รองเจ้าอาณานิคมหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับพยายามดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ความคิดถึงการก่อสงครามครั้งสุดท้ายยังคงหมุนเวียนอยู่ในหัว ราวกับเสียงกระซิบเตือนที่ไม่มีวันเงียบลง
"ครั้งหน้าอาจจะเป็นจุดสิ้นสุดจริงๆ!"
เขาหันไปมองเหล่าผู้นำตระกูลและกลุ่มสมาคมต่างๆ ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
แม้สถานการณ์จะวุ่นวายแค่ไหน แต่พวกเขายังทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นี่คือความแข็งแกร่งของ อาณานิคม แต่เขาก็รู้ดีว่ามันยังไม่พอ ไม่พอที่จะหยุดยั้งสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอด
"ต้องเตรียมตัวให้มากกว่านี้!...ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่ต้องโจมตี ก่อนที่พวกมันจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง!"
รองเจ้าอาณานิคมเอ่ยกับตัวเองเสียงเข้ม ความคิดในหัวเริ่มประมวลแผนการใหม่ๆ ขึ้นมา ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามต่อทั้งอาณานิคม ภายใต้เงามืดของสงครามครั้งสุดท้ายที่รอคอยอยู่ พวกเขาจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน ประชาชนทยอยเคลื่อนย้ายออกจากอัฒจันทร์ไปแล้ว บัดนี้เหลือเพียงเงาแห่งความสูญเสีย
ขณะนั้นเอง ผู้ว่าการฝั่งตะวันตกและเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เดินเข้าไปหา รองเจ้าอาณานิคมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและสำนึกในความผิดพลาด
พวกเขาโค้งศีรษะต่ำคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นและรอยเลือดจากการพยายามช่วยเหลือผู้คนอย่างเต็มที่ แม้ความพยายามนั้นจะไม่เพียงพอต่อการป้องกันโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นก็ตาม
"ขออภัยท่านรองเจ้าอาณานิคม พวกเราไม่อาจดูแลประชาชนได้ตามที่ควรจะเป็น ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความผิดของพวกเราโดยสิ้นเชิง..... โปรดลงโทษพวกเราด้วยเถิด"
เสียงของผู้ว่าการเดอแคลร์เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ขณะที่เขาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารองเจ้าอาณานิคม หัวใจของเขารู้สึกถึงความหนักอึ้งของหน้าที่ที่ไม่สามารถบรรลุได้
รองเจ้าอาณานิคมมองพวกเขาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ก่อนจะถอนหายใจยาว เขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้ตำหนิ ใจของเขาอยู่เหนือความโกรธเคือง เขารู้ดีว่าทุกคนทำเต็มที่แล้ว
“ลุกขึ้นเถิด” เสียงของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่น
“ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าที่พวกเจ้าจะคาดการณ์ได้ แม้แต่ท่านมหาปราชญ์ยังคาดการไม่ได้ การพลาดนั้นไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการเรียนรู้”
สายตาของรองเจ้าอาณานิคมเต็มไปด้วยความเข้าใจ
“เราไม่สามารถย้อนเวลาเพื่อแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่เราสามารถเรียนรู้จากมัน เปลี่ยนความผิดพลาดเป็นพลัง ข้าต้องการให้พวกเจ้าใช้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นแรงผลักดัน เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือกับสงครามที่ใหญ่กว่านี้ เพราะสุดท้ายแล้ว สมาคมใต้ดินก็ต้องก่อสงครามกับเราไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว”
เสียงของรองเจ้าอาณานิคมชัดเจน ดวงตาส่องประกายแห่งความแน่วแน่
“จงอย่าเสียใจกับสิ่งที่เราทำไม่ได้ แต่ให้ทุ่มเทกับสิ่งที่เรายังมีโอกาสทำ พวกเรายังมีอนาคตให้ต่อสู้ และเราต้องไม่ปล่อยให้โศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีก"
ผู้ว่าการและเจ้าหน้าที่ที่เหลือสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่รองเจ้าอาณานิคมต้องการ พวกเขาลุกขึ้นยืน และด้วยแรงใจที่ถูกเติมเต็มใหม่ พวกเขาจะไม่ยอมให้ความสูญเสียครั้งนี้สูญเปล่า แต่จะใช้มันเพื่อปกป้องอาณานิคมอย่างถึงที่สุด
แม้ว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนแฝงตัวอยู่ในทุกมุม รองผู้อำนวยการสถาบันซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล สายตากวาดมองไปรอบๆ พลางประเมินสถานการณ์
สัญชาตญาณบอกเขาว่ายังไม่ควรนิ่งนอนใจ เขารู้ดีว่าทุกคนอยู่ในสภาพเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกศิษย์ทุกคน
"คณะอาจารย์ทุกคน ฟังคำสั่ง!" เสียงของรองผู้อำนวยการดังกังวานชัดเจน เรียกความสนใจจากทุกสายตาที่อยู่ในบริเวณนั้น
"นำตัวนักศึกษากลับเข้าสู่สถาบันทันที! สถานการณ์ยังไม่แน่นอน เราต้องทำให้แน่ใจว่าทุกคนปลอดภัย"
เหล่าอาจารย์ต่างพยักหน้าอย่างเข้าใจโดยไม่ลังเล พวกเขาต่างรู้ดีว่าความปลอดภัยของนักศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ อาจารย์แต่ละคนรีบจัดกลุ่มนักศึกษาและเริ่มเคลื่อนย้ายไปยังประตูมิติที่ถูกเตรียมไว้สำหรับการกลับเข้าสถาบัน
นักศึกษาหลายคนยังคงหันกลับมามองสถานที่ที่พวกเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้อันน่าสะพรึงมาเมื่อครู่ แม้จะรู้สึกโล่งใจที่สถานการณ์คลี่คลายลงบ้าง แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ค้างคาในจิตใจ พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่านี้
รองผู้อำนวยการยืนมองการเคลื่อนย้ายของนักศึกษาด้วยสีหน้าที่ไม่อาจบอกอารมณ์ได้
ทว่าในใจเขารู้ดีว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่ที่อาณานิคมต้องเผชิญ การเตรียมความพร้อมและปกป้องอนาคตของนักศึกษาคือสิ่งที่เขาต้องทำ
ขณะที่ความตึงเครียดยังคงปกคลุมทั่วบริเวณ ทุกสายตาเฝ้ารอการกลับมาของมหาปราชญ์ทั้งสองที่ยังคงหายไปในเส้นทางหลบหนีของศัตรู
บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ภายใต้ม่านหมอกแห่งความสงสัย หน่วยงานต่าง ๆ ของอาณานิคมก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นจากเส้นทางมิติทีละกลุ่ม