Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 65 ปฏิบัติการสายฟ้า

    หยางไคและหยางรุ่นชิงพร้อมด้วยคนของสำนักกู้ภัยเหยาตี้ ส่วนใหญ่ต่างล้วงเอาตั๋วสีเขียวชั้น 2 ขึ้นมากันละใบ ซึ่งมีราคาเพียง 20 อีแปะเท่านั้น แล้วส่งออกไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และมีตั๋วสำหรับห้องพิเศษซี่งมีราคาเพียง 40 อีแปะ ที่มีอยู่เพียง 1 ใบเดียว และอยู่ในมือของเด็กหนุ่มที่รับมือได้ยากผู้นี้ เนื่องจากเมืองท่ากิ่วกั๋งนั้นอยู่ไม่ไกลนัก ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วยาม (4 ชั่วโมง) ก็บรรลุถึงแล้ว จึงส่งผลให้ค่าตั๋วโดยสารนั้นมีราคาที่ย่อมเยาเป็นอันมาก ฝ่ายหัวหน้าหมู่โจวจิ้งห้าว เมื่อรับเอาตั๋วเรือมาพิเคราะห์ดูก็ยังวางท่าทีอยู่เช่นเดิมไม่มีผิด จากนั้นจึงกล่าวอย่างรู้ทันว่า“ระยะทางใกล้ ๆ เพียงแค่นี้เอง เหตุใดจึงต้องสิ้นเปลืองจ่ายค่าเช่าห้องพิเศษอีกเล่า ?” หากมองในมุมของผู้ให้บริการก็ช่างเป็นการเจรจาที่เสียมารยาทนัก แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นี้ย่อมวางตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย แม้แต่กับเด็กหนุ่มผู้พกพากระบี่ประจำตำแหน่งมาด้วยเช่นนี้ ? และซึ่งมันกะอาจจะได้ผลกับคนที่มีเป้าหมายบางอย่างในใจก็เป็นได้ ฝ่ายหยางไคนั้นไม่นึกไม่ฝันว่าการกระทำของตนจะยังมีข้อพิรุธสงสัยให้ผู้อื่นจับสังเกตได้ จึงตื่นตระหนกตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจแสดงท่าทีใด ๆ ออกมา ส่วนหยางรุ่นชิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงตะคอกกลับไปในทันทีว่า“ท่านมีหน้าที่ตรวจก็ตรวจไป หาไม่แล้วเราจะรายงานแก่นายเรือเอกหวางมู่ จะได้เปลี่ยนหน้าที่ให้ดีหรือไม่ !!” โจวจิ้งห้าวนั้นเป็นคนพาลมักกดข่มผู้อ่อนแลกว่าจนเป็นนิสัย แต่เมื่อเห็นจอมยุทธผู้นี้มีฝีมือและยศศักดิ์ฐานะก้ำกึ่งกัน ทั้งยังเห็นอีกฝ่ายว่ากล่าวออกมาด้วยความมั่นใจนักก็นึกเกรงกลัวอยู่ และแม้ว่าโจวจิ้งห้าวจะยังมิได้รับทราบว่าอีกฝ่ายสอบผ่านเป็นบู๊ซิ่วไฉ่แล้ว กลับสามารถคาดเดาอันตรายได้โดยสำนึก จึงเอ่ยไปว่า“ข้าพเจ้าเพียงตั้งข้อสังเกตเท่านั้น หากท่านถือสาก็ขออภัย” กล่าวเสร็จก็ยกมือคารวะหยางรุ่นชิง แล้วจึงเดินออกไปพร้อมลูกน้องอีก 4 นาย คล้ายมิได้มีอะไรเกิดขึ้น ฝ่ายหยางไคพอเห็นอีกฝ่ายจากไปแล้ว ก็ขอบคุณพี่ใหญ่หวงที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ จากนั้นจึงรีบเข้าห้องส่วนตัวตามแผนการที่วางเอาไว้ ..…ส่วนหยางรุ่นชิงได้สังเกตดูพฤติกรรมของคนสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่ก็เห็นชาย 5 คนลุกขึ้นออกไป แล้วสวนทางแล้วแลกเปลี่ยนบางอย่างในมือกับชายอีก 1 คน ที่กำลังเดินเข้ามาในห้องโดยสาร ก็ทราบว่าอีกฝ่ายสับเปลี่ยนหน้าที่กัน จึงรีบลุกขึ้นแล้วทำทีเดินออกไปสูดอากาศ เพื่อติดตามเป้าหมายไปด้วยความระมัดระวังยิ่ง ฝ่ายนักบู๊อีก 4 คน ในห้องสัมภาระ เมื่อเห็น 5 คนเข้ามาเปลี่ยนเวรแล้วก็ยินดีจึงรีบลุกขึ้นแล้วรับสิ่งของบางอย่างจากผู้เพิ่งเข้ามาเปลี่ยน แล้วจึงก้าวออกจากห้องไป ส่วนหยางรุ่นชิงซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วก็กลับไปตระเตรียมกับคนงานของตนเอาไว้ เพื่อรอคอยโอกาสจะเข้าทำการอย่างเหมาะสม..….ณ ห้องส่วนตัว หมายเลข ๑๒หยางไคนั้นเก็บตัวอยู่ในห้องไว้อย่างมิดชิดไร้ซุ่มเสียง จากนั้นจึงใช้ใบหูแนบที่ผนังของห้องพักฝั่งซ้ายก็ได้ยินเสียงพูดคุยต่าง ๆ นานา แต่ยังไม่อาจจับใจความใด ๆ  ได้ ก็นึกเสียใจอยู่..แต่พอผ่านไปสักพัก ก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูออกจากห้องไปแล้วเสียงก็เงียบสนิทลง จึงคาดว่าเป้าหมายได้ออกจากห้องพักไปแล้ว เด็กหนุ่มจึงรีบเปิดหน้าต่างแล้วมองออกไป ก็เห็นหน้าต่างห้องข้างๆ นั้นมิได้ล็อกกลอนเอาไว้ก็ให้ดีใจนัก จึงรีบปีนหน้าต่างไปนอกตัวเรือ แล้วเหวี่ยงตัวไปยังหน้าต่างบานของห้องข้าง ๆ จากนั้นกระโจนเข้าห้องไปอย่างแผ่วเบา เมื่อได้บุกรุกเข้ามาในที่ส่วนตัวของเป้าหมายเช่นนี้แล้ว เด็กหนุ่มย่อมต้องเร่งทำการโดยด่วนที่สุด ก็ค้นดูที่เตียงนอนก็เห็นหมอนที่หัวเตียงนั้นดูแปลกประหลาดอยู่ จึงลูบคลำดูจึงสัมผัสได้ว่ามีความแข็งกระด้างผิดปกติวิสัยนัก ครั้นพลิกผ้าคลุมเตียงออกดู จึงเห็นเป็นกระเป๋าหนังปริศนาวางอยู่ก็เปิดออกดูอย่างระมัดระวังหยางไคเห็นเอกสารแนบสินค้าของสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่ เพื่อใช้นำส่งสิ่งของจำนวน 3 ชิ้น ไปยังเมืองเหลียวตง(หลิวเซีย) ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อและใกล้กันกับแมนจูเรีย คาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งมองโกเลียอันเป็นถิ่นฐานเดิมของชาวมองโกลผู้ยิ่งใหญ่ จนทำให้เด็กหนุ่มอดคิดในใจมิได้ว่า ‘คนเหล่านี้กล้าขนดินประสิวออกไปถึงขอบชายแดนของต้าหมิงเช่นนี้ ย่อมมิอาจมองในแง่ดีได้เป็นอันขาด’ หยางไคจึงรู้สึกเกลียดชังคนเหล่านี้จนเกินระงับ แต่ก็ไม่อาจเสียเวลาได้มากกว่านี้ไปได้จึงรีบเก็บเอกสารเอาไว้กับตัว แล้วปิดกระเป๋าหนัง เลื่อนเอาผ้าขึ้นมาคลุมเตียงไว้เช่นเดิม จากนั้นทะยานร่างออกนอกหน้าต่างเพื่อกลับไปยังห้องพักของตนอย่างรวดเร็ว..….ครั้นถึงเวลาเปลี่ยนเวรฝ่ายหยางรุ่นชิงกับคนงานของสำนักคุ้มภัยเหยาตี้ เมื่อเห็นนักบู๊ 5 คนเดินผ่านเข้ามาใกล้ จึงจู่โจมจากทางด้านหลังด้วยการฟาดที่ท้ายทอยให้สลบคงไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นค้นร่างดูก็เก็บเอาป้ายเปลี่ยนเวรที่คนเหล่านั้นถือเอามาไว้กับตัวทั้งหมด จากนั้นมัดมือเท้าและปากแล้วนำทั้ง 5 ไปซ่อนไว้ในที่ลับตาคนซึ่งคนงานเหล่านี้แม้เพิ่งจะหัดเรียนวรยุทธ์ก็จริงอยู่ แต่ก่อนที่พวกเขาจะออกทำการนั้นได้มีโอกาสรับประทานโจกมันหวานจากฝีมือบู๊ซิ่วไฉ่ก็รู้สึกมีกำลังวังชาเป็นอันมาก จนสามารถสัมผัสได้ถึงพลังภายในอย่างไม่เคยมีมาก่อน จึงทำให้การปฏิบัติการในครั้งนี้ช่างสะดวกสบายเหมือนกับฝันไปก็ไม่ปาน จากนั้นหยางรุ่นชิงและคนงานทั้ง 5 คน เมื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและปกปิดใบหน้าดีแล้ว จึงเข้าไปในห้องสัมภาระแล้วส่งป้ายเปลี่ยนเวรให้กับอีกฝ่ายที่รอคอยอยู่ทั้ง 4 คนอย่างแนบเนียน ฝ่ายคนทั้ง 4 เมื่อได้รับป้ายมาแล้วก็กลับไปยังห้องโดยสารตามปกติ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนของสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่ ย่อมไม่รู้ระแคะระคายแต่ประการใดเลย ซึ่งย่อมเป็นโอกาสของฝ่ายสำนักคุ้มภัยเหยาตี้ ที่จะมีเวลาอย่างเหลือเฟือ ในการตรวจสอบและยืนยันสินค้าทั้ง 3 ห่อนั้นอย่างเต็มกำลัง หนำซ้ำพวกเขายังทำสัญลักษณ์บางประการไว้ที่ตัวสินค้าอีกด้วย ส่วนหยางไคใช้เวลาไปกับเอกสารสำคัญของสำนักคุ้มภัยเซี่ยงอวี่ จนกระทั่งเรือสำเภาจวนจะแล่นเข้าไปจอด ณ ท่าเรือกิ่วกั๋งอันเป็นเวลาที่ทีมงานได้นัดหมาย เพื่อจะเริ่มปฏิบัติการสยบศัตรูโดยมิทันได้ตั้งตัว ที่ประหนึ่งดังสายฟ้าฟาดลงมากลางกระบาล โดยปราศจากความเมตตาสงสารใด ๆ อีกต่อไปเลย..

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน