เมื่อพวกหลี่ลั่วสามคนเดินออกมาจากประตูตำหนักใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้แล้วทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมหันต์ทันที มันเป็นป่าทึบอันมืดมิดภายในป่ามีต้นไม้ยักษ์ตั้งตระหง่าน กิ่งก้านสาขาสีดำสนิทแผ่ออกไปบดบังท้องฟ้าทั้งผืน ชวนให้รู้สึกอึมครึม
พวกหลี่ลั่วมองดูป่าทึบอันมืดมิดแห่งนี้แวบหนึ่งจากนั้นสายตาก็ไปหยุดลงที่กำแพงผลึกแก้วด้านหน้าเห็นได้ชัดว่ามันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆ
บนกำแพงผลึกมีตัวอักษรปรากฏขึ้นส่องแสงออกมารางๆ
พวกหลี่ลั่วอ่านตัวอักษรอย่างละเอียดจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ด่านนี้เป็นการแย่งชิง‘ผลหน้าผี’ ”
ภายในป่าทึบอันมืดมิดแห่งนี้มีพืชชนิดพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง ถูกเรียกว่าต้นเถาวัลย์มารหน้าผีมันมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต ชอบฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เข้าใกล้จากนั้นก็นำศพฝังไว้ที่โคนต้นเพื่อดูดกลืนเลือดเนื้อมาหล่อเลี้ยงตัวเองให้เติบใหญ่
เมื่อต้นเถาวัลย์มารหน้าผีเจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็จะออก‘ผลหน้าผี’ ออกมา และด่านทดสอบด่านที่สองนี้ก็คือการแย่งชิง ‘ผลหน้าผี’มาให้ได้จึงจะได้รับคะแนนพื้นฐาน
“เจ้าต้นเถาวัลย์มารหน้าผีนี่จัดการยากไม่เบาเลยบนเถาวัลย์มันเต็มไปด้วยหนามพิษ โจมตีอย่างดุดันอำมหิต บอกตามตรงว่าต่อให้สู้แบบตัวต่อตัวแม้แต่คนที่มีพลังอัตลักษณ์ระดับแปดตราก็ยังยากที่จะแย่งชิงผลหน้าผีจากมันมาได้”จ้าวคั่วขมวดคิ้ว
เดิมทีอวี๋ล่างตั้งใจจะแอบหนีไปก่อนแล้วแต่ตอนนี้กลับชักเท้ากลับมา กล่าวว่า“ข้าเสนอให้พวกเราสามคนร่วมมือกันแย่งชิงผลหน้าผีมา เป็นอย่างไร?”
“เมื่อครู่นี้ข้าเห็นเจ้าเหมือนคิดจะแยกตัวออกไปคนเดียวนะ”หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
อวี๋ล่างกล่าวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรพวกเราเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายที่เพิ่งผ่านอุปสรรคอันยากลำบากมาด้วยกันเองนะ”
หลี่ลั่วส่ายหน้าไม่สนใจคำพูดที่ไม่น่าเชื่อถือของเจ้าหมอนี่อีกแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของอวี๋ล่าง ถึงแม้ว่าเขาอาจจะมีวิธีที่จะไปเอา‘ผลหน้าผี’ มาได้ด้วยตัวเอง แต่หากมีคนคอยช่วย มันย่อมต้องง่ายกว่าอยู่แล้ว
ในเมื่อทำให้ง่ายได้เช่นนั้นจะไปใช้วิธีที่ยากลำบากกว่าทำไม
“ไปกันเถอะ”
หลี่ลั่วเอ่ยพูดขึ้นมาจากนั้นก็เดินนำหน้าไปก่อน มุ่งหน้าเข้าไปในป่าทึบอันมืดมิดโดยตรงอวี๋ล่างกับจ้าวคั่วที่อยู่ด้านหลังก็รีบตามไปทันที
ทั้งสามคนเดินทางไปด้วยกันมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของป่า หลังจากเดินไปได้ราวสิบกว่านาทีพวกเขาก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างดังมาจากไกลๆ ทางฝั่งขวา
ทั้งสามคนสบตากันก่อนจะค่อยๆ มุ่งหน้าไป แหวกพุ่มไม้หนาทึบออกจากนั้นก็เห็นต้นไม้สีดำต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางบึงโคลนแฉะๆ ผืนหนึ่งต้นไม้นั้นมีเถาวัลย์สีดำพันอยู่เต็มไปหมด บนเถาวัลย์มีหนามแหลมคมสีดำเมื่อมันสะบัดไปมาก็ดูราวกับเป็นอสรพิษยักษ์สีดำ เกิดเสียงแหวกอากาศดังขึ้น
บนลำต้นที่หนาใหญ่ของต้นไม้นั้นเห็นได้รางๆ ว่ามีใบหน้าที่ดูน่ากลัวอยู่ใบหนึ่ง ชวนให้รู้สึกขนลุก
มันคือต้นเถาวัลย์มารหน้าผีนั่นเอง
แต่รอบๆต้นเถาวัลย์มารหน้าผีต้นนี้มีเงาร่างอยู่หกเจ็ดร่างพวกเขาต่างก็กำลังร่วมมือกันล้อมโจมตีต้นเถาวัลย์มารหน้าผีอยู่ประกายแสงพลังอัตลักษณ์สายแล้วสายเล่าถูกปลดปล่อยออกมาโจมตีใส่ต้นเถาวัลย์มารหน้าผีอย่างต่อเนื่อง
ส่วนต้นเถาวัลย์มารหน้าผีก็กำลังตอบโต้กลับอย่างดุดันอำมหิตเช่นกันเถาวัลย์ที่มีหนามพิษได้ฟาดฟันลงมาอย่างหนักหน่วงด้วยพละกำลังอันน่าตกใจฟาดใส่คนทั้งหกเจ็ดคนนั้นจนร้องโอดโอย
“อนาถมาก”
อวี๋ล่างทนดูต่อไม่ไหวความแข็งแกร่งของคนพวกนี้อยู่ในระดับธรรมดา เพียงแค่ระดับหกตราเท่านั้นถึงแม้จะอาศัยจำนวนคนเข้าช่วย แต่ก็ยังคงถูกต้นเถาวัลย์มารหน้าผีกดดันอยู่ดี
ทุกครั้งที่ถูกเถาวัลย์ฟาดใส่จนเกิดเสียงดังเพียะๆนั้นก็ทำให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับมีภาพของพ่อแม่ที่กำลังถือไม้เรียวลอยเข้ามาในหัวอย่างไรอย่างงั้น
ดังนั้นเพียงชั่วครู่เดียวกลุ่มคนที่รวมตัวกันขึ้นมาแบบชั่วคราวก็ถูกฟาดจนเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดก่อนจะหนีเตลิดเปิดเปิงไปโชคดีที่ขอบเขตการโจมตีของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีต้นนี้มีจำกัดมิฉะนั้นเกรงว่าพวกเขาคงไม่สามารถถอยร่นกลับมาได้ง่ายๆ เช่นนี้แล้ว
เมื่อทั้งสามคนเห็นเหตุการณ์อันน่าสยดสยองตรงหน้าแล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้
“เจ้าต้นเถาวัลย์มารหน้าผีนี่ดูจะตึงมือพอสมควรเลย”จ้าวคั่วกล่าวด้วยความกังวลเล็กน้อยถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเหนือกว่ากลุ่มคนเมื่อครู่แต่การที่จะฝ่าการโจมตีของเถาวัลย์อันบ้าคลั่งของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีไปแย่งชิงผลหน้าผีที่อยู่บนกิ่งก้านของมันมานั้นเกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่าย
“อวี๋ล่างเจ้าเข้าไปลองก่อน” หลี่ลั่วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอวี๋ล่างก็บ่นออกมาอย่างไม่พอใจทันที “ทำไมต้องเป็นข้าด้วยเล่า”
“เจ้ามีอัตลักษณ์ลมมีความเร็วมากที่สุด หากเจ้าไม่เป็นแนวหน้าแล้วจะให้ใครเป็นเล่า?” หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
อวี๋ล่างเถียงไม่ออกได้แต่สบถด่าก่อนจะเดินออกไป พลังอัตลักษณ์สีเขียวแผ่ออกมาจากร่างของเขาจากนั้นเงาร่างของเขาก็พุ่งออกไปราวกับสายลม คลื่นลมสาดกระจาย
“อืมสมกับเป็นบุรุษที่เร็วที่สุดของวิทยาลัยหนานเฟิงเราจริงๆ” เมื่อเห็นดังนั้นจ้าวคั่วก็เผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมา กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
หลี่ลั่วจ้องมองไปที่เงาร่างของอวี๋ล่างความเร็วของเจ้าหมอนี่มันสูงมากจริงๆและแค่ดูก็รู้ได้แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องทุ่มเทให้กับการบำเพ็ญในด้านความเร็วเป็นพิเศษอย่างแน่นอนซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก
ฉึก!
เมื่ออวี๋ล่างเข้าใกล้ต้นเถาวัลย์มารหน้าผีอย่างรวดเร็วแล้วอีกฝ่ายก็สัมผัสได้แล้วเช่นกันทันใดนั้นเถาวัลย์ที่เหมือนกับอสรพิษยักษ์ก็หวดฟาดลงมาทันที
ส่วนอวี๋ล่างก็รีบหลบอย่างรวดเร็วทว่าเมื่อเขาเข้าใกล้มากขึ้นต้นเถาวัลย์มารหน้าผีต้นนั้นก็ราวกับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามมีเถาวัลย์พุ่งลงมามากขึ้นเรื่อยๆอุดพื้นที่ว่างสำหรับหลบหนีของเขาไปอย่างต่อเนื่องดังนั้นเงาร่างของอวี๋ล่างจึงเริ่มสง่างามน้อยลง เริ่มทุลักทุเลไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้แล้ว
สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะถอยกลับเงาร่างกะพริบวูบ ถอนตัวออกมาจากขอบเขตการโจมตีของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีกลับมาอยู่ข้างๆ หลี่ลั่วกับจ้าวคั่ว
“ไม่ไหวข้าเข้าใกล้มันไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจะเข้าไปแย่งชิงผลหน้าผี”อวี๋ล่างปาดเหงื่อบนใบหน้าอย่างจนใจ
“อันที่จริงมันก็ไม่ได้ยากเกินไปหรอก”
หลี่ลั่วยิ้มความเร็วของอวี๋ล่างเมื่อครู่นี้ทำให้เขาเห็นความถี่ในการโจมตีของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีต้นนี้แล้ว“ต่อไปพวกเราจะลงมือพร้อมกัน จ้าวคั่วเป็นโล่มนุษย์อยู่หน้าสุดข้าจะช่วยสกัดกั้นการโจมตีของต้นเถาวัลย์มารหน้าผีจากทางตรงส่วนเจ้าก็หาจังหวะไปฉกผลหน้าผีมาจากด้านข้าง”
“แต่วิธีนี้จ้าวคั่วจะต้องรับภาระหนักมากที่สุดนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจ้าวคั่วก็หัวเราะออกมาอย่างซื่อๆ “ไม่ต้องห่วง ข้าเนื้อแน่นหนังหนาอยู่แล้ว”
หลี่ลั่วพยักหน้าไม่พูดอะไรให้มากความ ในเมื่อตอนนี้ร่วมมือกันแล้วเช่นนั้นทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเขาเองก็ไม่อยากรอรับผลประโยชน์โดยไม่ลงแรงเพียงเพราะสนิทกับจ้าวคั่วเหมือนกันและการทำเช่นนั้น เกรงว่าจ้าวคั่วเองก็คงจะไม่พอใจเหมือนกัน
“ตกลง”อวี๋ล่างเองก็ไม่มีความเห็น
หลังจากวางแผนการต่อสู้คร่าวๆแล้ว ทั้งสามคนก็ไม่ลังเลอีกต่อไป หลี่ลั่วชักดาบคู่ออกมาจากเอวส่วนจ้าวคั่วก็ปลดขวานใหญ่ที่สะพายอยู่บนหลังลงมา
“ลงมือ!”
หลังจากที่หลี่ลั่วตะโกนเสียงต่ำออกมาจ้าวคั่วก็คำรามลั่น ร่างกายอันกำยำของเขาก็กระโจนออกไปราวกับหมีป่าพุ่งตรงไปยังต้นเถาวัลย์มารหน้าผีด้วยท่วงท่าที่ดุดันป่าเถื่อนที่สุดทันที
แสงสีเงินจางๆแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา เมื่ออัตลักษณ์หมีเงินถูกกระตุ้นร่างกายของจ้าวคั่วที่เดิมทีก็กำยำบึกบึนอยู่แล้วพลันขยายใหญ่ขึ้นไปอีก
ฉึก!
ต้นเถาวัลย์มารหน้าผีเองก็ตอบโต้รวดเร็วมากเถาวัลย์ที่ราวกับอสรพิษยักษ์ได้พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วดุจประกายสายฟ้าพร้อมกับเสียงแหวกอากาศอันแหลมคม
จ้าวคั่วเหวี่ยงขวานใหญ่ในมือราวกับคมดาบพายุคลั่งจามใส่เถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาจากทางด้านหน้าจนขาดสะบั้น น้ำสีเขียวขุ่นๆสาดกระเซ็นไปทั่ว
ทันใดนั้นดินโคลนใต้เท้าก็ระเบิดออกมีเถาวัลย์จำนวนหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน พุ่งตรงไปที่ร่างกายท่อนล่างของจ้าวคั่ว
แต่ในตอนนี้เองก็มีประกายดาบสีน้ำเงินวาดผ่าน เฉือนเถาวัลย์เหล่านั้นจนขาดวิ่น
หลี่ลั่วที่ร่างกายมีพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินแผ่ออกมานั้นยืนอยู่ด้านหลังจ้าวคั่วดาบคู่ในมือส่องประกายแสงสีน้ำเงินเป็นพักๆตัดเถาวัลย์ที่พุ่งเข้าหาจ้าวคั่วจนขาดสะบั้น
ทั้งสองคนค่อยๆบีบเข้าหาต้นเถาวัลย์มารหน้าผีมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆต้นเถาวัลย์มารหน้าผีก็เริ่มคลุ้มคลั่งเถาวัลย์นับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ราวกับคลุ้มคลั่งแม้ว่าหลี่ลั่วจะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ยังคงมีเถาวัลย์บางส่วนฟาดเข้าที่ร่างกายของจ้าวคั่วจนเกิดรอยแผลเป็นทางยาวแต่จ้าวคั่วกลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย กัดฟันแน่น ค่อยๆบีบเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างต่อเนื่อง
“อวี๋ล่างลงมือ!”
ตอนนี้เองหลี่ลั่วรู้ว่าถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว จึงแผดเสียงตะโกนออกมา
“ได้เลย!”
อวี๋ล่างที่เตรียมพร้อมอยู่ข้างๆก่อนแล้ว เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียก เงาร่างของเขาก็กระโจนออกไปทันทีเร่งความเร็วถึงขีดสุดในตอนที่ต้นเถาวัลย์มารหน้าผีถูกหลี่ลั่วทั้งสองคนดึงดูดความสนใจเอาไว้เขาได้พุ่งตรงไปยังผลหน้าผีที่แขวนอยู่บนกิ่งของมันทันที
ความเร็วของอวี๋ล่างนั้นรวดเร็วมากเพียงพริบตาเดียวก็เข้าใกล้ผลหน้าผีแล้วแต่ในตอนที่เขายื่นมือออกไปเพื่อจะเก็บมันมานั้น อยู่ๆดินโคลนเบื้องล่างก็ระเบิดออก มีเงาร่างประหลาดสายหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านในคิดจะชิงผลหน้าผีตัดหน้าพวกเขา
“เวรเอ๊ย!”
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ทำให้อวี๋ล่างโกรธจนหน้าเขียวหน้าดำ สบถด่าออกมาทันทีใครจะไปคิดว่าจะมีคนแอบซ่อนตัวรอฉวยโอกาสเช่นนี้ด้วย!
ทว่าในตอนที่อวี๋ล่างกำลังมองดูคนผู้นั้นกำลังจะแย่งผลหน้าผีไปต่อหน้าต่อตาแล้วนั่นเองอยู่ๆ หลี่ลั่วที่อยู่ไม่ไกลก็ตะโกนออกมาว่า “อวี๋ล่าง หลับตา!”
จากนั้นก็ยกมือขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชาบนปลายนิ้วมีลูกบอลแสงสีน้ำเงินก่อตัวขึ้นมาแล้ว พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อลูกบอลแสงสีน้ำเงินเข้าใกล้อวี๋ล่างกับเงาร่างที่ลอบโจมตีนั่นแล้ววินาทีต่อมา พลันมีแสงสว่างอย่างรุนแรงปะทุออกมา