Series : ปิศาจสาวร้อยปี
ตอนที่ 3 – รอยแผลเป็นเก่า
ตีสามกว่าๆ ฝนหยุดตกแล้ว แต่ความชื้นยังเกาะหนักในอากาศ
เมฆานั่งพิงเสาโบสถ์ ขาเหยียดตรง มือข้างหนึ่งวางบนเข่า อีกข้างแตะกำไลเงินเบาๆ ตลอดเวลา
แสงจันทร์ลอดลงมากระทบพื้นตรงรอยชื่อ “อรัญญา” ที่ถูกเล็บขูดไว้จนลึก
เขาไม่หลับ ไม่พัก สายตาจับจ้องมุมมืดที่นางคอยหายไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน
กลิ่นธูปยังลอยคลุ้ง แต่เบาบางลงมาก เหมือนนางกำลัง “รอ” อะไรบางอย่าง
เจ้าฮูกเกาะอยู่บนคานเพดาน ตาเหลืองทองปิดสนิท อยู่ในโหมดประหยัดพลัง
ส่วนเจ้าพรายหายไปตั้งแต่เมฆาสั่งงาน ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเร็วๆ นี้
เมฆาถอนหายใจเบาๆ
“ช้าไปหน่อยนะ เจ้ากระดูก”
เหมือนได้ยินคำบ่นนั้น อากาศข้างหน้าเขาพร่าเลือน ร่างเจ้าพรายค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากพื้น คราวนี้หน้าซีดกว่าปกติ (ทั้งที่มันซีดอยู่แล้ว)
“ท่านครับ… ข้าพบแล้ว” เสียงมันต่ำกว่าปกติ “แล้วข้าไม่อยากกลับมาที่นี่อีกเลย”
เมฆาไม่ขยับตัว “พูดมา”
เจ้าพรายยกมือกระดูกขึ้นชี้ไปทางด้านหลังโบสถ์
“กุฏิเก่าหลังที่สาม… มีกล่องไม้จันทน์ฝังอยู่ใต้พื้น
ข้างในมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง เขียนด้วยลายมือผู้ชาย… แล้วก็รูปถ่ายเก่า”
เมฆาคิ้วขมวด “รูปใคร”
เจ้าพรายกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“ผู้ชายในรูป… หน้าตาตรงกับหลวงตาที่จ้างท่านมาเป๊ะเลยครับ
แต่รูปนั้นถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2468”
เมฆานิ่งไปครู่หนึ่ง
“หนึ่งร้อยสิบแปดปีที่แล้ว… หลวงตาอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้าในรูป”
เขาลุกขึ้นช้าๆ ปัดฝุ่นออกจากกางเกงยีนสีเข้ม
“พาไปดู”
เส้นทางไปกุฏิหลังที่สามมืดมิดกว่าตัวโบสถ์อีก
พื้นไม้ผุพังจนต้องก้าวระวัง เจ้าพรายลอยนำหน้า ตัวสั่นเล็กๆ ตลอดทาง
ในกุฏิ มีกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นไม้จันทน์เก่า
เจ้าพรายชี้ไปที่มุมห้อง “ขุดตรงนั้นครับ”
เมฆาคุกเข่าลง ใช้มีดพกกรีดพื้นไม้เก่าออก ใต้แผ่นไม้มีกล่องไม้จันทน์ขนาดเท่าฝ่ามือฝังอยู่จริงๆ
เขาหยิบขึ้นมา เปิดฝา
ข้างในมีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้ม และรูปถ่ายขาวดำแผ่นเดียว
รูปถ่ายเป็นผู้ชายในชุดทหารยศร้อยตรี ยืนข้างผู้หญิงชุดไทยสวยงาม ผมมวยสูง
ใบหน้าผู้หญิงคนนั้น… เหมือนนางคอยทุกประการ
ด้านหลังรูปเขียนด้วยหมึกซีด
“ข้าพเจ้า ร.ต. วิชิต สุวรรณวงศ์ กับ นางสาวอรัญญา ณ วัดบางลำพู วันที่ 12 มีนาคม 2468”
เมฆาพลิกดูสมุดบันทึก
หน้าแรกเขียนว่า
“ข้าทำผิดไปแล้ว
ข้าจะชดใช้ให้เธอ
แม้ต้องรอไปอีกกี่ชาติ”
หน้าต่อๆ มาเป็นบันทึกสั้นๆ ทุกปี
ปี 2475 – ข้ากลับมาแล้ว ยังไม่ได้เจอเธอ
ปี 2488 – วัดถูกทิ้งร้าง ข้ายังรอ
ปี 2501 – ข้ากลับมาเกิดใหม่
ปี 2519 – ยังไม่เจอ
ปี 2540 – ข้าบวชแล้ว อยู่ที่นี่ตลอดไป
ปี 2568 – หลวงตาวิชิต อายุ 73 ปี (ชาติปัจจุบัน)
หน้าสุดท้ายเขียนเมื่อสามวันก่อน
“มีคนงานมาบูรณะวัด
พวกเขาจุดธูปเรียกชื่อเธอ
ข้ากลัวเธอจะฆ่าทุกคน
ข้าจึงไปตาม ‘เมฆา’
คนเดียวที่ข้าเคยช่วยชีวิตไว้ตอนเด็ก
คนที่สืบทอดสายเลือดนาคราช
ขอให้เขาช่วยส่งเธอ… หรือหยุดข้าเสียที”
เมฆาปิดสมุดช้าๆ
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นที่ประตูกุฏิ
หลวงตาวิชิตยืนอยู่ตรงนั้น มือประสานไว้ข้างหน้า หน้าซีดเซียว
“หลวงตาตามมาด้วยเหรอครับ” เมฆาเสียงเรียบ
หลวงตาพยักหน้าช้าๆ
“อาตมา… รอวันนี้มานาน”
เมฆายกสมุดขึ้นให้ดู
“ท่านคือคนที่เผานางทั้งเป็น”
หลวงตาคุกเข่าลงตรงนั้น น้ำตาไหลเป็นทาง
“ใช่… อาตมาหึงหวงจนตาบอด
นางไม่เคยคิดนอกใจเลยสักครั้ง
แต่คนรอบข้างใส่ร้าย อาตมาก็เชื่อ
คืนนั้นอาตมาสั่งให้คนจุดธูป 108 ดอก ล็อกนางไว้ในโบสถ์ แล้วเผา”
เมฆาเงียบ ไม่ด่วนตัดสิน
หลวงตาร้องไห้เสียงสั่น
“ทุกชาติที่อาตมากลับมา อาตมาก็พยายามขอขมาที่หน้าโบสถ์
แต่นางไม่เคยรับ
จนกระทั่งคืนนี้… นางรู้แล้วว่าอาตมากลับมา”
เมฆาถามต่อ “ทำไมท่านไม่บอกความจริงกับนางตั้งแต่แรก”
“อาตมากลัว… กลัวนางจะฆ่าอาตมาก่อนได้ขอโทษ”
เมฆาถอนหายใจยาว วางสมุดลงข้างตัว
“ผมจะช่วยท่านบอกความจริงกับนาง
แต่มีเงื่อนไขข้อเดียว”
หลวงตาเงยหน้าขึ้น “อะไรก็ได้”
เมฆามองตรงเข้าไปในตาหลวงตา
“ถ้านางไม่ยอมอโหสิกรรม
ผมจะส่งทั้งสองคนพร้อมกัน”
หลวงตานิ่งไปนาน ก่อนพยักหน้าช้าๆ
“ตกลง”
ข้างนอกโบสถ์ กลิ่นธูปเริ่มหนาทึบขึ้นอีกครั้ง
ราวกับนางคอยกำลังฟังทุกคำพูดอยู่
*โปรดติดตามตอนต่อไป*