมภีร์

            ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนในครั้งนี้เขามีความมั่นใจขึ้นมาก ทำการเปิดถุงเก็บของ เหมือนกับกำลังเก็บเกี่ยวเมื่อเดินผ่านไป ทั่วทั้งบริเวณด้านหลังของเขาก็จะว่างเปล่าการกระทำทั้งหมดนี้ราวกับโจรกระทำ

            เวิง!

            ในขณะที่เขากำลังเดินอยู่นั้นอัคคีเที่ยงแท้ของทะเลลมปราณก็สั่นสะท้าน

            “ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย”เย่เฉินลุกขึ้น และมองไปยังทิศทางหนึ่ง

            เมื่อตอนที่เขามาที่นี่ครั้งแรกอัคคีเที่ยงแท้ก็สั่นสะท้านมันสามารถยืนยันได้ว่ามีของวิเศษอยู่ในสวนสมุนไพรวิญญาณแห่งนี้แต่เพราะครั้งก่อนต้องเร่งรีบ จึงไม่มีเวลามากพอที่จะค้นหาแต่ครั้งนี้เขามีป้ายคำสั่งอยู่เขาจึงสามารถตามหามันได้ตามสบาย

            เขาหยุดเก็บสมุนไพรวิญญาณชั่วคราวและเดินมุ่งไปในทิศทางหนึ่ง

            เขาไม่ได้หยุดเลยจนมาถึงส่วนลึกมุมหนึ่งของสวนสมุนไพรวิญญาณเขาจึงหยุดฝีเท้าลง เป็นเพราะไม่มีทางให้ไปต่ออีกแล้วเบื้องหน้าเป็นหน้าผาลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง

            เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นก็เหลือบมองลงไปด้านล่าง

            เมื่อมองดูแล้วเขาก็รีบถอนสายตากลับมา หน้าผาที่ไม่เห็นก้นบึ้ง แม้ว่าเขาจะมองเพียงพริบตาเดียวแต่มันก็ทำให้รู้สึกราวกับว่าจะถูกกลืนหายไปคนที่ไม่สามารถเหาะไปในอากาศได้อย่างเขา ไม่สามารถลงไปได้อย่างแน่นอน

            “มันจะต้องอยู่ด้านล่างแน่นอน”เย่เฉินพึมพำ และมองไปรอบๆ

            สถานที่แห่งนี้อยู่ติดกับภูเขาวิญญาณของสำนักเหิงเยว่แม้ว่าจะอยู่ในขั้นฝึกวิญญาณก็ยากที่จะเหาะไปยังหน้าผาแห่งนี้ยิ่งไปกว่านั้นคือที่นี่มีการวางกลต้องห้ามสกัดเอาไว้คนของศัตรูคงจะไม่โง่ถึงขนาดที่จะแอบเข้ามาที่แห่งนี้

            “ข้างล่างมีอะไรกันแน่”เย่เฉินลูบคางของเขา จากนั้นก็ขว้างก้อนหินลงไปก้อนหนึ่ง

            เพียงแต่ผ่านไปกว่าหนึ่งเค่อ เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงสะท้อนกลับมา

            เวิง!

            เวิง!

            อัคคีเที่ยงแท้เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

            “เจ้าจะขยับอย่างไรก็ไร้ประโยชน์เพราะข้าลงไปไม่ได้!”เย่เฉินกางมือออกอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าเจ้าอยากลงไป ก็ลงไปเองสิ!”

            นึกไม่ถึงอัคคีเที่ยงแท้ในทะเลลมปราณของเขาจะพวยพุ่งออกมา และมีแสงสีทองเส้นหนึ่งทอดยาวลงไป

            “เจ้าจะลงไปจริงหรือ!” เย่เฉินไม่ทันจะได้รับการตอบสนองอัคคีเที่ยงแท้ก็หายลับไปจากสายตาของเขาแล้ว

            ด้วยไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้วเขาจึงนอนคว่ำลงบนปากหน้าผาและมองลงไปด้านล่างแต่ก็เห็นแค่เพียงหมอกเมฆที่เลือนราง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเงาร่างของอัคคีเที่ยงแท้

            ผ่านไปเป็นเวลานานก็ไม่เห็นว่าอัคคีเที่ยงแท้จะกลับขึ้นมา

            “ไปให้พ้น”ทันใดนั้น เย่เฉินก็เหมือนจะได้ยินเสียงเช่นนั้นแต่ไม่รู้ว่าดังมาจากด้านล่างของหน้าผา หรือดังมาจากอากาศที่ว่างเปล่าหรือเขาอาจจะได้ยินผิดไป

            ไม่นานแสงสีทองเส้นน้อยก็สว่างวาบมาจากด้านล่าง

            “กลับมาแล้วหรือ”ดวงตาของเย่เฉินเปล่งประกาย

            วีด!

            อัคคีเที่ยงแท้กลับมาแล้วและก็พุ่งกลับเข้าสู่ทะเลลมปราณของเย่เฉิน

            ครั้งนี้มันกลับมาอย่างว่าง่ายอยู่ในทะเลลมปราณและมีท่าทีเศร้าโศกอยู่ในทะเลลมปราณของเย่เฉิน ดูเหมือนว่าจะกระสับกระส่ายขึ้นมาทั้งยังคงสั่นไหว แต่กลับไม่ใช่การสั่นไหวเหมือนได้พบกับของวิเศษแต่มันเป็นการสั่นสะท้านด้วยความกลัว

            “ด้านล่างมีอะไรกันแน่”เย่เฉินจ้องไปยังอัคคีเที่ยงแท้ของเขาด้วยความประหลาดใจนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอัคคีเที่ยงแท้มีท่าทีเช่นนี้

            อัคคีเที่ยงแท้ของเขามีสติปัญญาแต่มันกลับไม่สามารถพูดได้ แม้ว่าจะพบกับอะไรบางอย่างที่ด้านล่างของหน้าผาแต่กลับไร้วิธีการจะบอกกับเย่เฉิน

            เย่เฉินจึงทำอะไรไม่ถูกจากนั้นจึงเหลือบมองไปยังหน้าผาเป็นครั้งสุดท้าย และหันหลังกลับจากออกไป

            เขาถือถุงเก็บของเอาไว้และทำการเก็บสมุนไพรวิญญาณต่อไปอีกครั้ง จนกระทั่งเต็มถุงเก็บของแล้วเขาจึงเดินร้องเพลงออกมาจากสวนสมุนไพรวิญญาณ

            หลังจากเขาจากไปที่หน้าผาในส่วนลึกของสวนสมุนไพรวิญญาณก็ปรากฏภาพลวงตาของดวงตากลมโตที่เป็นภาพมายาขึ้นมา

            เพียงแต่ไม่นานดวงตาที่เป็นภาพมายานั้นก็ได้สลายหายไป