ณเมืองแกรี่
“ประตูทักษิณจะยันไว้ไม่อยู่แล้วท่านนายก!!”เสียงของพลทหารร่ำร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกตามร่างกายของมันมีทั้งคราบฝุ่นคราบเลือด พร้อมกับสีหน้าที่หวาดผว่า
“เราจะไม่ขอความช่วยเหลือจากแคปปิตอลจริงๆ หรือท่าน...” นายทหารชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่งคร่ำครวญออกมาอย่างสิ้นหวัง
“ขอไปแล้วจะช่วยอะไรได้, ในเมื่อฝ่ายที่บุกมาคือกิลด์ที่ลูกชายมันเป็นคนก่อตั้ง..”นายกแฮร์รี่พูดออกมาด้วยวาจานิ่งเฉย แต่ใบหน้าแสดงความกดดันออกมาอย่างถึงที่สุด
“แต่เจ้าเคทิฟมันตายไปแล้ว..ไม่ลองดูล่ะท่าน..”ทหารคนเดิมกล่าวย้ำออกมา
“เฮ้อ..เจ้าคิดว่ามันจะตายง่ายๆ เช่นนั้นหรือ? , เจ้าคิดว่าแค่พิษสามัญเช่นนั้น..จะทำให้มันสิ้นชื่อได้ง่ายดายปรานนั้น ? , หากมันตายง่ายดายปรานนั้น..คงไม่ยุติธรรมต่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งหลาย” นายกกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะกล่าวถามต่อว่า“ตอนนี้กำลังพลเราเหลือเท่าใด? , แล้วกำลังพลของมันมีเท่าใด?”
“เรียนท่านนายก..ฝ่ายเรามีทหารเหลือเพียงห้าหมื่นนาย, ฝ่ายมันมีราวหนึ่งหมื่นคน..แต่เป็นธรณีขั้นปลายขึ้นไปทั้งหมด”มันพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ใบหน้าฉายแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด
“เพียงแต่ส่งหญิงสาวตามคำขอของพวกมัน..เรื่องก็คง..”ทหารนายหนึ่งกล่าวออกมาไม่ทันจบประโยค นายกก็รีบกล่าวขัดขึ้นมา
“หุบปาก!!” นายกแฮร์รี่ที่ปกติเป็นคนสุขุมใจเย็นพลันระเบิดโทสะออกมาในทันที “หากเจ้ากลัวตาย..ก็รีบไสหัวออกไปจากเมืองของข้า!! ”กล่าวพร้อมจับจ้องไปที่ทหารชั้นผู้ใหญ่ที่กล่าวออกมาด้วยสายตาชิงชัง
“ทะท่านนายกโปรดระงับอารมณ์เถิด, มันเพียงแต่กลัวตายเป็นเรื่องธรรมดา”นายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกคนแก้ตัวแทนสหายของมัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น..นายกแฮร์รี่ยืนมือของตนไปที่ตรงของทหารที่อยู่กลางหน้าออกของมันพร้อมกับกระชากตราทหารออกไปมาพร้อมกับเศษเสื้อผ้าที่ขาดแหว่ง
“หากเจ้ากลัวตายก็ไปให้พ้นๆ หน้าของข้า , อย่าได้คิดกลับมาอีก”ก่อนที่นายกแฮร์รี่จะทะยานขึ้นฟ้าไปก่อนหันกลับมามองผู้ใต้บังคับบัญชาของมันมองด้วยสายตารังเกียจ“เป็นทหารแล้วกลัวตายเช่นเจ้า..ช่างเสียชาติเกิดนัก”ก่อนที่มันจะเหินร่างออกไปจากที่แห่งนั้น
.
.
.
ด้านซีว่างที่กำลังเดินทางมุ่งหน้ามาทางเมืองแกรี่ตอนนี้มันไม่รู้ถึงภัยที่กำลังคุกคามเหล่าสหายของมันเลยแม้แต่น้อยมีเพียงรางสังหารจากนิมิตของมัน ที่บอกให้มันรีบเร่งกลับไปยังเมืองแกรี่เท่านั้น
“ข้าบอกว่าข้ามิได้ตั้งใจไง..เหตุใดเจ้าไม่เชื่อคำข้า..”ซีว่างพูดแก้ตัวให้ตนเองขณะที่มันเดินตามเด็กสาวมาตามทางตอนนี้นางหน้าตาถมึงทึงอย่างถึงที่สุด
“หึ”เด็กหญิงเพียงแต่พ่นลมออกทางจมูก ไม่ตอบคำถามไม่แลต่อผู้ที่ตามง้องอนนางเลยแม้แต่น้อย
“ข้าจะห้ามตนเองได้อย่างไรเวลาหลับ, รู้สึกตัวอีกทีข้าก็กอดเจ้าแล้ว..”ชายหนุ่มพยายามแก้ตัวต่อนาง กล่าวเหตุผลออกมาสารพัด
แต่ด้วยกริยาที่มันแสดงมาตลอดไหนเลยนางจะเชื่อคำกล่าวของมันผู้นี้ได้มันคือจอมฉวยโอกาสตัวพ่อที่เป็นอันตรายต่อสตรีทั้งหลายขนานแท้แม่หนูน้อยยังเดินไปข้างหน้าไม่สนใจต่อเจ้าคนไร้ยางอายที่ตามง้องอน
เห็นเช่นนั้นซีว่างจึงวิ่งไปดักข้างหน้าพร้อมกับกางแขนสองข้างบังทางที่นางจะก้าวเดินก่อนที่มันจะทำหน้าจริงจังพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว เอ่ยปากต่อเด็กสาวในทันที
“ให้ข้าสาบานก็ได้เอ้า..ว่าข้ามิได้ตั้งใจจริงๆ , หากข้าตั้งใจทำเช่นนั้น..ขอให้ฟ้า...”
“เปรี้ยง!!โครม!!”
“แว๊ค!!”แบล็กกี้ที่บินอยู่เหนือหัวพวกมันหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
ซีว่างมันยังกล่าวมิจบก็มีอัสนีกระหึ่มผ่าใส่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าของมัน ทั้ง ๆที่ตอนนี้อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งอย่างมาก
หญิงสาวมองตาขวางจ้องไปยังชายหนุ่มพร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง “ดูเหมือนสวรรค์จะไม่แม่นยำเอาเสียเลย...”
ตอนนี้หน้าตาของชายหนุ่มแข็งค้างพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ ออกมา นิ้วสามนิ้วที่ชูเมื่อครู่รีบเก็บลงอย่างว่องไวก่อนที่จะกล่าวกับเชียเล็ซ “บังเอิญ!! ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่!! , ต้องให้ข้าบอกเจ้าอย่างไรว่าข้ามิได้ทำ”
ซีว่างกล่าวออกมาโดยใช้อารมณ์ยืนยันในสิ่งที่ตัวมันให้สัตย์สาบานไปเมื่อครู่
“เชื่อท่าน?ให้ข้าเชื่อว่าฝนตกลงมาเป็นน้ำหวาน..ข้ายังเชื่อกว่าเรื่องที่ท่านกล่าวเมื่อครู่”ก่อนที่นางจะใช้มือของนางผลักอกชายหนุ่มเบา ๆ ให้หลีกทางที่นางกำลังมุ่งหน้าไป
“เปรี้ยง!!โครม!!”
สายฟ้าผ่าเข้ามาใกล้กว่าเมื่อครู่อย่างมากซีว่างจับจ้องไปยังจุดที่กำเนิดสายฟ้า กลับไม่ปรากฏเมฆสักก้อน
‘น่าแปลก..’ชายหนุ่มเพ่งมองไปที่จุดที่กำเนิดสายฟ้าอีกครั้งหนึ่งก่อนที่มันจะเห็นประกายไฟเล็ก ๆ ก่อนที่มันจะรีบพุ่งเข้าหาสาวน้อยอย่างว่องไว
มันโอบอุ้มนางไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับทะยานร่างอย่างว่องไว “เปรี้ยง!! โครม!!” สายฟ้าผ่าลงมาอีกครั้งหนึ่งครานี้เป็นจุดที่หญิงสาวยืนอยู่เมื่อสักครู่
“เกิดอะไรขึ้น!!”ดวงตาของสาวน้อยเบิกโพลงแลไปที่จุดที่นางยืนอยู่เมื่อครู่พร้อมกับมองไปที่ซีว่างอย่างขอบคุณ
ครานี้อัสนีพุ่งลงไล่หลังของซีว่างเรื่อยๆ มันแทบจะปล่อยออกมาทุก ๆ 10 ลมหายใจเลยทีเดียว ถึงจะมีเวลาให้คิดหาวิธีแต่อัสนีนี้นั้นมันคือการโจมตีที่รวดเร็วอย่างมากยากที่จะจับทางของมันได้ว่าจะพุ่งมาในทิศทางใด
แต่อย่างน้อยซีว่างก็มีประสบการณ์จากการต่อสู้กับวู่หมิงผู้ใช้อัสนีมากก่อนจึงทำให้มันมีความเข้าใจในธาตุนี้ไม่มากก็น้อย
ก่อนที่มันล้วงเข้าไปในถุงมิติของตนเองหยิบศิลาธาตุทองออกมาหลายก้อน ก่อนจะส่งให้หญิงสาวเป็นคนถือเมื่ออัสนีผ่าลงมาอีกครั้งหนึ่งซีว่างก็หยิบศิลาธาตุทองในมือของหญิงสาวแล้วเหวี่ยงปาออกไปข้างบนเหนือศีรษะของตนเอง[1]
กระแสไฟฟ้าผ้าเข้าใส่ศิลาธาตุทองเข้าอย่างจังมิได้มีผลกระทบต่อซีว่างเลยแม้แต่น้อย มันเพียงแต่โอบอุ้มเด็กสาวต่อไปพร้อมกับคอยสังเกตสิ่งที่กำลังผ่าลงมาด้วย
ก่อนที่มันจะมาถึงจุดหนึ่งที่มีถ้ำอยู่ภายในก่อนที่จะพานางมาส่งไว้ กล่าวกับนางเล็กน้อย “อย่าไปไหน...”ก่อนที่มันจะหันไปมองหงส์สีดำตัวน้อย “ดูแลนายเจ้าด้วย , หากมีอะไรผิดปกติ..รีบเรียกข้า”ก่อนที่มันจะเหินร่างขึ้นฟ้าไปโดยไม่อยู่ฟังคำตอบ
มันเหินร่างมาถึงละดับหนึ่งก่อนจะพบกับผู้ที่สร้างความปั่นป่วนเพื่อหวังสังหารพวกของตนเอง บุคคลผู้นี้มีร่างกายแปลกพิกลนักมันมีสองหัว หัวข้างขวาจะดูสมบูรณ์กว่าหัวข้างซ้าย มีพลังขั้นที่ 5 เหยียบนภา ซีว่างคิ้วขมวดเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันได้กล่าวถามหรือเฉียดเข้าใกล้
เจ้าชายสองหัวก็ง้างมือตบเข้าหากันก่อนที่จะมีสายฟ้าพุ่งออกมาจากมือทั้งสองข้างของมัน พุ่งตรงเข้าหาซีว่างในทันที
ซีว่างชักปฐมศาสตราออกมาพร้อมกับโยนศิลาธาตุทองออกไปทางด้านขวา ทันใดนั้นสายฟ้าที่กำลังพุ่งเข้าหาชายหนุ่มกับเบี่ยงออกพ้นตัวของซีว่างในทันที
ในเมื่ออีกฝ่ายมาไม่ดี กอบด้วยมันมิได้กล่าววาจากันเลยแม้แต่น้อยเจอหน้ากันก็ลงมือออกมาโดยไม่ไต่ถามอะไรสักอย่างซีว่างจึงพุ่งเข้าไปข้างกายมันอย่างว่องไวใช้เท้าของมันเตะเข้าเต็มโหนกแก้มของหัวข้างขวาจนตัวมันบิดเป็นเกลียวเคว้งอยู่ในอากาศสักครู่หนึ่ง ก่อนมันจะตั้งหลักได้
ซีว่างใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปหามันในทันทีพร้อมกับหมุนตัวใช้ส้นเท้าฟาดเข้าเต็มกบาลอย่างรุนแรงจนมันผู้นี้ดิ่งถลาลงไปยังพื้นเบื้องล่างในทันที
ชายสองหัวพยายามใช้แรงปราณของตนเองในการช่วยชะลอความเร็วที่พุ่งลงมายังพื้นเบื้องล่างในทันที
ก่อนที่มันจะทำสำเร็จแต่ชายหนุ่มผู้ที่ไล่หลังมันมานั้น ก็ได้พุ่งเข้ามาในมือถือดาบปฐมศาสตราอย่างองอาจ“แรมที่ 5 จันทราสาดแสง!!”
ซีว่างทำมือไขว้หลังก่อนจะกระหน่ำแทงดาบออกไปด้วยความรวดเร็วทุกจุดที่แทงไปล้วนแต่เป็นจุดอับลับกอบสายตาอย่างมาก ทำให้อีกฝ่ายป้องกันได้ยากอย่างถึงที่สุด
แต่อาจเป็นเพราะมันมีสองศีรษะจึงทำให้มันคิดไวทำไวกว่าผู้อื่น มันใช้เพียงมือเปล่าในการผลักดาบของชายหนุ่มโดยใช้สันมือดันในส่วนด้านทื่อของอาวุธ ทำให้มันไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ทั้งสิ้น
ซีว่างเห็นทีถ้าทำเช่นนี้ต่อไปก็ไม่อาจจะโจมตีถูกตัวของอีกฝ่ายได้ มันจึงล่าถอยออกมาก่อนพร้อมกับจับจ้องไปยังชายสองหัวตรงหน้ามัน
“เจ้าเป็นผู้ใด..ถึงได้ลงมือโจมตีต่อข้า..ทั้งๆ ที่มิได้มีความบาดหมางต่อก่อน”ซีว่างกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดไม่สบอารมณ์อย่างมาก ที่มันมาไล่ล่าตนเอง
“ฮ่า..เจ้าขยะน้อย”หัวทางด้านซ้ายกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว “ข้าเจมมินาย (ราศีคนคู่ หรือเมถุน) ผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ของกิลด์วิญญาณ”ครานี้เป็นหัวด้านขวาตอบออกมา
ซีว่างถึงกับกระจ่างในทันทีเมื่อมันกล่าวออกมาว่าเป็นคนของกิลด์วิญญาณ
ตอนนี้สายตาของชายหนุ่มกลอกไปกลอกมาแลซ้ายทีขวาที มันไม่รู้ว่าจะต้องจับจ้องไปที่หัวไหนกันแน่
“สวะกิลด์วิญญาณ..เหอะ, พวกเจ้านี้ชอบตามวอแวไม่เลิกเสียจริง”มันใช้สายตากวาดดูร่างกายของฝ่ายตรงข้ามอย่างละเอียดพยายามหาว่าเหตุใดมันถึงใช้วิชาออกมาได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีอาวุธอยู่ในมือ
(คนทวีปนี้ถ้าไม่มีอาวุธที่มีศิลาธาตุจะไม่สามารถปล่อยวิชาออกมาได้Cr.ตอนที่ 40)
จนสายตาของซีว่างเหลียวเห็นกำไลข้อมือของมันทั้งสองข้างที่มันดูแปลกประหลาด อีกทั้งมีศิลาพลังธาตุอยู่ตรงนั้น มันก็ถึงบางอ้อในทันที
“ฮ่า..เจ้าเด็กน้อย”หัวด้านซ้ายกล่าว ก่อนที่หัวด้านขวาจะกล่าวออกมา “ติดตามข้าไปเสียดี ๆก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาสที่จะได้เดินไป ...”
“ตามเจ้ากลับไป..เหอะๆ , อยากได้ตัวข้ากลับไป..เจ้าคงต้องทำให้ข้าเป็นศพเสียก่อน”ซีว่างกัดฟันแล้วพูดออกไป ในประโยคสุดท้าย
“ฮ่า..เจ้าโง่”หัวซ้ายกล่าวออกมาเช่นเดิม ก่อนที่หัวขวาจะกล่าวตามหลัง“เช่นนั้นคงมีแต่ต้องใช้กำลังนำตัวกลับไป”ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างว่องไวพร้อมกับง้างมือตบจนเกิดกลายเป็นคลื่นพลังอัสนีพุ่งเข้าหาชายหนุ่มในทันที
ซีว่าเร่งใช้ท่าร่ายเคลื่อนดาราเหยียบจันทร์ในการหลีกหนีออกมาจากรัศมีทำลายของคลื่นพลังนั้นพร้อมกับหน่วงพลังปราณไว้ในมือของตนเอง “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา”พร้อมกับพุ่งตามคลื่นพลังของตนเองไป พร้อมกับฟาดดาบลงไป “แรมที่ 3 ทลายจันทรา!!”
ชายสองหัวมันใช้เพียงมือเปล่าของมันในกันโบกปัดคลื่นพลังของซีว่างพร้อมกับยกกำไลของตนเองขึ้นมาป้องกันต่อวิชาต่อไปของชายหนุ่มเสียงดาบและกำไลกระทบกันดังกู่ก้องไปทั่วบริเวณแห่งนั้นคลื่นพลังจากการปะทะของทั้งสองทำให้พื้นแถวนั้นยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกก่อนที่เจมมินายจะยิ้มออกมา พร้อมกับค่อย ๆ ยันพลังของชายหนุ่มสวนกลับไป
“ฮ่า..เปล่าประโยชน์”หัวด้านซ้ายกล่าวออกมา “คิดจะสังหารข้า..ไว้ข้าเบื่อชีวิต..ข้าจะไปหาเจ้าเอง”หัวขวากล่าวออกมาพร้อมกับยันมือขึ้นเรื่อย ๆ
ซีว่างกัดฟันแน่นพร้อมออกแรงอย่างเต็มที่ไปที่ผู้ที่อยู่ภายในคมดาบของมันแต่แรงที่ฝ่ายตรงข้ามออกแรงสวนกลับมานั้นก็มิเบาเช่นกัน
‘อะไรกัน!!, นอกจากมีสองหัวมันยังมีแรงเป็นสองเท่าด้วยหรอกหรือ!! ’
ก่อนที่ซีว่างจะออกแรงถีบยอดอกของบุรุษสองหัวเพื่อถอยออกมาตั้งหลัก
ชายหนุ่มจับจ้องไปที่บุรุษสองหัวตรงหน้าด้วยสายตาชิงชัง ก่อนเอ่ยปากต่อมันอีกครา
“ไอชั่วเคทิฟก็ตายไปแล้ว, เหตุใดพวกเจ้ายังต้องตามจองเวรข้าไม่เลิก!!”ซีว่ากล่าวถามออกไป พร้อมกับจับจ้องไปยังผู้ที่อยู่ตรงหน้าของมันโดยไม่ละสายตา
“ฮ่า..หัวหน้าข้า”หัวซ้ายกล่าวออกมา ก่อนที่หัวขวาจะกล่าวเสริม “พิษกระจอกของเจ้าหรือ , ที่คิดจะสังหารนายของข้าได้ , ฝันไปเถิด..”มันกล่าวออกมาพร้อมจับจ้องไปที่ซีว่างอย่างขบขัน
“ตอนที่พวกเราต่อสู้กันอยู่ตอนนี้, เมืองแกรี่ที่มีสหายเจ้าอยู่..อาจพินาศย่อยยับไปเสียแล้วฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
-----------------------------------
คุกกี้ท้ายตอน เรื่องราวขณะที่ซีว่างและเชียเล็ซหลับใหล
“ท่านแม่..ท่านแม่”สาวน้อยละเมอเรียกหามารดาของนางออกมาด้วยเสียงที่เศร้าโศกน้ำตาไหลเอ่อแก้มของนางโดยที่นางมิรู้ตัวตื่นเลยแม้แต่น้อย
ก่อนที่นางจะยันตนเองขึ้นมานั่งโดยที่นางมิได้มีสติเลยแม้แต่น้อยผลักปีกของเจ้าหงส์ดำออกอย่างเบามือพร้อมกับลุกขึ้นมาแล้วย่างก้าวเป๋ไปเป๋มาตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่หลับใหลมิได้สติ“ท่านแม่..ท่านแม่..”
ก่อนที่นางจะล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่มโอบกอดมันแนบแน่น พร้อมกับยิ้มหวานออกมา “อุ่นจัง...”
หากใครเห็นใบหน้าของนางที่แสดงรอยยิ้มแบบนี้ออกมาอาจตกหลุมรักนางได้เลยทีเดียว
-----------------------------------
[ 1 ] ธาตุที่นำไฟฟ้าได้ดี1.เงิน 2.ทองแดง 3.ทอง 4.อลูมิเนียมซีว่างถึงใช่ศิลาธาตุทองโยนออกไปเพื่อเบี่ยงเบนกระแสไฟฟ้า