มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 168 ปรากฎการณ์ที่ยากจะพบพาน

        ""โอ..!!..ถึงกับมี ผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุด ขึ้นสามคนแล้ว ครานี้อาณาจักรเนตรอสูรคงได้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเจ็ดอาณาจักรเป็นแน่..!!"

 

        ผู้ที่โดนสั่งสอนจนฟันหัก บัดนี้เมื่อได้เห็นระดับปราณของนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ ซึ่งเป็นผู้ที่ซัดลูกปัดใส่มัน ถึงกับเกิดอาการหนาวสั่นหน้าซีดเซียวเหงื่อไหลชุ่มโชกไปทั้งตัว บ่นพึมพำออกมาอย่างคนเสียสติ

 

        "โอวว..นางถึงกับเป็นราชันย์...ข้ามิกล้าแล้ว....ข้ามิกล้าแล้ว...!!"

 

        เมื่อนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกลับมายืนที่เดิม เยี่ยนฟางก็ได้เดินออกไปเพื่อทำการทดสอบบ้าง ครานี้มิมีเสียงพูดเสียดสีใดใดเกิดขึ้นให้ได้ยินอีกแล้ว ทุกคนต่างจดจ่อดูอย่างสงบเงียบเชียบคอยดูว่าสตรีงามคนสุดท้ายจะมีทดสอบผลออกมาเช่นไร 

 

        สตรีงามที่มาด้วยกันทั้งสามนางทดสอบไปสองนางแล้ว และผลที่ออกมาต่างทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งทึ่ง..ครานี้ต่างจึงเฝ้ารอดูและคาดหวังว่าสตรีงามคนที่สามจะยังคงมีผลการทดสอบที่น่าแตกตื่นเช่นเดียวกันรึไม่ ? เพราะดูแล้วสตรีทั้งสามต่างสนิทสนมและมาด้วยกัน ระดับพลังฝีมือคงย่อมมิแตกต่างกันมากนัก ถ้าสตรีงามคนสุดท้ายทดสอบแล้วเกิดมีระดับปราณราชันย์ขึ้นอีกคน นี่ก็เท่ากับว่าอาณาจักรเนตรอสูรจะมีราชันย์เยาว์วัยถึงสี่คน  ถ้าเช่นนั้นการแข่งขันระดับอาณาจักรที่จะเกิดขึ้น ครานี้คงต้องเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อันยาวนานของอาณาจักรเนตรอสูรไปด้วยการแข่งขันของครานี้แน่

 

        เยี่ยนฟางเดินนวยนาดออกไปอย่างสวยงามดุจพญาหงษ์ เขียนชื่อในแผ่นหยกสีขาว ยกมือขาวผ่องกดประทับไปยังแผ่นหยกสีมรกต ชั่วครู่ได้บังเกิดเสียงขึ้น

 

        "พรึ่บ..!!"

 

        "แว๊บบบ..!!"

 

        "เยี่ยนฟาง อายุสิบห้าปี ปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุด..!!"

 

        "ผ่าน"

 

        "อา..ถึงกับเป็นปราณราชันย์ดังที่คาดคิดไว้จริง ๆ อีกแล้ว..ทั้งที่อายุเพิ่งสิบห้าปี.นี่มันบ้าไปแล้ว. ข้าคงมิได้ฝันไป...มิเสียทีที่ข้าอุตส่าห์เดินทางมาชมการประลองครานี้จริง ๆ กลับไปคงได้พูดให้ผู้ที่ไม่ได้มาได้ฟัง ผู้คนเหล่านั้นต้องอิจฉาข้าอย่างยิ่งเป็น่แน่ที่ข้ามีโอกาสได้มาเห็น ราชันย์อย่างแท้จริงถึงสี่คน  ฮ่า ฮ่า ฮ่า..ข้าช่างโชคดีจริงโว๊ยยยย...!! "

 

        "โอ้..ราชันย์ระดับสามขั้นสุดอีกแล้ว  แถมยังมีอายุเพียงสิบห้าปี ..นี่นับเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริงแล้ว.."

 

        "เกิดอะไรขึ้นที่เมืองเนตรอสูรกันแน่ ครานี้ถึงกับได้ถือกำเนิดราชันย์ออกมาพร้อมกันถึงสามคน..เชรดโด้..!!"

 

        ทั้นทีที่จอแสดงผลปรากฏ เสียงกระหึ่มได้ดังลั่นขึ้น ตอนนี้ดูเหมือนผู้คนทั้งสนามต่างรอลุ้นให้ผลการทดสอบเกิดราชันย์ขึ้นอีกเฉกเช่นคนของอาณาจักรเนตรอสูรมากกว่าการจะดูการประลองซะอีก  


        เยี่ยนฟางได้เดินไปรวมกับทั้งสามและชวนกันกลับไปนั่งยังที่นั่งของเมืองเนตรอสูร ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองไปยังสตรีงามทั้งสามและมองไปยังเมืองเนตรอสูรอย่างอิจฉาและกริ่งเกรง  ใครจะไปกล้ากล่าวเหยียดหยามได้อีก  บัดนี้เมืองเนตรอสูรที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงไก่รองบ่อน ได้อันดับสุดท้ายทุกครั้งทุกคราที่เข้าร่วมประลอง

 

        แต่คราวนี้เมืองเนตรอสูรกลับมีราชันย์รุ่นเยาว์ถึงสามคนเข้าร่วมประลองคัดเลือกตัวแทนระดับอาณาจักร และถ้าจะพูดถึงพลังและอำนาจหากราชันย์ทั้งสามนี้ร่วมมือกันขยี้เมืองใดเมืองหนึ่งแล้ว


        มิต้องพูดถึงผลที่จะเกิดขึ้น ครุ่นคิดแล้วหลายคนต่างมีเหงื่อซึมออกทางแผ่นหลังโดยมิรู้ตัว ต่อไปใครจะไปกล้าดูถูกดูแคลนเมืองเนตรอสูรอีก นั่นมันราชันย์ตัวเป็นเป็นถึงสามคนเชียวนะ มิใช่ราชันย์เพียงในตำนานที่มิเคยพบเจอตัวเป็น ๆ เหมือนดังที่โบราณเคยบอกเล่ามาก่อนหน้านั้น

 

        เหตุการณ์ทดสอบที่ออกมาเช่นนี้ ทั้งได้พบผู้เยาว์ที่มีระดับปราณราชันย์ถึงสี่คน ทำให้คณะผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลราชวงศ์ต้องปรึกษาตกลงกันใหม่เรื่องการคัดเลือกตัวแทนของอาณาจักรจำนวนห้าคน


        หลังจากปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลาถึงครึ่งชั่วยามก็ได้ข้อสรุป แม้ทุกตระกูลต่างปรารถนาจะได้สิทธิ์เป็นตัวแทน แต่สิทธิ์นั้นต้องใช้พลังฝีมือเยื้อแย่งมา และบัดนี้ได้ปรากฎมีราชันย์เกิดขึ้นถึงสี่คนแล้ว


        ถ้าหากจะให้แข่งขันต่อสู้กันทั้งหมดผู้อื่นที่มีเพียงปราณขุนพลมิมีทางจะต่อกรกับราชันย์ได้อย่างแน่นอน เพราะความต่างกันของช่วงชั้นระหว่างปราณขุนพลกับปราณราชันย์ช่างกว้างใหญ่จนมิอาจจะประมาณได้ ถ้าฝืนจะให้ต่อสู้กันก็ดุจดังเอาเด็กทารกที่เพิ่งหัดเดินไปวิ่งแข่งกับเด็กอายุสิบปี  ผลที่ออกมาคงมิมีเป็นอื่นไปได้

 

        เหตุการณ์ที่มีผู้ทดสอบมีระดับปราณราชันย์เกิดขึ้นถึงสี่คน นับเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า "ปรากฎการณ์ที่ร้อยปีหรือพันปียากจะพบพาน " "ได้เกิดขึ้นกับอาณาจักรเนตรอสูรแล้ว" เพราะที่ผ่านมานั้นการจะหาปราณราชันย์สักคนหนึ่งนั้นแสนยากที่จะได้พานพบ แต่บัดนี้กลับบังเกิดมีราชันย์ขึ้นพร้อมกันถึงสี่คน หากอาณาจักรอื่นได้ทราบข่าวนี้เข้ามิทราบจะเกิดเหตุโกลาหลปานใดกัน

 

         หลังจากพูดคุยกันจึงได้ข้อสรุปว่า จากผู้เยาว์ที่เข้าทดสอบทั้งหมดห้าสิบแปดคน ต้องการคัดเลือกเอาตัวแทนของอาณาจักรเพียงห้าคนเท่านั้น แต่ครานี้กลับมีผู้ทดสอบที่มีระดับปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุดถึงสี่คน ดังนั้นสิทธิ์ในสี่คนแรกต่างจึงขอมอบให้ผู้ที่มีระดับปราณราชันย์ทั้งสี่ ไปและถ้าหากมีใครมิยินยอมก็ให้ทำการท้าประลองต่อราชันย์ทั้งสี่ได้ตามความสมัครใจ  ส่วนสิทธิ์ที่เหลืออีกหนึ่งสิทธิ์นั้นให้ผู้ที่เหลือทั้งห้าสิบสี่คน จับฉลากต่อสู้กัน แพ้คัดออก ผู้ที่เหลือมาแข่งกันจนเหลือผู้ชนะคนสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียว ที่จะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนคนที่ห้าของอาณาจักรเนตรอสูร 

 

        เมื่อทุกเมืองได้รับทราบข้อตกลงและคำชี้แจง แม้ต่างอยากจะคัดค้านแต่หากจะให้ไปท้าประลองกับราชันย์ ใครเล่าจะไปกล้าเสี่ยง ต่างจึงได้แต่จำยอมรับข้อตกลงนี้ ดังนั้นการจับฉลากหาคู่ต่อสู้จึงเริ่มขึ้น การจับฉลากต่อสู้ได้คู่ต่อสู้ทั้งหมด ยี่สิบเจ็ดคู่ รอบที่สองจะได้สิบสามคู่กับฟรีหนึ่งคน รอบที่สามจะได้เจ็ดคู่  รอบที่สี่จะได้สามคู่กับฟรีหนึ่งคน รอบที่ห้าเหลือสองคู่  รอบที่หกคือคู่ชิงชนะเลิศ ผู้ชนะจะได้เป็นตัวแทนคนที่ห้าของอาณาจักร

 

        และโดยปกติเมื่อสิ้นสุดการคัดเลือกตัวแทนระดับอาณาจักรในทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีการตกลงกันว่า จะมีการจัดลำดับเมืองและตระกูลโดยยึดถือจากลำดับจากตำแหน่งของตัวแทนทั้งห้าของอาณาจักรที่ได้มา เป็นผู้มีสิทธิ์ที่จะได้รับการจัดสรรทรัพยากรในระดับอาณาจักรแต่ละรอบ ซึ่งจะมีเพียงห้าอันดับแรกของผู้ที่ได้เป็นตัวแทนระดับอาณาจักรเท่านั้นที่จะได้รับการจัดสรรทรัพยากรให ส่วนลำดับหลังจากนี้จะมิได้มีรางวัลหรือทรัพยากรใดให้ อีกทั้งยังต้องจ่ายทรัพยากรตามเงื่อนไขข้อตกลงด้วย

 

        การจัดลำดับเมือง การจัดลำดับตระกูลจะได้ทรัพยากรสนับสนุน และชื่อเสียงว่าตระกูลใดจะอยู่ในอันดับใดจากตระกูลทั้งหมดของอาณาจักรให้ได้คุยโอ่กัน ซึ่งในการคัดเลือกที่ผ่านมาทุกครั้ง ตระกูลจากเมืองเนตรอสูรล้วนตกไปอยู่ในอันดับรั้งท้ายทั้งสิ้น

 

        โดยนับเรียงจากอันดับที่สูงที่สุดไล่เรียงลงมาว่าจะเป็นตระกูลใดเมืองใด แต่หากมีการได้อันดับที่เท่ากันก็จะนับจากจำนวนคนที่ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนระดับอาณาจักร เมืองใดมีผู้คนเป็นตัวแทนที่ชนะอันดับหนึ่ง จะได้ตำแหน่งตระกูลอันดับหนึ่ง และเมืองอันดับหนึ่งของอาณาจักรไป

 

        ซึ่งรางวัลระดับเมืองนั้นจะมีเพียงเมืองที่ได้อันดับหนึ่งเพียงเมืองเดียวเท่านั้น ที่จะได้รับทรัพยากรจากเมืองที่เหลือจำนวนสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งปีของแต่ละเมือง ปีละครั้งเป็นเวลาห้าปีติดต่อกัน ทรัพยากรจะส่งตรงไปให้ตระกูลของเมืองที่ชนะลำดับที่หนึ่งของอาณาจักรเป็นผู้จัดสรรทรัพยากรเอง ส่วนการจะแบ่งปันอย่างไรให้แต่ละตระกูลในเมืองนั้น ๆ หรือไม่ มิได้เป็นการบังคับ ขึ้นอยู่กับตระกูลที่ได้รับรางวัลว่าจะตัดสินใจเช่นไร

 


คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน