ตอนที่หนึ่ง เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า
ในโลกที่ผู้คนสามารถบันทึก ความรู้สึก เกี่ยวกับ ความรัก ความสุข หรือแม้แต่ความเ็ป นี้ลงในคริสตัลได้ ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ค้นพบคริสตัลเสียงที่บรรจุ “บทเพลงสุดท้ายของหัวใจ” และสิ่งนี้เป็ของลูน่า ภรรยาของเอเดนที่จากเขาไปจากโลกนี้ บทเพลงนั้นคือ ความรักที่เธอมีให้กับเขา
“เอเดน” ชายหนุ่มผู้ปิดกั้นตัวเองจากความรัก เขาทำงานในร้านซ่อมเครื่องดนตรีเก่าๆ และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาั้แ่ภรรยาของเขาเสียไป
“ลูน่า” เสียงจากคริสตัล หญิงสาวที่ล่วงลับไปแล้วจากโรคร้าย แต่หัวใจและความรักของเธอยังคงอยู่ในคริสตัล เธอเป็คนร่าเริง และมองโลกในแง่ดีอย่างหลือเชื่อ
“เมโลดี้” หญิงสาวผู้มีชีวิตอยู่จริง เธอเป็น้องสาวของลูน่า และ เป็จิตแพทย์ของเอเดน
เอเดนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงดนตรีที่เงียบงัน ร้าซ่อมเครื่องดนตรีเก่าๆ ของเขาตั้งอยู่บนถนนสายเล็กๆ ในย่านที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก กลิ่นอายของไม้เก่า น้ำมันเครื่อง และฝุ่นผงจากเครื่องดนตรีที่ถูกทิ้งร้างมานานปะปนกันอยู่ในอากาศ แต่กลับเป็กลิ่นที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจสำหรับเขา
เขาเป็ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่มีดวงตาคู่คมแต่ทว่ามันกลับหม่นหมอง ผมสีเข้มมักจะยุ่งเสมอจากการก้มหน้าห้มตาทำงาน เสื้อเชิ้ดยับยู้ยี่เปื้อนคราบน้ำมัน เป็เครื่องแบบประจำตัวของเขา เอเดนใช้ชีวิตอย่างโดเดี่ยวในอพาร์ทเม้นเล็กๆ เหนือร้าน เขาไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ไม่ชอบความวุ่นวาย และเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก โดนเฉพาะอย่างยิ่งจากเื่ของความรัก
งานซ่อมดนตรีคือโลกทั้งใบของเอเดน เขาสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงจมอยู่กับ การถอดประกอบชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ซับซ้อนของเปียโนเก่า คลาริเน็ตที่เสียงเพี้ยน หรือไวโอลินที่สายขาด และเมื่อเขาซ่อมมันจนกลับมาบรรเลงเพลงได้อีกครั้งเป็ความรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เอเดนกำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมกีตาร์โปร่งตัวเก่าของเขา อยู่นั้น เป็กีตาร์ที่ผ่านเื่ราวมาอย่างมากมาย มีรอยขีดข่วนและรอยบุบประปราย แต่เนื้อไม้ยังคงสวยงามและให้ความรู้สึกอบอุ่น เอเดนค่อยๆ ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมของมันอย่างละเอียดลออ
เขาใช้มือลูบไล้ไปตามลำตัวกีตาร์ จนกระทั่งนิ้วของเขาััได้ถึงรอยนูนเล็กๆ ใกล้กับช่องเสียง ราวกับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน เอเดนขมวดคิ้วด้วยความสงสัยหยิบไฟฉายขนาดเล็กส่องเข้าไปในช่องเสียง พยายามมองหาต้นตอของรอยนูนนั้น
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
ภายในตัวกีตาร์ มีช่องลับเล็กๆ ที่ถูกปิดไว้อย่างแเี และภายในช่องนั้น มีวัตถุบางอย่างเรืองแสงเรืองรองอยู่ มันเป็ก้อนผลึกใสขนาดเท่าหัวแม่มือ เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับมีแสงดาวเล็กๆ ถูกกักเก็บไว้ภายใน
เอเดนหยิบเครื่องมือช่างขนาดเล็กมาค่อยๆ งัดแงะช่องลับนั้นออกอย่างระมัดระวัง เมื่อช่องเปิดออก เขาก็ใช้คีมคีบก้อนผลึกนั้นออกมาอย่างเบามือ คริสตัลนั้นเย็นเฉียบเมื่อััปลายนิ้ว แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ เมื่อเขาถือมันไว้ในฝ่ามือ มันไม่ใช่หินธรรมดา มันดูเหมือนจะมีชีวิตอยู่ในตัวของมันเอง
“คริสตัลเสียงงั้นหรอ มันมีจริง?” เอเดนพึมพำกับตัวเอง เขาเคยได้ยินเื่เล่าเกี่ยวกับคริสตัลชนิดนี้มาบ้าง แต่มันเป็เพียงตำนานที่เล่าขานกันในหมู่นักสะสมของเก่าและนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มที่เชื่อในพลังงานลึกลับของจิตใจ พวกเขาว่ากันว่าคริสตัลเสียงสามารถบันทึก “ความรู้สึก” ของมนุษย์เอาไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็ความรัก ความสุข ความเศร้า หรือความเ็ป และจะปลดปล่อยมันออกมาเมื่อถูกกระตุ้นด้วยวิธีที่ถูกต้อง เอเดนไม่เคยเชื่อเื่พวกนี้ เขาเป็คนมีเหตุผลและเชื่อในสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น แต่คริสตัลที่อยู่ในมือของเขานั้นดูพิเศษกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมา
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่เกินห้ามใจ เอเดนลองใช้ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ไปตามพื้นผิวของคริสตัลอย่างแ่เบา ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าอ่อนๆ ก็สว่างวาบขึ้นจากภายในคริสตัล และเสียง... เสียงเพลงที่ไพเราะราวกับมาจากสรวง์ก็ดังแว่วขึ้นในอากาศ
มันเป็เสียงเพลงที่บรรเลงด้วยกีตาร์โปร่งอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยท่วงทำนองที่อบอุ่นและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเขาเคยได้ยินมันมาก่อน เสียงกีตาร์นั้นนำพาอารมณ์ความรู้สึกที่บริสุทธิ์และเปี่ยมสุขมาสู่โสตประสาทของเอเดน มันไม่ใช่เพลงที่มีเนื้อร้อง แต่เป็ท่วงทำนองที่เล่าเื่ราวของความรัก ความหวัง และความสุขที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจ
เอเดนยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขารู้สึกเหมือนมีสายลมแห่งความสดใสพัดผ่านเข้ามาในห้องซ่อมเครื่องดนตรีที่อับทึบของเขา เสียงเพลงนั้นบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา และเต็มไปด้วยพลังงานบวกที่เขาไม่เคยััได้จากสิ่งใดมาก่อน
แล้วเสียงร้อง... เสียงร้องที่อ่อนหวานและสดใสก็ดังขึ้น มันเป็เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังฮัมเพลงตามท่วงทำนองกีตาร์ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ความร่าเริง และความสุขที่แท้จริง ราวกับว่าเ้าของเสียงกำลังยิ้มอย่างกว้างขวางขณะที่กำลังฮัมเพลง
“ลา ลา ลา ลา ลา... ลา ลา ลา ลา ลา...”
เสียงฮัมเพลงนั้นเรียบง่าย แต่กลับสะกดใจเอเดนได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็เสียงที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวัง และการมองโลกในแง่ดีอย่างเหลือเชื่อ ราวกับว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีความทุกข์ใดๆ ในโลกเลย
เอเดนหลับตาลง ปล่อยให้เสียงเพลงและเสียงฮัมเพลงนั้นโอบล้อมตัวเขา ความรู้สึกที่เขาเคยปิดกั้นมานานหลายปีเริ่มสั่นคลอน กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจกำลังเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น
เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร ไม่รู้ว่าบทเพลงนี้มีความหมายว่าอะไร แต่เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ความบริสุทธิ์ของเสียงเพลงและความรู้สึกที่ส่งผ่านคริสตัลนั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
เมื่อบทเพลงจบลง แสงจากคริสตัลก็ค่อยๆ หรี่ลงจนเหลือเพียงแสงเรืองรองจางๆ เอเดนลืมตาขึ้น เขามองคริสตัลในมือด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งประหลาดใจ สงสัย และ... โหยหา
เขาไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรมาทำให้เขารู้สึกแบบนี้ได้อีกแล้ว หลังจากที่เขาตัดสินใจปิดตายหัวใจตัวเองไปตลอดชีวิต
แต่บทเพลงที่เพิ่งได้ยินนั้น... มันไม่ใช่แค่เสียงเพลง มันคือ “บทเพลงสุดท้ายของหัวใจ” ของใครบางคน ที่ถูกบันทึกไว้ด้วยความรู้สึกที่รุนแรงและบริสุทธิ์ที่สุด และ มันกำลังกระตุ้นให้หัวใจที่เคยหลับใหลของเอเดน ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“เธอเป็ใครกันแน่ ...” เอเดนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า ราวกับว่าเขาเพิ่งจะค้นพบความหมายของคำว่า “ความหวัง” อีกครั้ง
เขาตัดสินใจทันที เขาจะต้องค้นหาว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร และบทเพลงนี้มีความหมายว่าอะไร มันไม่ใช่แค่ความอยากรู้อยากเห็น แต่มันคือความรู้สึกที่เร่งเร้าจากภายใน ราวกับว่าโชคชะตาได้นำพาคริสตัลเสียงนี้มาให้เขา เพื่อเปิดประตูบานใหม่ในชีวิตที่เขาเคยคิดว่าปิดตายไปแล้ว
เอเดนเก็บคริสตัลเสียงไว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง เขามองไปที่กีตาร์โปร่งเก่าๆ ตัวนั้น แล้วความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัว
ทำไมคริสตัลเสียงนี้ถึงซ่อนอยู่ในนั้น?
คำถามเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ของเอเดน การเดินทางที่จะพาเขาไปสู่โลกที่เขาไม่เคยรู้จัก โลกที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ความลับ และความรักที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
Alice คนชอบทะเล