Vanquish God Soul ผู้พิชิตวิญญาณ

    ผู้พิชิตวิญญาณตอนที่ 47

            หลังจากที่ตาแก่หน้าด้านทั้งสองขอติดตามเข้าไปด้วย ตัวของเอชเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ในเมื่อห้องVIPมันใหญ่ซะจนมีพื้นที่มากพออยู่แล้ว


            เอชเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปห้ามปรามอะไรกับคนดื้อรั้นพวกนี้อีก แถมชายชราทั้งสองเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ถ้าให้ว่ากันตามจริงหลิงหานรวมถึงตัวของสเวนนั่นก็เปรียบเสมือนเป็นผู้พิทักษ์ของเมืองมังกร


            พวกเขาคือหนึ่งในผู้ที่มีระดับแรงก์พลังวิญญาณสูงสุดในเมืองแห่งนี้


            ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมา ทั้งสองคู่หูชายชราพวกนี้แหละที่จะออกไปรับหน้าศึกก่อน เรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของเมืองมังกรเลยก็ว่าได้


            "เห้ย? เจ้าเมืองมังกรรับปากพวกข้าทั้งสองคนแล้วน่ะ แบบนี้พวกข้าก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยังห้องประมูลหมายเลขแรกได้"


            ชายชราพูดกับผู้จัดการของโรงประมูลด้วยสีหน้าที่ยียวน ซึ่งชายวัยกลางคนก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา ตัวของมันมีหน้าที่เพียงแค่นำพาท่านเจ้าเมืองมังกรไปยังห้องรองรับ


            สำหรับนอกเหนือจากนั้นก็เป็นอภิสิทธิ์ของท่านทั้งสิ้น ตัวของท่านจะจัดการยังไงก็แล้วแต่ตามสบายเลย


            "ขะ..เข้าใจแล้วครับพวกท่าน"


            "งั้นกระผมจะนำทางไปให้ทันที"


            ท่ามกลางสายตาของสาธารณชนที่กำลังยืนรอเข้าโรงประมูล หลายคนพลันกัดฟันแน่นด้วยความอิจฉา ได้อยู่ร่วมห้องเดียวกับเจ้าเมืองมังกร


            นี่มันถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขาเลยก็ว่าได้ พวกมันเองก็อยากจะได้รับอนุญาติให้เข้าไปยังห้องประมูลแรกเริ่มเช่นเดียวกัน


            ต้องบอกก่อนว่าสมาคมการค้าวิญญาณนั่นมีกฎอย่างชัดเจนและเคร่งครัด


            ห้องประมูลระดับVIPเองก็ไม่ต้องพูดถึง คนที่จะสามารถเข้าร่วมการประมูลอยู่ภายในห้องนั้นได้


            อย่างต่ำๆพวกเขาจะต้องมีเครือข่ายที่แน่นเฟ้นกับสมาคมการค้าวิญญาณ หรือไม่ก็เป็นผู้ฝึกฝนวิญญาณในระดับที่สูงมาก


            แม้แต่ระดับแรงก์SSก็ยังไม่ได้เข้าไปห้องประมูลสามอันดับแรก เพราะห้องพวกนี้มีไว้แค่คนระดับเทพแห่งสงครามเช่นเจ้าเมืองมังกรเท่านั้น


            ไม่นานทั้งสี่ก็ถูกพาตัวมาที่ห้องรับรองอันหรูหรา ภายในถูกจัดวางไว้ด้วยเฟอนิเจอร์ที่น่าทึ่ง


            ขณะเดียวกันก็มีของหายากอย่างเช่นภาพวาดในยุคก่อนประวัติศาสตร์ สิ่งของเครื่องใช้โบราณที่หายสาบสูญไปจากยุคสมัย ทั้งหมดแทบจะมารวมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งนี้


            "นั่นมัน.. ภาพวาดของเลโอนาร์โด ดา วินชี"


            "ศิลปีนแห่งยุคสมัยที่ภาพของเขากลายมาเป็นตำนาน"


            ชายชราทั้งสองที่ค่อนข้างจะชอบรูปวาดอยู่แล้ว เมื่อเห็นมันก็ทราบได้ในทันที นัยน์ตาเบิกกว้างพลางกวาดมองไปยังรอบๆห้องที่หรูหรา


            พวกเขาแทบจะผงะเมื่อเห็นถึงของล้ำค่าโบราณนับไม่ถ้วน อย่างต่ำๆสิ่งของในห้องประมูลห้องแรกนี้ก็แทบจะประเมินมูลค่าไม่ได้


            ไม่ใช่ว่ามันไม่มีราคา ทว่าส่วนใหญ่ได้สูญหายไปตามกาลเวลาของยุคสมัย ต่อให้จะมีเครดิตมากมายเพียงใดก็ใช้ว่าจะหาซื้อพวกมันมาได้อย่างง่ายๆ


            "นี่คือของสะสมส่วนตัวของท่านหญิงไฉ่หลิน"


            "พวกท่านห้ามทำอะไรเสียหายโดยเด็ดขาด"


            "ไม่งั้นจะเกิดอะไรขึ้นกระผมเองก็ไม่รู้ด้วย..."


            ผู้จัดการจ้องมองไปยังพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาที่จริงจัง ซึ่งสายตาที่จ้องมองมาก็ทำให้ชายชราทั้งสองถึงกับต้องสะดุ้ง


            พวกเขาพยักหน้ารับรัวๆพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาที่นุ่มนิ่มในทันที ความคิดที่อยากจะสัมผัสสิ่งของพวกนี้จางหายวับไปทั้งหมด


            ถ้าเสียหายขึ้นมาจริงๆพวกเขาคงจะได้ถูกยัยหนูไฉ่หลินเล่นงานอย่างแน่นอน


            ทุกคนเองก็รู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่นางมี เป็นเทพธิดาจิ้งจอกสวรรค์ที่ทั้งแข็งแกร่งและงดงามเป็นอย่างมาก ต่อให้จะเป็นพวกมันทั้งสองคนก็ยังไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยแม้แต่นิดเดียว


            "นี่คือโรงประมูลวิญญาณหรอ?"


            "บรรยากาศไม่เลวเลยทีเดียว!!"


            เซียงหลินนั่งอยู่บริเวณกึ่งกลางของห้อง


            นัยน์ตาจ้องมองไปยังบานกระจกที่สะท้อนภาพเบื้องล่าง โรงประมูลนี้ถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ ด้านบนมีห้องVIPทั้งหมด5ห้อง ส่วนด้านล่างก็มีเก้าอี้นั่งที่นุ่มนิ่มหลายพันตัวตั้งเรียงราย


            เบื้องหน้าสุดเป็นเวทีขนาดใหญ่ที่ถูกปิดเอาไว้ด้วยผ้าม่านสีแดงขนาดยักษ์ ถ้าเริ่มการประมูลขึ้นมาเมื่อไหร่ แน่นอนว่าด้านบนเวทีของโรงประมูลแห่งนี้จะกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมด


            ทุกสายตาจะจับจ้องไปยังเวทีการประมูล เพื่อใช้เงินเครดิตในการประมูลสิ่งของที่ตนเองต้องการ


            "งั้นกระผมขอตัวก่อนนะครับท่านเจ้าเมืองมังกร จนกว่างานประมูลจะเริ่มขึ้นก็เชิญพวกท่านพักผ่อนตามสบาย"


            หลังจากนั้นผู้จัดการก็ได้ตบมือของตนเองอยู่สองสามที พร้อมกับที่มีร่างเงาของหญิงสาวหลายสิบคนได้ปรากฏตัวเข้ามาในห้อง พวกนางสวมใส่ชุดเดรส ใบหน้าดูงดงามราวกับเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์ ทุกคนถือเป็นหญิงสาวที่จะมาคอยให้บริการพวกเขาในห้องแห่งนี้


            "ตามสบายนะขอรับพวกท่านทุกคน แต่ห้ามทำอะไรเกินกว่าเรื่องพวกนั่นโดยเด็ดขาด!!"


            ผู้จัดการย้ำเตือนถึงกฎข้อห้ามอย่างเคร่งครัด


            ขณะเดียวกันเขาก็โค้งตัวคำนับและก้าวเดินออกไปจากห้องVIPแห่งนี้ทันที


            "ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ!"


            ไม่คิดเลยว่าห้องVIPห้องแรกจะมีอะไรแบบนี้ด้วย? ข้าชอบใจมันจริงๆเลยวะเจ้าเด็กน้อยเอช"


            "ไว้วันหน้าก็พาข้ามาด้วยอีกละ"


            หลิงหานกรีดร้องออกมาอย่างชอบใจ รีบใช้แขนโอบกอดซ้ายและขวาไปยังสาวงามในทันที


            พวกนางเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร คอยปรนนิบัติพวกเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า


            "มะ..มันก็ประมาณนี้แหละนะ"


            ขณะเดียวกันเจ้าเมืองเอชก็ส่งเสียงกระแอมออกมาอยู่เล็กน้อย ในใจอยากจะปฏิเสธอยู่นิดหน่อย


            แต่ร่างกายก็ดันขยับไปเองซะอย่างงั้น


            สำหรับเซียงหลินเองก็ถูกขนาบด้วยหญิงสาวทั้งซ้ายและขวา พวกนางถือเป็นสาวงามที่ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีมากที่สุด


            "ใจเย็นตาแก่หนังเหี่ยว"


            "ทำอะไรเสียมารยาทซะจริง พวกนางไม่ใช่หญิงค้าประเวณีแต่พวกนางคอยรับใช้พวกเราตังหาก"


            ชายชราสเวนถลึงตาเข้าใส่เพื่อนรักของตน ถึงปากจะพูดแบบนั้นออกมา ทว่าจากการกระทำก็ดูไม่น้อยหน้าชายชราหลิงหานเลยแม้แต่นิด


            "นายน้อย.. นี่คือองุ่นวิญญาณ"


            "เดียวดิฉันป้อนให้กับท่านนะคะ"


            ทันใดนั้นสาวงามหลายคนก็รายล้อมรอบตัวของเซียงหลิน พยายามจะทำให้ชายหนุ่มคนนี้ดูพอใจมากที่สุด เพราะพวกนางรู้ดีว่านี่คือลูกศิษย์ของเจ้าเมืองมังกร


            เป็นหนึ่งในคนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองแห่งนี้ ถ้าเกิดว่าพวกนางได้ไปเข้าตากับชายหนุ่มคนนี้ละก็


            สถานะรวมถึงสิ่งต่างๆของพวกนางจะแปรเปลี่ยนไปในทันที ไม่ต้องมาทำงานให้กับสมาคมการค้าวิญญาณอีก ส่วนท่านเจ้าเมืองมังกรนะหรอ


            แน่นอนว่าพวกนางทั้งหมดย่อมไม่มีหวัง ทุกคนเองก็รู้ดีว่าท่านนั่นรักภรรยาทั้งสามคนมากมายเพียงใด ท่านผู้นี้ถึงกับเคยสาบานไว้แล้วว่าจะไม่รับใครมาเป็นภรรยาอีก เรียกได้ว่าหนักแน่นอย่างถึงที่สุด


            "นี่ก็ถือเป็นประสบการณ์อย่างนึง จดจำมันเอาไว้เจ้าลูกศิษย์รัก"


            "ในอนาคตเมื่อเจ้าประสบความสำเร็จ โอกาสแบบนี้ก็ยิ่งมีมาอย่างไม่รู้จบ"


            คริมสันเอชส่งเสียงกระแอมขึ้นในลำคอพร้อมกับหันไปบอกกล่าวกับเซียงหลิน สีหน้าแววตาดูจริงจังอย่างถึงที่สุด


            "ฮ่าฮ่าฮ่า เข้าใจแล้วครับ!!"


            เซียงหลินตอบกลับพลางหัวเราะขึ้นมาอยู่ยกใหญ่ มุมปากเองก็ยกยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์


            ตาแก่ทั้งสามคนนี้ถึงปากจะบอกไปอีกอย่าง แต่ดูเหมือนการกระทำจะตรงกันข้ามเลยซะงั้น


            พวกเขาออดอ้อนหญิงสาวที่งดงามราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆคนนึง ท่านอาจารย์เองก็วางมาดด้วยความเคร่งขรึม สีหน้าเฉยชาราวกับสมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของยุคสมัยแห่งนี้ ทว่าแขนทั้งสองข้างกลับโอบหญิงสาวทั้งสองคนเอาไว้อย่างแนบชิด


            ไม่ปฏิเสธพวกนางเลยแม้แต่นิดเดียว


            ถ้าเกิดว่าภรรยาทั้งสามคนของท่านอาจารย์มาเห็น ต่อให้จะเป็นเจ้าเมืองมังกรผู้ยิ่งใหญ่ก็คงถูกจัดการไปอยู่ไม่น้อย