วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 10 เคลียร์ใจ 1/3

    หลังจากที่ฟินน์แวะไปทำงานหน่วยบริการประชาชนตอนดึก เขาก็พึ่งกลับมาที่ห้องเช่าใหม่ของเขาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนที่จะเห็นจานและแก้วน้ำสกปรกถูกวางอยู่อยู่เต็มซิงค์ล้างจาน


     

    เสียงถอนหายใจของฟินน์ดังออกมาเล็กน้อย แต่เขาก็เดินไปล้างจานชามพวกนั้นจนสอาดหมดจด ถึงเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระร่างกายของเขาที่เต็มไปด้วยเหงื่อ


     

    หลังจากที่ฟินน์อาบน้ำเสร็จแล้วเขาก็เดินขึ้นห้องนอนของเขาไปพร้อมกับทิ้งตัวลงบนเตียงที่เพิ่งซื้อมาใหม่จากเงินเดือนเดือนแรกของเขา พร้อมกับจ้องมองไปที่เพดานห้องของตัวเอง และคิดถึงสถานรับเลี้ยงเด็กที่เขาอาศัยมาตลอด


     

    “เราโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วสินะ”


     

    หลังจากที่นอนคิดเรื่องราวต่างๆ อยู่นาน ฟินน์ก็พร่ำเพ้อถึงตัวเองขึ้นมาอย่างภูมิใจก่อนที่พยายามจะหลับตาแล้วนอนลง แต่ยังไม่ทันที่สติสัมปชัญญะของเขาจะหลับลงก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาก่อน


     

    “ก๊อกๆ”


     

    ถึงแม้เสียงเคาะประตูนั้นจะดังขึ้นมา แต่ผู้ที่มาเคาะประตูกลับไม่ได้รอเสียงอนุญาตของฟินน์เลย เขาเปิดประตูและเดินเข้ามาพร้อมกับผ้านวมผ้าห่มที่เขาแบกมาด้วย


     

    “นายหลับหรือยัง”


     

    “กำลังจะนอนพอดีเลย นายมีอะไรหรือเปล่า”


     

    “ฉันนอนไม่หลับจะขอนอนด้วย”


     

    “นอนกับฉันอย่างนั้นเหรอ?”


     

    ไม่ทันที่ฟินน์จะได้ตอบตกลง ก็รีบโยนผ้าห่มกับผ้านวมที่เขาแบกมาลงที่พื้นปลายเตียงของฟินน์และทิ้งตัวลงทันที พร้อมกับส่งเสียงกรนหลอกๆ เพื่อบอกว่าถึงแม้ฟินน์จะพูดอะไรออกมาตอนนี้เขาก็ไม่ฟังแล้ว


     

    ภายใต้ความเงียบสงบหลังจากที่อินทิ้งตัวลงนอนและเลิกส่งเสียงกรนหลอกๆ ภายในห้องก็ไม่มีเสียงอะไรอีกเลย ทำให้ฟินน์พยายามจะข่มตาหลับแต่เขาก็พูดถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเขาก่อน


     

    “มีอะไรหรือเปล่าทำไมถึงมาขอนอนด้วยล่ะ”


     

    “...”


     

    ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีคำตอบอะไรออกมาจากอิน แต่ฟินน์ก็รู้ว่าเขาได้ยินคำถามนั้นดีเพียงแค่รอให้เขาตอบออกมาเฉยๆ


     

    “ฟิน….ฉันทำอะไรลงไปกัน”


     

    “นายหมายถึงเรื่องอะไร”


     

    “ฉันคิดไม่ตกเลย…ว่าทำไมตอนนั้นฉันต้องฆ่าเขาด้วย”


     

    “...”


     

    ทันทีที่ฟินน์รู้ว่าอินกำลังคิดอะไรอยู่ เขาก็กลับเป็นฝ่ายที่เงียบลงแทน


     

    “ตอนที่ฉันเห็นว่าวิเศษของพวกเขาทั้งสองคนเป็นวิเศษที่เหมือนกัน เสมือนพวกเขาคือคนคนเดียวกัน ฉันก็มั่นใจว่าคงไม่สามารถช่วยอะไรพวกเขาได้…


     

    ตอนที่ยืนมองเขาฉันลองคิดว่าถ้าเป็นฉัน ที่ต้องทนเห็นร่างกายของตัวเองค่อยๆ สลายไป… มันคงจะทรมานน่าดู…ฉันก็เลยเผลอทำมันลงไป”


     

    อินที่เราความรู้สึกของตัวเองออกมาให้ฟินได้ฟัง ก็ลุกยืนขึ้นพร้อมกับผ่าห่มที่คุมตัวเขาอยู่และจ้องมองไปที่ฟินน์ที่นอนฟังเขาอยู่นักแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา


     

    “ฉันเอาคนคนหนึ่งไปเทียบกับแมลงตัวเล็กๆ ที่เผลอเหยียบมัน…และพยายามทำให้มันตายไวที่สุดเพื่อไม่ให้มันได้ทรมาน…”


     

    ถึงแม้ฟินน์จะเคยพลาดพลั้งทำให้แมลงเล็กๆ ตาย แต่เขาก็ยังรู้สึกสงสารชีวิตเล็กๆ เหล่านั้น พอต้องมาคิดถึงความรู้สึกของอินที่เผลอฆ่าคนคนหนึ่งไปก็ทำให้เขาเต็มไปด้วยความรู้สึกโศกเศร้าแทนอินจนน้ำตาของเขาไหลนองอยู่บนใบหน้า


     

    “มันอาจจะมีวิธีอื่นที่ช่วยเขาได้…ตลอดเวลาฉันมักจะคิดยังงั้น ถ้าลองทำอย่างโน้นล่ะ ถ้าลองทำอย่างนี้ดูอาจจะช่วยเขาได้ก็ได้…”


     

    “ฮึก…มันผ่านไปแล้วนี่น่า…ฮึกฮึก”


     

    ฟินน์ที่พยายามจะปลอบเพื่อนของเขาก็ทำได้เพียงแต่พูดคำสั้นๆ ออกมา และพยายามกั้นเสียงร้องไห้ของเขาไว้ แต่ทันทีอินทิ้งตัวลงบนเตียงของเขาพร้อมกับใช้ผ้าห่มคุมตัวไว้อย่างแนบสนิท มันเก็บอารมณ์และเสียงร้องของความเศร้าไว้ในนั้นได้อย่างดี




     

     

     



     

    “กริ้งๆ”


     

    เมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นฟินน์ที่กำลังสะลึมสะลืออยู่ก็เอี้ยวตัวไปกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่สมาร์ทโฟนของตัวเองที่อยู่บนหัวเตียง ก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งและนึกถึงเรื่องเมื่อคืนออกมา


     

    ฟินค่อยๆ แง้มกองผ้าห่มที่อยู่ข้างๆ เขาขึ้น อย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าอินจะตื่นแต่เมื่อแง้มดูก็พบว่าอินไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว และเมื่อเขาคลานไปดูที่ปลายเตียงของตัวเองที่มีผ้าน่วมของอินอยู่ก็ไม่เจอเขาเช่นกัน


     

    มันทำให้ฟินน์ที่เห็นอย่างนั้น ก็เดินลงไปที่ห้องน้ำชั้นล่างและล้างหน้าล้างตาของตัวเองก่อนที่จะเดินกลับเข้าห้องมาเพื่อสมาร์ทโฟนของเขา แล้วผมเข้ากับข้อความของลีออนที่ส่งมาเมื่อคืน


     

    เมื่อฟินน์อ่านข้อความเหล่านั้นของลีออนที่อยากกินเลี้ยงที่ห้องเช่าใหม่ของพวกเขา ฟินน์ก็รีบเดินไปเปิดประตูห้องของอินเพื่อจะบอกเขาที่ยังไม่ได้อ่านข้อความ


     

    ก่อนที่ฟินน์จะเปิดเขาไปเห็นอินนอนมองสมาร์ทโฟนของเขาด้วยท่อนล่างที่เปลื่อยเปล่าและทิชชูที่ว่างไว้ใกล้ตัวๆ


     

    “ลีออนบอกว่าเราควรจะกินเลี้ยงฉลองห้องเช่าใหม่นายคิดว่ายังไง”


     

    “...”


     

    เมื่อฟินน์เห็นว่าอินมองมาที่เขาด้วยความตกใจ เขาก็แสดงเพียงแต่สีหน้างุนงงขึ้นมาก่อนที่จะยืนรอคำตอบจะกินอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งอินมองสลับไปมาระหว่างเขากับท่อนล่างของตนเอง ถึงทำให้ฟินน์เข้าใจขึ้นมา


     

    “ถ้ายังไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไร นายทำธุระต่อเถอะ…ฉันเห็นนายมีอารมณ์ทำเรื่องอย่างนี้ก็แปลว่านายคงดีขึ้นมากแล้ว”


     

    ถึงแม้ฟินน์จะเข้าใจถึงสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว แต่เขากลับทำเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก่อนจะพูดทิ้งท้ายและปิดประตูอย่างช้าๆ ปล่อยให้อินนอนงงอยู่อย่างนั้น


     

    “ก๊อกๆ”


     

    ในขณะที่อินกำลังมึนงงอยู่ อยู่ดีๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับลูกบิดที่ค่อยๆ บิดแล้วเปิดประตูเข้ามาก็เป็นฟินน์คนเดิมอีกครั้ง


     

    เขาเดินเข้ามาหาอินที่กำลังนอนอยู่ในท่าเดิมเพราะความตกใจอยู่ ก่อนจะหยิบทิชชูที่ว่างอยู่ข้างๆ ของอินและฉีกมันออก2-3แผ่นยื่นให้กับเพื่อนของเขา


     

    “ฉันลืมไปว่า ทิชชูในห้องครัวหมดแล้วมันเหลือแค่ม้วนนี้ม้วนเดียว…นายใช้แค่สองสามแผ่นก็น่าจะพอแล้วมั้ง”


     

    อินได้แต่พยักหน้าของเขาให้กับฟินน์ไป ก่อนที่จะทิ้งทิชชู่2-3แผ่นนั้นไว้ให้เขาและเดินออกจากห้องไป



     

    คล้ายกับเรื่องวิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน ที่คุณอ่าน