อี้เฉินปรายตาออกไปมอง ชายหนุ่มผมสีทอง ด้านล่างลานประลองด้วยสายตาคมกล้า ก่อนจะลอยตัวขึ้นเหนือลานประลอง ไต่ถามอนุชนในกรอบสายตาออกมา "ซีจื่อหยาง เจ้าเอาจริงหรือที่จะท้าข้าประลอง"
ซีจื่อหยาง เขาพยักหน้าขานรับคำของอี้เฉิน พร้อมกับคลี่ยิ้มออกมากว้าง ก่อนปลดปล่อยกระบี่ ที่อยู่ภายในฝ่ามือสำแดงกระบวนท่าโจมตี ฉับพลันด้านหลังของเขา ก็ปรากฏกระบี่5แฉกเพลิงออกมา ก่อนจะชี้นิ้ว ออกไปด้านหน้าพุ่งเข้าหา อี้เฉินในเสี้ยวพริบตา "จงสังหารค่ายกลกระบี่เพลิงสังหาร" รอบๆ อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างฉับพลัน แม้แต่หมู่ชนที่ดูชมการประลอง ยังรับรู้ได้ถึงความร้อนที่โหมซัด พร้อมกับอายสังหารที่ทะลักทลาย
อี้เฉิน เขาหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นความดื้อรั้น โอหังของเด็กหนุ่ม ช่างเหมือนกับคนดินแดนเบื้องบน 'เกรงว่าซีจื่อหยาง ผู้นี้จะถูกเลี้ยงดู อย่างตามใจมากเกินไป เขาจึงหยิ่งผยอง และจองหองไม่น้อย หากไม่รู้จักความพ่ายแพ้ และความยากลำบาก เกรงว่าเขาจะไม่มีทาง ได้เติบโตขึ้นมาเป็นพันธุ์กล้าที่ดี'
อี้เฉินเอ่ยพูดพึมพำขึ้นมาอยู่เล็กน้อย เมื่อเห็นการโจมตีของชายหนุ่มในกรอบสายตา "เช่นนั้นข้าจะช่วยกระตุ้นเจ้าหน่อยแล้วกัน"
เสียงกระบี่เพลิงที่พุ่งปราดเข้าหาอี้เฉิน แหวกอากาศดังออกมาหวีดแหลม ทว่า จู่ๆ มันกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง จากการก้าวฝีเท้า เหยียบอากาศออกไปด้านหน้าของอี้เฉิน ส่งริ้วคลื่นสีแดง ออกไปกว้างไกลในเสี้ยวพริบตา กระบี่เพลิงที่โจมตีถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่มันจะแตกสลาย ระเบิดออกมาดังกึกก้อง
ซีจื่อหยางที่เห็นการโจมตีของเขา ทำอะไรอี้เฉินไม่ได้เลยซักเศษเสี้ยว อย่าว่าแต่จะเข้าใกล้ตัวของอี้เฉินเลยเสียด้วยซ้ำ เขาถึงกับเบิกตาออกกว้างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง แม้แต่หนุ่มชนเองต่างก็ตกตะลึงไม่แพ้ซีจื่อหยาง รับรู้เลยว่า พวกเขาทั้งสอง อยู่คนละระดับกันอย่างสิ้นเชิง
ซีเซียว นางสืบฝีเท้า พุ่งปราดมาคำนับ อี้เฉินในทันใด พร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพย บุตรของนางเป็นการใหญ่ จนซีจื่อหยาง ต้องสืบฝีเท้ารีบมาห้ามปรามท่านแม่ของเขาไว้ "ท่านแม่ ท่านอย่าทำอย่างนี้ การที่ท่านทำเช่นนี้ ก็กลายเป็นข้าที่อกตัญญูกับท่านแม่ น่ะสิ"
ซีเซียว นางเขกหัวเด็กหนุ่มในกรอบสายตาไปหนึ่งที "เมื่อไรเจ้าจะเลิกทำอะไรสิ้นคิดเช่นนี้ เจ้าคิดจริงหรือว่าเจ้าจะชนะอี้เฉินได้"
อี้เฉินที่เห็นสองแม่ลูกในกรอบสายตา เขากล่าวพูดขึ้นมาอย่างไม่อ้อมค้อม "ท่านเลี้ยงลูก เอาใจเขามากเกินไป ซีเซียว ท่านต้องให้เขาได้พบความยากลำบาก ความพ่ายแพ้บ้าง"
ซีเซียว ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน นางมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักในทันใด ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดออกมาด้วยรอยยิ้มบาง "ท่านสบายใจได้ ข้าไม่คิดที่จะต่อสู้กับเขาอีกต่อไป แล้วท่านไม่ได้บอกกล่าวเรื่องราวในอดีตให้ลูกของท่านฟังหรือ" ครั้นนางได้ยิน คำพูดของอี้เฉินมันก็ทำให้นางตัวสั่นเทาน้อยๆ กลัวความลับนั้นจะถูกเปิดเผย ทว่า ซีจื่อหยาง กลับไม่ค่อยเข้าใจ เหตุใดท่านแม่ของนางจึงหวาดกลัว ชายหนุ่มนามว่า อี้เฉินที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้มากขนาดนี้
หมู่ชนโดยรอบสนามประลอง ต่างก็มองดูภาพบนฟ้าสูง เมื่อเห็นพวกเขาพูดคุยกันครู่หนึ่งก่อนจะได้ข้อสรุปออกมา พร้อมน้ำเสียงอี้เฉินแค่นเสียงกล่าวขึ้นมา ท่ามกลางหมู่ชน "หลินเฟย เจ้าประลองแทนข้าได้หรือไม่ ข้าอยากจะรู้ เจ้าจะพัฒนาไปมากถึงเพียงใดในยามนี้"
ก่อนอี้เฉินจะประกาศกร้าวออกมาอีกครา ราวกับเป็นคำประกาศิต "หากหลินเฟย นาง มีบาดแผลแม้เพียงนิด ข้าจะถือว่า ข้าแพ้การประลอง แล้วจะจากไปด้วยความพ่ายแพ้ในทันที"
หลินเฟยที่ไม่สบอารมณ์อยู่ก่อนแล้ว นางพยักหน้ารับคำของอี้เฉินอย่างว่าง่าย
ทว่าคำพูดนั้นของอี้เฉิน ต่างก็ทำให้หมู่ชนรอบด้าน พากันเงียบงัน กับความมั่นใจของอี้เฉิน แม้แต่เปาเปา กับ จางเหมย ที่มองชมยังส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ
ด้านผู้อาวุโสซีเซียว นางถอยจากไปอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ เมื่อเห็นความตั้งใจของอี้เฉินในยามนี้ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสสำนักเพลิงผลาญ ยังไม่ค่อยเห็นด้วยเมื่อพวกเขาเห็น ศิษย์เอกภายในสำนักของพวกเขา ถูกรังแก เฉกเช่นนี้
ก่อนผู้อาวุโสสำนักเพลิงผลาญจะกล่าวพูด "เหตุใดเจ้าเปลี่ยนตัวกะทันหันเล่า การต่อสู้ยังไม่รู้ผลเลยไม่ใช่หรือ"
คนอื่นๆ ที่ส่งปราณจิตเข้าไปพูดคุย ต่างก็กล่าวเห็นด้วยกันทั้งสิ้น "ใช่ๆ เจ้าจะทำให้กฎกติกาการท้าประลอง เปลี่ยนไปตามตัวเจ้าได้เยี่ยงไร"
บางคนมองว่าอี้เฉิน โอหังมากเกินไป ถึงกับให้สตรีงามเพริศพริ้ง ลงมาต่อสู้กับ ซีจื่อหยาง แทนตัวเขาเสียอย่างนั้น ทว่าคำพูดของ ซีจื่อหยางก็กลบความเงียบงัน ของหมู่ชน ให้เลิกพูดจา โหวกเหวก โวยวายในทันใด "ข้ายอมรับข้อเสนอนั้นของเจ้าอี้เฉิน"
ก่อนซีจื่อหยาง จะปรายตาหันไปมองหลินเฟย ที่ดึงดูดสายตาชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย ทว่าหญิงสาวผู้นี้ ให้ความรู้สึกที่น่าคร้ามเกรง แตกต่างจากอี้เฉินไปอย่างสิ้นเชิง มีแม้ผู้อาวุโสบางคนมองว่า หลินเฟยผู้นี้เป็นผู้นำอี้เฉิน เสียด้วยซ้ำ
ริ้วคลื่นที่หลินเฟย ปลดปล่อยออกมา ราวกับเป็นเซียนหญิง ให้ความรู้สึกสูงส่งยากเกินอาจเอื้อม แพร่กระจายออกมาไม่ขาด มันจึงทำให้หัวใจ หลายๆ คนสั่นไหวไม่น้อย โดยเฉพาะบุรุษหนุ่มที่จ้องมอง ใบหน้างามล่มเมืองของหลินเฟย

ซีจื่อหยาง เขากล่าวแค่นเสียงดุ ออกมาในทันใด "เช่นนั้นแม่นาง โปรดระวังตัว" สิ้นเสียงฝีเท้าชายหนุ่มก็พุ่งปราด เข้าหาหลินเฟย ที่ยืนสงบนิ่งไม่มีระลอกคลื่นปราณพลัง ปลดปล่อยออกมาแม้เพียงนิด กระบี่เพลิงส่งเปลวเพลิงออกมาท่วมท้นโดยรอบความร้อนพุ่งสูงอย่างฉับพลัน ใครเห็นก็ว่าจบในหนึ่งกระบี่สังหาร อย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าเมื่อกระบี่เพลิงเข้าใกล้ หลินเฟยในระยะไม่ถึง5จั้ง ความหนาวเย็นก็เสียดแทงกระดูกของ ซีจื่อหยางในเสี้ยวพริบตา จวนกระบี่ในมือของเขา จะถือไว้ไม่อยู่อีกต่อไป สั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ก่อนชายหนุ่มจะกัดฟันไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยกระบี่ให้หลุดออกจากฝ่ามือ แทงกระบี่เพลิง ที่ลุกโชติช่วง ออกไปหาหญิงสาวในกรอบสายตา อย่างไม่ลังเล
"ย่า!"
ทว่า ซีจื่อหยาง กลับต้องเบิกตาออกกว้าง ในเสี้ยวพริบตา ที่ริ้วคลื่นน้ำแข็งที่หญิงสาวปลดปล่อยออกมา มันกลับทำให้เปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วง พลันดับมอดในเสี้ยววินาที ที่จะถึงตัวหญิงสาว ก่อนจะถูกฝ่ามือหลินเฟย จับปลายกระบี่ ด้วยสองนิ้วมือไว้จนแน่น
ซีเซียวที่เห็น ภาพเบื้องหน้านางรับรู้ได้เลยว่า หญิงสาวนามว่าหลินเฟยผู้นี้ ไม่ธรรมดาเช่นกัน ความกังวลในใจของนางจึงเริ่มผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า หลายคนที่เห็นภาพยังเหงื่อแตกพลั่ก ไม่คิดหญิงสาวในกรอบสายตาผู้นี้จะน่ากลัว มากขนาดนี้
ก่อนหลินเฟยจะกล่าวพูดขึ้นมา เมื่อเห็นซีจื่อหยาง ยังไม่คิดยอมแพ้พยายามจะดึงกระบี่กลับออกไป "เจ้ากัดฟันรับแรงกระแทกให้ดีหนุ่มน้อย ฝ่ามือเยือกแข็ง!"
ซีจื่อหยาง ที่เห็นฝ่ามือพุ่งปราดมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับอายเหน็บหนาว เขารับรู้ได้ในทันที ไม่มีทางหลบฝ่ามือของนางพ้นแล้ว 'นี่หรือคือความห่างชั้น ที่ข้าตามหามาตลอด' ก่อนเสียงปังจะดังออกมาก้อง ส่งให้ร่างของ ซีจื่อหยาง งอเป็นกุ้งมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะทั่วร่าง ลอยกระเด็นออกจากสนามประลองไป ราวกับสายป่านว่าวที่ขาด ริมฝีปาก กระอักเลือดออกมาน้อยๆ
รอบด้านต่างก็พากันเงียบงัน ไม่มีใครคาดคิดเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น พร้อมกับเสียงหมู่ชนกลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่ ซีเซียว ชายชราเยว่เทียน พร้อมกับผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็เข้าไปดูอาการบาดเจ็บของ ซีจื่อหยาง ที่บาดเจ็บหนักไม่น้อย ทว่าสิ่งที่น่าหวาดเกรง คงจะเป็นอายเหน็บหนาว ที่ปลดปล่อยออกมาไม่ขาดทั่วร่างกาย
ด้านอี้เฉินที่มองชมฉากการต่อสู้ ยกฝ่ามือถูคางอยู่เล็กน้อย ไม่คิดเพียงไม่กี่ปีหลินเฟย นางจะเรียนรู้ทักษะความหนาวเย็น มาอยู่ระดับนี้ได้ ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา “ข้าเองก็ควรระวังตัว เจ้าไว้หน่อยก็ดีเช่นกันหลินเฟย”
ครั้น ซีเซียวที่พยุงร่าง ซีจื่อหยาง บุตรชายขึ้นมาหนุนตัก ซีเซียวนางยังได้รับผลกระทบน้ำแข็งกัด พร้อมกับดวงตาที่ไหววูบ เป็นห่วงบุตรชาย ภายในกรอบสายตาอยู่ไม่น้อย พวกผู้อาวุโสที่ลงไปดูอาการ ยังตกใจกับพลังของ หลินเฟย เมื่อเห็นหญิงสาวสืบฝีเท้าเข้ามาหาพวกเขา อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน
ชายชราเยว่เทียน พร้อมกับคนอื่นๆ ต่างก็ตั้งท่าคุ้มกันอยู่เล็กน้อย ก่อนชายชราเยว่เทียน จะผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อไม่เห็น หญิงสาวปลดปล่อยอายสังหารออกมา
ก่อนหลินเฟย จะน้อมตัวเข้าไปใกล้เด็กหนุ่ม ในกรอบสายตา หมุนฝ่ามือโคจรปราณพลังเข้าไปรักษาให้ ซีจื่อหยาง บาดแผลต่างๆ ของเขา จึงค่อยๆ หายไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ภาพนั้นต่างก็พาให้ผู้ชมที่จับจ้องสายตา ต่างก็เบิกตาออกกว้าง ไม่เว้นแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชราโดยรอบ รับรู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวผู้นี้ ขั้นพลังของนางสูงล้ำถึงเพียงใด