(20)
อวสาน
ค่ำคืนแห่งแสงสีในย่านบันเทิงใจกลางเมืองหลวง นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติต่างก็ทยอยเข้ามาหาความสำราญในผับชื่อดัง ท่ามกลางแสงสีเสียงอันตื่นตา บรรดานักท่องราตรีต่างก็สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยงโยกย้ายเข้ากับจังหวะเพลงสากลที่ดีเจกำลังเปิด
แต่อีกมุมหนึ่ง...
“ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับคนสวย”
“ได้สิคะ”
แกร๊ง!
ทั้งสองต่างก็จ้องตากันอย่างหวานซึ้งในขณะจิบไวน์สีเืนกอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ เรือนร่างอรชรผิวขาวเนียนตัดกับชุดเดรสสั้นเกาะอกสีแดงเพลิง ทำให้หล่อนดูมีเสน่ห์น่าค้นหาในสายตาชายหนุ่มเป็ดาวเด่นที่ใคร ๆ ต่างก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก
“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมต่อยินดีที่ได้รู้จัก”
“ดาวค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับ”
“ค่ะมาคนเดียว แล้วคุณล่ะ”
“ผมก็มาคนเดียวเหมือนกันครับ สวย ๆอย่างคุณมาคนเดียวอย่างนี้แฟนไม่หวงแย่เหรอครับ”เขาว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้
“โทษทีนะคะ ฉันไม่มีแฟนโสดร้อยเปอร์เซ็นต์”
“แสดงว่า...คืนนี้ผมชวนคุณดื่มได้ทั้งคืนเลยใช่ไหม”ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ต้นขาขาวเนียน ลองเสี่ยงดวงว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร
“ได้สิคะถ้าเงินคุณหนาพอพูดแค่นี้คุณคงจะรู้ว่าฉัน้าอะไร” การผิดหวังจากความรักในครั้งนั้น ทำให้ดาววดีไม่อยากปักใจรักใครอีกแล้วไม่อยากจะต้องเสียใจเพราะความรัก จึงใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยงทำอาชีพผู้หญิงกลางคืน รับลูกค้าในแวดวงสังคมชั้นสูง ที่มีเงินมากพอให้หล่อนใช้จ่ายได้อย่างสบายๆ หล่อนสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีทางรับงานลูกค้าคนเดิมเด็ดขาดเพราะไม่อยากจะมีความผูกพันกับใครอีกแล้ว
“สูงสุดที่คุณเคยได้เท่าไหร่ล่ะ”
“คืนละหนึ่งแสน ทำไมเหรอคะหรือคุณจะให้มากกว่านี้”
“ผมให้สองแสน จองตัวคุณสามวันโอเคไหมครับ”
ดาววดีแทบไม่ต้องคิดเพราะเงินตั้งสองแสนแลกกับการปรนเปรอชายหนุ่มเพียงแค่สามวันมันเป็อะไรที่คุ้มค่ามาก ไม่นึกว่าเขาจะตอบตกลงทั้งที่ราคาที่บอกไปมันเป็เื่โกหกทั้งนั้น
“โอเคค่ะ แค่สามวันเท่านั้นนะ”
“แน่นอนครับ”
ทั้งสองต่างก็ยิ้มให้กันยกแก้วไวน์ขึ้นมาชนอีกครั้ง ก่อนจะนั่งดื่มต่ออีกสักพักแล้วควงแขนออกไปหาความสุขที่คอนโดมิเนียมของชายคนนั้น
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เสียงคลื่นทะเลดังให้ได้ยินอย่างสม่ำเสมอบวกกับลมเย็น ๆ ที่พัดผ่าน ทำให้คนที่นอนพักผ่อนอยู่ใต้ร่มสนต้นใหญ่ต่างก็รู้สึกผ่อนคลายนอนหยอกล้อเล่นกับลูกชายตัวน้อยอย่างมีความสุข
ตอนนี้ธงรบพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเลบรรยากาศที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งความวุ่นวายทำให้พวกเขาแทบไม่อยากจะกลับเมืองหลวงกันเลย
“หนูชอบที่นี่ไหมครับน้องภพ”
“แอ้ ๆ”
เสียงตอบรับของทารกน้อยทำให้ผู้เป็พ่อยิ้มไม่หุบโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนจะเอามือค้ำศีรษะไว้แล้วจ้องมองภรรยาซึ่งอยู่ถัดจากลูกชายไป
“แล้วหนูฟ้าล่ะชอบที่นี่ไหมครับ”
“ชอบที่สุดในโลกเลยครับ พาหนูฟ้ากับหนูภพมาอีกบ่อยๆ นะครับป๋า” เขียนฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ส่งรอยยิ้มหวานให้สามี
“เรียกป๋าอย่างนี้ระวังตัวเอาไว้เถอะอีหนู” ธงรบมองอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยว
“ทำไมครับป๋า จะทำอะไรหนูฟ้าเหรอ” เ้าตัวกล่าวด้วยสีหน้าระรื่นท้าทายผู้เป็สามีอย่างไม่เกรงกลัว
“จะจัดให้หนัก ๆจนแทบไม่มีแรงคลานลงจากเตียงเลยเคยดู หึ ๆ” เขายักคิ้ว ส่งสายตาหื่นให้
เขียนฟ้าแสยะยิ้ม“ใครกันแน่ที่จะคลานลงจากเตียง คนอย่างผมไม่เคยยอมแพ้ใครอยู่แล้วโดยเฉพาะผู้ชายอย่างคุณ”
“เดี๋ยวเถอะพ่อจะจัดให้ซะคืนนี้เลย”
“เสียใจด้วยครับ เพราะวันนี้ผมจะพาลูกไปนอนที่ห้องคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้คุณนอนคนเดียวซะให้เข็ด”
“กล้าเหรอ”ชายหนุ่มเอื้อมมือไปบี้จมูกโด่งอย่างมันเขี้ยว
“เอามือคุณออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“แตะนิดแตะหน่อยทำเป็โวยวายไปได้เดี๋ยวนี้เล่นตัวเหรอเรา”
ในขณะที่พ่อกับแม่กำลังจู๋จี๋กันอยู่นั้นเ้าหนูน้อยดรัณภพที่นอนอยู่ตรงกลาง ก็มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาอยู่อย่างนั้น
“แน่นอน เพราะผมรู้ว่าในหัวคุณคิดแต่เื่ใต้สะดือขนาดมีลูกแล้วยังหื่นไม่เลิก ทำตัวเหมือนเสือที่ตายอดตายอยากมาเป็สิบปีสิบชาติซะอย่างนั้น”ตอนนี้เขียนฟ้าไม่ใช่คนที่เอาแต่เงียบและยอมรับฟังสามีเพียงฝ่ายเดียว แต่เขากล้าที่จะพูดกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาทำให้ชีวิตคู่มีรสชาติมากขึ้น
“ยังไม่ชินอีกเหรอก็เห็นให้ความร่วมมือด้วยตลอดนี่นา ครางเสียงดังจนนางเอกหนังเอวีต้องยอมแพ้”คนพูดหรี่ตามองอย่างมีเลศนัย ยิ้มมุมปากราวกับเป็ผู้กุมความลับเอาไว้
“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะเดี๋ยวใครก็มาได้ยินเข้าหรอก อย่างน้อยก็หัดอายลูกบ้าง” เขียนฟ้าลุกขึ้นนั่งแล้วชี้หน้าผู้เป็สามีอย่างเอาเื่ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัว
“จะอายใครครับที่นี่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้ยินหรอก”
“ก็คุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะถ้าท่านได้ยินผมคงจะอายมาก”
“แอ้!”
ธงรบได้แต่ยิ้มกวน ๆ แล้วหันไปสนใจลูกชายที่กำลังส่งเสียงร้อง “หนูภพร้องทำไมครับหนูเห็นด้วยกับพ่อใช่ไหมเอ่ย” ประจวบเหมาะกับที่เ้าหนูน้อยยิ้ม ทำให้ธงรบยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่
“แอ้”
“เห็นไหมลูกยังเห็นด้วยกับฉันเลย”
“มโนเก่งจังเลยนะคุณอ่ะลูกยังไม่รู้เื่อะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่คุยกับคุณแล้ว ผมจะพาลูกเข้าไปในบ้านดีกว่า”ว่าแล้วก็ทำท่าจะอุ้มลูกชาย
“จะรีบไปไหน ลูกยังไม่อยากเข้าไปเลย” ธงรบรั้งมือไว้ก่อนจะถึงตัวลูกชาย
“ลูกหรือคุณกันแน่”
“ก็ทั้งลูกและพ่อนี่ล่ะงอนเค้าเหรอที่เอาเื่จริงมาพูด” ชายหนุ่มดึงมือเรียวขึ้นมาดอมดมทำหน้าเคลิ้มเพื่อแกล้งหยอก
“อีตาบ้า! บอกให้หยุด ไม่งั้นผม...ผม...” เขียนฟ้านึกคำพูดไม่ออกแต่ยังคงถลึงตามองผู้เป็สามี
“ผมอะไร หรือว่าผมจะออนท็อปให้คุณ”
“ไอ้ผัวบ้า! ไอ้ลามกจกเปรต ไอ้หน้าด้าน” เขียนฟ้าทนความขี้กวนของเขาไม่ได้ รีบลุกขึ้นง้างมือฟาดเข้าที่ต้นแขน ธงรบรีบวิ่งหนีไปทว่าร่างเล็กยังคงไล่ตามวิ่งวนเสื่อที่มีลูกชายตัวน้อยนอนหัวเราะชอบใจอยู่
กิ่งดาวและทรงกลดต่างก็ยืนมองภาพนั้นอยู่หน้าบ้านด้วยรอยยิ้มเห็นความน่ารักของลูกชายและลูกสะใภ้ก็ทำให้หายห่วง จากนี้ไปคงไม่ต้องเป็กังวลว่าธงรบจะกลับไปเป็เหมือนแต่ก่อนเพราะตอนนี้เ้าตัวหลงเขียนฟ้ายิ่งกว่าอะไร แถมยังมีหลานตัวน้อยเป็โซ่ทองคล้องใจคนทั้งสองอีกด้วย
“เห็นอย่างนี้ฉันก็มีความสุขตามไปด้วยเลยค่ะคุณ”กิ่งดาวหันไปเอ่ยกับสามี
“ผมก็เหมือนกันต่อไปนี้คงไม่มีอะไรจะต้องห่วงแล้วสินะ”
“ใช่ค่ะ”
“นึกถึงสมัยตอนเราเป็หนุ่มเป็สาวจังเลยนะตอนนั้นผมก็นิสัยไม่ต่างจากไอ้รบเลย แต่คุณก็ยังทนผมมาจนถึงตอนนี้”
“เพราะรักคำเดียวค่ะ ฉันมั่นใจว่ารักผู้ชายไม่ผิดคนแล้วมันก็เป็อย่างนั้นจริง ๆ”
“ขอบคุณนะที่เชื่อใจผมจนทำให้เรามีวันนี้” ทรงกลดส่งรอยยิ้มหวานให้ภรรยา
“ขอบคุณเช่นกันค่ะที่รักและดูแลฉันมาตลอด”
ทั้งสองส่งยิ้มให้กันก่อนจะจูงมือเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างมีความสุข
เย็นวันนั้น...
ลมเย็น ๆพัดโกรกโชยตรงบริเวณหน้าบ้านพักตากอากาศ เสียงคลื่นที่ซัดน้ำทะเลเข้าหาฝั่งดังให้ได้ยินอย่างต่อเนื่องท้องฟ้าในยามราตรีที่มีดวงจันทร์ลอยเด่น เปล่งแสงสีเหลืองนวลจนสว่างไสวทำให้คนที่ยืนกอดอกมองรู้สึกผ่อนคลาย รอยยิ้มน้อย ๆ ฉายบนดวงหน้าหวานในขณะสายตาทอดมองไปยังท้องทะเลในยามค่ำคืน
หมับ!
“มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
เขียนฟ้าใเล็กน้อยเมื่อโดนกอดจากด้านหลังแต่พอได้ยินเสียงก็ฉีกยิ้มออกมา
“ผมแค่เดินออกมารับลมเย็น ๆ ครับกำลังจะกลับเข้าไปพอดี” คนพูดเอียงหน้ามายิ้มให้
“อย่าเพิ่งเข้าไปได้ไหม บรรยากาศดี ๆอย่างนี้เหมาะกับการยืนกอดกันอย่างนี้นายว่าไหม” คนพูดซุกหน้าลงที่ซอกคอขาวสูดกลิ่นหอมจากร่างเล็กซ้ำ ๆ อย่างถือวิสาสะ
“ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ”
“วันนี้ฉันขอเป็เผด็จการสักวันนะสั่งให้นายอยู่กับฉันที่นี่ ไม่ต้องห่วงลูกหรอกคุณพ่อคุณแม่ท่านดูแลให้อยู่แล้วล่ะ”
“พูดซะขนาดนี้ใครจะกล้าขัดใจล่ะ”ว่าพลางเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าหล่ออย่างเสน่หา
“วันนี้พระจันทร์สวยนะว่าไหม”
“อื้ม” เขียนฟ้าเงยขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นด้วยกับเขาทุกประการ
“นายเคยนึกไหมว่าเราจะมีวันนี้”
“แล้วคุณล่ะเคยนึกไหม”
“ตอบก่อนสิครับที่รัก ตอบมาก่อน”
“ถ้าผมตอบว่าไม่คุณจะเสียใจไหมครับ”
“ไม่เสียใจเลย เพราะฉันเองก็ไม่เคยคิดว่าเราจะมีวันนี้นายไม่โกรธใช่ไหม”
“ไม่โกรธเลยเพราะความคิดเ่าั้มันเป็แค่อดีต ผมไม่อยากให้อดีตมาทำลายความสุขในปัจจุบันของเรา”
“เมียฉันน่ารักสุด ๆ เลยอย่างนี้ต้องให้รางวัล” เขาว่าพลางหอมแก้มขาวซ้ำ ๆ จนเ้าตัวต้องแกะแขนแกร่งออกหมุนตัวมาเผชิญหน้า เอื้อมมือไปปิดปากมนุษย์หื่นไว้
“พอได้แล้วครับ”
“เอามือออกเดี๋ยวนี้ยังไม่หายอยากเลย”
“มาหื่นอะไรตอนนี้เนี่ย”
“ก็ตัวเมียหอมอย่างนี้ใครจะไปอดใจไหวล่ะ” ธงรบใช้มือข้างหนึ่งรั้งแผ่นหลังบางไว้ ส่วนอีกข้างดึงมือออกจากปากตัวเองนำมาวางไว้ตรงบริเวณเอวแทน
“ชิส์! อย่ามาอ้างหน่อยเลย แล้วถ้าผมตัวเหม็นมาล่ะ ยังจะคิดอย่างนี้อยู่ไหม”
“ทุกอย่างที่เป็นายมันดีสำหรับฉันอยู่แล้วนายคืออีกครึ่งชีวิตของฉันรู้ไหม” ทั้งสองจ้องตากันอย่างหวานซึ้ง ค่อย ๆโน้มใบหน้าเข้ามา ทว่าเขียนฟ้ากลับยกมือขึ้นมาััริมฝีปากเขาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว!”
“อะไรอีกเนี่ย กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว”ธงรบทำหน้างอแง ราวกับเด็กถูกขัดใจเสียอย่างนั้น
“วันนี้คุณบอกรักผมหรือยัง”
“อ้อ ที่แท้ก็อยากให้ผัวบอกรักนี่เองลืมแค่วันเดียวก็ไม่ได้เลยเหรอครับ” ธงรบยิ้มพลางส่ายหน้าเมื่อภรรยาทวงสัญญา
“ไม่ได้ ต้องบอกรักทุกวัน ไม่งั้นผมจะถือว่าคุณผิดสัญญา”
“ถ้าอย่างนั้นขอจูบก่อนค่อยบอกได้ไหมใจจะขาดแล้วเนี่ย”
“ไม่ได้ต้องบอกก่อน เร็ว! ผมรอฟังอยู่” เขียนฟ้ายกยิ้มอย่างเป็ต่อ
“ฉัน...รัก...นาย ได้ยินไหมว่าฉันรักนาย!!!” ธงรบะโลั่นจนอีกฝ่ายต้องรีบเอามือปิดปากไว้ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนในบ้านแตกตื่นกัน
“คนบ้า! จะะโทำไมเนี่ย อะ...อื้อ!!!”
ธงรบไม่ตอบรีบจับข้อมือไว้แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบอย่างดูดดื่ม ทั้งสองต่างก็โอบกอดกันอย่างแแ่เสียงคลื่นทะเลที่ดังแว่วมาอยู่เนือง ๆ เปรียบเสมือนเสียงดนตรีเพลงคลาสสิค ที่ขับกล่อมให้คนทั้งสองตกอยู่ในห้วงแห่งรักและเสน่หาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นและดวงใจทั้งสองจะเป็ของกันและกันอย่างนี้ไปตราบนานเท่านาน
จบบริบูรณ์